เล่มที่ ๓๕

ช้า

๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีเรืองศรี
ตั้งแต่เสร็จการวิวาห์ในธานี ภูมีสุขเกษมเปรมใจ
ด้วยพระมเหสีทั้งเก้าองค์ ฝูงอนงค์กำนัลน้อยใหญ่
แต่ระเด่นจินตะหราทรามวัย นางมิได้มาเฝ้าสักเวลา
พระแจ้งใจในนางโฉมตรู ยังเคืองข้องแค้นอยู่นั้นหนักหนา
จำจะไปไกล่เกลี่ยพูดจา ให้หายโกรธาเสียสักที ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ คิดพลางทางตรัสแก่บุษบา พี่จะลาแก้วตามารศรี
ไปหาจินตะหราวาตี เทวีอย่าระคางหมางใจ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น บุษบาค้อนขัดอัชฌาสัย
มาบอกความใครห้ามมิให้ไป จะแกล้งให้เขาว่านินทากัน
น้องนี้เจียมตนเป็นพ้นคิด ที่จริงจิตอยากจะใคร่ให้ผายผัน
เชิญเสด็จภูธรจรจรัล ทรงธรรม์อย่าถวิลกินใจ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีชอบอัชฌาสัย
พระโลมลูบปฤษฎางค์นางทรามวัย เจ้าดวงใจของพี่ผู้ยอดรัก
ตรัสพลางทางทรงเครื่องหอม แพรย้อมมะเกลือดำร่ำหนัก
หอมตรลบอบองค์ทรงสะพัก เสด็จตรงมาตำหนักกัลยา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ เข้าห้องสุวรรณชั้นใน นั่งบนเตียงเคียงไหล่จินตะหรา
จึงกล่าวเกลี้ยงเลี่ยงตอบวนิดา ด้วยสุนทรวอนว่าให้อาลัย ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ชาตรี

๏ ดวงเอยดวงสมร อย่าเคืองค้อนแค้นจิตคิดสงสัย
ด้วยตัวพี่มีกรรมจึงจำไกล อรไทอย่าระคางหมางเมิน
พี่ตั้งจิตคิดมาหาน้อง อย่าขุ่นข้องแค้นระคางให้ค้างเขิน
ตรัสพลางสัพยอกหยอกเอิน อย่าสะเทินเหินห่างอยู่อย่างนั้น
พระกรกอดสอดรัดกระหวัดไว้ นางปัดกรค้อนให้แล้วผินผัน
พระปราศรัยไขว่คว้าเป็นเชิงชั้น ทรงธรรม์วอนว่าให้อาลัย

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น จินตะหราแค้นขัดอัชฌาสัย
มิได้ตอบพจมานประการใด นางเมินพักตร์ผลักไสไม่ไยดี

ฯ ๒ คำ ฯ

โลม

๏ สุดเอยสุดสวาท นุชนาฏไม่เห็นหัวอกพี่
รักเจ้าเท่าเทียมดวงชีวี จงปรานีพี่บ้างนางน้องรัก
ตรัสพลางลูบไล้ไขว่คว้า อุยหน่าหยิกเจ็บเล็บจะหัก
ว่าไม่ฟังจริงจริงเจียวนงลักษณ์ นี้ก็หักมือไม้ให้ร้องอึง ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น จินตะหรายังพิโรธโกรธขึ้ง
คอยสะบัดปัดกรกระบอนกระบึง หยิกทึ้งข่วนซ้ำทำท่วงที ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีเรืองศรี
เห็นนางแค้นขัดตัดไมตรี ไม่มีเมตตาอาลัย
จะไค้แคะและเล็มเห็นเต็มติด จนจิตคิดขัดอัชฌาสัย
จะนั่งนิ่งเนิ่นนานรำคาญใจ ภูวไนยเสด็จกลับมาฉับพลัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงมนเทียรที่สถาน อันโอฬารพรรณรายฉายฉัน
เข้าห้องบุษบาลาวัณย์ ทรงธรรม์สุขเกษมเปรมปรีดิ์
อยู่อยู่แล้วก็จู่ไคลคลา ไปหาจินตะหรามารศรี
เป็นหลายครั้งตั้งใจไม่ไยดี ภูมีเคืองพระทัยไม่จรจรัล ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ระเด่นบุษบาสาวสวรรค์
ครั้นรุ่งรางสร่างศรีรวิวรรณ แสงจันทร์ลับพื้นอัมพร
จึงสระสรงทรงเครื่องอำไพ งามวิไลดังเทพอัปสร
พร้อมด้วยฝูงอนงค์นิกร บทจรขึ้นเฝ้าพระชนนี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงสุวรรณปราสาท อันโอภาสจำรัสรัศมี
ยอกรถวายอัญชลี ด้วยความยินดีปรีดา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางประไหมสุหรีดาหา
เห็นราชบุตรีขึ้นมา กัลยาจึงตรัสไปทันใด
เป็นไฉนอะหนะบุษบา จะพลอยให้ขายหน้าเขาว่าได้
หนักเบาเจ้าก็รู้อยู่เต็มใจ ช่างนิ่งเสียได้ไม่เจรจา
จะเตือนอิเหนาก็เป็นไร ให้ไปหาระเด่นจินตะหรา
เมื่อทิ้งเสียมิได้ไปมา จะให้เขานินทาเป็นราคี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ระเด่นบุษบามารศรี
ชลเนตรคลอเนตรนางเทวี จึงชลีกรสนองไปทันใด
ลูกได้ทูลเตือนเป็นหลายครั้ง กะกังเคืองขัดอัชฌาสัย
เมื่อพระไม่เสด็จคลาไคล ก็จนใจเป็นพ้นคณนา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์ประไหมสุหรีดาหา
จึงตอบอะหนะบุษบา ช่างว่าฉันใดดังนี้
ไม่รู้หรือว่าผัวของเขา จะชิงเอาไว้ได้ไม่บัดสี
เสียชาติเสียวงศ์พงศ์พี เสียศักดิ์ไม่มีความอาย ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ระเด่นบุษบาโฉมฉาย
น้อยใจชลนัยน์ฟูมฟาย นางถวายบังคมคลาไคล
เดินตรงเข้าห้องไสยา ชลนาแถวถั่งหลั่งไหล
ไม่ควรเป็นหรือมาเป็นเช่นนี้ไป นางพิไรครวญคร่ำร่ำโศกี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีเรืองศรี
ไม่สบายมาหลายราตรี วันนั้นภูมีลีลา
ไปหากันจะหนาดวงสมร จนทินกรเลื่อนลับพฤกษา
ราตรีเข้าที่นิทรา ด้วยองค์วนิดาเยาวมาลย์ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ กล่อม

