เล่มที่ ๓๗

๏ เมื่อนั้น องค์ศรีปัตหราทั้งสี่
เสด็จออกหมู่มุขมนตรี พร้อมเหล่าเสนีทั้งสี่เมือง
อีกทั้งโอรสแลนัดดา เข้ามาเฝ้าแหนอยู่แน่นเนื่อง
ทรงดำรัสจัดงานการบ้านเมือง ทรงว่าความตามเรื่องกฎหมายมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ระตูประมอตันท้าวหมันหยา
หมอบเฝ้าคอยจ้องทั้งสองรา จะทูลลากลับไปให้พร้อมกัน
พอเป็นทีมีรับสั่งตรัสถาม จึงทูลตามใจคิดประดิษฐ์สรร
ข้าบาทขอถวายบังคมคัล คืนไปเขตขัณฑ์เวียงชัย ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สี่กษัตริย์ปัตหราเป็นใหญ่
ได้ฟังสองระตูภูวไนย ทูลลาว่าจะไปธานี
จึงมีพระบัญชาประกาศิต เราขอบจิตท่านทั้งสองศรี
มาช่วยการวิวาห์ครานี้ จงกลับไปบุรีอย่ามีภัย
อุตส่าห์สร้างกุศลขวนขวาย วัดวาบุบสลายทำเสียใหม่
จะได้เป็นเกียรติยศสืบไป ราษฎรจักได้พึ่งพา
จึงดำรัสตรัสสั่งคลังวิเศษ ไปรับของในนิเวศน์แพรผ้า
เราจัดไว้ว่าจะให้เจ้าพารา ไปเรียกเอาออกมาบัดเดี๋ยวนี้ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ชาวคลังรับสั่งใส่เกศี
ถวายบังคมคัลอัญชลี แล้วตรงไปยังที่ประตูทอง
จึงร้องเรียกเข้าไปใครอยู่นั่น พระทรงธรรม์ตรัสใช้ให้เอาของ
ชาวคลังข้างในขนมากอง ผ้ายกครุยกรองของดีดี
ลายวิลาดชาดสุหรัดจัดออกมา มีทั้งผ้าลายอย่างต่างสี
ขนมามากมายหลายกุลี ทั้งแพรสีต่างต่างอย่างเมืองบน
พวกขุนหมื่นชาวคลังนั่งตรวจตรา เรียกกันเข้ามาพากันขน
แบกมาเต็มทีสี่ห้าคน ขึ้นบนพระโรงรัตน์ชัชวาล ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สี่กษัตริย์ปัตหรามหาศาล
จึงตรัสสั่งชาวคลังพนักงาน ให้ประทานสองระตูผู้ภักดี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น สองระตูปรีดิ์เปรมเกษมศรี
ต่างคำนับรับของด้วยยินดี แล้วจึงมีมธุรสพจมาน
แก่ระเด่นมนตรีมีศักดิ์ ด้วยข้าจักไปนิเวศน์เขตสถาน
ประมอตันนั้นฝากเยาวมาลย์ บุษบานงคราญคือดวงใจ
ท้าวหมันหยาฝากราชธิดา คือระเด่นจินตะหราศรีใส
ถ้าผิดพลั้งครั้งเดียวจงอภัย พระองค์จงได้ปรานี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีเรืองศรี
ฟังสองประหมันนั้นพาที ภูมีจึงตอบวาจา
สององค์อย่าทรงพระวิตก จงยกไว้ให้เป็นธุระข้า
อันพระน้องสองศรีดวงสุดา ดังหนึ่งนัยนาชีวาลัย
ถึงผิดชอบหนักเบาจะเฝ้าสอน มิให้นางอนาทรหม่นไหม้
สองพระองค์จงเสด็จคลาไคล กลับไปพาราให้สำราญ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์ศรีปัตหรามหาศาล
จึงสั่งเหล่าเจ้าจอมหม่อมอยู่งาน ไปหาสองนงคราญขึ้นมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สองนางต่างรับสั่งใส่เกศา
คลานคล้อยถอยหลังบังคมลา รีบมาตำหนักนางแยกทางไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ชุบ

