ตอนที่ ๖๙

ฝ่ายขงเบ้งครั้นเบ้งเฮ็กไปแล้ว ก็คอยอยู่เปนหลายวันมิได้เห็นกลับมาคำนับ ก็รู้ว่าเบ้งเฮ็กคิดคดเอาใจออกหาก ขงเบ้งจึงยกทหารออกจากค่ายรีบตามไปทางทิศเหนือ ไปถึงกลางทางก็หยุดตั้งค่ายอยู่ แล้วให้ทหารสืบข่าวเบ้งเฮ็กไปตั้งอยู่ตำบลใด ทหารกลับมาบอกว่า เบ้งเฮ็กคุมทหารเข้าตั้งอยู่ในเขาอิมตองสัน แล้วล้มไม้และก้อนศิลาสมทบลงไว้ในทางมั่นคง แล้วเห็นทหารรักษาอยู่เปนอักมาก ถึงเราจะยกไปติดตามก็เห็นจะขัดสน ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงถามลิคีผู้นำทางว่า ทางจะเข้าไปเขาอิมตองสันนั้น จำเภาะแต่ทางเดียวหรือจะมีทางอื่นอยู่บ้าง ลิคีจึงว่า อันเขาอิมตองสันนี้ข้าพเจ้าไม่เคยไปมา จะเปนประการใดมิได้แจ้ง แต่ได้ยินว่ามีทางอยู่ ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็จัดแจงทหารจะยกตามไป

เจียวอ้วนนายทหารจึงว่า ยกมาทำการครั้งนี้ก็ได้ท่วงทีจับตัวเบ้งเฮ็กได้ถึงสี่ครั้ง เบ้งเฮ็กก็ขยาดฝีมือกลัวเรานักอยู่ เห็นจะไม่อาจยกทหารออกรบพุ่งติดตามเรา บัดนี้ก็เปนระดูร้อนทหารเราก็ได้ความลำบากอิดโรยกำลังลงแล้ว ขอให้ท่านยกกลับไปเมืองเสฉวนก่อนเถิด ฟังข่าวเบ้งเฮ็กดู ถ้ายังทำการเหมือนหนหลัง เราจึงยกกลับมาจับตัวให้จงได้

ขงเบ้งจึงว่า บัดนี้เบ้งเฮ็กกลัวเรา จึงเข้าหนีซ่อนอยู่ในที่กันดาร แม้เรายกกลับไปเบ้งเฮ็กก็จะได้ทียกออกตั้งตัวทำการถนัด จำเราจะยกติดตามไปจับเอาตัวให้ได้ในเวลาที่ยังบอบช้ำอยู่ฉนี้จึงจะชอบ แล้วขงเบ้งก็ให้อองเป๋งคุมทหารร้อยหนึ่งไปสืบทางดูก่อน อองเป๋งก็ลาขงเบ้งไปถึงปากทางตวันตก จะเข้าไปเขาอิมตองสัน ทหารทั้งปวงกระหายน้ำนัก ก็ชวนกันลงกินน้ำในธารแอสวน ทหารนั้นก็เปนใบ้สิ้น

อองเป๋งเห็นดังนั้นก็ตกใจ พาทหารกลับมาหาขงเบ้งแจ้งเนื้อความทั้งปวง ขงเบ้งแจ้งดังนั้นก็ตกใจจึงว่า น้ำในธารเปนเหตุฉนี้จะเปนกลเบ้งเฮ็กใส่ยาเบื่อไว้หรือเปนประการใดก็มิได้แจ้ง จำเราจะไปดูให้ประจักษ์ก่อน แล้วขงเบ้งก็ขึ้นเกวียนน้อยพาทหารคนสนิธสิบคนไปกับอองเป๋ง ครั้นถึงทางตวันตก ขงเบ้งพิเคราะห์ดูน้ำในธารนั้นใสลึกแลไม่เห็นดิน แล้วเงียบสงัดมิได้เห็นสัตว์เดิรไปมา ขงเบ้งคิดสงสัยจึงขึ้นไปบนเนินหลังธาร แลไปเห็นศาลเทพารักษ์เก่ามีอยู่ในรก ขงเบ้งก็เหนี่ยวเถาวัลย์ห้อยตัวขึ้นไปบนศาล เห็นศาลนั้นทำด้วยศิลามีรูปเทพารักษ์อยู่องค์หนึ่ง ขงเบ้งพิเคราะห์ดูเห็นอักษรจารึกอยู่ที่แผ่นศิลาเปนใจความว่า ครั้งพระเจ้าฮั่นเบ้งเต้ได้ราชสมบัติ ม้าอ้วนคนนี้พาทหารมาทางนี้ได้ ขงเบ้งแจ้งดังนั้นก็ดีใจ จึงคำนับกราบลงแล้วว่า ตัวข้าพเจ้าขงเบ้งนี้ถือความสัตย์ ตั้งใจจะทำนุบำรุงเชื้อพระวงศ์พระเจ้าฮั่นเบ้งเต้ บัดนี้รับสั่งเจ้าข้าพเจ้าซึ่งเปนเชื้อพระวงศ์ ให้ข้าพเจ้ามาปราบข้าศึกต่างประเทศสำเร็จแล้ว จึงจะกลับรบเอาเมืองกังตั๋งแลเมืองฮูโต๋ เชิญเชื้อพระวงศ์พระเจ้าฮั่นเบ้งเต้ขึ้นครองสมบัติสืบไป ข้าพเจ้ามาถึงตำบลนี้มิได้แจ้งเหตุผลประการใด ทหารลงกินน้ำในธารวิปริตเปนใบ้ไปสิ้น ท่านจงเมตตาข้าพเจ้าคิดถึงคุณพระเจ้าฮั่นเบ้งเต้ เชิญช่วยแนะนำให้สติข้าพเจ้าด้วย แล้วขงเบ้งก็คำนับถอยออกมา พอเห็นคนแก่ถือไม้เท้าเดิรมาตามริมเนิน

ขงเบ้งก็มีความยินดีร้องเชิญให้ขึ้นนั่งบนศาล คำนับกันตามธรรมเนียม แล้วขงเบ้งจึงถามว่า ท่านนี้ชื่อไรเปนแซ่อันใด ม้าอ้วนเทพารักษ์ทำไม่ได้ยินจึงว่า ตัวข้าพเจ้าคนแก่นี้ได้ยินกิตติศัพท์มาก็ช้านานว่า มหาอุปราชนี้มีนํ้าใจสัตย์ซื่อโอบอ้อมอารีแก่ราษฎร บัดนี้ข้าพเจ้าเห็นท่านมาก็มีความยินดีจึงมาคำนับท่าน ขงเบ้งจึงถามว่า ท่านเปนใหญ่ในตำบลนี้ยังรู้บ้างหรือไม่ว่า นํ้าในธารนี้เปนเหตุผลประการใด

ม้าอ้วนเทพารักษ์จึงบอกว่า นํ้าในธารซึ่งทหารกินนี้ชื่อแอสวน จึงทำให้เจรจาไม่ออก ถึงกำหนดเจ็ดวันก็จะตาย ยังเรียงต่อกันเข้าไปอีกสามธาร ธารหนึ่งน้ำเย็น ถ้าผู้ใดกินเข้าไปพอตกถึงฅอก็ขาดใจตาย ธารหนึ่งนํ้าดำ ถ้าผู้ใดกินแลอาบ ก็ดำไปทั้งตัวเจ็บปวดจนขาดใจตาย ธารหนึ่งนํ้าร้อน ถ้าผู้ใดกินแลอาบ ก็ร้อนเปื่อยไปทั้งตัวถึงกระดูกจนตาย นํ้าในธารทั้งสี่นี้แต่ล้วนนํ้าร้าย แล้วก็มีหมอกขึ้นมาจากธารแต่เช้าจนเวลาเที่ยง แม้ผู้ใดเดิรมาในเวลานั้น ต้องไอหมอกก็ให้ไข้เจ็บไปจนตาย

ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงว่า ถ้ากระนั้นไหนเราจะปราบปรามเบ้งเฮ็กได้สมความคิด เมื่อเบ้งเฮ็กยังเปนศัตรูอยู่ก็จะเปนศึกกระหนาบหลัง เห็นเราจะไปตีเอาเมืองฮูโต๋แลเมืองกังตั๋งไม่ได้ ตัวเราเปนคนอาภัพมิได้บำรุงพระเจ้าเล่าเสี้ยนแล้วก็จะตายเสียดีกว่า ม้าอ้วนเทพารักษ์จึงว่า มหาอุปราชอย่าวิตกเลย ข้าพเจ้าจะบอกยาซึ่งแก้นํ้าเบื่อเมานี้ให้ ขงเบ้งจึงว่า ท่านเปนผู้เฒ่าสูงอายุ แม้รู้เห็นประการใดก็ช่วยแนะนำสั่งสอนข้าพเจ้าด้วยเถิด

ม้าอ้วนเทพารักษ์จึงบอกว่า เขาซั้นซกอยู่ทิศตวันตกไกลเขาอิมตองสันนี้แปดร้อยเส้น ข้ามเขาไปอีกยี่สิบเส้นถึงแม่น้ำบั้นอั๋น มีคนหนึ่งชื่อเบ้งเจียด ปลูกเรือนอยู่ริมแม่น้ำนั้นกว่าสิบปีแล้ว หลังเรือนเบ้งเจียดนั้นมีธารชื่ออันลกจัว ไหลลงมาตามแม่น้ำบั้นอั๋น แม้ผู้ใดเปนโรคได้กินได้อาบน้ำนั้นก็หาย หน้าเรือนนั้นมีต้นไม้หอมชื่อฮุยเหียบอยู่เปนอันมาก ถึงมาทว่าผู้ใดจะกินน้ำแลอาบนํ้าร้ายทั้งสี่ธารนี้ ได้ใบไม้นั้นมาใส่ปากแต่ใบหนึ่งก็แก้พิษนั้นได้ แม้มหาอุปราชจะใคร่เข้าไปในเมืองอิมตองสันให้ได้ ก็เร่งไปเก็บเอายานั้นมาเถิด

ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี คำนับกราบลงแล้วจึงซํ้าถามว่า ท่านนี้ชื่ออันใดเปนแซ่อันใด บอกให้ข้าพเจ้าแจ้งด้วย เมื่อสำเร็จราชการจะกลับมาแทนคุณท่าน ม้าอ้วนได้ฟังดังนั้นก็ขึ้นไปบนศาลนั่งบนแท่นบอกว่า ตัวเราคือม้าอ้วนแล้วก็หายไป

