๘๗. ข่าวศึกพม่า

ลุจุลศักราช ๑๑๖๐ ปีมะเมีย สัมฤทธิศก[๗๕] เป็นปีที่ ๑๗ ในรัชกาลที่ ๑ เมื่อ ณ เดือนยี่แรม ๑๐ ค่ำ พระยาเชียงใหม่มีหนังสือบอกส่งตัว อ้ายจันตะเงี้ยว อ้ายจันสาพม่า ๒ คนลงมาไต่ถามให้การว่า พระเจ้าอังวะแต่งให้จอจีนบุนส้อยสินโปขิวุ่นส้อยยิวุ่นชีแวงมูเป็นแม่ทัพคุมพล ๕,๐๐๐ ยกลงมาทางเมืองตองอู มาตั้งอยู่เมืองตราง ริมแม่น้ำโขงซึ่งจะข้ามมาทางเมืองเชียงใหม่ ตั้งยุ้งฉางไว้เสบียงอาหารเป็นอันมาก

ฝ่ายเจ้านครหลวงพระบางก็บอกส่งพม่าลงมา และว่าได้แต่งกองทัพออกไปลาดตระเวนทางเมืองเชียงแสน จับได้อ้ายน้อยจิจากับบุตรชายคน ๑ ส่งลงมา ถามให้การว่าพม่ายกกองทัพมาว่าจะตีเมืองเชีขงใหม่ ถ้าตีได้แล้วจะยกทัพเรือไปทางลำแม่น้ำโขง ตีเอาเมืองลาวฝ่ายตะวันออก มิให้ลงไปช่วยกรุงเทพมหานครได้ เจ้าเมืองหลวงพระบางแจ้งด้งนั้นก็เตรียมกองทัพไว้

ครั้น ณ เดือน ๓ แรม ๑๔ คํ่า พระยาเชียงใหม่บอกลงมาว่า ได้แต่งให้หมู่เดโชไปลาดตระเวนถึงแดนเมืองกุ พบกองตระเวนพม่าได้รบพุ่งกัน กองตระเวนพม่าแตกหนีไปจับได้พม่า ๓ คนส่งลงมา ถามให้การว่า พระเจ้าอังวะแต่งให้อะตนวุ่นเป็นแม่ทัพคุมเงี้ยว ๑๙ เมืองยกลงมาทางเมืองกุทัพ ๑ พม่ากำกับมาด้วยทัพ ๑ และศึกพม่าที่ได้ความมาทั้ง ๔ ทางก็ต้องกัน แต่กองทัพพม่ายังตั้งรออยู่จนเดือน ๔ นี้ มิได้ยกเขามาตี บ้านเมืองเหตุผลจะเป็นประการใดก็หาได้ความไม่หรือจะเป็นกลศึกล่อลวงหน่วงไว้ ให้ประมาทว่าพ้นเทศกาลแล้ว จะได้เลิกกองทัพกลับไปเสีย พม่าได้ทีจึงจะจู่โจมเข้าตีเอาเมืองเชียงใหม่ และหัวเมืองฝ่ายเหนือก็ไม่แจ้ง จึงมิไว้ใจแก่ราชการ

ได้ทรงทราบ จึงโปรดให้มีตราเกณฑ์ทัพเจ้านครล้านช้างเวียงจันทน์ไปตั้งรักษาอยู่ทางระแหง แต่ครั้งนั้น พม่าอยู่จนฤดูฝนก็เลิกกลับไป หาได้เกิดการศึกไม่



[๗๕] พ.ศ. ๒๓๔๑.

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