๓๐

และเกาเหลงอุยโท้วนั้นสูงหกศอกหกนิ้ว หน้าขาวเหมือนสีหยก หนวดขาวเป็นหย่อมสวมเสื้อลายมังกรพื้นเขียว คาดเข็มขัดประดับหยก และลูเบงอ๋องแม่ทัพอายุยี่สิบสี่ปี หน้าขาวหนวดยาวตัวสูงเจ็ดศอกห้านิ้ว สวมหมวกจีกิมกวยอย่างกษัตริย์ สวมเกราะทองคำพื้นขาว มือถือทวนยาวสามวาสิบแปดนิ้วขี่ม้าสีขาว และซังซูอ๋องที่สองนั้นอายุยี่สิบสามปี หน้าขาวหนวดดำตัวสูงเจ็ดศอกสิบสามนิ้ว สวมหมวกจีกิมกวยอย่างเจ้าต่างกรม สวมเกราะทองคำพื้นแดง ถือกระบี่สองมือทรงม้าสีเขียว องค์ที่สามชื่อกุยไข่อ๋องอายุยี่สิบสองปี หน้าเหลืองหนวดแดง สวมหมวกซอกฮวดกวน สวมเกราะทองคำพื้นเขียว มือถือง้าวและสะพายแล่งคันเกาทัณฑ์ข้างขวา สะพายลูกเกาทัณฑ์ข้างซ้ายขี่ม้าสีเหลือง เตาอิ้นอ๋องที่สี่อายุยี่สิบเอ็ดปี หน้าเหลืองหนวดดำสูงเจ็ดศอกห้านิ้ว สวมหมวกกิ๋วเลงกิมกวยสวมเกราะทองคำพื้นเขียวคราม ถือกระบี่สองมือทรงม้าสีแดง และไตนีมอ๋องที่ห้าอายุยี่สิบปี หน้าขาวหนวดสั้นสูงหกศอกคืบสามนิ้ว สวมหมวกกิ๋วเลงกิมกวย สวมเกราะทองคำพื้นแดง มือถือง้าวและสะพายแล่งเกาทัณฑ์ขี่ม้าสีขาว และพังหังอ๋องที่หกอายุสิบเก้าปี สูงเจ็ดศอกคืบหน้าเขียวหนวดเหลือง สวมหมวกกิมเลงกวย สวมเกราะทองคำพื้นเขียว มือถือขวานด้ามยาวขี่ม้าสีดำ และเท่งเกียงอ๋องที่เจ็ดอายุสิบแปดปี หน้าดำแดงปากอ้าขึ้นเป็นสี่เหลี่ยม สูงหกศอกคืบเก้านิ้ว สวมหมวกกิมเลงกวย สวมเกราะทองคำพื้นขาว มือถือลูกตุ้มทั้งสองมือขี่ม้าสีหมอก และตังยงอ๋องที่แปดอายุสิบหกปี หน้าเหลืองไม่มีหนวด สูงหกศอกเก้านิ้ว สวมหมวกทองคำรูปหงส์ สวมเกราะทองคำพื้นแดง มือถือทวนด้ามยาวสี่ศอกสิบแปดนิ้ว ขี่ม้าสีหมอก และซอกตัดอ๋องที่เก้าอายุสิบห้าปี หน้าขาวผมประบ่า คิ้วใหญ่ สูงหกศอกหกนิ้ว สวมหมวกกิมเลงกวย สวมเกราะทองคำพื้นม่วง รัดเอวประดับหยกเก้าสี มือถือเกาทัณฑ์ขี่ม้าสีดำ

ฝ่ายพระเจ้าจวนยกตี่ฮ่องเต้นั้น ครั้นพระองค์สั่งให้เกาเหลงอุยโท้วกับไถจู๊ คือพระราชบุตรทั้งเก้าไปแต่งตัวแล้ว ส่วนพระองค์ก็เสด็จขึ้นบนเก๋งสูงริมกาเตีย ๆ คือสนามหัดจัดกระบวนทัพ คอยทอดพระเนตรไถจู๊ทั้งเก้ากับเกาเหลงอุยโท้วและนายทัพนายกอง ครั้นไถจู๊ทั้งเก้ากับเกาเหลงอุยโท้วแต่งตัวเสร็จแล้วก็พากันมาที่กาเตีย