ขงเบ้งได้เห็นดังนั้นก็ยิ่งมีความยินดีนักคำนับกราบลงกับที่ แล้วก็ลงจากศาลขึ้นเกวียนกลับมาค่าย ครั้นเพลาเช้าขงเบ้งจึงชวนอองเป๋งกับทหารทั้งปวงซึ่งเปนใบ้นั้น รีบไปเก็บยาตามคำเทพารักษ์ว่า ครั้นข้ามเขาซั้นซกไปยี่สิบเส้น เห็นต้นไม้ใหญ่ริมธารน้ำนั้นเปนอันมาก แลมีเรือนอยู่ในป่าไม้นั้นประมาณสิบเรือน ขงเบ้งเห็นเด็กคนหนึ่งเดิรออกมาก็ดีใจเดิรเข้าไป พอเบ้งเจียดห่มเสื้อขาวใส่หมวกสานผมเหลืองตาแดง เดิรออกมาเห็นขงเบ้งจึงถามว่า ท่านนี้มหาอุปราชเมืองเสฉวนหรือ ขงเบ้งจึงหัวเราะตอบว่า เหตุไฉนท่านจึงรู้จักข้าพเจ้า เบ้งเจียดจึงว่า ข้าพเจ้ารู้นานอยู่แล้ว ว่ามหาอุปราชยกกองทัพมารบกับเบ้งเฮ็ก จะปราบในแดนอันนี้แล้ว เบ้งเจียดก็เชิญขงเบ้งเข้าไปในเรือน ขงเบ้งจึงว่าแก่เบ้งเจียดว่า รับสั่งพระเจ้าเล่าเซียนให้ยกกองทัพมาปราบปรามเบ้งเฮ็ก ให้อ่อนน้อมต่อเมืองเสฉวนจงได้ บัดนี้เบ้งเฮ็กหนีเข้าไปอยู่ในเขาอิมตองสัน เรายกไปถึงทางตวันตกทหารทั้งปวงลงกินน้ำในธารก็เปนใบ้ไปสิ้น เทพารักษ์บอกเราว่ายาแก้น้ำนั้นมีอยู่ตำบลนี้ เราจึงรีบมาหาท่านหวังจะเก็บยา ท่านจงเมตตาบอกให้เราด้วยจะได้แก้ชีวิตคนทั้งปวง

เบ้งเจียดจึงว่า ตัวข้าพเจ้าเปนคนป่าหาควรที่มหาอุปราชจะมาหาไม่ จะใช้แต่ทหารเลวมาก็ได้ ยาก็มีอยู่ที่หลังบ้าน มหาอุปราชจะต้องประสงค์สักเท่าใดก็ไปเก็บเอาเถิด แล้วเบ้งเจียดก็ให้เด็กพาอองเป๋งกับทหารซึ่งเปนใบ้นั้นออกไปที่ธารน้ำ ทหารทั้งปวงได้กินน้ำนั้นเข้าไปก็รากเสมหะร้ายออกมาพูดจาได้เปนปรกติดังเก่า เบ้งเจียดจึงว่าแก่ขงเบ้งว่า หนทางซึ่งท่านจะเข้าไปในเขาอิมตองสันนั้นกันดารนัก กอปด้วยสัตว์อันร้ายต่าง ๆ ท่านจงเก็บใบฮุยเหียบนี้ไปให้มากจะได้แก้อันตรายในทางนั้น ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นมีความยินดีนัก จึงให้ทหารไปเก็บใบไม้นั้นมาเปนอันมาก แล้วขงเบ้งจึงว่าแกเบ้งเจียดว่า ท่านมีไมตรีต่อเราเปนอันมาก ท่านชื่อไรเปนแซ่อันใด เมื่อสำเร็จราชการแล้วจะได้ตอบแทนไมตรีท่าน

เบ้งเจียดจึงว่า ข้าพเจ้าชื่อเจียดแซ่เบ้งเปนพี่ชายเบ้งเฮ็ก ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็ตกใจทอดใจใหญ่ เบ้งเจียดจึงว่า ท่านอย่ากินแหนงรังเกียจข้าพเจ้าเลย ตัวข้าพเจ้านี้เปนพี่น้องร่วมท้องกับเบ้งเฮ็กเบ้งฮิวก็จริง แต่เบ้งเฮ็กเบ้งฮิวเปนคนพาลหยาบช้ามิได้เอาคำข้าพเจ้าผู้พี่ ข้าพเจ้าจึงละสมัคพรรคพวกเสียออกมาอยู่ที่นี่หวังจะหาความสบาย บัดนี้น้องข้าพเจ้าทำความผิดคิดมิชอบ มหาอุปราชจึงได้ความลำบากมาถึงนี่ ตัวข้าพเจ้าเปนผู้พี่ก็หาพ้นความผิดไม่ มหาอุปราชจงโปรดให้ทานชีวิตข้าพเจ้าด้วย

ขงเบ้งจึงว่า ท่านอย่าวิตกเลย เบ้งเฮ็กเบ้งฮิวเปนคนชั่วกระทำความผิดโทษก็จะอยู่แก่ตัวเขา ท่านเปนคนดีมีความสัตย์ความชอบก็จะมีอยู่แก่ตัวท่าน เมื่อสำเร็จราชการกลับไปเมืองแล้วเราจึงจะกราบทูลพระเจ้าเล่าเสี้ยนให้ตั้งท่านเปนใหญ่ในแดนนี้ เบ้งเจียดจึงว่า ซึ่งโปรดมาทั้งนี้พระคุณหาที่สุดไม่ แต่น้ำใจข้าพเจ้ารักแต่ความสบายมิได้ยินดีต่อสมบัติพัสถานที่จะเปนใหญ่สืบไป ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็ให้สิ่งของเงินทองแก่เบ้งเจียดเปนอันมาก เบ้งเจียดก็มิได้รับสิ่งของนั้นคืนให้ขงเบ้ง ๆ ก็ลาเบ้งเจียดขึ้นเกวียนน้อยพาทหารกลับมาถึงค่าย

ขงเบ้งจึงให้ทหารขุดบ่อในค่ายสิบบ่อลึกสี่สิบวา หวังจะอาศรัยน้ำ ขงเบ้งแลทหารทั้งปวงเห็นบ่อนั้นแห้งมิได้มีน้ำก็ตกใจ ครั้นเวลาคํ่าขงเบ้งจึงจุดธูปเทียนขึ้นบูชาเทพดาแล้วอธิษฐานว่า ข้าพเจ้าขงเบ้งตั้งใจทำราชการสนองพระคุณพระเจ้าเล่าปี่โดยสุจริต จะยกพระเจ้าเล่าเสี้ยนขึ้นครองราชสมบัติบำรุงให้ราษฎรเปนสุขสืบไป บัดนี้พลทหารทั้งปวงขัดสนด้วยนํ้านัก ถ้าบุญพระเจ้าเล่าเสี้ยนจะเปนใหญ่ ตัวข้าพเจ้าจะได้ช่วยทำนุบำรุงอยู่ ขอเทพดาจงโปรดให้ทานชีวิตสัตว์ทั้งปวงด้วย ถ้าพระเจ้าเล่าเสี้ยนหาบุญไม่แล้ว จงบันดาลให้ข้าพเจ้าขงเบ้งผู้เปนคนอาภัพนี้ตายเสียเถิด อย่าให้มีชีวิตอยู่ดูหน้าคนสืบไปเลย ครั้นเวลาเช้าทหารเข้าไปบอกขงเบ้งว่า บ่อซึ่งขุดไว้นั้นน้ำขึ้นเต็มทุกบ่อ ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็ดีใจ จึงให้ทหารกินน้ำสำเร็จแล้วก็ยกไปเขาอิมตองสัน ให้ตักน้ำนั้นไปเปนลำเลียง

ฝ่ายทหารซึ่งคอยเหตุจึงเอาเนื้อความมาบอกเบ้งเฮ็กว่า บัดนี้ขงเบ้งยกทหารล่วงทางตวันตกเข้ามาได้แล้ว เบ้งเฮ็กได้ยินดังนั้นก็ตกใจ โต้สู้ไต้อ๋องจึงว่าแก่เบ้งเฮ็กว่าท่านอย่าเพ่อวิตก เนื้อความซึ่งว่านี้ยังไม่เห็นสม ข้าพเจ้าจะดูให้เห็นประจักษ์แก่ตาก่อน โต้สู้ไต้อ๋องก็ยืนดูบนยอดเขา เห็นขงเบ้งยกใกล้เข้ามาแล้ว เห็นทหารหาบขนน้ำเข้าเปนอันมาก โต้สู้ไต้อ๋องคิดสงสัยนักจึงกลับลงมาว่าแก่เบ้งเฮ็กว่า ขงเบ้งยกมาได้จริงแล้วข้าพเจ้าเห็นประหลาทนัก ชรอยเทพารักษ์จะบอกแก่ขงเบ้งเปนแน่

เบ้งเฮ็กจึงว่า ถ้ากระนั้นข้าพเจ้ากับเบ้งฮิวสองคนพี่น้องจะลาท่านออกสู้รบกับขงเบ้งกว่าจะสิ้นชีวิตลงกับที่ มิให้ทหารจับมัดไปให้ขงเบ้งดูหน้าอีกแล้ว โต้สู้ไต้อ๋องจึงว่า ตัวท่านกับข้าพเจ้าเปนพวกเดียวกัน แม้ท่านเสียแก่ขงเบ้งแล้ว ถึงตัวข้าพเจ้ากับสมัคพรรคพวกทั้งปวงขงเบ้งก็จะไม่ไว้ชีวิตแล้ว โต้สู้ไต้อ๋องก็ฆ่าโคกระบือเลี้ยงสุราทแกล้วทหารทั้งปวง จัดแจงจะยกออกรบกับขงเบ้ง พอทหารเข้ามาบอกว่า เอียวหองซึ่งเปนนายใหญ่อยู่เขางินติสันยกทหารสามหมื่นมาช่วย โต้สู้ไต้อ๋องได้ฟังดังนั้นก็ดีใจ จึงออกมารับคำนับกันตามธรรมเนียม แล้วพาทหารกับเอียวหองเข้ามาที่อยู่