๏ แต่คลึงเคล้าเฝ้าชมสมสอง จนอุทัยไขส่องฉายฉาน
จึงสระสรงทรงเครื่องอลงการ ภูบาลตรัสสั่งกัลยา
พี่จะเข้าไปเฝ้าพระชนนี องค์ประไหมสุหรีดาหา
สั่งเสร็จพระเสด็จไคลคลา เข้ามายังปราสาทรูจี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงจึงถวายอภิวาท แทบบาทองค์ประไหมสุหรี
เฝ้าอยู่กลางอนงค์นารี ภูมีไม่ว่าประการใด ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์ประไหมสุหรีศรีใส
เห็นอิเหนามาเฝ้าก็เคืองใจ อรไทจึงมีวาจา
ดูก่อนนัดดาช่างทำได้ เหตุใดตัดรักจินตะหรา
หลงอยู่มิได้ไปมา จะให้เป็นฉันทาราคี
เขาจะว่าบุษบานี้แสนชั่ว หวงผัวเขาไว้ไม่บัดสี
ซึ่งเจ้าทิ้งเขาเสียดังนี้ จินตะหราวาตีจะน้อยใจ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีบังคมไหว้
จึงทูลสนองไปทันใด พระชนนีจงได้เมตตา
อันนางจินตะหรานงลักษณ์ ลูกรักก็ได้ไปหา
นางตัดเยื่อใยไม่เจรจา แต่พักตราจะดูก็ไม่มี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น โฉมยงองค์ประไหมสุหรี
จึงตรัสตอบอิเหนาไปทันที เจ้านี้เห็นชายจะดีครัน
เขาจึงดูหน้าไม่พาที ต่อจะมีสิ่งขัดเป็นข้อขัน
แต่นี้ไปแม้นไม่จรจรัล งอนง้อนางนั้นให้ไยดี
ก็จะพรากบุษบาลาวัณย์ มิให้เห็นหน้ากันทั้งสองศรี
ครั้นมิว่าโดยธรรม์ประเพณี ข้างนี้ลูกนั่นก็หลานรัก ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีมีศักดิ์
ได้ฟังเร่าร้อนฤทัยนัก ก้มพักตร์ไม่ตอบพระวาจา
ทั้งรักทั้งเกรงเป็นสุดคิด ทั้งผิดใหญ่หลวงเป็นหนักหนา
จึงยอกรประนมบังคมลา มายังบุษบานารี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ นั่งลงแล้วเล่าความใน ตามคำองค์ประไหมสุหรี
น้องรักค่อยอยู่จงดี วันนี้พี่จะลาคลาไคล ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น บุษบาปัดกรแล้วค้อนให้
ใครหวงแหนไว้มิให้ไป เชิญเสด็จภูวไนยให้สำราญ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีเกษมศานต์
รับขวัญบุษบายุพาพาล แล้วภูบาลเสด็จมาสรงวารี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

ชมตลาด

๏ ทรงกระแจะเจือจันทน์คันธรส แป้งสดหอมฟุ้งจรุงศรี
ทรงภูษาฉีกวิลาดชาติดอกดี พวงมาลีสวมหัตถ์ทัดยาดม
ทรงบุหรี่ใส่จันทน์ประจงจุด แล้ววางชุดลงไว้ในพานถม
เสด็จออกจากห้องพระบรรทม หวังชมจินตะหราพลางคลาไคล ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เพลงฝรั่งรำเท้า

ร่าย

๏ กรายกรอ่อนระทวยนวยนาด ขึ้นปราสาทแก้วมณีศรีใส
เข้าห้องจินตะหรายาใจ สนมในน้อยน้อยถอยออกมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ชาตรี

๏ นั่งแนบแอบชิดสะกิดสะเกา นี่แน่เจ้าจริงจังดังพี่ว่า
พี่รักเจ้าเท่าเทียมดวงชีวา แต่วาสนาอาภัพลับเหมือนปูน
อุตส่าห์มางอนง้อที่ข้อผิด ยังเบือนบิดจะให้ไมตรีสูญ
อย่าเคืองขัดตัดใจให้อาดูร จงเพิ่มพูนประดิพัทธ์กำหนัดใน
ว่าพลางทางชมเชยพักตร์ เอ็นดูเถิดน้องรักอย่าผลักไส
ก่นแต่หยิกตีพี่ยาไป เอออะไรว่าไม่ฟังน่าชังจริง ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น จินตะหราเคืองค้อนแสนงอนหญิง
คอยสะบัดปัดกรอ่อนพริ้ง นางนิ่งนั่งเมินเขินขวยอาย ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

โลม

๏ ดวงเอยดวงยิหวา เฝ้าเคืองข้องพี่ยาไม่เหือดหาย
พี่จะเล่าแต่ต้นไปจนปลาย โฉมฉายคอยฟังสัจจังเจียว
มีรับสั่งสมเด็จพระบิดา ให้พี่ตามบุษบาในป่าเปลี่ยว
ละนางร้างรักไว้ผู้เดียว กระสันเสียวถึงเจ้าทั้งเช้าเย็น
ครั้นเสร็จสรรพรับน้องมาครองสวาท นุชนาฏน้อยจิตไม่คิดเห็น
แสนลำบากยากเหลือเหื่อกระเด็น ไม่วางเว้นราชการท่านใช้เลย
จึงมิได้กลับไปเมืองหมันหยา เพราะเป็นกรรมทำมาดอกน้องเอ๋ย
ตั้งแต่นี้ดีกันเสียฉันเคย จงปรายเปรยเปรมปรีดิ์กับพี่ยา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น จินตะหราแค้นขัดสหัสสา
แต่อดกลั้นคันปากอยากพูดจา จึงตอบรสพจนาวาที
พระต้องตามหาคู่ตุนาหงัน ยังจะมาพัวพันอยู่ที่นี่
เชิญเสด็จภูธรจรลี ไปสมศรีที่พงศ์วงศ์เทวา
น้องนี้ต่ำศักดิ์รักตัว ทั้งคิดกลัวจะได้อายขายหน้า
ถ้าพระองค์ยังทรงพระเมตตา อย่าอยู่ช้าเชิญไปให้สำราญ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