๏ ต่างคนขึ้นบนชานตำหนัก เห็นนงลักษณ์หมอบก้มบังคมไหว้
จึงทูลว่าพระองค์ทรงภพไตร รับสั่งใช้ให้มาเชิญไปบัดนี้ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น จินตะหราบุษบามารศรี
ต่างองค์ทรงแจ้งแห่งคดี เทวีทรงเครื่องเรืองระยับ
พนักงานเครื่องอานพานสลา ยกมาเตรียมเสด็จอยู่เสร็จสรรพ
พวกข้าหลวงน้อยน้อยคอยคั่งคับ จินตะหรามารับบุษบา
สองนางต่างทรงรองพระบาท ยุรยาตรนาดกรซ้ายขวา
ข้าหลวงเชิญพระกลดรจนา โขลนจ่าห้ามคนถนนใน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงซึ่งท้องพระโรงรัตน์ บังคมสี่กษัตริย์เป็นใหญ่
หมอบเรียงเคียงกันเป็นหลั่นไป คอยฟังภูวไนยจะบัญชา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจอมภพกุเรปันอสัญหยา
จึงดำรัสตรัสสั่งทั้งสองรา จงไปหาบิดาจะคลาไคล ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สองนางต่างบังคมประนมไหว้
เปิดม่านคลายผจงตรงออกไป อรไทบังคมประนมกร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สองระตูครั้นเห็นสองสมร
จึงตรัสด้วยวาจาอันสุนทร ดูก่อนนงเยาว์เราจะลา
เจ้าอยู่หลังตั้งจิตคิดให้ชอบ ต้องระบบคำบุราณเหมือนท่านว่า
อย่าหวงหึงขึ้งขัดต่อภัสดา ให้รักเพื่อนภรรยายิ่งกว่าตัว
ก็จะมีความสุขสืบไป ทั้งบิดาก็จะไม่มีความชั่ว
จงคิดยำเยงเกรงกลัว ถ่อมตัวจงรักภักดี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ระเด่นทั้งสองหมองศรี
กอดบาทบิตุรงค์ทรงโศกี เทวีครวญคร่ำร่ำไร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

โอ้ปี่

๏ จินตะหราว่าโอ้พระทรงเดช ได้ปกเกศเลี้ยงดูอยู่จนใหญ่
ไม่เคยพรากจากข้ามาแต่ไร กรรมใดได้ทำจึงจำเป็น
บุษบาว่าโอ้พระทรงศักดิ์ แต่ลูกรักจากบิดาพึ่งมาเห็น
ได้บังคมก้มเกล้าอยู่เช้าเย็น จะว่างเว้นเปล่าจิตคิดไม่วาย
จินตะหราทูลว่านิจจาเอ๋ย แต่ก่อนเคยเฝ้าบาทไม่ขาดสาย
ทั้งเช้าเย็นเป็นสุขสนุกสบาย โฉมฉายครวญคร่ำรำพันไป
บุษบาถอนจิตคิดอนาถ ต้องนิราศทุกข์ทนหม่นไหม้
ทั้งสององค์ต่างทรงโศกาลัย ครวญคร่ำร่ำไรไปมา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ โอด