เอียวหองจึงอวดว่า บุตรข้าพเจ้าห้าคนนี้มีสติปัญญาแลฝีมือเข้มแขงนัก แล้วทหารข้าพเจ้าก็มีกำลังกล้าหาญใส่เกราะเหล็กเสมอทุกตัวคน แม้ขงเบ้งยกทหารร้อยหมื่นเข้ามา แต่กำลังข้าพเจ้าจะขออาสาเอาชัยชนะให้ได้ แล้วก็เรียกบุตรห้าคนเข้ามาคำนับโต้สู้ไต้อ๋องกับเบ้งเฮ็ก ๆ เห็นบุตรเอียวหองรูปร่างคมสันมีสง่าเหมือนเสืออันร้ายก็มีความยินดีนัก ก็แต่งโต๊ะให้เอียวหองกับบุตรห้าคนนั้นเสพย์สุราด้วยกัน

ขณะเมื่อเสพย์สุราอยู่นั้น เอียวหองแกล้งทำเมาสำแดงฤทธิต่าง ๆ รำเพลงโล่เพลงทวนโลดโผนทำสง่าว่า ถ้าขงเบ้งมาเราจะตัดสีสะด้วยเพลงอาวุธอันนี้ พอหญิงสิบคนซึ่งเอียวหองคิดกลเตรียมมานั้น สยายผมเดิรตบมือทำเพลงเข้ามา เอียวหองจึงให้บุตรเอาจอกสุราคนละจอกเข้าไปคำนับเบ้งเฮ็กเบ้งฮิว ๆ มิได้แจ้งในกลเอียวหองก็รับจอกสุราแหงนหน้าขึ้นจะกิน เอียวหองตวาดขึ้นตามสัญญา บุตรเอียวหองก็กลุ้มกันเข้าจับมัดเบ้งเฮ็กเบ้งฮิว โต้สู้ไต้อ๋องเห็นดังนั้นก็ตกใจขยับตัวจะวิ่งหนี เอียงหองก็รวบเอาตัวมัดไว้ หญิงสิบคนก็วิ่งเข้าช่วยมัดเบ้งเฮ็ก

เบ้งเฮ็กจึงว่าแก่เอียวหองว่า ท่านกับเราก็มิได้มีสาเหตุทำผิดสิ่งใดต่อกัน แลท่านมาทำร้ายแก่เรานี้หาประโยชน์ไม่ นานไปท่านก็จะได้ความเดือดร้อน เอียวหองจึงว่า มหาอุปราชเมืองเสฉวนเปนคนมีเมตตาแก่สัตว์ทั้งปวง จับลูกหลานเราได้ก็ไว้ชีวิตปล่อยมาสิ้น เราคิดถึงคุณจึงจะจับตัวท่านซึ่งเปนคนทรยศมัดไปแทนคุณขงเบ้ง แล้วเอียวหองจึงร้องประกาศแก่ทหารทั้งปวงว่า เบ้งเฮ็กกระทำความผิดให้ท่านทั้งปวงเดือดร้อน บัดนี้เราจะจับไปให้ขงเบ้งแล้ว ท่านทั้งปวงจงกลับไปอยู่ให้เปนสุขตามภูมิ์ลำเนาเถิด แล้วเอียวหองก็พาเอาตัวโต้สู้ไต้อ๋องกับเบ้งฮิวเบ้งเฮ็กมัดไปให้ขงเบ้งนอกค่าย

ขงเบ้งแจ้งดังนั้นก็มีความยินดี เรียกเอียวหองเข้าไปคำนับตามธรรมเนียมแล้ว เอียวหองจึงว่าแก่ขงเบ้งว่า ข้าพเจ้าเปนผู้ใหญ่บ้านอยู่ณเขางินติสัน คิดถึงคุณมหาอุปราชซึ่งไว้ชีวิตปล่อยลูกหลานข้าพเจ้าไป ข้าพเจ้าจึงคิดกลอุบายจับเบ้งเฮ็กเบ้งฮิวมาแทนพระคุณท่าน ขงเบ้งก็ให้บำเหน็จรางวัลแก่เอียวหองเปนอันมาก แล้วให้เอาตัวเบ้งเฮ็กเข้ามา ขงเบ้งจึงหัวเราะว่า ท่านจะยอมสมัคอ่อนน้อมต่อเราแล้วหรือยัง

เบ้งเฮ็กจึงว่า ซึ่งท่านจะให้เราอ่อนน้อมต่อนั้นไม่ชอบ เพราะเรามิได้แพ้ฝีมือท่าน บัดนี้เอียวหองเพื่อนเราทำกลอุบายให้เราไว้ใจจึงจับเรามาได้ ถึงท่านจะฆ่าเสียก็ตามเถิดเรามิได้อ่อนน้อมต่อเปนอันขาด ขงเบ้งจึงว่า ครั้งนี้ตัวหนีเราเข้าอยู่ในที่คับขัน หวังจะลวงเราให้เปนอันตรายด้วยน้ำร้ายกลางทาง เทพดาก็ช่วยบำรุงรักษาเราให้เข้ามาได้ถึงที่นี่ เหตุไฉนท่านมาถือทิษฐิมานะไม่อ่อนน้อมต่อเราอีกเล่า

เบ้งเฮ็กจึงว่า เดิมเราอยู่เมืองงินแข ภูมิฐานกำแพงหอรบมั่นคง แม้ท่านจับเราได้ในเมืองนั้น เราก็จะอ่อนน้อมต่อท่านชั่วลูกหลาน นี่เราออกจากเมืองเราดอกท่านจึงลวงจับตัวเราได้ ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นเห็นว่าเบ้งเฮ็กยังมีมานะถือตัวอยู่ จึงว่าเราจะปล่อยท่านไปอีกครั้งหนึ่ง ท่านจงหาที่มั่นบำรุงทแกล้วทหารให้พร้อมไว้เถิด เราจะยกไปสู้รบกับท่าน ๆ ก็จะได้เห็นฝีมือเรา แม้เราจับมาได้ท่านยังพูดฉนี้อยู่เราจะฆ่าเสียสิ้นทั้งโคตร แล้วก็ให้ทหารแก้มัดเบ้งเฮ็กออก เบ้งเฮ็กก็คำนับลาขงเบ้งไป ขงเบ้งจึงให้ทหารแก้เบ้งฮิวกับโตสู้ไต้อ๋องออกเลี้ยงสุราแล้ว เอาม้าให้คนละตัวให้ตามเบ้งเฮ็กไป ครั้นเบ้งฮิวโต้สู้ไต้อ๋องไปแล้ว ขงเบ้งจึงตั้งเอียวหองเปนขุนนางผู้ใหญ่ แล้วให้บำเหน็จรางวัลแก่หญิงสิบคนแลทหารทั้งปวงตามสมควร เอียวหองก็คำนับลาขงเบ้งไปที่อยู่

ฝ่ายเบ้งเฮ็กเบ้งฮิวกับโต้สู้ไต้อ๋อง รีบพากันไปทั้งกลางวันกลางคืนถึงเมืองสำกั๋ง นอกเมืองนั้นมีแม่น้ำล้อมสามด้าน นอกนั้นออกไปฝ่ายข้างทิศเหนือเปนที่ราบกว้างสี่ร้อยเส้น มีผลไม้ต่าง ๆ เปนอันมาก ข้างทิศตวันตกสองร้อยเส้นเปนนาเกลือ ฝ่ายทิศใต้ใกล้เมืองสามร้อยเส้นถึงเมืองลงต่อต๋อง แล้วจึงถึงเมืองหลวงมีเขาล้อมรอบ ในเมืองมีเขาใหญ่อันหนึ่งชื่องินแข บนยอดเขานั้นมีปราสาทชื่อก๋งเตียนเล่าคายเปนที่อยู่เจ้ามันอ๋อง ริมปราสาทนั้นมีศาลเจ้าสำหรับแผ่นดินเปนที่ศักดิ์สิทธิ์ ชาวเมืองทั้งปวงนับถือแต่งเครื่องไปเส้นเจ้าแกคุยที่ศาลนั้นปีละสี่ครั้ง ผู้สำหรับปรนนิบัติรับเครื่องเส้นนั้นชื่อปกกุย แล้วชาวเมืองทั้งปวงต้องไปจับคนในแดนเมืองเสฉวนมาเส้นทุกปีมิได้ขาด ถ้าหาไม่ได้ก็พเอิญให้ไข้จับเปนโรคต่าง ๆ

ประการหนึ่งในเมืองงินแขนั้น มิได้มีกฎหมายเปนอย่างธรรมเนียมเหมือนหัวเมืองทั้งปวง ถ้ากระทำผิดให้เจ้าเมืองขัดเคืองแล้วก็ให้เอาตัวไปฆ่าเสีย ถึงมาทว่าหญิงชายในเมืองนั้นจะทำละเมิดนอกคำบิดามารดาสามีก็มิได้มีโทษ อนึ่งถ้าฝนตกไม่บริบูรณขัดสนด้วยเข้าปลาอาหาร ชาวเมืองทั้งปวงก็เอาเนื้อแลช้างกินเลี้ยงชีวิต

ฝ่ายเบ้งเฮ็กครั้นมาถึงเมืองงินแข ซ่องสุมได้ทหารประมาณพันเศษ เบ้งเฮ็กจึงว่าแก่ทหารทั้งปวงว่า เราทำศึกมากับขงเบ้งก็เสียทีได้ความอัปยศเปนหลายครั้ง ท่านทั้งปวงซึ่งมีสติปัญญาจงช่วยเราคิดบ้าง ทำไฉนจะได้ชัยชนะขงเบ้ง ตั้วไหลน้องภรรยาเบ้งเฮ็กจึงว่า แม้ขงเบ้งยกติดตามมาข้าพเจ้าจะขออาสาแก้แค้นให้จงได้ เบ้งเฮ็กจึงถามว่า ท่านจะคิดอ่านทำประการใด

ตั้วไหลจึงว่า บกลกไต้อ๋องเจ้าเมืองปัดหลับต๋อง ข้างทิศตวันตกเมืองเรานี้มีความรู้เชี่ยวชาญ ถ้าขึ้นช้างร่ายมนตร์แล้ว จะเรียกให้เกิดลมพายุพัดให้ก้อนศิลากระเด็นถูกข้าศึก แลเรียกสัตว์ร้ายต่าง ๆ มาใช้ก็ได้ แล้วมีปีศาจสามหมื่นติดตามให้ใช้สอยมิได้ขาด ขอให้ท่านแต่งหนังสือไปฉบับหนึ่ง กับสิ่งของเครื่องบรรณาการจงมาก ข้าพเจ้าจะไปหาบกลกไต้อ๋องอ้อนวอนให้ยกทหารมาช่วยท่านเห็นการเราจะสำเร็จ

