วัน ๗ ฯ๓ ๒ ค่ำ

วัน ๗ ๒ ค่ำ

๏ เมื่อคืนนี้กลับกลายเปนคลายหนาว ปรอทราวเจ็ดสิบสองดิกรีได้
เสด็จทรงเรือม่วงล่วงครรไล แต่ปัจจุสมัยได้เวลา
กระบวนใหญ่ได้ออกต่อโมงเช้า ฝีพายเขารับสั่งให้รอท่า
กินเข้าเสร็จเมื่อไรจึงไคลคลา พอเรือเคลื่อนจากท่าชมนที
ถัดปะรำเหนือน้ำนั้นมีเกาะ เกิดฉะเพาะอยู่ตรงกลางหว่างวิถี
ริมฝั่งฟากเปนชวากเวิ้งวารี เห็นคิรีไกลไกลไปเปนแนว
แต่นั้นไปในน้ำมีโขดหนึ่ง ล่วงคุ้งถึงหาดใหญ่ตะไคร้แถว
ตลาดกระบือเลยลเมาะเกาะเล็กแล้ว คลาศแคล้วถึงฝั่งท่าวังเย็น
มีหาดทรายรายมาอิกสามแห่ง ถึงตำแหน่งท่าตะคร้อพอได้เห็น
รำฦกได้ว่าตรงนี้คือที่เปน พลับพลาเว้นว่างมาสิบห้าปี
ได้ยินชื่อฦๅกระฉ่อนออกว่อนฉาว เปนเรื่องราวเมื่อกระนั้นเล่ากันถี่
เสด็จทางบกจากราชบุรี มาลงเรือตำบลนี้เลยต่อไป
ลำพาชีที่ได้มาแต่เมื่อวาน มีบ้านปากลำทำอาไศรย
แพสามหลังริมฝั่งมีเครื่องใช้ อวนน้อยใหญ่มองวังตั้งทำปลา
ถัดนั้นไปข้างใต้เรียกวังตเคียน มีทางเกวียนขนไม้ลงสู่ท่า
ทั้งคิรีมีเทือกเขาศิลา ใกล้คงคาก้อนใหญ่ใหญ่ได้เห็นชัด
ตเข้เผือกเรือกสวนเขาแน่นหนา ได้ทราบเรื่องราวมาตามที่ตรัส
เคยเสด็จไปทุกย่านบ้านพนัส เพราะอยู่ถัดท่าตะคร้อต่อหัวท้าย
ประทานนามเรือดนูพระที่นั่ง ว่ากลอนโดดูฝรั่งแต่เรียกง่าย
ลำหนึ่งชื่อตเข้เผือกเลือกยักย้าย ทั้งสองลำรูปลม้ายคล้ายคลึงกัน
ในวันนี้ที่เสด็จมาแต่เช้า ก็แวะเข้าทรงซื้อของที่นั่น
มีเข้าหลามเข้าต้มผัดจัดขายกัน ขนมเข่งนั้นดำมืดจืดเต็มที
แพอยู่หน้าว่าเปนที่อยู่นายพราน ถวายขนุนอ้อยตาลกล้วยหลายหวี
มีแพมากหลากใจในบ้านนี้ ทั้งเล็กใหญ่ได้บาญชีสิบแปดแพ
ล่องสองหาดคลาศคลามาถึงเรี่ยว ดูเปนเกลียวเชี่ยวคว้างทางกระแส
ล่วงหาดหนึ่งถึงคุ้งมุ่งตาแล พอเห็นแคร่และปะรำที่ทำไว้
เสด็จถึงประทับร้อนอยู่ก่อนหน้า แต่เวลาสามโมงเศษเศษได้
ต้องคอยเรือกระบวนสวนขึ้นไป จึงได้เสด็จลงนาวา
ไปครู่หนึ่งถึงตำบลหนเกาะเสี้ยว เปนหาดเรียวยาวใหญ่ไปข้างหน้า
ที่หัวเกาะสูงนูนพูนขึ้นมา ร่องธาราตวันตกวกครรไล
ที่หัวเกาะน้ำเชี่ยวทั้งเรียวแคบ เกาะเล็กแอบริมทางข้างฝั่งใต้
อิกคุ้งหนึ่งท่ามะเฟืองเนื่องกันไป มีต้นยางคู่ใหญ่เปนสำคัญ
ต่อไปจึงถึงปากคลองสำเภา น้ำลึกเท่าแม่น้ำใหญ่สืบได้มั่น
ในหมู่นี้มีเรื่องที่เล่ากัน ฉันเห็นขันจึงได้คัดมาลงไว้
ด้วยไดอรีในวันนี้ค่อนข้างจืด ดูชืดชืดหามีที่สนุกไม่
เมื่อเสด็จก่อนนี้สิบปีไป ที่นั่งใช้เรือเหลืองเงื่องเต็มทน
เมื่อถึงแก่งแห่งใดให้คนลาก ต้องมากมากซ้อนสลับดูสับสน
แจวไม่ไหวใช้แต่ถ่อต่อแรงคน ถึงตำบลน้ำเชี่ยวเรี่ยวแห่งนี้