คำนับกันแล้วก็พากันขึ้นไปถวายบังคมพระเจ้าจวนยกตี่ฮ่องเต้ ๆ ทอดพระเนตรเห็นไถจู๊ทั้งเก้ากับเกาเหลงอุยโท้วและนายกองแต่งตัวงดงามก็ทรงพระโสมนัส พอได้พิชัยฤกษ์พระเจ้าจวนยกตี่ฮ่องเต้สั่งให้เคลี่อนพยุหโยธาทัพไป เกาเหลงอุยโท้วกับไถจู๊ทั้งเก้าก็ถวายบังคมลาพระเจ้าจวนยกตี่ฮ่องเต้ลงมาจากเก๋งสูง แล้วเกาเหลงอุยโท้วก็ไปที่เก๋งอี้นบู๋เทีย คือธรรมเนียมเป็นที่พัก แล้วให้ตีกลองขึ้นสามทีชุมนุมไถจู๊และนายทัพนายกองให้พร้อมกันที่เก๋งอี้นบู๋เทีย ไถจู๊ทั้งเก้าและนายทัพนายกองได้ยินเสียงกลองที่ทำเนียบอี้นบู๋เทียตีแล้วก็มาพร้อมกัน

ฝ่ายเกาเหลงอุยโทวอยู่ที่เก๋งอี้นบู๊เทียนั้น ครั้นเห็นไถจู๊ทั้งเก้ามาแล้วก็ออกมาต้อนรับเชิญให้ขึ้นไปนั่ง ลูเบงอ๋องแม่ทัพจึงว่าแก่เกาเหลงอุยโท้วว่า ข้าพเจ้านี้ยังเป็นเด็กอยู่ไม่สู้มีสติปัญญาแล้วก็ไม่เคยจะทำศึก กลัวจะเสียทีที่ท่านได้ทูลขอข้าพเจ้าไป แต่ตัวท่านนั้นเมื่อครั้งก่อนก็ได้ทำสงครามแก่พวกหลีทำครั้งหนึ่งแล้ว ได้รู้สติปัญญาและฝีมือพวกหลีทำทุกประการ ขอท่านได้บอกกลอุบายและสติปัญญาพวกหลีทำให้ข้าพเจ้าทราบด้วย เกาเหลงอุยโท้วจึงว่า พวกหลีทำพี่น้องนั้นไม่สู้มีสติปัญญานัก แต่ฝีมือรบพุ่งเข้มแข็ง อีกประการหนึ่งหลีทำตั้งตัวมาหลายสิบปีแล้ว เที่ยวตีบ้านเมืองได้อีกหลายตำบล ซ่องสุมพลทหารได้มาก แต่การสงครามครั้งนี้จะหมิ่นประมาทนักก็ไม่ได้ ด้วยข้าพเจ้าทราบว่าหลีทำได้ไปร่ำเรียนศึกษาอาจารย์ผู้หนึ่งอยู่ที่เขาซงซัว อาจารย์ผู้นั้นชำนาญในการกลศึกคือชิดแฉตี้น แปลว่ากลดาวเจ็ดดวง แปะจัวเกาตี้น แปลว่ากลงูขาวเก้าตัว ปักโก๋ตี้นแปลว่ากลเลขยันต์แปดสถาน ไชพาชิวตี้น แปลว่ากลสิงโตเล่นแก้ว โปยโหยเบ๊ตี้น แปลว่ากลม้าไฟแปดตัว กลห้าอย่างนี้มีค่ายปีกกาอย่างสองค่ายบ้างสี่ค่ายบ้างหกค่ายบ้างต่าง ๆ ถ้าไม่รู้ในพิชัยสงครามดีบุกรุกเร่งรีบเข้าไปก่อนก็เสียที ต้องคอยให้กองทัพในค่ายออกมาสู้รบก่อนจึงค่อยขับทหารออกรบ และเมื่อข้าพเจ้ายกกองทัพมาครั้งก่อนนั้นได้สู้รบดังนี้ หลีทำแพ้ไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่คราวนี้หลีทำจะคิดกลอุบายตั้งค่ายเป็นอะไรยังไม่ทราบ ลูเบงอ๋องว่า ข้าพเจ้านี้เหมือนคนอยู่ที่มืดท่านมาเปิดให้เห็นสว่าง แต่บัดนี้ยังไม่รู้ว่าพวกหลีทำยกกองทัพมาถึงตำบลใด ครั้นพูดจาปรึกษากันเสร็จแล้ว ขณะนั้นพอม้าใช้เข้ามาแจ้งความว่าหลีทำยกกองทัพเข้ามาตีบ้านเล็กเมืองน้อยได้หลายบ้านหลายเมือง เข้าตั้งอยู่ห่างเมืองเกาเอียงทางประมาณสามร้อยลี้คือห้าร้อยเส้นเศษ ลูเบงอ๋องได้ฟังดังนั้นจึงถามเกาเหลงอุยโท้วว่า พวกหลีทำยกกองทัพล่วงเข้ามาถึงเมืองเกาเอี้ยงนั้นท่านจีนแสจะคิดกลอุบายประการใด เกาเหลงอุยโท้วจึงว่าข้าพเจ้าทราบอยู่ว่าข้างหน้านั้นมีที่ตำบลหนึ่งชื่อตี้คี้ว เป็นที่ชัยภูมิดีสมควรที่จะตั้งค่ายกว้างขวางเป็นที่สนามรบได้ ขอท่านจงเร่งยกไปตั้งมั่นอยู่ในที่ตำบลตี้คี้วให้ได้ก่อนแล้ว ก็จะจับตัวหลีทำได้โดยสะดวกง่ายไม่สู้ลำบากมัก ลูเบงอ๋องแม่ทัพได้ฟังเกาเหลงอุยโท้วบอกอุบายดังนั้น ก็รีบยกกองทัพเดินทางไปทั้งกลางวันกลางคืน ถึงที่ตำบลตี้คี้วแล้วเกาเหลงอุยโท้วจึงให้ทหารตั้งค่ายเก้าค่ายชื่อว่ากีวเหลงตี้น แปลว่ามังกรเก้าตัว แล้วลูเบงอ๋องออกไปตรวจตราดูเห็นประตูค่ายเข้าออกมั่นคงก็มีความยินดี ให้ทหารออกซ้อมหัดฝีมือมิได้ขาด

ฝ่ายหลีทำยกกองทัพมาเกือบจะถึงเมืองเกาเอียงจึงบอกกับน้องชายทั้งแปดว่า เมืองเกาเที่ยงนั้นมีที่ชัยภูมิควรที่จะตั้งค่ายได้ชัยชนะนั้นมีอยู่ตำบลหนึ่งชื่อตี้คี้ว เราจะรีบไปตั้งค่ายมั่นในตำบลตี้คี้วนั้นให้ได้ก่อน ด้วยเกาเหลงอุยโท้วเป็นคนมีสติปัญญาจะรีบมาตั้งอยู่ก่อนเรา ครั้นพูดจากันแล้วก็รีบยกไปได้ครึ่งทาง ม้าใช้ฝ่ายพวกหลีทำจึงมาแจ้งความแก่หลีทำว่า บัดนี้จวนยกตี่ฮ่องเต้ให้เกาเหลงอุยโท้วกับพระราชบุตรคุมทหารสิบหมื่นมาตั้งค่ายอยู่ที่ตำบลตี้คี้วแล้ว หลีทำแจ้งความดังนั้นก็เสียใจ จึงว่าเราคิดว่าจวนยกตี่ฮ่องเต้กับพวกจูเฮ้าเก้าเมืองยกทัพมาเหมือนครั้งก่อนก็จะช้าอยู่ เราจะเข้าตีเมืองเกาเอี๋ยงให้ได้ บัดนี้จวนยกตี่ฮ่องเต้ให้บุตรเป็นแม่ทัพออกมาตั้งค่ายคอยสู้ที่ตำบลตี้คี้วนั้น ผู้ใดรู้จักชื่อเสียงและสติปัญญาและฝีมือบุตรจวนยกตี่ฮ่องเต้ประการใดบ้าง ทหารผู้หนึ่งชื่อเง่าหลีจึงว่า ข้าพเจ้าทราบอยู่ว่าบุตรจวนยกตี่ฮ่องเต้ที่หนึ่งชื่อลูเบงอ๋อง