เบ้งเฮ็กได้ฟังดังนั้นก็เห็นชอบด้วย จึงเขียนหนังสือแจ้งเนื้อความทั้งปวงกับสิ่งของให้ตั้วไหล ๆ คำนับลาเบ้งเฮ็กไป แล้วเบ้งเฮ็กจึงให้โตสู้ไต้อ๋องคุมทหารไปอยู่รักษาเมืองสำกั๋ง

ฝ่ายขงเบ้งยกกองทัพตามเบ้งเฮ็กมาถึงเมืองสำกั๋ง จึงให้จูล่งกับอุยเอี๋ยนคุมทหารยกเข้าตีเมืองทางทิศเหนือ ฝ่ายโต้สู้ไต้อ๋องก็ให้ทหารซึ่งชำนาญหน้าไม้ ขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้เปนสามารถ ทหารทั้งปวงก็เตรียมหน้าไม้สำหรับมือทายาพิษ ถ้ายิงถูกผู้ใดเปื่อยพังจนตาย ครั้นจูล่งยกทหารเข้ามาใกล้ ทหารบนกำแพงก็เอาหน้าไม้ระดมยิงถูกทหารจูล่งเจ็บปวดล้มตายเปนหลายคน จูล่งกับอุยเอี๋ยนถอยกลับไปหาขงเบ้ง ๆ เห็นทหารถูกหน้าไม้เจ็บปวดเปนสาหัศก็เอายาใส่ให้ พิษหน้าไม้นั้นก็หาย แล้วขึ้นเกวียนเข้าไปดูเห็นภูมิฐานเมืองมั่นคง ขงเบ้งก็ถอยทัพออกไปตั้งค่ายมั่นอยู่ไกลเมืองหกสิบเส้น ทหารในเมืองสำกั๋งเห็นขงเบ้งถอยทัพออกไปตั้งมั่นก็ประมาทเลินเล่อสำคัญว่าขงเบ้งแพ้ฝีมือสู้ไม่ได้แล้ว

ฝ่ายขงเบ้งถอยออกไปตั้งอยู่ห้าวัน เวลาคํ่าเกิดลมพัดขึ้นในค่าย ขงเบ้งจึงสั่งทหารทั้งปวงว่า เราจะเอาผ้าชายเสื้อเสมอคนละผืนให้ได้ในเวลาวันนี้ ถ้าผู้ใดไม่ได้เราจะตัดสีสะเสีย ทหารทั้งปวงได้ฟังดังนั้นก็สงสัยอยู่ แต่เกรงอาญาขงเบ้งก็หาผ้าชายเสื้อคนละผืนมาให้ขงเบ้งครบตัวกัน ในเวลายามหนึ่งขงเบ้งก็ให้ทหารเอาผ้ามาห่อดินคนละห่อ ยกเข้าถมกำแพงเมืองจนถึงใบเสมา แล้วว่าแก่ทหารทั้งปวงว่า ถ้าผู้ใดเข้าเมืองได้ก่อนเราจะปูนบำเหน็จให้ถึงขนาด ทหารทั้งปวงได้ฟังดังนั้นก็ชิงกันเข้าไปได้เปนอันมาก แล้วสัญญากันไล่ฟันผู้คนอื้ออึงขึ้น โต้สู้ไต้อ๋องมิได้แจ้งว่าศึกมาแต่เหนือแลใต้ ก็ขึ้นม้าพาทหารออกมา ทหารขงเบ้งเห็นดังนั้นก็ไล่รุกเข้าไปเอาทวนแทงถูกโต้สู้ไต้อ๋องตกม้าตาย ทหารทั้งปวงก็แตกกระจัดกระจายกัน ทิ้งเมืองเสียหนีไปหาเบ้งเฮ็กประมาณกึ่งหนึ่ง ขงเบ้งได้ชัยชนะก็ยกเข้าตั้งอยู่ในเมืองสำกั๋ง แล้วก็จัดแจงยกไปเมืองงินแข

ฝ่ายเบ้งเฮ็กแจ้งว่าขงเบ้งได้เมืองสำกั๋งแล้ว ก็มีความวิตกนัก พอทหารเข้ามาบอกว่า ขงเบ้งยกกองทัพข้ามฟากล่วงเข้ามาในแดนนี้แล้ว เบ้งเฮ็กตกใจสดุ้งขึ้นทั้งตัว นางจกหยงซึ่งเปนภรรยาเบ้งเฮ็กยืนแอบอยู่ในฉากเห็นดังนั้นก็เดิรหัวเราะออกมาว่า ท่านเปนชาติทหารควรหรือมาสิ้นความคิด ด้วยการศึกแต่เพียงนี้ท่านอย่าวิตกเลย ตัวข้าพเจ้าเปนหญิงจะขออาสาทำศึกกับขงเบ้ง เบ้งเฮ็กได้ฟังดังนั้นคิดขึ้นได้ว่า นางจกหยงคนนี้มีวิชาใช้อาวุธได้ ถ้าข้าศึกไล่มาเอาอาวุธโยนขึ้นไปบนอากาศแล้ว จำเพาะให้ตกลงถูกข้าศึก เห็นพอจะสู้รบเอาชัยชนะขงเบ้งได้ เบ้งเฮ็กก็มีความยินดีคำนับรับคำนาง แล้วก็จัดทหารเอกร้อยคน กับทหารเลวห้าหมื่นมอบให้นางจกหยง ๆ คำนับเบ้งเฮ็กแล้วรีบยกออกจากเมือง พอเตียวหงีกับม้าตงทหารขงเบ้งยกมาถึงก็เข้าสกัดรบ

นางจกหยงเห็นดังนั้น ก็แต่งตัวมีอาวุธวิเศษเหน็บหลังห้าเล่ม ขึ้นม้าถือหอกใหญ่ยาวสามวา รำเพลงอาวุธเข้ารบกับเตียวหงีได้เก้าเพลง นางจกหยงทำเปนแพ้ชักม้าหนี เตียวหงีมิได้แจ้งในกลก็ขับม้าไล่ตามนางจกหยงจึงชักเอาอาวุธวิเศษโยนขึ้นไปแล้วตกลงถูกเตียวหงีตกจากหลังม้า ทหารทั้งปวงก็รุมเข้าจับตัวมัดไว้ ม้าตงเห็นดังนั้นก็ขับม้าเข้าแก้เตียวหงี เห็นนางจกหยงยืนม้าถือหอกอยู่ก็โกรธ ควบม้าเข้ารบกับนางจกหยงยังไม่แพ้ชนะกัน นางจกหยงทำกลเอาเชือกพานเท้าม้าล้มลง ม้าตงตกจากม้า นางจกหยงจึงให้ทหารเข้ามัดเอาตัวเตียวหงีกับม้าตงกลับเข้าเมือง

เบ้งเฮ็กเห็นดังนั้นก็มีความยินดีนัก จึงแต่งโต๊ะเลี้ยงนางจกหยงเสพย์สุรา นางจกหยงจึงสั่งทหารให้เอาตัวเตียวหงีกับม้าตงไปฆ่าเสีย เบ้งเฮ็กจึงว่า ข้าทำศึกกับขงเบ้ง ๆ จับได้ถึงห้าครั้ง ก็ไว้ชีวิตปล่อยมามิได้ทำอันตราย ซึ่งเราจะฆ่าเตียวหงีม้าตงเสียนั้นไม่ชอบ คนทั้งปวงก็จะคระหานินทาได้ เรางดไว้ต่อจับขงเบ้งได้จึงฆ่าให้พร้อมกันทีเดียว นางจกหยงเห็นชอบด้วยก็ให้ทหารเอาตัวเตียวหงีม้าตงไปคุมไว้

ฝ่ายทหารเตียวหงีซึ่งแตกนั้น ก็เอาเนื้อความไปบอกขงเบ้งทุกประการ ขงเบ้งจึงเรียกม้าต้ายมาสั่งว่า ท่านจงคุมทหารอยู่ทางน้อย ถ้าแลเห็นนางจกหยงไล่จูล่งแลอุยเอี๋ยนมา ก็ให้เอาเชือกพานเท้าม้าจับเอาตัวให้จงได้ ม้าต้ายก็ลาไปซุ่มทหารอยู่ตามขงเบ้งสั่ง แล้วขงเบ้งจึงสั่งจูล่งกับอุยเอี๋ยนว่า ให้ท่านยกทหารเข้าไปรบกับนางจกหยง แลทำเปนแพ้ล่อให้ไล่ไปตามทางซึ่งม้าต้ายซุ่มอยู่ จูล่งอุยเอี๋ยนก็รับคำขงเบ้งยกทหารไป

ครั้นเวลาเช้าทหารไปบอกเบ้งเฮ็กว่า จูล่งยกทหารเข้ามา นางจกหยงได้ฟังดังนั้นก็ขึ้นม้ายกออกไปรบกับจูล่งได้เก้าเพลง ยังไม่แพ้ชนะกัน จูล่งชักม้าหนีล่อให้ไล่ นางจกหยงเกรงว่าขงเบ้งจะทำกลอุบายก็ถอยทหารจะกลับเข้าเมือง อุยเอี๋ยนเห็นดังนั้นก็ยกทหารตามเข้ามา นางจกหยงก็ชักม้ารบกับอุยเอี๋ยนเปนสามารถ อุยเอี๋ยนทำแพ้ชักม้าหนี นางจกหยงก็หยุดทหารตั้งมั่นอยู่นอกเมืองคืนหนึ่ง