หลวงอุดมซึ่งเปนที่พระวิชิต บัญชากิจเรือที่นั่งสั่งจู้จี่
ว่าฝีพายถ่อไม่เปนไม่เห็นดี ลุกกระวีกระวาดรับจับถ่อเอง
ปีนขึ้นบนกราบเรือเงื้อถ่อร่ำ ไต่กรานค้ำขึ้นมาจนหน้าเก๋ง
ร้องให้เอาอย่างข้าจ้าครื้นเครง ยืนโงงเงงไต่ไปไม่หมดลำ
เสียงโครมครามสามครั้งที่ข้างหน้า ไม่กลับมาถ่ออิกแต่เอ็ดร่ำ
ให้ฝีพายปีนกราบขึ้นไปค้ำ เช่นตัวทำแคบนักมันหนักใจ
เห็นฝีพายจับคางโกรธผางผึง ลุกทลึ่งจับถ่อทำท่าใหม่
ขึ้นบนนี้ทำอย่างนี้สิเปนไร เสียงโพล่งใหญ่จมดิ่งด้วยเผลอตัว
โผล่ขึ้นมาคว้าฉวยกราบเรือได้ เห็นเปียกไม่มีปลอดตลอดหัว
แต่หมวกไม่หลุดหายกายสั่นรัว เลยนิ่งซัวซึมไปไม่พูดจา
ฝีพายจะทำอย่างไรปากไม่ปริ สมาธิมึนตึงจนถึงท่า
ต่อรุ่งขึ้นจึงได้ปรี่มีเสียงมา เลิกตำราไม่สอนถ่ออิกต่อไป
ช่องฉะเพาะผ่านเกาะกลางร่องกว้าง เดินโดยทางตวันตกตัดได้ใกล้
พ้นคุ้งถึงทุ่งนาหมื่นไชย เห็นเขาใหญ่ชื่อป้อมอ้อมมาบัง
ถ้าเหลียวหน้ามาก็เห็นเขาเปนเทือก คือตัวเขาตะเข้เผือกอยู่ข้างหลัง
เห็นลำทรายหมายไว้ไม้ไม่บัง ได้จัดตั้งเรือนมีเปนที่พัก
โทรเลขทางทวายแยกสายแก้ โป่งสะแกหน้าฝนคนเจ็บหนัก
ข้าหลวงมาจับผู้ร้ายได้สำนัก จึงประจักษ์จำไว้ได้ถ่องแท้
ล่วงหาดใหญ่มาได้อิกสองแห่ง ถึงหาดแฝงฝั่งวางกลางกระแส
อิกสามหาดผาดมาสุดตาแล ก็ถึงแควห้วยแมงลักประจักษ์นาน
ถัดหาดใหญ่ไปดลเกาะน้ำเชี่ยว พอพ้นเรี่ยวหน่อยหนึ่งก็ถึงบ้าน
จีนเซียงเข้งมีชื่อฦๅมานาน พวกลูกหลานลงเรือพายเฝือมา
ถวายผักต่างต่างอย่างที่ไร่ ทั้งไข่ไก่ส้มเกลี้ยงสเบียงป่า
พริกเม็ดยาวแลมะนาวก็มีมา เปนของหายากปางทางกันดาร
ถัดตอนนี้นทีไม่ฉานฉ่า เขาสำเนียกเรียกว่าวังสักส่าน
ต้นยางใหญ่ใกล้แนวชลธาร มีกิ่งก้านแถบเดียวเหลียวตลึง
ดูก็ขันนั่นอะไรเปนไปได้ เปนเพาะรากฤๅไฉนคิดไม่ถึง
ฤๅไปขัดอัดศิลาน่ารำพึง เดินแต่ครึ่งหนึ่งข้างด้านกิ่งก้านงาม
ศิลาก้อนตอนนี้มีริมฝั่ง เห็นเขาวังหมึกประจักษ์ได้ทักถาม
หาดหัวแหลมแถมเกาะลัดเลาะตาม เขาแจ้งความนำร่องไม่ต้องแคลง
ถัดขึ้นมาชื่อว่าหาดพระยาพล เปนที่พักหมู่พหลเหี้ยมกำแหง
เมื่อทำศึกกับภุกามตามชี้แจง นามแสดงสมความตามเรื่องราว
แล่นเลาะลัดตัดถึงหาดสบ้า เห็นพลับพลาแลปะรำทำไว้ขาว
เสด็จทรงเรือม่วงช่วงนี้ยาว รีบพายสาวขึ้นไปก่อนไม่ผ่อนพัก
ข้างในลงคอนโดล่ามาข้างท้าย พวกฝีพายแจวจ้ำกระหน่ำหนัก
พิเคราะดูคุ้งสบ้าเห็นน่ารัก สมชื่อนักแลเห็นเปนวงกลม
หาดสองข้างกลางคอกดูแคบน้อย นึกโคมลอยลองเล่นก็เห็นสม
เปนสบ้าก็ต้องว่าของพระพรหม ยักษ์เล่นข่มตัวสนัดคัดไม่ไป
