- ปฐมบท
- คำอภิวันทนาการ (ในการพิมพ์ครั้งที่สาม)
- คำนำของผู้เขียน
- บทที่ ๑
- บทที่ ๒
- บทที่ ๓
- บทที่ ๔
- บทที่ ๕
- บทที่ ๖
- บทที่ ๗
- บทที่ ๘
- บทที่ ๙
- บทที่ ๑๐
- บทที่ ๑๑
- บทที่ ๑๒
- บทที่ ๑๓
- บทที่ ๑๔
- บทที่ ๑๕
- บทที่ ๑๖
- บทที่ ๑๗
- บทที่ ๑๘
- บทที่ ๑๙
- บทที่ ๒๐
- บทที่ ๒๑
- บทที่ ๒๒
- บทที่ ๒๓
- บทที่ ๒๔
- บทที่ ๒๕
- บทที่ ๒๖
- บทที่ ๒๗
- บทที่ ๒๘
- บทที่ ๒๙
- บทที่ ๓๐
- บทที่ ๓๑
- บทที่ ๓๒
- บทที่ ๓๓
- บทที่ ๓๔
บทที่ ๓๓
เพื่อจะตื่นแต่เช้าตรู่ รุ้งจึงเข้านอนแต่หัวค่ำและหลับได้เร็วดังใจ แล้วก็เริ่มฝัน
ในฝันนั้นว่าเขาได้กลับไปอยู่บ้านเดิมที่ลพบุรี ในกระท่อมซึ่งเป็นที่อาศัยของบิดามารดา บัดนี้ผู้ที่เข้าไปอาศัยมิใช่เพียงตัวของเขา แต่ยังมีภรรยาของเขาอีกด้วย เขากลับจากทำงานในนาพบภรรยายืนคอยต้อนรับอยู่ที่ประตูเรือน หล่อนเป็นชาวชนบท เขาจะได้รักใคร่กันมาแต่ครั้งไหนและแต่งงานกันอย่างไรไม่ปรากฏ เขามีบุตรกับหล่อนคนหนึ่งแล้วอายุประมาณ ๑ ขวบ ซึ่งบัดนี้หล่อนอุ้มอยู่ อายุของหล่อนประมาณ ๒๐ ปี อ่อนการศึกษาและไม่สวย เขาไม่รักหล่อน แต่เขาแต่งงานกับหล่อนก็เพราะหล่อนรักเขา
เขาจูบบุตรน้อยในอ้อมแขนของหล่อน บุตรแหงนหน้าขึ้นหัวเราะ และเรียกเขาว่า “บอ”
เขากำลังจะจูบหล่อนแต่ยับยั้งเสีย เพราะรูปโฉมของหล่อนไม่ติดตาต้องใจเขาเสียเลย
หล่อนสงสัยในกิริยาของเขา “หมดรักฉันเสียแล้วหรือจ๊ะ?” หล่อนถาม แล้วก็เขย่งเท้าขึ้นมาจูบเขาที่แก้มอย่างขลาดๆ
เขาจูงมือหล่อนเข้าไปในห้องเล็กๆ ซึ่งรกรุงรังด้วยเครื่องมือและหลอดแก้วสำหรับใช้ในการทดลองทางชีววิทยา หล่อนนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง ส่วนเขายังยืนอยู่ มองดูหล่อนอย่างใจลอย
“ทำไมหน้าตาพี่จึงดูเศร้าไปล่ะจ๊ะ?” หล่อนถามพลางจับมือของเขามาบีบเบาๆ อย่างใคร่จะเตือนให้รู้ว่าหล่อนเป็นยอดมิตรของเขา
“ฉันไม่สบายใจ” เขาสารภาพ
“นั่นแน่! พี่รักผู้หญิงอื่นละซี ฉันรู้แล้วว่ามีผู้หญิงอื่นที่พี่รักมากกว่าฉัน”
เขาบอกหล่อนว่าเขารักผู้หญิงอื่นจริง แต่หล่อนไม่ควรเอาใจใส่ เพราะความรักเป็นของเหลวไหล ไม่มีตัวตนให้จับต้อง ไม่มีใครนับถือความรักว่าเป็นความสำคัญในชีวิต แต่หล่อนไม่ฟังคำอธิบายของเขา แล้วเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น ประดุจรู้สึกปวดร้าวในใจอย่างสาหัส
เขาตื่นขึ้น รู้สึกเศร้าใจและใจเหี่ยวแห้ง เขาดูนาฬิกา เห็นเวลาเพียงล่วงยี่สิบสี่นาฬิกา เขาดื่มน้ำเย็นหนึ่งแก้วแล้วก็หลับต่อไป และความฝันเรื่องที่สองก็เกิดขึ้น
ความฝันนั้นว่า เขามาอยู่ในห้องโถงของบ้านใหญ่อันจัดไว้สำหรับงานพิธีอย่างใดอย่างหนึ่ง ตัวเขาเองแต่งกายโอ่อ่าด้วยเครื่องแบบข้าราชการพลเรือน และมีคนอื่นอีกมากหลาย ล้วนแต่งกายเรียบร้อยในเครื่องแบบพลเรือนและทหารเหล่าต่างๆ เขาพยายามนึกว่าที่บ้านนี้มีงานอะไร แต่นึกไม่ออก
“ที่นี่มีงานอะไรครับ?” เขาถามนายทหารผู้หนึ่ง
ผู้ถูกถามมองดูเขาด้วยความประหลาดใจ “ทำไมถามอย่างนั้นล่ะครับ? ก็งานแต่งงานของคุณน่ะซีครับ”
“ผมน่ะรึแต่งงาน?” รุ้งกล่าวด้วยความฉงน ทันทีนั้นสุภาพบุรุษพลเรือนอีกผู้หนึ่งเข้ามาบอกด้วยกิริยานอบน้อมว่าเจ้าสาวของเขาคอยอยู่ในห้องรดน้ำ
รุ้งเดินไปยังห้องที่สุภาพบุรุษนั้นชี้ให้ด้วยอาการงงงวย หญิงสาวผู้หนึ่งแต่งกายหรูตามแบบไทยสมัยปลายรัชกาลที่ ๕ ประดับเพชราภรณ์อันส่อว่าเป็นเจ้าสาวกำลังยืนอยู่คนเดียว ณ กลางห้องอันตกแต่งไว้ดีด้วยฉาก ม่านและดอกไม้ เสียงฝีเท้าของเขาทำให้เธอหันหน้ามา แล้วถลาแล่นเข้ามาหาเขา เขาร้องเรียกชื่อเธอขึ้นเต็มเสียงด้วยความดีใจจนลืมตัว แล้วกอดเธอไว้ ประหลาดใจที่เขามิได้ประหม่าตื่นกลัวเธอตั้งแต่ก่อน
“แหม! รุ้งขา” เธอพูด ศีรษะพิงอยู่กับไหล่ของเขา “ดิฉันมองหาคุณทั่วทุกหนทุกแห่ง คุณหายไปไหนมาคะ? อย่าทิ้งดิฉันไปอีกนะ เดี๋ยวนี้เราก็ได้แต่งงานกันแล้ว ดิฉันจะไม่ยอมให้คุณพลัดพรากไปจากดิฉันอีก”
เขามองดูเธอด้วยพะวงสงสัย “คุณพูดว่ากระไรนะ อุไรวรรณ? เราแต่งงานกันแล้วจริงๆ หรือนี่?”
“ทำไมจะไม่จริงล่ะคะ? เมื่อสักครู่นี้เองและในห้องนี้ทีเดียว ในหลวงได้เสด็จมาพระราชทานน้ำสังข์ในการแต่งงานของเรา พระองค์ทรงเป็นเจ้าภาพในงานนี้เสียด้วยซ้ำ”
“แหม นี่มันคล้ายกับความฝัน” รุ้งเอ่ยวาจาแล้วเหลียวมองรอบตัว แล้วมองดูที่ดวงตาของเจ้าสาว “บอกพี่ตรงๆ เถอะอุไรวรรณ ตามความจริงน่ะ เธอแต่งงานกับใคร?”
“ก็ใครล่ะคะที่ดิฉันรัก?”
“แต่เธอเคยพูดว่าจะไม่เอาความรักมาคำนึงในการแต่งงาน”
“ดิฉันรับผิดแล้ว ชีวิตจะแห้งแล้งไม่มีความสุขเลยจริงไหมคะ? ถ้าไม่มีความรัก”
เขาโอบรัดกายอันอ้อนแอ้นอรชร จูบเธอที่แก้ม แล้วพึมพำว่าเขาปรารถนาเธอมานานนักหนาแล้ว
“แต่เรื่องนี้มันเป็นความจริงแน่ละหรือ?” เขาย้อนถาม “นี่เธอเป็นภรรยาพี่จริงๆ หรือ?”
เธอหัวเราะเพราะพริ้ง “ดิฉันจะให้พี่แตะต้องอย่างนี้ได้หรือคะ? ถ้าไม่เป็นความจริง”
เขาหัวเราะ แล้วจูบเธอที่ริมฝีปาก
“แต่นี่มันดีเกินไปจนเชื่อไม่ได้ว่าจริง” เขาพูดขึ้นอีก “พี่ยังสงสัยว่าเธอและใครๆ พากันล้อพี่เล่น หรือมิฉะนั้นพี่อาจกำลังฝันไป ลองหยิกพี่ดูสักทีหรืออุไรวรรณ เพื่อที่จะได้ตื่นถ้าเรื่องเหล่านี้เป็นเพียงความฝัน”
เธอหยิกเขาที่แขน
“เรามิใช่กำลังฝันอยู่แน่แล้ว” เขาบอกเธอ “เออแน่ะ ช่างวิเศษแท้ที่เราได้แต่งงานกัน พี่มีความสุขเหลือเกินละอุไรวรรณ” แล้วเขาก็กอดเธอแน่นกว่าเดิม และจูบเธอหนักหน่วง แสนจะชื่นใจ และเธอหัวเราะเบาๆ ชอบใจที่รู้ได้ด้วยการจูบนั้นว่าเขารักเธอ
เขาตื่น