ครั้นเวลาเช้าจูล่งก็คุมทหารเข้าไปชวนรบอีก นางจกหยงก็ขับม้าออกรบกับจูล่งได้แปดเพลง จูล่งชักม้าหนี นางจกหยงก็มิได้ตามไป กลับม้าจะถอยเข้าเมือง อุยเอี๋ยนเห็นดังนั้นก็ควบม้าตามเข้าไปร้องด่านางจกหยงเปนข้อหยาบช้าต่าง ๆ นางจกหยงได้ฟังดังนั้นก็โกรธ กลับมารบกับอุยเอี๋ยน ๆ ก็ควบม้าหนีร้องด่าไปพลาง นางจกหยงก็ขับม้าไล่ตามไปด้วยกำลังโทโส ถึงทางน้อยริมเชิงเขาซึ่งม้าต้ายซุ่มอยู่ ม้าต้ายก็เอาเชือกพานเท้าม้าล้มลง นางจกหยงพลัดตกจากหลังม้า ม้าต้ายก็เข้าจับตัวมัดมาค่ายขงเบ้ง จูล่งก็ไล่ฟันทหารนางจกหยงล้มตายเปนอันมาก หนีกลับไปเมืองได้บ้าง ฝ่ายขงเบ้งเห็นม้าต้ายจับนางจกหยงมาได้ก็มีความยินดี ให้ทหารแก้มัดออกเสียเชิญนางเสพย์สุรา แล้วขงเบ้งจึงให้ทหารเข้าไปบอกเบ้งเฮ็กว่าให้ส่งตัวเตียวหงีกับม้าตงออกมา เราจะส่งนางจกหยงให้กลับคืนเข้าไป เบ้งเฮ็กได้ฟังดังนั้นก็ปล่อยเตียวหงีกับม้าตงออกมา ขงเบ้งก็ส่งนางจกหยงเข้าไป เบ้งเฮ็กเห็นภรรยาเข้ามาก็มีความยินดีนัก พอทหารเข้ามาบอกว่า บกลกไต้อ๋องยกทหารมาถึง เบ้งเฮ็กก็ดีใจออกไปรับถึงนอกเมือง เห็นบกลกไต้อ๋องใส่เสื้อพื้นทองประดับพลอย เหน็บดาบใหญ่สองเล่ม ขี่ช้างเผือกยืนอยู่ กับทหารซึ่งเปนควาญสำหรับขี่สัตว์ร้ายนั้นพวกหนึ่ง เบ้งเฮ็กก็เข้าไปคำนับแจ้งเนื้อความทั้งปวงทุกประการ

บกลกไต้อ๋องจึงว่า ท่านอย่าวิตกเลย ซึ่งขงเบ้งทำให้ท่านได้ความอัปยศนั้นเราจะรับเปนธุระช่วยแก้แค้นเอง เบ้งเฮ็กได้ฟังก็มีความยินดี เชิญบกลกไต้อ๋องเข้าไปในเมือง แต่งโต๊ะเชิญให้เสพย์สุรา แล้วเลี้ยงทหารเปนอันมาก

ครั้นเวลาเช้าบกลกไต้อ๋องก็ยกทหารออกจากเมืองตรงไปค่ายขงเบ้ง ๆ เห็นดังนั้นก็ให้จูล่งกับอุยเอี๋ยนยกออกตั้งรับอยู่นอกค่าย ครั้นเห็นบกลกไต้อ๋องยกมาถึง จูล่งกับอุยเอี๋ยนก็ควบม้าออกยืนอยู่หน้าทหาร เห็นธงกระบวรศึกทั้งปวง แล้วเห็นทหารเกณฑ์รบนั้นมิได้ใส่เสื้อเกราะ หน้าตาก็ผิดจริตคน แล้วก็มิได้ตีกลองแลม้าฬ่อ ตีแต่ฆ้องเรียกคนเปนสำคัญ แลเห็นบกลกไต้อ๋องแต่งตัวเปนกษัตริย์ขี่ช้างเผือกเหน็บดาบใหญ่สองเล่ม มีทหารถือธงใหญ่แห่หน้าช้างคนหนึ่ง

จูล่งจึงว่าแก่อุยเอี๋ยนว่า แต่เราทำสงครามมาก็ยังมิได้เห็นกระบวรศึกประหลาทอย่างนี้ เราจะคิดอ่านทำประการใดจึงมีชัยชนะ พอได้ยินเสียงระฆังแลไปเห็นบกลกไต้อ๋องร่ายมนตร์บนหลังช้าง สักครู่หนึ่งก็เกิดลมพายุใหญ่พัดก้อนศิลากระเด็นมาดังห่าฝน แล้วได้ยินเสียงบกลกไต้อ๋องเป่าแตรเขากระบือ สัตว์ร้ายก็วิ่งออกจากป่าเปนอันมาก สำแดงฤทธิ์เดชตรงเข้าในกองทัพจูล่ง ๆ เห็นดังนั้นก็ถอยทหารกลับเข้าค่ายแจ้งเนื้อความแก่ขงเบ้งทุกประการ แล้วก็อ้อนวอนขอโทษซึ่งทำการมิได้มีชัยชนะแก่ข้าศึก

ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงหัวเราะแล้วว่าท่านอย่าวิตกเลย ด้วยข้าศึกมีวิชาเหลือปัญญาท่าน ๆ หามีโทษไม่ ซึ่งบกลกไต้อ๋องมีวิชาฉนี้เราก็รู้อยู่เตรียมการมาพร้อมแล้ว ขงเบ้งจึงให้ทหารเอาเกวียนแต่งไว้สิบเอ็ดเล่ม ซึ่งทำเตรียมมานั้นเปิดออก ในเกวียนนั้นมีรูปสัตว์ร้ายต่าง ๆ ร้อยหนึ่งทำด้วยไม้ เขียนลายเหมือนรูปสัตว์ รวงในใส่ดินปะสิวแลลูกพลุ มีล้อสำหรับเสือกเดิรได้ทุกตัว ขงเบ้งจึงเกณฑ์ทหารที่มีกำลังพันหนึ่งสำหรับประคองออกทำการตัวละสิบคน ครั้นเวลาเช้าก็ให้ยกทหารตรงเข้าไปเมืองงินแข ตัวขงเบ้งยกตามไปภายหลัง

ฝ่ายบกลกไต้อ๋องได้ชัยชนะกลับเข้าเมือง เบ้งเฮ็กก็แต่งโต๊ะเลี้ยงสุรา พอทหารเข้ามาบอกว่าขงเบ้งยกเข้ามา บกลกไต้อ๋องได้ฟังดังนั้นจึงว่า ขงเบ้งยังไม่เข็ดฝีมือเราหรือ จึงยกทหารเข้ามาอิกเล่า แล้วก็จัดแจงทหารกับเบ้งเฮ็กยกออกจากเมือง พอขงเบ้งก็มาถึง เบ้งเฮ็กจึงชี้มือบอกบกลกไต้อ๋องว่า ซึ่งใส่หมวกแต่งตัวอย่างมหาอุปราชถือพัดนั่งอยู่บนเกวียนน้อยนั้นคือขงเบ้ง แม้เราจับตัวได้แล้วแผ่นดินเราก็จะเปนสุข บกลกไต้อ๋องได้ฟังว่าดังนั้น ก็สั่นระฆังร่ายมนตร์เรียกให้เกิดลมพายุพัดก้อนศิลามาดังห่าฝน แล้วเป่าแตรเรียกสัตว์ร้ายมาเปนอันมาก

ขงเบ้งเห็นดังนั้นก็ร่ายมนตร์โบกพัด ลมพายุก็พัดกลับไป สัตว์ร้ายก็หยุดอยู่ แล้วขงเบ้งก็ให้เอาเพลิงจุดเสือกสัตว์กลนั้นเข้าไปในกองทัพเบ้งเฮ็ก แล้วให้ตีม้าฬ่อฆ้องกลองยกทหารล้อมเข้าไป สัตว์ร้ายซึ่งบกลกไต้อ๋องเรียกมานั้น ถูกลูกพลุแลประทัดเจ็บปวดเปนสาหัส ก็ตื่นกันวิ่งวุ่นวายไป ทหารทั้งปวงก็แตกตื่นกันอึงขึ้น ฝ่ายขงเบ้งก็ขับทหารให้ไล่ฟันเข้าไป ฆ่าบกลกไต้อ๋องตายในที่รบ เบ้งเฮ็กก็ยกเข้าเมืองพาภรรยากับสมัคพรรคพวกรีบหนี ขงเบ้งก็ยกทหารเข้าตั้งอยู่ในเมืองเงินแข ปูนบำเหน็จทหารตามสมควรแล้วเกณฑ์ทหารให้รีบไปตามจับตัวเบ้งเฮ็ก

ฝ่ายเบ้งเฮ็กหนีไปนั้นตั้วไหลน้องภรรยาจึงว่าแก่เบ้งเฮ็กว่า เราจะหนีไปบัดนี้ก็เห็นหาพ้นมือขงเบ้งไม่ ข้าพเจ้าจะคิดกลอุบายให้ทหารร้อยหนึ่งแต่งตัวซ่อนอาวุธไว้ในเสื้อ แล้วจะจับตัวท่านสองคนกับพี่ข้าพเจ้ามัดไปให้ขงเบ้ง ๆ ก็จะดีใจหาตัวข้าพเจ้ากับทหารซึ่งมีความชอบเข้าไปในค่าย ข้าพเจ้าจะจับตัวขงเบ้งฆ่าเสีย เบ้งเฮ็กได้ฟังดังนั้นก็เห็นชอบด้วย ตั้วไหลก็จับตัวเบ้งเฮ็กเบ้งฮิวกับนางจกหยง แล้วพาทหารร้อยหนึ่งมาหาขงเบ้ง พบทหารขงเบ้งกลางทาง ตั้วไหลจึงบอกแก่ทหารนั้นว่า ข้าพเจ้าห้ามปรามเบ้งเฮ็กว่าให้อ่อนน้อมต่อมหาอุปราชเถิดก็ไม่ฟัง ขืนสู้รบจนไพร่พลได้ความเดือดร้อนเปนอันมาก ข้าพเจ้าจึงจับตัวเบ้งเฮ็กเบ้งฮิวกับภรรยามาให้มหาอุปราช ทหารนั้นก็กลับมาบอกแก่ขงเบ้ง ๆ ได้ฟังดังนั้นจึงสั่งเตียวหงีกับม้าตงว่า ท่านจงจัดแจงทหารคนละพันให้ยืนเรียงกันอยู่ในประตูค่ายสองข้างทาง ถ้าตั้วไหลพาเบ้งเฮ็กเข้ามาก็ให้มัดตั้วไหลกับทหารเข้ามาให้เราด้วย