ร่าย

๏ เมื่อนั้น องค์ท้าวประมอตันหมันหยา
ต่างองค์ทรงปลอบธิดา เจ้าอย่าโศกาอาวรณ์
ถึงต่อพ่อจากไปก็ไว้รัก นงลักษณ์จงจำที่ร่ำสอน
บิดาจะลาไปนคร ดวงสมรค่อยอยู่สวัสดี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น จินตะหราบุษบามารศรี
ถวายบังคมคัลอัญชลี ทั้งองค์ศรีปัตหราแล้วคลาไคล ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สี่กษัตริย์ปัตหราเป็นใหญ่
ครั้นเพลาห้าโมงก็ครรไล เสด็จคืนเข้าไปในวัง ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ เมื่อนั้น สองระตูชื่นชมสมหวัง
ต่างเสด็จคลาไคลไม่หยุดยั้ง ไปยังมนเทียรที่ประทับ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ จึงสั่งดะหมังเสนี จงตรวจเตรียมโยธีให้เสร็จสรรพ
พวกเราที่จะไปให้กำชับ ที่โจทก์จับหนีหลบไม่พบตัว
เร่งให้ตามติดคิดค้นคว้า โรงละครบ่อนนายตราหาให้ทั่ว
แต่ไก่ขันบอกกันให้เตรียมตัว เช้ามืดขมุกขมัวเราจะไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ดะหมังบังคมประนมไหว้
รับพระบัญชาแล้วคลาไคล ออกไปจัดกระบวนใช้ถ้วนครบ
ดะหมังสองนั่งมองดูบาญชี ตามมีรายคนไปจนจบ
ทั้งเลกสมขอเฝ้าเข้าสมทบ หนีหลบมีอยู่ทุกหมู่กรม
ให้นายมุลขุนหมื่นเที่ยวตามหา บ้างปะตัวไม่มาคว้าผ้าห่ม
ผูกคออะเอะเตะเอาล้ม โคลนตมท่วมตัวหัวดังเงาะ
พวกเมืองประมอตันนั้นพานเก่ง เที่ยวตามซอกตรอกสำเพ็งริมวัดเกาะ
ปะพวกหญิงยียวนชวนหัวเราะ แย่งเพลาะชักชิงวิ่งเข้าโรง
พวกผู้ชายวายวุ่นอึงคะนึง โกรธขึ้งชี้หน้าด่าโผง
ที่ใจชั่วกลัวผู้หญิงวิ่งตะโพง ที่โป้งโหยงเกะกะจะร้องฟ้อง
พวกท้าวหมันหยามามาก ปะบ่าวฉุดกระชากลากลงถอง
จับได้ครบตัวทั่วทุกกอง ทั้งสองดะหมังนั่งตรวจตรา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ เจรจา

ยานี

๏ จัดกระบวนนั่งริ้วเป็นทิวแถว ล้วนแล้วแต่งตัวโอ่อ่า
ถือธนูหน้าไม้ปืนยา กองหน้าถือธงลงยันต์
ทั้งสองเมืองเนืองแน่นตามถนน สารวัดจัดพหลพลขันธ์
ให้สีเสื้อสีธงเดินตรงกัน ดูเป็นหลั่นคั่นสลับซับซ้อน
ชาวเมืองหมันหยามาจัดรถ พร้อมหมดเรียงรายปลายสลอน
ประมอตันนั้นผูกกุญชร คอยท้าวเจ้านครทั้งสององค์ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

ร่าย

๏ เมื่อนั้น สองระตูตื่นแต่เช้าเข้าที่สรง
ลูบไล้สุคนธาอ่าองค์ ต่างทรงเครื่องประดับสำหรับกาย
ชาวประไหมสุหรีมีศักดิ์ ลงจากตำหนักแล้วผันผาย
ขึ้นเกยสุวรรณพรรณราย พร้อมพหลพลนิกายถวายกร
ต่างองค์ทรงรถคชสาร ทวยหาญขานโห่ออกกระฉ่อน
เคลื่อนคชาม้ารถบทจร จากนครกาหลังทั้งสองกอง ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ กราว

๏ เดินกระบวนด่วนตะบึงถึงทางแยก พลขันธ์นั้นแตกออกเป็นสอง
ต่างองค์ตรงไปดังใจปอง ฆ้องกลองก้องดังสังข์แตร
ต่างชมนกไม้มาในป่า บ้างบินมาให้เสียงสำเนียงแซ่
บ้างฟักไข่ไซ้ขนบนต้นแค ที่ลูกน้อยคอยแม่ไปหากิน
แรมร้อนผ่อนพักตำหนักไพร ล่วงเข้าไปในด่านถึงบ้านถิ่น
สารวัดรัดเร่งราวกับบิน ตรงเข้านครินทั้งสององค์ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ ลงเกยเลยขึ้นปราสาทศรี ชวนประไหมสุหรีนวลหง
เข้าห้องสุวรรณบรรจง ต่างองค์สุขเกษมเปรมปรา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ช้า

๏ เมื่อนั้น สี่พระองค์วงศ์อสัญแดหวา
เสด็จออกหมู่มุขมาตยา พร้อมมหาเสนีสี่นคร
ทั้งโอรสนัดดาเข้ามาเฝ้า ก้มเกล้าพระทรงฤทธิ์อดิศร
มิได้เงยแหงนดูพระภูธร ชุลีกรหมอบเรียงเคียงกัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