โลม

๏ เจ้าเอยเจ้าพี่ ไม่พอที่ว่ากล่าวให้ร้าวฉาน
ตัวพี่ไปใจคะนึงถึงนงคราญ พี่ว่าขานทั้งนี้มีแต่จริง
ก่นแต่ขับไล่ไปทีเดียว เจ้าหยิกซ้ำช้ำเขียวเจียวยอดมิ่ง
เสียแรงได้ง้องอนวอนวิง เฝ้าแต่ชิงชังพี่ไปทีเดียว
ตรัสพลางอิงแอบแนบชิด จุมพิตกรสอดกอดเกี่ยว
พระเชยแก้มแนมนมกลมเกลียว อุยหน่าขาเขียวไปสิ้นแล้ว ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น จินตะหราเคืองข้องไม่ผ่องแผ้ว
นางปัดกรค้อนคมข่วนเป็นแนว เชิญเสด็จคลาดแคล้วคลาไคล
ปานนี้บุษบามิบ้าบ่น จะปะปนคนชั่วให้มัวไหม้
อย่าเฝ้าเซ้าซี้พิรี้พิไร ขัดใจนิก็หยิกให้ยับเยิน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีนึกขวยเขิน
นางกล่าววาจาว่าก้ำเกิน ภูมีม่อยเมินเดินออกมา
พระทัยฉุนขุ่นข้องหมองจิต ให้แค้นคิดเคืองขัดสหัสสา
จึงเสด็จลีลาศยาตรา กลับมาขึ้นตำหนักสำนักใน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ เข้าห้องบุษบายุพาพักตร์ นั่งแนบนงลักษณ์ด้วยรักใคร่
แล้วเล่าความแต่ต้นจนปลายไป ทีนี้ไม่ขอเห็นคนเช่นนี้ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ระเด่นบุษบามารศรี
ได้ฟังพระภัสดาพาที เทวีตอบรสพจนา
เมื่อแรกเริ่มเดิมไซร้ใครใช้เล่า จึงไปเฝ้าสมสู่อยู่หมันหยา
บัดนี้นี่ใครให้เจรจา เขาจะค่อนนินทาสารพัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีตอบนางจอมขวัญ
พี่ก็ได้ไปแล้วเป็นหลายวัน นางนั้นหยิกข่วนทำลวนลาม
อุตส่าห์ไปไกล่เกลี่ยว่ากล่าว นางพูดจาก้าวร้าวหยาบหยาม
พี่เกรงตรึกนึกประหวั่นครั่นคร้าม นี่แน่งามอยู่ดอกหรือมือเป็นริ้ว
ว่าพลางทางทำยียวน ให้นิ่มนวลได้แคะแกะสิว
พระก่ายเกยเชยปรางนางหักนิ้ว พลิกพลิ้วสรวลสันต์จำนรรจา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ โลมปี่พาทย์

๏ เมื่อนั้น ระตูปันจะรากันเชษฐา
ระตูปักมาหงันอนุชา กษัตรายี่สิบเอ็ดเวียงชัย
แต่มาช่วยแต่งการสยุมพร ในนครกาหลังกรุงใหญ่
อันโอรสธิดายาใจ ก็ไปมาหากันอยู่อัตรา
ต่างโอวาทราชบุตรแลบุตรี ด้วยใจรักภักดีเสนหา
อยู่มาคำนึงถึงพารา จะอยู่ช้าเกรงจะเกิดภัยพาล
จึงปรึกษาพร้อมกันทุกองค์ สระสรงทรงเครื่องฉายฉาน
พากันบทจรมิทันนาน ขึ้นเฝ้าพระผู้ผ่านธรณี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงจึงถวายอภิวันท์ ทูลศรีปัตตาหวันทั้งสี่
อีกองค์ระเด่นมนตรี อันมีอานุภาพมหิมา
แต่ข้ามาทูลบทมาลย์ พระผู้ผ่านพิภพนาถา
กำหนดได้สามเดือนตรา แต่เสร็จการวิวาห์ก็หลายวัน
ขอลาพระองค์ผู้ทรงเดช คืนไปนัคเรศเขตขัณฑ์
ถึงปีจะมาบังคมคัล ถวายบรรณาการนานา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สี่พระองค์วงศ์อสัญแดหวา
ฟังระตูทั้งปวงทูลลา ก็ปรีดาในราชหฤทัย
จึงตรัสอำนวยอวยพร ดัสกรอย่าต้านทานได้
ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย อันตรายสิ่งใดอย่ารู้มี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีเรืองศรี
จึงมีสุนทรวาที แก่กษัตริย์ธิบดีทุกพารา
ซึ่งท่านจำนงจงรัก ภักดีขอบใจเป็นหนักหนา
จะกลับไปไพรีอย่าบีฑา จงบำรุงไพร่ฟ้าให้สำราญ
แม้นข้าศึกย่ำยีนัครา จงบอกมาจะไปช่วยหักหาญ
มิให้เดือดร้อนรำคาญ ด้วยการณรงค์ชิงชัย