ระยะนี้มีนกในป่ามาก เห็นหลายหลากไปยังค่ำจำไม่ไหว
นกยุงทองร้องเรียกกันเพรียกไพร บ้างอยู่หาดชายตะไคร้ตกใจบิน
ดูช้าช้าท่าทางเปนอย่างไก่ ไม่ว่องไวดูสโลเมื่อโผผิน
ยามเช้าเช้าเข้าในป่าเที่ยวหากิน ตามแผ่นดินกร่อมกร่อมเที่ยวด้อมเดิน
พอแดดอ่อนร่อนราออกมาหาด พร้อมนางนกเดียรดาษเที่ยวเดินเหิน
รำแพนแต้แผ่หางอย่างเพลิดเพลิน บ้างมุ่งเมิลมองหาอาหารกิน
พบแมลงแย่งจิกกันจู๋จี๋ เล่นวารีริมท่ากระแสสินธุ์
แล้วแผ่หางกางปีกกระพือบิน เที่ยวโผผินตากขนจนแห้งดี
บ้างหมอบยุบฟุบแฝงกอพฤกษา จนเวลาทินกรอ่อนแสงสี
เที่ยวเล็มกรวดกินให้หน่วงถ่วงนาภี จนราตรีกลับหลังขึ้นรังรวง
นกอื่นอื่นดื่นดาดบินกลาดกลุ้ม นกตะกรุมมากกระไรฝูงใหญ่หลวง
เสียงไก่ป่าขันจ้าจับแดดวง มีทุกห้วงลำลหารธารนที
นกเค้าโมงจับไม้มิใช่น้อย เกือบเกือบร้อยเรือใกล้ก็ไม่หนี
นกโคกม้ามาเปนคู่สู่วารี บ้างจับที่กิ่งไม้ใกล้ทางจร
เสียงดุเหว่าเร่าร้องทั้งสองฝั่ง ดูน่าฟังเสียงสนัดชัดอักษร
ดูวังเวงวิเวกใจในดงดอน ท่านแต่ก่อนจึงมักใช้ในคำครวญ
มะลึกตึกนึกอยากว่านิราส ให้บทบาทไพเราะเสนาะหวน
แต่หักใจกลัวจะไปผิดสำนวน ถ้าลงครวญเปนต้องปดหมดทั้งนั้น
ที่คิดมาดูมันท่าเท่อมะเร่อ จะเก้อเก้อฤๅอย่างไรกลัวไม่ขัน
จะแง่งอนไปอย่างไรก้ไม่ทัน เพราะน้อยวันเต็มทีไม่มีเวลา
ต้องหักใจเอาเปนไปอย่างใหม่แท้ ด้วยเปนแต่พนักงานการเลขา
ของหนังสือนารีรมย์สมมตมา ให้บอกข่าวมรคาที่ครรไล
จะครวญคร่ำทำไปอย่างไรเล่า สำคัญเค้าข้อความจำให้ได้
เพราะมิเพราะก็อยู่ในต้องใช้ เขียนลงไว้ตามวันให้ทันการ
เสด็จล่องกลับมาเวลาค่ำ ท้องฟ้าคล้ำมนท์มัวทั่วสถาน
เรือจอดเหนือน้ำมากหลากเพลงกาล เปนสถานที่ฉะเพาะเหมาะเช่นนั้น
ควันหุงเข้าเผาปลาท้องฟ้ามืด ดูเปนยืดแซ่เสียงเขียงสนั่น
บ้างตัดไม้ใส่ฟืนสุมเปนควัน เรียกหากันอื้ออึงคนึงไป
ที่พลับพลายังไม่ว่าวันนี้ก่อน ขอผัดผ่อนขากลับประทับใหม่
จึงจะกล่าวกลอนแสดงใช้แจ้งใจ คงจะได้ทราบคดีที่ประทับ
วันนี้อ่อนร้อนรนจนเกือบเข็ด ปรอทเก้าสิบเอ็ดขึ้นเสร็จสรรพ
ยังดีกว่าก่อนมาถ้าจะนับ ถึงร้อยสี่มีตำหรับท่านกล่าวมา
อนึ่งญวนลงอวนในวันนี้ ได้ปลาช่อนที่นี่โตหนักหนา
หาลำบากยากเย็นเปนตำรา จนกล่าวมาว่าไม่มีที่น้ำทราย
ทั้งอวนใหญ่ได้ตัวเดียวเท่านี้ ถึงจะมีก็มิใช่หาได้ง่าย
แต่ปลาสบูปลากระพากมีมากมาย อิกอย่างย้ายไปเปนสังกระวาดวัง
ลงอวนได้แจกไปทุกลำเรือ แผ่เผื่อกระบวนมาทั้งหน้าหลัง
ความวันนี้หมดเท่านั้นไม่บิดบัง ขอหยุดยั้งหลับนอนผ่อนสบาย ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