ร่าย

๏ ฝ่ายท้าวกุเรปันเชษฐา ทั้งองค์ท้าดาหานราสรรค์
จึงตรัสแก่อนุชากาหลังนั้น พี่ละนิเวศน์เขตขัณฑ์มาช้านาน
ทั้งพระน้องสิงหัดส่าหรี จะคืนไปบุรีราชฐาน
เจ้าค่อยอยู่เวียงชัยให้สำราญ โรไคภัยพาลอย่ายายี
ตรัสพลางทางสั่งตำมะหงง ท่านจงจัดพหลพลทั้งสี่
จะกลับไปนัคราธานี ให้พร้อมกันวันนี้อย่าได้ช้า ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ตำมะหงงรับสั่งใส่เกศา
ทั้งสามคนต่างตนออกมา นั่งที่ศาลากรมวัง ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

ยานี

๏ จัดทหารสามกองเป็นถ่องแถว ล้วนแล้วถือสาตราทั้งหน้าหลัง
กรมช้างผูกช้างพลายพัง คับคั่งตั้งตามสนามใน
กรมม้าผูกพาชีชาญ เบาะอานสองหูพู่ไหว
ขุนรถผูกรถมาเตรียมไว้ คอยเสด็จท้าวไทจะไคลคลา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

ร่าย

๏ เมื่อนั้น องค์ท้าวกุเรปันอสัญหยา
จึงชวนสองพระอนุชา เสด็จมาสรงสนานสำราญสกนธ์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

โทน

๏ ต่างองค์สรงสหัสขัดสี วารีเย็นฉ่ำดังน้ำฝน
พนักงานถวายพานพระสุคนธ์ ปรุงปนนพคุณหนุนเนื้อ
พระสอดทรงสนับเพลาเพราผจง ฉลององค์ชั้นในใส่กันเหื่อ
ชั้นนอกดอกกระจายลายเครือ เรียกว่าเสื้อทรงประพาสตาดปักกรอง
ห้อยหน้าผ้าทิพขลิบสุวรรณ รัดพระองค์ทรงกระสันเป็นลายสอง
ปั้นเหน่งแก้วแวววับจับสีทอง ฉลักฉลุปรุช่องลงยา
ต่างองค์สอดทรงสังวาลวรรณ ทับทรวงดวงกุดั่นมีค่า
ทองกรฝังพลอยพร้อยเพราตา ทรงชฎาห้ายอดสอดสายรัด
กรรเจียกจรงอนงามอร่ามแวว ล้วนแล้วฝังเพชรเตร็จตรัส
ห้อยอุบะตันหยงทรงทัด สามกษัตริย์ประทับแท่นบัลลังก์ ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

ร่าย

๏ ฝ่ายท้าวกุเรปันนาถา ตรัสแก่อนุชากาหลัง
พี่จะไปเจ้าจะอยู่เวียงวัง ขอฝากฝังกะหรัดตะปาตี
ถ้าผิดพลั้งสั่งสอนเอาเถิดเจ้า อย่าว่าเราเขาเฝ้าจู้จี้
ทำผิดคิดไม่ต้องประเวณี ทุบตีเอาเถิดตามชอบใจ
ต่างองค์สั่งเสียละเหี่ยละห้อย บ้างเศร้าสร้อยทุกข์ทนหม่นไหม้
สั่งเสร็จเสด็จคลาไคล ท้าวกาหลังตามไปส่งพลัน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เสมอ

๏ ขึ้นเกยสุวรรณบรรจง ต่างองค์ทรงรถเฉิดฉัน
องค์ระเด่นมนตรีกุเรปัน เป็นทัพหน้าทรงธรรม์พระบิดา
องค์ระเด่นสียะตรายาจิต เป็นทัพหน้าทรงฤทธิ์ท้าวดาหา
สุหรานากงทรงศักดา เป็นทัพหน้าท้าวสิงหัดส่าหรีไป
อันพระมเหสีสามนคร ทรงรถแอกอ่อนงอนไสว
ท้าวกาหลังทรงคานหามตามไป ส่งเสด็จท้าวไทให้พ้นเมือง ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ กลองโยน

โทน

๏ รถเอยราชรถทรง แอกอ่อนงอนระหงธงสีเหลือง
กาบเก็จเพชรวามอร่ามเรือง รักร้อยห้อยเฟื่องประเทืองตา
กระจังรายรอบเรียงเรือนรถ มรกตแก้วมณีมีค่า
สารถีขี่ขับอาชา โพกผ้าพันตะบิดถือกริชกราย
เครื่องสูงสองข้างกลางพระแสง กลองชนะทาแดงตะแบงสาย
สังข์แตรแซ่เสียงเรียงราย คับคั่งดังสายชลธี
ท้าวกาหลังหยุดยั้งเพียงประตู แลดูรถรัตน์หัตถี
ส่งเสร็จเสด็จกลับเข้าธานี สามกษัตริย์รัดรี้พลไป ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