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ระตูทั้งผองก็ผ่องใส
ก้มเกล้ารับพรท้าวไท รับสั่งภูวไนยด้วยยินดี
จึงกราบถวายบังคมลา ทั้งสี่ปัตหราเรืองศรี
ต่างสั่งโอรสแลบุตรี แล้วมาที่ประชุมทัพฉับพลัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ต่างขึ้นรถรัตน์อัสดร คลายคลี่นิกรพลขันธ์
รอนแรมโดยทางพนาวัน แยกกันไปยังพารา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวกาหลังสุริย์วงศ์นาถา
จึงทูลเชิญทั้งสองพระพี่ยา ไปประพาสคูหาให้สำราญ
ชื่อว่าปันจะหราคิรี มีทั้งที่เทวสถาน
เป็นหลักกาหลังมาช้านาน ศักดิ์สิทธิ์เชี่ยวชาญมหิมา
อยู่ริมฝั่งฟากทะเลทราย รอบรายล้วนพรรณบุหงา
เคยไปสักการะบูชา ล่าไล่มฤคามาแต่ไร
บัดนี้จะไปพลีกรรม์ เทวัญสถิตกุหนุงใหญ่
เมื่อครั้งศึกจะมาหราได้ว่าไว้ ให้มีชัยชนะแก่ไพรี
จะแก้บนเนื้อเบื้อแลกระทิง ทั้งมหิงส์เขาสุวรรณให้ถ้วนถี่
อีกทั้งดุริยางค์ดนตรี จะมีบวงสรวงให้ครบครัน
อนึ่งซึ่งโอรสแลนัดดา ได้ทำการวิวาห์เฉลิมขวัญ
น้องจะพาออกไปบังคมคัล ตามจารีตเทวัญแต่ก่อนมา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทั้งสองพระบรมเชษฐา
ครั้นได้ฟังพระอนุชา แสนโสมนัสสาในพระทัย
ซึ่งเจ้าจะไปไหว้วันทา องค์ปะตาระกาหลาเป็นใหญ่
จะใช้บนให้สิ้นมลทินใน ฝ่ายพี่ก็จะไปให้พร้อมกัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวกาหลังสุริย์วงศ์รังสรรค์
จึงตรัสสั่งยาสาเสนาพลัน ให้เตรียมพลขันธ์ตามตำรา
ทั้งสัตว์สิงสิ่งละพันเครื่องบวงสรวง จงสั่งกันทุกกระทรวงให้พร้อมหน้า
ให้อิเหนากับระเด่นสียะตรา เป็นทัพหน้านำพลสกลไกร
ให้สุหรานากงพงศ์กษัตริย์ กับกะหรัดตะปาตีศรีใส
ให้เป็นทัพหลังรั้งพลไป เตรียมไว้ให้พร้อมบัดนี้ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ยาสารับสั่งใส่เกศี
ถวายบังคมคัลอัญชลี ออกมานั่งยังที่ทิมชาววัง ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ให้เสมียนเขียนหมายรายบอก ทั้งข้างในข้างนอกตามรับสั่ง
ใช้ทนายวิ่งไปในคลัง สั่งให้ตั้งเครื่องพลีที่ประทับ
พวกตำรวจรองงานการมาก เร่งเบิกจากในกลางคืนสักหมื่นตับ
ล่วงไปมุงหลังคาฝาเฝืองยับ ทำห้องหับนอกในเสียให้ดี
เกณฑ์เลกข้าเจ้าที่เฝ้าศาล ให้ถากทายดายลานเผาจี่
ทำให้เสร็จจะเสด็จพรุ่งนี้ ในเพลาราตรีนี้ให้แล้ว ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น กำนัลในทั้งผองผ่องแผ้ว
ดีใจจะได้ไปเหมือนคราวแล้ว ก็ชวนกันคลาดแคล้วลงไปเรือน
บ้างรื้อไข้หาตะไกรจะตัดผม มันไม่คมเดือดใจไปหาเพื่อน
เขาไม่ให้เฝ้าสำออยตะบอยเตือน ให้แล้วเหมือนทำบุญคุณมากมาย
ที่ขัดสนจนไร้ไม่มีเพลาะ เที่ยวปะเหลาะซุกซุนขวนขวาย
บ้างถ่ายของต้องเถียงกันวุ่นวาย เขาคิดปลายดอกเบี้ยเสียรายวัน
บ้างไขตู้กระจกยกถาดหมาก เครื่องนากออกมาขัดจัดสรร
หวีกระจกซ้อนใส่ไปในนั้น ของสำคัญจะได้ส่องทำนองเรา
บ้างเปิดหีบจัดจีบห่มนอนตาด เห็นรอยขาดอยู่นิดติดจะเก่า
ยังอีกผืนเยียรบับซับจินเจา แต่ว่าเขายืมไปให้บ่าวทวง
บ้างมีเพื่อนชอบอารมณ์ชมชิด จะต้องไปใจจิตคิดเป็นห่วง
จะเริศร้างห่างรักหนักทรวง นั่งง่วงกอดเข่าเฝ้าทุกข์
ที่ไม่มีเพื่อนเตือนแต่งตัว หวีหัวแต่ดึกนึกสนุก
ร้องเรียกบ่าวไพร่ให้ลุก ที่หัวจุกเร่งเกล้าเช้าไม่ทัน
พนักงานเชิญเครื่องมาเนืองแน่น ตั้งบนแท่นริมประตูดูเป็นหลั่น
มหาดเล็กเด็กชาเข้ามาพลัน ตรวจกันกลัวจะหายจดหมายไว้

ฯ ๑๖ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้น เสนีธิบดีน้อยใหญ่
แต่สองยามย่ำฆ้องกลองชัย เข้ามาในราชวังตั้งกระบวน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ยานี

๏ จัดเป็นพยุหบาตรประพาสป่า กองหน้าพลรบครบถ้วน
ถือธงเรียงรายปลายทวน แต่ล้วนใส่เสื้อปัศตู
พลเขนถือเขนเขียนทอง ใส่เสื้อสีตองเดินเป็นคู่
บ้างใส่เสื้อม่วงมือถือธนู มลายูถือหอกปลอกทอง
พลง้าวถือง้าวขาวปลาบ ใส่เสื้อเขียวขาบแขนปล้อง
ทนายปืนพื้นเสื้อดำทั้งกอง ลูกดินหินสำรองสองสำรับ
เอารถามาเตรียมเทียมเทียบ โดยระเบียบตามหลั่นเป็นอันดับ
รถสนมกรมในคั่งคับ คอยรับเสด็จพระทรงธรรม์ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สี่กษัตริย์ปัตหรารังสรรค์
ครั้นรุ่งรังสีรวีวรรณ ก็จรจรัลไปสรงชลธี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

โทน

๏ ต่างชำระสระสนานสำราญสกนธ์ ทรงสุคนธ์ปนทองผ่องศรี
สอดใส่สนับเพลาอย่างดี ภูษาทรงนุ่งหยี่สีต่างกัน
สอดทรงฉลององค์โหมดตาด เจียระบาดปั้นเหน่งสายกระสัน
ตาบทิศสร้อยสนสังวาลวรรณ ทองกรกุดั่นฝังพลอย
ต่างทรงธำมรงค์เรือนครุฑ กุณฑลมงกุฎกรรเจียกห้อย
อุบะทำด้วยเพชรเม็ดไม่น้อย เหน็บกริชสายสร้อยกระสันองค์ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ ครั้นเสร็จเสด็จจรลี ต่างชวนมเหสีนวลหง
ยุรยาตรนาดกรมาเกยทรง ฝูงอนงค์นางในไสวมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ขึ้นเกยชาลาหน้าปราสาท ต่างองค์ทรงราชรถา
จึงสั่งให้เคลื่อนพยุหโยธา ออกจากทวาราเวียงวัง ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ กลองโยน

โทน

๏ รถเอยรถทรง ดุมวงวิจิตรปิดทองปะหัง
เทพประนมรายเรียงรอบบัลลังก์ มีกระจังฝังพลอยพรอยพราย
แอกงอนอ่อนงามปลายสะบัด เทียมกัณฐัศว์ชักรถผันผาย
รถประเทียบเป็นระเบียบเรียบราย ตามกันดังสายธารา
เครื่องสูงหักทองขวางกวางตุ้ง สำหรับใช้ไปกุหนุงปันจะหรา
ฆ้องกลองกึกก้องอรัญวา ตำรวจซ้ายขวาแห่เป็นทิว
บ้านกำนันรายทางวางของถวาย แจกจ่ายเกณฑ์แห่ให้แก้หิว
ทุ่งกว้างทางไกลแลตะลิว บ้างหาบหิ้วน้ำท่าหาไปกิน ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