เตียวหงีกับม้าตงก็ไปจัดแจงพร้อมไว้ตามขงเบ้งสั่ง ตั้วไหลก็พาตัวเบ้งเฮ็กกับพี่สาวเข้ามาถึงประตูค่าย เตียวหงีกับม้าตงก็จับตั้วไหลกับทหารร้อยหนึ่งมัดไว้ ขงเบ้งจึงแกล้งให้ทหารออกไปสั่งว่า ซึ่งตั้วไหลกับทหารทั้งปวงพาตัวเบ้งเฮ็กมานั้นให้เข้ามาเถิด เตียวหงีกับม้าตงก็พาเอาตัวเบ้งเฮ็กเบ้งฮิวตั้วไหลกับภรรยาเบ้งเฮ็กแลทหารทั้งปวงเข้าไปให้ขงเบ้ง ๆ เห็นตั้วไหลกับทหารมาคำนับกราบลงกับที่ดังนั้น จึงหัวเราะแล้วว่าแก่เบ้งเฮ็กว่า เมื่อครั้งก่อนนั้นเอียวหองเพื่อนของท่านเห็นว่าท่านทำผิด ก็จับตัวมาให้เรา ๆ ก็ไว้ชีวิตปล่อยเสียมิได้เอาโทษ มาบัดนี้เล่า ตั้วไหลน้องภรรยาจับตัวมาให้เรา หวังจะคิดกลอุบายฆ่าเราเสียเราก็รู้ถึง แล้วขงเบ้งก็ให้ทหารค้นดูในตัวตั้วไหล ได้อาวุธเหน็บซ่อนอยู่ในเสื้อเล่มหนึ่ง

ขงเบ้งจึงว่าแก่เบ้งเฮ็กว่า ซึ่งกลอุบายท่านคิดทำนี้แต่เราคิดเล่นลืมเสียก็ดีกว่า บัดนี้ตัวก็สิ้นความคิดอยู่แล้ว หรือจะว่าประการใดต่อไปบ้าง

เบ้งเฮ็กจึงว่า เรายังมิได้แพ้ฝีมือท่าน หากว่าเราคิดผิดเข้ามาหาที่ตายเองท่านจึงได้เรา ถึงจะฆ่าเราเสียก็ตามเถิดเรามิได้อ่อนน้อมต่อท่าน ขงเบ้งจึงว่า เราจับท่านได้ก็ถึงหกครั้งนี้แล้ว ก็ยังเจรจาอยู่ฉนี้ จะให้เราตามจับไปอีกสักกี่ครั้งเล่าจึงจะอ่อนน้อมต่อเรา

เบ้งเฮ็กจึงว่า แม้ปล่อยเราไปอีกครั้งหนึ่งให้เราได้ทำการจนสิ้นความคิดเต็มฝีมือแล้วจึงจะอ่อนน้อมต่อท่าน แม้ท่านไม่เชื่อเราจะให้ความสัตย์ไว้แก่ท่าน แล้วเบ้งเฮ็กก็ให้ความสัตย์ต่อหน้าขงเบ้ง ๆ ได้ฟังดังนั้นจึงคิดว่า อันเบ้งเฮ็กนี้ก็เสียทีแก่เราแล้ว ทหารก็เบาบางเห็นหาทำการใหญ่สืบไปได้ไม่ เราจะปล่อยไปอิกครั้งหนึ่งให้สิ้นความคิดจงได้ แล้วขงเบ้งก็ให้ทหารแก้มัดเบ้งเฮ็กเบ้งฮิวตั้วไหลนางจกหยงแลทหารทั้งปวงออกแล้วว่า เราจะให้ชีวิตตัวอิกครั้งหนึ่ง แม้เราจับได้ตัวยังพูดฉนี้อยู่ก็จะฆ่าเสียให้สิ้นทั้งโคตร

เบ้งเฮ็กก็รับคำขงเบ้งก้มหน้าพากันลุกออกไปจากเมือง ซ่องสุมได้ทหารประมาณแปดร้อย เบ้งเฮ็กจึงว่าแก่ตั้วไหลว่า บัดนี้ขงเบ้งก็เข้าตั้งอยู่ในเมืองเราแล้ว เรามิได้มีที่อาศรัย จะคิดอ่านประการใดดีจึงจะตั้งตัวทำการสืบไปได้ ตั้วไหลจึงว่า ลุดตัดกุดซึ่งเปนเจ้าเมืองออโกก๊กฝ่ายทิศตะวันออกไกลเมืองเจ็ดพันเส้นมีทหารเปนอันมาก แม้เราคิดอ่านไปหาลุดตัดกุดให้ยกทหารมาช่วย เห็นเราจะทำการได้ชัยชนะเปนมั่นคง เพราะลุดตัดกุดนั้นมีกำลังพลังเปนอันมาก สูงวาสามศอก กินแต่เนื้อสัตว์เปนแลผลไม้ต่างอาหาร แล้วก็มีวิชาคงทนสาระพัดอาวุธ ทหารซึ่งจะเข้าสู้สงครามนั้นก็เข้มแขงสามารถ เอาหวายแช่น้ำมันไว้หกเดือนมาถักทำเปนเกราะ แม้ถึงทางกันดารจะข้ามน้ำก็ลอยตัวข้ามฟากไปได้ ถึงถูกอาวุธธนูเกาทัณฑ์ก็มิได้เข้าเปนอันขาด จึงเรียกทหารเหล่านั้นชื่อว่าตีนกะเป๋ง ขอให้ท่านไปอ่อนน้อมต่อลุดตัดกุด ให้ยกทหารมาช่วยทำการแก้แค้นขงเบ้ง เบ้งเฮ็กได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดีนัก ตั้วไหลก็พาเบ้งเฮ็กไปหาลุดตัดกุดณเมืองออโกก๊ก คำนับกันตามธรรมเนียม แล้วเบ้งเฮ็กก็เล่าเนื้อความทั้งปวงให้ฟังทุกประการ ลุดตัดกุดจึงว่า ซึ่งขงเบ้งยกกองทัพบุกรุกเข้ามายํ่ายีในแดนเราให้ท่านได้ความเดือดร้อนนั้นท่านอย่าวิตกเลย เราจะรับเปนธุระแก้แค้นเอง ให้ขงเบ้งรู้สำนึกตัวจงได้ ลุดตัดกุดจึงสั่งเขาอั๋นกับเคหลีให้ยกทหารตีนกะเป๋งสามหมื่นเปนทัพหน้า ไปตั้งคอยรับกองทัพขงเบ้งอยู่ณริมแม่นํ้าโท้ฮัวสุยนอกเมืองออโกก๊กฝ่ายทิศตวันออกก่อน แล้วลุดตัดกุดก็พาเบ้งเฮ็กแลสมัคพรรคพวกทั้งปวงยกทหารหนุนตามไปภายหลัง

ฝ่ายขงเบ้งตั้งอยู่ในเมืองงินแข จึงให้ทหารไปสืบข่าวราชการดูว่าเบ้งเฮ็กจะไปตั้งอยู่ตำบลใด ทหารนั้นมาบอกว่า เบ้งเฮ็กไปพาลุดตัดกุดเจ้าเมืองออโกก๊กยกทหารมาตั้งอยู่ริมแม่นํ้าโท้ฮัวสุยเปนอันมาก ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็จัดแจงทหารยกไปถึงแม่น้ำโท้ฮัวสุย เห็นทหารลุดตัดกุดรูปร่างเปนชาวดง แล้วนํ้านั้นก็วิปริตคิดสงสัย จึงหาชาวบ้านมาสืบถาม ชาวบ้านจึงบอกว่า น้ำในแม่นํ้าโท้ฮัวสุยนี้ถ้าใบโท้หล่นลงแล้วเมื่อใด คนต่างประเทศไม่รู้ตักมากินก็เมาตายในขณะนั้น ถ้าชาวเมืองออโกก๊กมาตักกิน ก็ให้เกิดสติปัญญาแลกำลังมากขึ้น ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ ให้อุยเอี๋ยนตั้งค่ายอยู่ริมแม่น้ำ ตัวขงเบ้งถอยออกไปตั้งอยู่ไกลสองร้อยห้าสิบเส้น แล้วกำชับทหารทั้งปวงมิให้ตักนํ้านั้นมากินเปนอันขาด

ฝ่ายเขาอั๋นกับเคหลีเห็นขงเบ้งยกมาตั้งค่ายอยู่ดังนั้น ก็เกณฑ์ทหารยกข้ามฟากไปจะรบเอาค่ายอุยเอี๋ยน ๆ ก็ยกออกตั้งอยู่นอกค่าย ครั้นเขาอั๋นเคหลียกมาถึงก็ขับทหารให้เข้ารบเปนสามารถ อุยเอี๋ยนเห็นทหารลุดตัดกุดลํ่าสันแลคงทนแก่อาวุธทั้งปวง ก็ล่าทัพมาค่ายขงเบ้ง เขาอั๋นกับเคหลีก็ยกทหารข้ามกลับมาค่าย อุยเอี๋ยนให้ทหารตามมาสอดแนมดู เห็นทหารลุดตัดกุดมิได้มีแพแลเรือ ขี่แต่เกราะข้ามน้ำไปได้ ก็เอาเนื้อความไปแจ้งแก่ขงเบ้งทุกประการ

ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นคิดสงสัย จึงเรียกลิคีมาถามว่าเหตุผลทั้งนี้จะเปนประการใด ลิคีจึงว่า อันทหารตีนกะเป๋งเหล่านี้มีกำลังพลังใส่เกราะหวายคงทนแก่อาวุธเสมอตัวทุกคน อันเราจะรบพุ่งเอาชัยชนะมันนั้นเห็นขัดสน ขอให้มหาอุปราชยกกลับไปเมืองเสฉวนก่อนเถิด เบ้งเฮ็กก็สิ้นความคิดอยู่แล้วเห็นหาอาจยกตามเราได้ไม่ ขงเบ้งจึงหัวเราะแล้วว่าเราได้ทำการเกินล่วงมาถึงเพียงนี้แล้ว จะเลิกทัพถอยไปนั้นไม่ชอบ เวลาพรุ่งนี้เราจะคิดกลอุบายเอาชัยชนะให้จงได้ แล้วขงเบ้งก็จัดแจงให้จูล่งกับอุยเอี๋ยนอยู่รักษาค่าย