ร่าย

๏ ล่วงแดนพารามาวันหนึ่ง ลุถึงป่ากว้างหนทางใหญ่
เป็นสามแพร่งแย่งแยกแตกกันไป จึงสั่งให้หยุดยั้งตั้งพลับพลา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายเจ้าพนักงานพร้อมหน้า
จึงใช้ไพร่ให้ไปตัดไม้มา บ้างถางหญ้าขุดหลุมรุมประดัง
บ้างเจาะเสาเกลาฝาผ่ากลอน สามนครปลูกเสร็จสิบเอ็ดหลัง
ดาดเพดานม่านราวพวกชาววัง มาแต่งตั้งตามเคยไม่เลยละ
มีประตูเข้าออกนอกใน ตำรวจใหญ่ปลูกทิมที่ริมสระ
พวกล้อมวังดั้งทองกลองชนะ เกณฑ์กะนั่งยามตามไต้ไฟ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น สามกษัตริย์ปัตหราเป็นใหญ่
ชวนโอรสนัดดายาใจ มเหสีท้าวไททั้งนั้น
ขึ้นสู่สุวรรณพลับพลา ต่างองค์สนทนาแล้วโศกศัลย์
ด้วยจะต้องพลัดพรากจากกัน ครวญคร่ำรำพันไปมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

โอ้ปี่

๏ บุษบาว่าโอ้พระทรงศักดิ์ แต่ลูกรักจากสถานนานนักหนา
พึ่งได้พบพระบิดรมารดา กลับจะมาพลัดไปให้ได้ทุกข์
วิยะดาทูลว่ามารดาเจ้า จะโศกเศร้าเปล่าใจไม่มีสุข
กรรมใดมามีกลียุค ให้เฉินฉุกเริศร้างห่างกัน
ร่ำพลางนางทรงกันแสงไห้ สาวสนมกรมในพลอยโศกศัลย์
มเหสีทั้งสามเมืองนั้น ก็ชวนกันโศกาอาดูร ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ โอด

ร่าย

๏ เมื่อนั้น สามกษัตริย์ปัตหรานเรนทร์สูร
ตรัสตระโบมโลมเล้าเป็นเค้ามูล จากไปก็ไม่สูญไปทีเดียว
จะมานั่งโศกาไปว่าไร ให้ทุกข์ทนหม่นไหม้ใจแห้งเหี่ยว
ลูกผู้หญิงว่ายากลำบากเจียว พระเลยเลี้ยวสั่งมหาเสนาใน
เพลาค่ำวันนี้ตีสิบเอ็ด จัดให้เสร็จอย่าให้ทันอุทัยไข
สามกองจะต้องแยกแตกออกไป ตั้งกระบวนเสียใหม่ในบัดนี้ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น เสนารับสั่งใส่เกศี
ออกมากะเกณฑ์กันทันที ตามมีพระราชบัญชา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น สามพระองค์วงศ์อสัญแดหวา
ครั้นอุทัยไขส่องท้องฟ้า เสด็จมาสรงสนานสำราญกาย
ต่างองค์ทรงเครื่องเรืองระยับ กรจับกริชแก้วแล้วผันผาย
ขึ้นทรงรถสุวรรณพรรณราย พลนิกายสามกองโห่ร้องเกรียว
ต่างแยกมรคาคลาไคล ไปในป่ากว้างทางเปลี่ยว
สารวัดตรวจทั่วตัวเป็นเกลียว ธงเทียวโบกสะบัดเร่งรัดไป ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ สามทัพยับยั้งมาหลายวัน เข้าขอบเขตเขื่อนขัณฑ์กรุงใหญ่
สารถีขี่ขับรถท้าวไท ประทับกับเกยชัยหน้าพระลาน
เสด็จลงจากรถบทจร พลนิกรเหล่าขุนนางต่างไปบ้าน
มเหสีสาวสนมนงคราญ ตามเสด็จภูบาลเข้าในวัง ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

https://vajirayana.org/system/files/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2_264950.pdf
สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