ชมดง

๏ เข้าดงพระยาไฟใจพรั่น พื้นพรรณยูงยางอยู่หว่างหิน
พ่างพื้นปัถพีไม่มีดิน เป็นถิ่นศิลาลาดสะอาดตา
ลางแห่งเป็นห้วยเหวธาร ดูสนุกสนานนักหนา
น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา ธารท่าชอบกลเป็นพ้นไป
ที่เหน็ดเหนื่อยหยุดพักตักอาบ เห็นแท่นร่มรื่นราบหยุดอาศัย
พอหายเหนื่อยเลื่อยล้าพากันไป ตามเสด็จภูวไนยจะให้ทัน
เข้าแดนปันจะหราบรรพต เขาใหญ่ใสสดดังแสร้งสรรค์
ยอดเงื้อมเลื่อมพรายหลายพรรณ เป็นน้ำพุดุดั้นไหลริน
ศิลางอกออกระย้าดังว่าพู่ พิศดูแต่ไกลใกล้เป็นหิน
บ้างเป็นเสาตรวยตรงลงถึงดิน ดูไม่สิ้นเลยล่วงหนทางมา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด

ร่าย

๏ ครั้นถึงที่ประทับยับยั้ง ริมตระพังสิงขรปันจะหรา
จึงให้หยุดรี้พลโยธา เสด็จขึ้นพลับพลาพนาลี
พร้อมพระประยูรวงศ์พงศา โอรสนัดดามเหสี
อำมาตย์มาตยามนตรี โยธีพรั่งพร้อมล้อมวง ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น มะเดหวีดาหานวลหง
จึงชวนราชบุตรีทั้งสี่องค์ จะไปสรงชลธีที่ลำธาร
ทั้งจะได้ชมพรรณบุหงา งอกงามดาษดาตามริมศาล
ต่างองค์ทรงเครื่องอลงการ เหล่าสนมบริวารก็ตามมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เพลงช้า

๏ ครั้นถึงแท่นแผ่นผาริมวารี เทวีมีจิตหรรษา
ต่างองค์เรียกทรงผลัดมา เหล่ากำนัลกัลยาพากันลง ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

สระบุหร่ง

๏ มะเดหวีขัดสีฉวีวรรณ ระเด่นทั้งนั้นลงสระสรง
พระพี่เลี้ยงเคียงข้างสี่องค์ ฝูงอนงค์แหวกว่ายเล่นไล่กัน
บ้างดำด้นค้นคว้าในวารี หยอกกันซิกซี้แล้วสรวลสันต์
บ้างเก็บดอกโกมุทบุษบัน บัวเผื่อนบัวผันลินจง
เห็นบัวหลวงช่วงชิงกันเก็บมา ถวายองค์บุษบานวลหง
มะเดหวีชี้บอกนางอนงค์ เจ้าจงเก็บฝักหักเอามา
บ้างซัดสาดวารีเป็นคู่คู่ ตามหมู่อนงค์ในซ้ายขวา
สรวลระริกซิกซี้ปรีดา หยอกกันไปมาในท้องธาร ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เพลงฉิ่ง

ร่าย

๏ สรงเสร็จเสด็จขึ้นแท่นศิลา ทรงสุคนธ์ปนบุหงาหอมหวาน
แล้วชวนกันจรจรัลมาริมธาร จวนจะถึงซึ่งศาลเทพา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ปะวะหลิ่ม

๏ เดินพลางทางชมรุกขชาติ เดียรดาษเรียงรายซ้ายขวา
มะเดหวีชี้บอกดอกจำปา บุษบาโน้มกิ่งลงชิงกัน
สาวหยุดยื่นย้อยห้อยระย้า วิยะดาเก็บใส่ลงในขัน
บุษบารากาลาวัณย์ เก็บดอกปะหนันริมบรรพต
นางสการะหนึ่งหรัดรัศมี เก็บดอกมลุลีสีสด
ดะราหวันสั่นสอยคันธรส เอาไปบดแป้งไว้จะได้ทา
เหล่าบุตรีกษัตริย์ทั้งนั้น พี่เลี้ยงกำนัลก็หรรษา
บ้างเที่ยวไปเก็บได้มะลิลา ซ่อนมาจะเอาไปให้เพื่อนกัน ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

สมิงทอง

๏ ลางนางบ้างเก็บผลมะม่วง ผูกเป็นพวงรวบรัดจัดสรร
บ้างหาไม้น้อยน้อยสอยลูกจันทน์ ผลนั้นสุกงอมหอมดี
นางกำนัลสั่นเก็บลูกลำไย ที่ผลใหญ่มาถวายมะเดหวี
มะตูมตาดกลาดเกลื่อนปัถพี น้อยหน่าสาลี่กินดีครัน
บ้างโน้มกิ่งปริงปรางประยงค์ชิด พลางสะกิดเพื่อนมาพากันสั่น
สุขเกษมเปรมใจไปด้วยกัน ทุกหน้ากำนัลอนงค์ใน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เพลง

ร่าย

๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีศรีใส
กับกะหรัดตะปาตีชาญชัย ชวนกันว่าจะไปเชิงคิรี
อีกทั้งสียะตราสุริย์วงศ์ กับสุหรานากงเรืองศรี
สังคามาระตาผู้ภักดี พี่เลี้ยงเสนีก็ตามมา

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

ชมดง

๏ เดินมาพากันชมพฤกษาสูง ยางยูงแก้วเกดกฤษณา
กระลำพักสักสนคนทา ต้นพะวาขานางยางทราย
ตะขบข่อยโคนดีมีหลายต้น ประสันตาสั่งคนให้ขุดถวาย
ตะโกกุ่มพุ่มดีแต่ทีคลาย เอาไว้หลายปีไปเห็นได้การ
เห็นโมกใหญ่ห้ากำลำต้น โตพ้นไม้ในราชฐาน
เรียกหารักษาองค์ลนลาน มีดพร้าจอบขวานเอามาพลัน
บ้างขุดบ้างคุ้ยบ้างขน ประสันตาเป็นคนเลือกสรร
เที่ยวเร่เตร่หาในอารัญ ต่างสำรวลสรวลสันต์จำนรรจา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เพลงฉิ่ง