ที่สองชื่อซังซูอ๋อง ที่สามชื่อกุยไข่อ๋อง ที่สี่ชื่อเตาอิ้นอ๋อง ที่ห้าชื่อไตนีมอ๋อง ที่หกชื่อพังหังอ๋อง ที่เจ็ดชื่อเท่งเกียงอ๋อง ที่แปดชื่อตังยงอ๋อง ที่เก้าชื่อซอกตัดอ๋อง เป็นบุตรนางโจจูสี ๆ นั้นจวนยกตี่ฮ่องเต้ตั้งเป็นฮองเฮา คือเป็นอัครมเหสี แล้วบุตรจวนยกตี่นี้มีสติปัญญาได้ร่ำเรียนตำราพิชัยสงคราม ขุนนางและราษฎรก็รักใคร่ ท่านอย่าได้มีความประมาทด้วยศึกครั้งนี้ หลีทำจึงว่าสติปัญญาและฝีมือบุตรจวนยกตี่ฮ่องเต้เก้าคน กับพวกจูเฮ้าเจ้าเมืองซึ่งยกกองทัพมาแต่ก่อนนั้นใครจะดีกว่ากัน เง่าหลีจึงบอกว่าจูเฮ้าเจ้าเมืองซึ่งยกมาครั้งก่อนนั้นจะเปรียบกันกับบุตรจวนยกตี่ฮ่องเต้เก้าคนนี้เป็นรองแก่กันมากมัก แล้วจูเฮ้าเจ้าเมืองต่าง ๆ นั้น ถ้าฝีมือดีมีกำลังก็คงจะตีได้บ้านเมืองเราเสียแล้ว พวกจูเฮ้าเจ้าเมืองนั้นก็ได้อาศัยปัญญาเกาเหลงอุยโท้ว การครั้งนี้ถึงเกาเหลงอุยโท้วไม่ได้มาแต่ลำพัง พี่น้องเก้าคนนั้นก็อาจกระทำศึกแก่ท่านได้ ข้าพเจ้าทราบความแล้วก็ต้องบอกแก่ท่านตามที่ได้รู้ หลีทำจึงว่าเรานี้ถ้าแม้นไปตั้งค่ายที่ตำบลตี้คี้วไม่ทัน ก็ต้องตั้งถอยลงมาหน่อยหนึ่ง หลีทำสั่งน้องทั้งแปดคนแล้วยกทัพไปอีกสองวัน ถึงตำบลเขาเง่าซัวก็หยุดทัพอยู่ที่นั่น แล้วสั่งน้องชายทั้งแปดคนตั้งค่ายปักโก๋ตี้น น้องชายแปดคนรับคำแล้วก็จัดเสร็จตามสั่ง หลีทำพูดกับน้องชายว่า ถ้าเราออกรบเสียทีแล้วก็จะเข้าตั้งค่ายมั่นอยู่ในค่ายปักโก๋ตี้น บุตรจวนยกตี่ฮ่องเต้จะทำอันตรายแก่เราไม่ได้ แล้วเราจะนิ่งไว้ให้สิ้นเสบียงอาหาร เกาเหลงอุยโท้วก็จะกลับไปเอง ประการหนึ่งพี่น้องได้ทำศึกสงครามมามากแล้ว ถึงบุตรจวนยกตี่ฮ่องเต้จะดีมีฝีมืออย่างไรก็ยังไม่เคยทำศึก เราก็ได้ตั้งค่ายปักโก๋ตี้นลงในที่ตำบลนี้ ถ้าได้ท่วงทีเวลาใด ออกรบลองดูให้รู้ฝีมือบุตรจวนยกตี่ฮ่องเต้ก่อน เง่าหลีจึงตอบว่าซึ่งท่านจะออกรบนั้น ถ้าแม้นเสียทีแล้วกลับเข้าค่ายได้ก็จะไม่เป็นไร ถ้าเข้าค่ายไม่ทันจะมิแตกยับเยินไปหรือ ครั้นพูดจาปรึกษากันแล้ว หลีทำก็เกณฑ์ให้ทหารตัดไม้ตั้งค่ายเติมเป็นปีกกาอีกสี่ค่ายเสมือนอย่างที่คิดไว้เสร็จแล้ว

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