ครั้นเวลาเช้าขงเบ้งก็ขึ้นเกวียนน้อยพาทหารกับคนสนิธกับชาวบ้านเลียบไปตามริมแม่น้ำฝ่ายทิศเหนือ ครั้นถึงเนินเขาขงเบ้งก็ลงจากเกวียนเดิรไปถึงเขาใหญ่อันหนึ่ง ยอดเขานั้นเปนเนินสัณฐานเหมือนรูปงู เตียนราบมิได้มีต้นไม้ ริมเนินนั้นมีกำแพงศิลามั่นคง แล้วมีทางใหญ่ทางหนึ่ง ขงเบ้งจึงถามว่าเนินนี้ชื่อใด ชาวบ้านจึงบอกว่าชื่อจัวปัวสก แปลเปนภาษาไทยว่าเนินงูเลื้อย ทางใหญ่ซึ่งลงไปนี้ตรงไปเมืองสำกั๋ง ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดีนัก ว่าการเราครั้งนี้เห็นจะสำเร็จเปนมั่นคง แล้วก็ลงจากเขาขึ้นเกวียนน้อยกลับมาค่าย ขงเบ้งจึงสั่งม้าต้ายให้เอาเกวียนสิบเล่มซึ่งบันทุกตู้ทำเตรียมมาแต่เมืองนั้นเข้ามาเปิดขึ้น ในตู้นั้นใส่กระบอกไม้พันหนึ่ง ในกระบอกนั้นใส่ประทัดเหล็กแลดินดำเปนอันมาก ขงเบ้งจึงสั่งม้าต้ายว่า ท่านจงคุมทหารเอาเกวียนสิบเล่มนี้ไปซุ่มอยู่ริมเนินจัวปัวสก เตรียมการไว้ให้พร้อมในสิบห้าวัน ม้าต้ายก็รับคำลาขงเบ้งไป แล้วขงเบ้งก็ให้จูล่งคุมทหารไปตั้งสกัดอยู่ริมทางจะไปเมืองสำกั๋ง ให้เตรียมการไว้ให้พร้อม จูล่งก็ยกทหารไป ขงเบ้งจึงให้อุยเอี๋ยนไปอยู่ค่ายริมแม่น้ำโท้ฮัวสุยแล้วสั่งว่า ถ้าทหารลุดตัดกุดยกมารบก็ให้ทำแตกล่อให้ไล่ไปตามเนินเขาจัวปัวสก ถ้าเห็นธงขาวปักอยู่ที่ไหนก็ให้เข้าหยุดอยู่ที่นั้น อุยเอี๋ยนได้ฟังดังนั้นมิได้แจ้งในกลอุบายขงเบ้ง ก็คิดน้อยใจว่าขงเบ้งแกล้งให้ได้รับความอัปยศแก่ข้าศึก แต่เกรงอาญาก็มิได้ตอบประการใด ยกไปตั้งอยู่ตามขงเบ้งสั่ง ขงเบ้งจึงให้เตียวเอ็กกับเตียวหงีม้าตงคุมคนซึ่งเข้าเกลี้ยกล่อมพันหนึ่ง ไปตั้งค่ายเจ็ดค่ายรายไปตามริมแม่น้ำจัวปัวสก ให้ปักธงขาวไว้เปนสำคัญ

ฝ่ายเบ้งเฮ็กยกมาถึงแม่น้ำโท้ฮัวสุย เห็นกองทัพขงเบ้งมาตั้งอยู่ดังนั้น จึงว่าแก่ลุดตัดกุดว่า อันขงเบ้งนี้มีสติปัญญาทำกลอุบายล่อลวงต่าง ๆ เราจะทำศึกกับขงเบ้งจำจะกำชับทหารทั้งปวงเสียก่อนว่า เมื่อรบพุ่งกับขงเบ้ง ถ้าถึงชายป่าแลเนินเขาที่สำคัญถึงจะได้ทีก็อย่าให้ติดตาม

ลุดตัดกุดจึงว่า ท่านอย่าวิตกเลย อันชาวเมืองเสฉวนมีกลอุบายมากนักเราก็รู้อยู่แล้ว เราจะคุมทหารเปนทัพหน้ายกข้ามไปก่อน ฆ่าขงเบ้งเสียให้ได้ ตัวท่านจงคุมทหารป้องกันไปภายหลัง แล้วลุดตัดกุดก็ยกทหารข้ามฟากไปรบค่ายอุยเอี๋ยน ๆ ก็ยกทหารออกรบกับลุดตัดกุดได้เก้าเพลง อุยเอี๋ยนทำเปนแพ้ทิ้งค่ายเสียชักม้าหนี ลุดตัดกุดก็ยกข้ามกลับมาค่าย อุยเอี๋ยนก็คืนเข้าอยู่ในค่าย

ครั้นรุ่งขึ้นวันหนึ่งลุดตัดกุดก็ยกทหารข้ามมารบอีก อุยเอี๋ยนออกรบได้เจ็ดเพลงก็ทำแพ้ควบม้าหนี ลุดตัดกุดก็ให้ทหารตามรบไปทางไกลแปดสิบเส้นเห็นเงียบสงัดอยู่มิได้มีผู้ใดออกช่วยรบพุ่งต้านทาน ก็กลับมาบอกเนื้อความทั้งปวงแก่ลุดตัดกุด

ลุดตัดกุดได้ฟังดังนั้นก็เกณฑ์ทหารกองใหญ่ยกตามไป อุยเอี๋ยนเห็นลุดตัดกุดไล่มาจะใกล้ทันก็ให้ทหารถอดเกราะเสีย วิ่งหนีเข้าอยู่ในค่ายธงขาว ลุดตัดกุดเห็นดังนั้นก็มีใจกำเริบยกทหารตามไปถึงค่าย อุยเอี๋ยนก็ออกรบกับลุดตัดกุดได้สามเพลง แล้วทิ้งค่ายเสียควบม้าหนีเข้าอยู่ในค่ายธงขาวที่สอง ลุดตัดกุดก็ยกทหารไล่ตามไป อุยเอี๋ยนก็ออกรบได้สามเพลงแล้วควบม้าหนี แต่อุยเอี๋ยนออกรบกับลุดตัดกุดทำแพ้ถึงสิบห้าครั้ง ทิ้งค่ายเสียเจ็ดค่ายลุดตัดกุดก็ยิ่งกำเริบ ก็ควบม้าออกไล่ขึ้นหน้าทหาร เกินเขาจัวปัวสกออกไปเห็นป่าชัฏอันหนึ่ง ลุดตัดกุดจึงให้ทหารเข้าไปสอดแนมดู ทหารกลับมาบอกว่าในป่านั้นมีทหารเข้าไปซุ่มอยู่ปักธงเทียวไว้เปนอันมาก เบ้งเฮ็กได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะว่า อันขงเบ้งนี้จะดีแต่กลอุบาย จะรบกันแต่โดยฝีมือหาสู้เราได้ไม่ เราทำศึกครั้งนี้ก็มีชัยชนะสิบห้าครั้ง ได้ค่ายถึงเจ็ดค่าย ทหารขงเบ้งก็ขยาดเราอยู่แล้ว เรายับยั้งฟังกำลังขงเบ้งดูก่อน เห็นขงเบ้งจะเสียทีเราเปนมั่นคง ลุดตัดกุดก็เห็นด้วยจึงตั้งพักทหารอยู่คืนหนึ่ง

ครั้นเวลาเช้าอุยเอี๋ยนก็ยกมารบล่อทหารลุดตัดกุดอีก ลุดตัดกุดก็ให้เบ้งเฮ็กอยู่รักษาค่าย แต่งตัวห่มเกราะประดับพลอยใส่ลูกประคำฅอขึ้นขี่ช้างออกหน้าทหาร อุยเอี๋ยนเห็นดังนั้นก็ร้องด่าลุดตัดกุดเปนอันมากแล้วควบม้าหนี ลุดตัดกุดได้ฟังโกรธตาแดงดังแสงเพลิง ไสช้างพาทหารไล่ตามอุยเอี๋ยนเห็นธงขาวปักอยู่บนเนินจัวปัวสกก็ควบม้าหนีตรงขึ้นไป ลุดตัดกุดก็ไล่ขึ้นไปเห็นเนินนั้นเตียนราบมิได้มีต้นไม้เปนที่กำบังที่ขงเบ้งจะซุ่มทหารไว้ก็ประมาทเร่งพาทหารไล่ตามอุยเอี๋ยนไป ถึงทางซึ่งม้าต้ายซุ่มอยู่พอเวลาคํ่า ลุดตัดกุดเห็นเกวียนดินซึ่งม้าต้ายเอาไปทิ้งอยู่กลางทาง สำคัญว่าขงเบ้งทิ้งเกวียนเสียรีบหนีไปแล้ว ก็เร่งยกทหารตามไปถึงทางซึ่งจูล่งขนก้อนศิลาแลตัดไม้สมทบไว้นั้น ลุดตัดกุดก็ดีใจให้ทหารเข้าขนศิลาแลไม้นั้นวุ่นวายจะรีบตามขงเบ้งไป จูล่งก็ให้ทหารเอาเพลิงจุดเชื้อแลไม้ซึ่งเตรียมไว้นั้นขึ้น ลุดตัดกุดเห็นเพลิงไหม้สกัดทางเข้ามาก็ตกใจกลับหน้าช้างหนี ม้าต้ายก็จุดเพลิงแลเผาเกวียนทิ้งชะลอมเพลิงเข้าไปโดยรอบ แล้วจุดประทัดเหล็กซึ่งฝังไว้นั้นอื้ออึงขึ้น

ลุดตัดกุดเห็นเพลิงติดขึ้นโดยรอบเต็มไปทั้งเนิน ไม่รู้ที่จะทำประการใดไฟก็ไหม้เกราะทหารทั้งนั้นขึ้น ลุดตัดกุดกับทหารสามหมื่นก็ตายอยู่ในกลางเพลิงสิ้น ขงเบ้งขึ้นยืนอยู่บนยอดเขาเห็นทหารลุดตัดกุดตายในเพลิงประมาณสองหมื่น เหลือนั้นถูกประทัดเหล็กสีสะแลแขนขาดตายอยู่เปนอันมาก แล้วเหม็นกลิ่นศพไหม้นั้นฟุ้งกระหลบไป ขงเบ้งคิดสังเวชนํ้าตาตก ว่าเราทำการครั้งนี้ถึงจะได้บำเหน็จความชอบสักเท่าใดก็ดี เห็นอายุเราจะสิ้นเสียมั่นคงเพราะฆ่าชีวิตสัตว์เสียมากนัก ทหารทั้งปวงเห็นดังนั้นก็คิดสงสารทอดใจใหญ่ทุกคน ขณะเมื่อเพลิงไหม้ลุดตัดกุดกับทหารทั้งปวงอยู่นั้น ขงเบ้งให้เตียวหงีกับทหารพันหนึ่งทำกลเปนทีหนีลอบไปหาเบ้งเฮ็กณค่าย แล้วบอกว่าบัดนี้ลุดตัดกุดล้อมขงเบ้งไว้ได้มั่นคงแล้ว ข้าพเจ้าเห็นว่าความตายจะถึงตัวจึงมาหาท่าน ขอให้ท่านเร่งยกทหารหนุนขึ้นไปเถิด