ร่าย

๏ เสด็จมาพบเหล่านางชาววัง เห็นห่ออะไรรุงรังนักหนา
จึงตรัสถามว่าได้อะไรมา นางกำนัลทูลว่าลูกยอ
ประสันตาร้าหักกล้วยตานี เอาไปให้ทั้งหวีใส่ในห่อ
ปูนตาร้องว่าอ๋อฮอ ไปตำส้มกินให้พอเถิดน้องรัก
เสนาฮาลั่นสนั่นเสียง นางกำนัลหมอบเมียงพระทรงศักดิ์
แล้วแฝงกายอายหน้าอดสูนัก วิ่งหนีมาตำหนักพลับพลา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

พระทอง

๏ เลียบเดินตามเนินคิรี พบราชบุตรีเสนหา
ต่างองค์ช่วยเก็บมาลา ไขว่คว้าหยอกเย้าเป็นเหล่ากัน
อิเหนาเข้าเก็บพิกุลร่วง แล้วน้าวหน่วงกิ่งน้อยค่อยค่อยสั่น
บุษบากันจะหนาแย่งกัน ต่างสำรวลสรวลสันต์กันไปมา
ฝ่ายสุหรานากงศรีใส กรีดเล็บเก็บได้ดอกบุหงา
ให้สการะหนึ่งหรัดโสภา กับธิดากษัตริย์ทั้งนั้น
สียะตราทรงสอยดอกสร้อยฟ้า ให้ระเด่นวิยะดาดะราหวัน
องค์กะหรัดตะปาตีพี่ยานั้น เก็บดอกมะลิวัลย์บนคิรี
ให้ระเด่นบุษบารากา กับบุตรีกษัตราทั้งสี่
สังคามาระตาเก็บมาลี จำปีกาหลงชงโค
ประทานให้ขนิษฐายาใจ กุสุมารับใส่ไว้ในโถ
หาไม้น้อยสอดสอยลูกจันทน์โอ เลือกลูกโตโตน่ารัก
ไปถวายบุษบานารี ทั้งองค์มะเดหวีมีศักดิ์
นางกำนัลนั่งล้อมพร้อมพักตร์ ไม่มีใครอยู่ตำหนักสักคนเดียว
เหลือแต่จินตะหราวาตี เคืองระเด่นมนตรีไม่มาเที่ยว
บรรดามาพากันเล่นเกรียว ในไพรกว้างทางเปลี่ยวนี่นัน ฯ

ฯ ๑๖ คำ ฯ เพลงฉิ่ง

ร่าย

๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีเกษมสันต์
จึงชวนเหล่าระเด่นทั้งนั้น พากันมาเฝ้าพระมารดา
แล้วจึงทูลเชิญให้คลาไคล เสด็จไปทะเลทรายให้หรรษา
จะได้เก็บกรวดหอยนานา ตามมีในท่าหาดทราย ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น มะเดหวีมีศักดิ์เฉิดฉาย
ได้ฟังแย้มยิ้มพริ้มพราย ชวนระเด่นทั้งหลายจรจรัล
เลียบเดินตามเนินปากถ้ำ อิเหนานำเสด็จผายผัน
พร้อมพรั่งแสนสาวเหล่ากำนัล พากันตามเสด็จอึงมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เพลงช้า

๏ ครั้งถึงชายทะเลแลโล่ง เป็นน้ำขาวเปล่าโปล่งต่างหรรษา
จึงหยุดพักหายเหนื่อยที่เลื่อยล้า แล้วก็พากันเที่ยวพ่านไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

เบ้าหลุด

๏ ต่างองค์ทรงเก็บกรวดหอย ศิลาลายพรายพร้อยสีใส
ดังคนแสร้งสรรบรรจงไว้ เต็มไปริมฝั่งชลธี
ที่เขียวสดรจนาดังว่าแก้ว พรายแพร้วเลื่อมระยับสลับสี
ต่างเก็บไว้ได้มากมี สรรเอาที่ดีใส่พานมา
ลางนางบ้างเก็บไข่มุก สีสุกสดสล้างพลางหรรษา
ที่เม็ดใหญ่หวงไว้เต็มประดา จะเอามาทำแหวนสักสองวง
ลางนางบ้างได้กัลปังหา มาถวายบุษบานวลหง
ต่างแสนเกษมสุขไปทุกองค์ ฝูงอนงค์นารีก็ปรีดา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เพลงฉิ่ง

ร่าย

๏ เมื่อนั้น มะเดหวีปรีดิ์เปรมหรรษา
ครั้นบ่ายชายแสงสุริยา ก็ชวนกันกลับมาพลับพลาชัย ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เพลง

๏ เมื่อนั้น สี่กษัตริย์ปัตหราเป็นใหญ่
ครั้นเวลาสายัณห์ลงไรไร เสด็จเข้าข้างในที่ไสยา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ตระ

๏ บัดนั้น เสนีสี่นายซ้ายขวา
เกณฑ์ไพร่รายรอบพลับพลา กองไฟดาษดาดังกลางวัน
ฝ่ายเจ้าพนักงานแต่งศาลเจ้า ดาดเพดานม่านราวกางกั้น
ฉัตรธงเบญจรงค์เจ็ดชั้น ราชวัติจัดเป็นหลั่นเรียงราย
พนักงานสัตว์สิงสิ่งละพัน พร้อมกันนั่งคอยปล่อยถวาย
ชาวประโคมดนตรีเตรียมกาย พอสุริย์ฉายเรืองรองส่องฟ้า

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีมียศถา
ทั้งกะหรัดตะปาตีสียะตรา สุหรานากงทรงฤทธี
ทั้งระตูประมอตันท้าวหมันหยา ต่างมาสรงสหัสขัดสี
ทรงเครื่องเรืองอร่ามงามดี เสด็จมาคอยสี่พระทรงธรรม์

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ เมื่อนั้น สี่กษัตริย์ปัตหรารังสรรค์
ครั้นอุทัยไขสีรวีวรรณ จรจรัลมาสรงวาริน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

