๑๙

พวกขุนนางก็ยกนีมเคยซึ่งเป็นพระราชบุตรพระเจ้าเอี้ยมเต้สินล่งสีฮ่องเต้ขึ้นเป็นกษัตริย์แทนพระราชบิดา พระเจ้านีมเคยฮ่องเต้ได้เสวยราชสมบัติแล้วบ้านเมืองก็เป็นปกติเรียบร้อย ราษฎรมีความสุขเหมือนแต่ก่อน และพระเจ้านีมเคยฮ่องเต้นี้เป็นบุตรนางเทงปวดพระอัครมเหสี พระเจ้านีมเคยฮ่องเต้เสวยราชสมบัติได้แปดสิบปีสิ้นพระชนม์ ซือแสงบุตรพระเจ้านีมเคยฮ่องเต้ได้เป็นกษัตริย์ครองราชสมบัติได้หกสิบปีสิ้นพระชนม์ ซือเหมงบุตรพระเจ้าซือแสงฮ่องเต้ได้เป็นกษัตริย์ครองราชสมบัติได้สี่สิบเก้าปีสิ้นพระชนม์ ซือหงีบุตรพระเจ้าซือเหมงฮ่องเต้ได้เป็นกษัตริย์ครองราชสมบัติได้สี่สิบห้าปีสิ้นพระชนม์ ซือหลายบุตรพระเจ้าซือหงีฮ่องเต้ได้เป็นกษัตริย์ครองราชสมบัติได้สี่สิบแปดปีสิ้นพระชนม์ ซือลี้บุตรพระเจ้าซือหลายฮ่องเต้ได้เป็นกษัตริย์ครองราชสมบัติได้สี่สิบสามปีสิ้นพระชนม์ พระเจ้าซือลี้มีบุตรชื่อซือจัก ๆ มีบุตรชื่อซือเคียด ๆ มีบุตรชื่อยุฮวย ๆ ได้เป็นกษัตริย์ จึงทรงดำริว่าบ้านเมืองซึ่งเป็นของเดิมนั้นคับแคบนักหาสู้สบายพระทัยไม่ ครั้นรุ่งเช้าเสด็จออกว่าราชการพร้อมด้วยขุนนางเฝ้าอยู่ตามตำแหน่ง จึงรับสั่งว่าเราเห็นที่ตำบลคองซึงนั้นเป็นที่รโหฐานกว้างขวาง มีภูเขาและห้วยคลอง น้ำท่าอาหารผลไม้ก็บริบูรณ์กว่าตำบลที่อยู่นี้ เราคิดว่าจะไปสร้างเมืองอยู่ที่ตำบลคองซึงท่านทั้งปวงจะเห็นประการใด ขุนนางทูลว่าสุดแล้วแต่พระองค์จะชอบพระทัยเถิด พระเจ้ายุฮวยฮ่องเต้ก็ทรงพระโสมนัส จึงรับสั่งให้ช่างทั้งหลายไปสร้างเมืองตามพระราชประสงค์ ครั้นสร้างพระนครเสร็จแล้วพอเป็นวันดีมีฤกษ์ก็เสด็จออกจากพระราชวังไปประทับอยู่ที่เมืองคองซึงตามราชประเพณี และพระเจ้ายุฮวยฮ่องเต้องค์นี้พระทัยรวดเร็วนัก รับสั่งการสิ่งใดก็จะให้ได้การทันพระทัยที่พระประสงค์ การสิ่งใดไม่ได้ทันพระทัยแล้วก็ให้ฆ่าฟันเสียมีพระทัยดุร้าย แต่ฆ่าคนซึ่งมิได้มีความผิดเสียเป็นอันมาก จะประพฤติการสิ่งใดก็ผิดเยี่ยงอย่างธรรมเนียม ขุนนางผู้ใดที่เป็นตงฉินแล้ว ครั้นเห็นว่าพระเจ้ายุฮวยฮ่องเต้มิได้ตั้งอยู่ในยุติธรรมจึงทูลทัดทาน ก็รับสั่งให้ประหารชีวิตขุนนางผู้นั้นเสีย ตั้งแต่นั้นมาขุนนางทั้งปวงต่างคนต่างกลัวไม่อาจที่จะทูลทัดทานต่อไป ขุนนางและราษฎรได้ความเดือดร้อนนัก บรรดาหัวเมืองที่เป็นเมืองขึ้นอยู่แต่ก่อนนั้น ครั้นรู้ว่าในเมืองหลวงฮ่องเต้และขุนนางมิได้เป็นปกติก็แข็งเมืองขึ้นหลายเมือง

ฝ่ายซีอิ้วเชื้อพระวงศ์พระเจ้าเอี้ยมเต้สินล่งสีฮ่องเต้นั้นเป็นจูเฮ้าผู้รักษาเมืองซอกเต๊ก เป็นคนเรียนรู้พิชัยสงครามชำนาญในการวิชาต่าง ๆ และการทัพศึกก็ว่องไวในกระบวนรบมิได้กลัวเกรงผู้ใด มีใจกำเริบอาจหาญ แล้วทราบว่าราชสมบัตินั้นก็เป็นของพระวงศ์เดิมของตัว ซีอิ้วคิดอยากจะเป็นฮ่องเต้อยู่ในเมืองหลวง ครั้นจะคิดหักหาญแย่งชิงเอาราชสมบัตินั้นก็เห็นว่าตัวเป็นคนเล็กอยู่ อีกประการหนึ่งก็หามีพาหนะและอำนาจไม่ ครั้นทราบว่าพระเจ้ายุฮวยฮ่องเต้มิได้อยู่ในยุติธรรมก็สมดังจิตที่คิดไว้ว่าจะทำสงครามกับพระเจ้ายุฮวยฮ่องเต้ ซีอิ้วจึงเลือกจัดทหารที่มีฝีมือและกำลังมากได้สามหมื่น ครั้นได้ฤกษ์ก็ให้ยกกองทัพรบหักเข้ามาจนถึงเมืองคองซึง จึงให้คนใช้ถือหนังสือบอกรบเข้าไปในเมืองหลวง ขุนนางในเมืองทราบแล้วก็นำเอาความขึ้นกราบทูลพระเจ้ายุฮวยฮ่องเต้ว่าซีอิ้วเจ้าเมืองซอกเต๊กยกพลทหารมาเป็นอันมาก บรรดาหัวเมืองทั้งปวงก็ไม่มีผู้ใดจะต้านทานซีอิ้ว ๆ ตีหักเข้ามาถึงเมืองคองซึง แล้วให้คนใช้ถือหนังสือบอกรบท้าทายมาว่าจะชิงเอาราชสมบัติของพระองค์ให้จงได้ พระเจ้ายุฮวยฮ่องเต้ได้ทรงฟังขุนนางทูลนั้นก็ตกพระทัยพระเสโทไหลอาบพระพักตร์ จึงตรัสปรึกษาขุนนางทั้งปวงว่า ซีอิ้วเป็นคนทรยศคิดกบฏต่อเรา ท่านผู้ใดจะรับอาสาออกไปต่อสู้กับซีอิ้วได้บ้าง ขุนนางทั้งปวงก็มิได้กราบทูลประการใด

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