โทน

๏ ต่างชำระสระสรงชลธาร ทรงสุคนธ์หอมหวานตระการกลิ่น
สนับเพลาปักเป็นรูปนาคินทร์ ภูษาทรงข้าวบิณฑ์พื้นแดง
ห้อยหน้าผ้าทิพขลิบตาด เจียระบาดคาดทับระยับแสง
ปั้นเหน่งลายลงยาราคาแพง ฉลององค์ก้านแย่งติดเลื่อมลาย
ตาบทิศทับทรวงดวงระยับ สังวาลบานพับกระสันสาย
ทองกรแก้วกุดั่นพรรณราย ธำมรงค์เพทายเรือนสุวรรณ
ทรงมหามงกุฎกุณฑลทอง กรรเจียกทั้งสองสายกระสัน
ห้อยอุบะบุหงาปะกัน เหน็บกริชเทวัญอันศักดา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย

๏ ต่างองค์ขึ้นทรงอุสงหงัน เสนาอภิวันท์พร้อมหน้า
วอประเทียบเป็นระเบียบกันมา เสนาแห่แหนแน่นนันต์
ระเด่นมนตรีสียะตรา กับสุหรานางกงเฉิดฉัน
ทั้งกะหรัดตะปาตีนั้น อีกท้าวประมอตันภูมี
กับทั้งท่านท้าวหมันหยา สังคามาระตาเรืองศรี
ต่างองค์ขึ้นทรงพาชี จรลีตามเสด็จไปพร้อมกัน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ กลองโยน

๏ ครั้นถึงลงจากราชยาน เสด็จเข้าในศาลเกษมสันต์
พร้อมโอรสนัดดาลาวัณย์ สาวสนมกำนัลมากมี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

สระบุหร่ง

๏ ต่างองค์ทรงจุดเทียนธูป บูชาเทวรูปเรืองศรี
เครื่องสังเวยตามเคยเหมือนทุกที ทั้งคิรีเงินทองต้องตำรา
ท้าวกาหลังตั้งจิตอธิษฐาน แก้บนบานครั้งศึกจะมาหรา
สัตว์สิงสิ่งละพันซึ่งสรรมา ถวายแก่เทวาเลิศไกร
อนึ่งเล่าเหล่านัดดาแลโอรส ได้ครองเมืองเรืองยศเป็นใหญ่
ให้อยู่เย็นเป็นสุขสนุกใจ แล้วสั่งให้ประโคมขึ้นนี่นัน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ สาธุการ

ร่าย

๏ บัดนั้น ฝ่ายเจ้าพนักงานคนขยัน
จึงปล่อยสัตว์สิงวิ่งแจจรร ตามหน้าศาลเทวัญอันศักดา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สี่พระองค์วงศ์อสัญแดหวา
จึงสั่งเหล่าทหารขี่อาชา ให้ควบม้าจับสัตว์บัดเดี๋ยวนี้ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น เหล่าทหารรับสั่งใส่เกศี
ถวายบังคมคัลอัญชลี ต่างขึ้นพาชีชัยชาญ
มือถือสาตราอาวุธ สำหรับยุทธนากล้าหาญ
แล้วขับม้ามาหน้าพระลาน กราบกรานรำเพลงสาตรา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บ้างร่ายรำเพลงทวนกระบวนรบ ชักสินธพวางใหญ่ให้ท่า
บ้างรำหอกกลอกกลับขับอาชา ไล่แทงมฤคาดาประดัง ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ โห่พลางต่างขับอัสดร เข้าราญรอนฆ่าสัตว์สกัดหลัง
โคถึกมฤคีมีกำลัง บ้างกลับหลังชันหูสู้ชน
บ้างตื่นเต้นเผ่นผาดลำพองโผน โดดโดนรอรับสับสน
บ้างบ้าเลือดเดือดดุไม่คิดตน ตามชนจนสิ้นชีวิต ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ทหารหอกเกณฑ์หัดสกัดหน้า ควบม้าหมายมุ่งพุ่งไม่ผิด
ต่างคนเข้มแข็งสำแดงฤทธิ์ ตามติดแทงซ้ำระยำลง ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ มฤคาโคกระทิงสิ่งละพัน มอดม้วยชีวันไม่หลอหลง
ทหารขี่อาชาพากันลง แล้วขนส่งวิเสทเนื่องมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น นางวิเสทนอกในซ้ายขวา
บ้างเถือเนื้อนั้นมิทันช้า แต่งมัจฉมังสาวุ่นไป
บ้างยี่ยำทำพล่าฉู่ฉี่ ปิ้งจี่ต้มแกงพะแนงไก่
สมันคั่วอั่วอ่อมพร้อมไว้ แล้วขนไปเลี้ยงเหล่าโยธา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ ชุบ

๏ บัดนั้น ฝ่ายนางพนักงานถ้วนหน้า
ครั้นจวนบังควรเวลา ก็เชิญเครื่องเนื่องมาตามกัน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ตั้งพระสุพรรณภาชน์บรรจง ถวายองค์สี่กษัตริย์ปัตตาหวัน
เครื่องเสวยหน่อกษัตริย์ทั้งนั้น ตั้งรายเรียงรันเป็นหลั่นมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สี่พระองค์วงศ์อสัญแดหวา
ชวนโอรสราชนัดดา ทั้งระตูหมันหยาประมอตัน
ให้เสวยเอมโอชโภชนา ต่างภิรมย์หรรษาเกษมสันต์
พวกพ่อครัวคั่วผัดจัดที่มัน ร้อนร้อนผ่อนกันมาตั้งเคียง ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น เหล่าทหารเกณฑ์แห่แซ่เสียง
สี่นครผ่อนกันมากินเลี้ยง บ้างถุ้งเถียงทะเลาะเกาะแกะกัน
พวกแขกแปลกไทยไม่กินหมู ถ้าพบเห็นมิได้ดูด้วยเดียดฉันท์
ปะไทยใส่เอาหนักตักไม่ทัน ของสำคัญมันนักมักสมมม
เสนาพากันกินเป็นแถว ครั้นแล้วเลี้ยงลงไปจนไพร่สม
อิ่มหมีพีมันกันทุกกรม ต่างภิรมย์ยินดีปรีดา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น สี่พระองค์วงศ์อสัญแดหวา
ครั้นเสร็จเสวยโภชนา จึงตรัสแก่นัดดาแลโอรส
เจ้าจงรำมนาโปะไป ถวายมือเทพไทให้ปรากฏ
จะได้เลื่องชื่อระบือยศ ตามกำหนดมาแต่บุราณ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ระเด่นมนตรีเกษมศานต์
คลานคล้อยถอยองค์ทรงกราบกราน พระภูบาลรำขับขึ้นฉับพลัน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ฝรั่งรำเท้า

๏ ขอถวายบังคมบรมนาถ พระอัยกาธิราชรังสรรค์
ข้าพเจ้าอิเหนากุเรปัน จะครอบครองเขตขัณฑ์สวรรยา
ขออย่าให้มีภัยได้ทุกข์ จงมีสุขแสนโสมนัสสา
ให้ลื่อเลื่องเฟื่องฟุ้งเดชา ทั่วประเทศเขตชวาแดนไตร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ กลอง

ร่าย

๏ เมื่อนั้น กะหรัดตะปาตีศรีใส
บังคมคัลวันทาภูวไนย ลุกไปรำขับขึ้นฉับพลัน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

น้ำค้าง

๏ ขอถวายบังคมพระอัยกา สถิตยังชั้นฟ้ากระยาหงัน
หลานนี้ขอถวายอภิวันท์ จะได้ครองเขตขัณฑ์ธานี
ข้าวยากหมากพลูอย่าให้แพง ฝนฟ้าอย่าให้แล้งเกษมศรี
ให้ข้าศึกนึกเกรงฤทธี สุขเกษมเปรมปรีดิ์ไปด้วยกัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ กลอง

ร่าย

๏ เมื่อนั้น สุหรานากงวงศ์อสัญ
กราบถวายบังคมพระทรงธรรม์ จรจรัลลุกขึ้นขับรำไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

พระทอง

๏ ขอถวายบังคมกะระตาหลา สถิตยังชั้นฟ้าเป็นใหญ่
หลานนี้จะครองเวียงชัย พระอัยกาจงได้โปรดปราน
ช่วยบำรุงไพร่ฟ้าประชาชน ฝูงคนเป็นสุขเกษมศานต์
ทั้งข้าศึกศัตรูหมู่ภัยพาล มารอนราญให้แพ้ฤทธิไกร

ฯ ๔ คำ ฯ กลอง

ร่าย

๏ เมื่อนั้น สียะตรากราบก้มประนมไหว้
ลุกมารำมนาโปะไป ขับถวายเทพไทมิได้ช้า ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

สมิงทอง

๏ ขอถวายบังคมพระทรงธรรม์ ซึ่งสถิตในชั้นอสัญหยา
ข้าหรือคือองค์สียะตรา จะได้ครองดาหาธานี
ขอจงอัยกามาประสาท บำรุงราษฎร์ให้สุขเกษมศรี
ให้ลือชาปรากฏฤทธี ปัจจามิตรอย่ามีมาแผ้วพาน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ กลอง

ร่าย

๏ เมื่อนั้น สี่กษัตริย์ปัตหรามหาศาล
ครั้นสำเร็จเสร็จใช้บนบาน จะกลับคืนราชฐานเวียงชัย
ต่างสั่งมหาเสนี จงตรวจเตรียมโยธีน้อยใหญ่
เพลาบ่ายชายลมจะกลับไป ต่างเสด็จคลาไคลไปพลับพลา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้น เสนีสี่นายซ้ายขวา
ออกมาจัดพลเป็นโกลา ดีใจจะได้มาบ้านตน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ยานี

๏ เกณฑ์ทหารเข้าริ้วเป็นทิวแถว ล้วนแล้วกล้าศึกได้ฝึกฝน
ถืออาวุธต่างต่างทุกคน เคยผจญรณรงค์ชำนาญยุทธ์
ทหารแห่ซ้ายขวาให้มีคบ ถ้าค่ำพลบเมื่อใดจะได้จุด
นำหน้านั้นธงกระบี่ธุช ใส่เสื้อเสนากุฎพลรบ
ที่หาบคอนผ่อนให้ไปหน้า ที่เลื่อยล้าพรั่นตัวกลัวเสือขบ
พนักงานรถามาเตรียมครบ ตามขนบตำแหน่งพนักงาน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น สี่กษัตริย์ปัตหรามหาศาล
เสด็จสรงทรงเครื่องพอประมาณ เสด็จออกหน้าพระลานมาขึ้นเกย
ต่างองค์ขึ้นทรงรถา ท่วงทีมีสง่าผ่าเผย
พระประเทียบเป็นระเบียบตามเคย ชักรถแล่นเลยตามกันมา
เสนาแห่แหนแน่นนันต์ ฆ้องกลองก้องสนั่นไปทั้งป่า
ทหารแซงปืนแดงดาษดา พวกรักษาองค์เดินเป็นคู่เคียง ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ชมดง

๏ เดินพลางทางชมคณานก บ้างโผนผกบินไปแล้วให้เสียง
สีชมพูจับอยู่เป็นคู่เคียง ตะวันเที่ยงเข้าแฝงบังเงา
พอลมชายบ่ายเย็นเห็นนกยูง เป็นฝูงฝูงรำร่าที่หน้าเขา
ไก่ป่าน่าดูประดู่เลา พาลูกเต้าออกมาเที่ยวหากิน
ค้อนหอยคอยจ้องจิกปลา ตามริมธารท่าชลาสินธุ์
กระทุงทองท่องท้องวาริน เห็นคนตื่นบินขึ้นนภางค์
พอสายัณห์บรรลุชายดง ล้วนแขมพงเวิ้งวุ้งเป็นทุ่งกว้าง
เกณฑ์แห่แลลิ่วตลอดทาง ถือคบไต้ไฟสว่างดังกลางวัน ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

ปะวะหลิ่ม

๏ ต่างองค์ทัศนาดารากร ในอัมพรเลื่อนลอยล้อมบุหลัน
นักขัตฤกษ์มีนามเป็นสำคัญ บ้างเด่นดั้นเมฆานภาลัย
โรหิณีสีสดบริสุทธิ์ กัตติกาโลกสมมุติดาวลูกไก่
ที่สามดวงช่วงเรียงเคียงกันไป เขาเรียกว่าดาวไถแต่บุราณ
ดาวจระเข้เหราปลาเต่า ดาวสำเภาหัวทรงดาวหงส์ห่าน
ดาวพระเคราะห์เห็นจำเพาะแต่อังคาร สีแดงห้าวหาญกว่าทุกดวง
ตามทางหน้าบ้านปลูกร้านไฟ กำนันนั้นตรวจไตรให้โชติช่วง
ทหารแห่แห่มาตามกระทรวง เร่งรัดรีบล่วงหนทางจร ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

ร่าย

๏ พอรุ่งรังสีสางสาง แลเห็นยอดปรางค์อยู่สลอน
สารถีตีขับอัสดร เร่งรถบทจรเข้าธานี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ต่างองค์ลงจากรถสุวรรณ พร้อมสนมกำนัลมเหสี
จึงเสด็จย่างเยื้องจรลี ขึ้นปราสาทมณีอันโอฬาร์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

https://vajirayana.org/system/files/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2_264950.pdf
สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