เบ้งเฮ็กสำคัญว่าจริงก็ยกทหารขึ้นไปในเวลากลางคืนถึงเนินเขาเห็นเพลิงไหม้โพลงอยู่แล้วเหม็นกลิ่นศพไหม้ฟุ้งตลบไป เบ้งเฮ็กตกใจจะถอยกลับลงมา ม้าตงกับเตียวหงีก็ให้ทหารฟันกระหนาบเข้าไป เบ้งเฮ็กร้องด้วยเสียงอันดัง ทหารทั้งปวงก็วิ่งวุ่นวายเข้าปลอมเปนทหารขงเบ้งเสียเปนอันมาก เบ้งเฮ็กก็ควบม้าพันฝ่าทหารหนีไป ถึงซอกเขาแห่งหนึ่งพบขงเบ้งขึ้นเกวียนน้อยคุมทหารมาสกัดอยู่ ขงเบ้งจึงร้องตวาดว่าอ้ายโจรขบถมึงจะหนีไปไหนเล่า เบ้งเฮ็กตกใจกลับม้าควบหนี พอม้าต้ายยกทหารสกัดทางล้อมออกมาจับตัวเบ้งเฮ็กได้ มัดจะเอาไปให้ขงเบ้ง

ฝ่ายขงเบ้งเมื่อเบ้งเฮ็กควบม้าหนีไปนั้น ก็ให้อองเป๋งกับเตียวเอ๊กคุมทหารรีบไปตีค่ายเบ้งเฮ็กณแม่น้ำโท้ฮัวสุย จับตัวนางจกหยงกับสมัคพรรคพวกมาให้สิ้น ขงเบ้งก็พาทหารกลับมาค่าย แล้วว่าแก่ทหารทั้งปวงว่าเราคิดกลอุบายทำการได้ชัยชนะศึกครั้งนี้ แต่ทหารเลวคนหนึ่งก็มิได้เสีย เมื่อลุดตัดกุดไล่อุยเอี๋ยนไปถึงชายเขานั้น เราเอาแต่ธงไปปักลวงไว้ในป่าก็สำคัญว่าทหารตั้งอยู่เปนอันมากหาอาจจะยกตามไปไม่ กลับไล่อุยเอี๋ยนขึ้นไปบนเนินเขา เราจึงให้ม้าต้ายเอาเกวียนเปล่าซึ่งบันทุกดินไปนั้นออกทิ้งไว้กลางทาง แล้วเราให้เอาประทัดเหล็กลงฝังดินล่ามสายฉะนวนทำกลไว้เปนอันมาก ลุดตัดกุดโอหังความคิดน้อยก็เสียทีแก่เรา อนึ่งลุดตัดกุดแกล้งมาตั้งอยู่ริมแม่น้ำโท้ฮัวสุยหวังจะลวงเราให้ตายด้วยน้ำร้าย เราคิดเห็นว่าทหารลุดตัดกุดใส่เสื้อเกราะหวายชุบน้ำมัน เราจึงเอาเพลิงร้ายออกลวงบ้างก็แพ้รู้เสียทีแก่เรา บัดนี้ทหารลุดตัดกุดที่มีฝีมือพากันตายเสียในเพลิงนี้สิ้น เราก็คิดถึงโทษตัวสังเวชใจนัก เดชะผลที่เราตั้งใจทำราชการสนองพระคุณเจ้าโดยสุจริต ขออย่าให้เปนเวรต่อกันสืบไปเลย

ทหารทั้งปวงได้ฟังดังนั้นก็คำนับกราบลงแล้วจึงว่า อันความคิดมหาอุปราชนี้ลึกซึ้งหลักแหลมนัก อย่าว่าแต่มนุษย์เลย ถึงปีศาจแลเทพารักษ์ซึ่งสำแดงฤทธิ์เดชต่าง ๆ ก็หารู้ถึงกลมหาอุปราชไม่

ขณะนั้นพอม้าต้ายแลทหารทั้งปวงมัดเอาเบ้งเฮ็กเบ้งฮิวตั้วไหลนางจกหยงมาถึงขงเบ้งก็ให้ทหารแก้มัดออกเสีย เบ้งเฮ็กก็คำนับกราบลง ขงเบ้งจึงให้เบ้งเฮ็กเบ้งฮิวตั้วไหลนางจกหยงไปนั่งอยู่ที่ไกล แล้วให้ทหารยกโต๊ะแลสุราไปให้กิน

ขณะเมื่อสี่คนเสพย์สุราอยู่นั้น ขงเบ้งจึงให้ทหารคนหนึ่งแต่งกลไปว่าแก่เบ้งเฮ็กว่า บัดนี้มหาอุปราชจะให้ปล่อยท่านเสีย ถ้าท่านจะใคร่ทำศึกกับมหาอุปราชดูฝีมือความคิดอีก เราจะปล่อยท่านไปซ่องสุมทหารยกมารบให้สิ้นฝีมือ จะได้เห็นประจักษ์ว่าผู้ใดแพ้แลชนะ เบ้งเฮ็กได้ฟังดังนั้นก็คิดน้อยใจน้ำตาตกจึงว่า แต่ก่อนมาก็ยังไม่เคยได้ยินว่า ทำการศึกกันเขาจับได้แล้วปล่อยเสียถึงเจ็ดครั้ง ด้วยเราเปนคนต่างแดนกันกับท่านก็จริง แต่รู้จักผิดแลชอบมีความอายอยู่บ้าง ตัวเรากับภรรยาแลสมัคพรรคพวกทั้งปวงควรจะไปกราบลงกับตีนมหาอุปราชขอชีวิตจึงจะชอบ แล้วเบ้งเฮ็กก็พากันมาหาขงเบ้งคำนับกราบลงแล้วจึงว่า ตัวข้าพเจ้าได้กระทำความผิด มหาอุปราชไว้ชีวิตปล่อยไปมิเอาโทษข้าพเจ้าถึงหกครั้ง มหาอุปราชจงอดโทษข้าพเจ้าเถิด แต่นี้ไปเมื่อหน้าข้าพเจ้ามิได้คิดคดต่อมหาอุปราชสืบไปเลย

ขงเบ้งจึงถามว่า ท่านยอมอ่อนน้อมแล้วหรือยัง เบ้งเฮ็กได้ฟังก็ร้องไห้แล้วจึงว่า ข้าพเจ้าจะยอมเปนข้ามหาอุปราชสืบไปชั่วลูกหลาน ขงเบ้งจึงเชิญเบ้งเฮ็กขึ้นนั่งบนที่อันเดียวกัน เชิญให้กินโต๊ะเสพย์สุราแล้วขงเบ้งก็ตั้งให้เบ้งเฮ็กเปนเจ้าเมืองอยู่ดังเก่า แต่บันดาหัวเมืองแลทหารซึ่งเข้าเกลี้ยกล่อมอยู่ในขงเบ้งนั้นก็คืนให้เบ้งเฮ็กสิ้น

ปีฮุยนายทหารจึงว่าแก่ขงเบ้งว่า มหาอุปราชมาทำการครั้งนี้ก็ลำบากไพร่พลนัก เบ้งเฮ็กจึงสมัคอ่อนน้อมด้วย ซึ่งมหาอุปราชจะให้แต่เบ้งเฮ็กอยู่รักษาเมืองผู้เดียวนั้นเกลือกเบ้งเฮ็กกลับกลอก นานไปจะได้ความเดือดร้อน ขอให้มหาอุปราชตั้งขุนนางไว้กำกับด้วย

ขงเบ้งจึงว่า ในเมืองเบ้งเฮ็กนี้ผิดเพศเราอยู่สามประการ คือชาวเมืองนี้กินแต่เนื้อสัตว์ดิบนั้นประการหนึ่ง แลเรายกกองทัพมาครั้งนี้ก็ฆ่าพี่น้องชาวเมืองนี้เสียเปนอันมาก เห็นชาวเมืองจะมีใจเจ็บแค้นเราอยู่สองประการ อนึ่งในเมืองนี้มิได้มีกฎหมายเปนอย่างธรรมเนียมเหมือนเมืองทั้งปวง ถ้าผู้ใดทำให้เจ้าเมืองโกรธแล้วก็ฆ่าเสีย เปนสามประการ ครั้นเราจะให้ขุนนางแลทหารทั้งปวงอยู่กำกับนั้นเห็นจะขัดสน จะได้ความเดือดร้อนภายหลัง อนึ่งเบ้งเฮ็กก็สิ้นความคิดแพ้ฝีมือเรานักอยู่แล้ว เห็นจะไม่คิดคดต่อเราสืบไป

เบ้งเฮ็กแลสมัคพรรคพวกทั้งปวงได้ฟังดังนั้น ก็ชวนกันคำนับกราบขงเบ้งลงพร้อมกันต่างคนต่างลาไปที่อยู่ ชาวเมืองทั้งปวงจึงปลูกศาลเทพารักษ์ ทำรูปขงเบ้งขึ้นไว้จารึกชื่อว่าจูฮู แปลภาษาไทยว่า รูปบิดาชาวเมืองทั้งปวง เบ้งเฮ็กก็จัดแจงหัวแหวนทองเงินแลสิ่งของที่ดีมาให้ขงเบ้งเปนอันมาก แล้วว่าตัวข้าพเจ้านี้เปนข้าอยู่ในมหาอุปราช แม้มหาอุปราชจะมีกิจธุระสิ่งใดก็ให้แต่ทหารเลวถือหนังสือมาถึงข้าพเจ้าเถิด ข้าพเจ้าจะปฏิบัติตามทุกประการ

ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็ให้บำเหน็จรางวัลทหารตามสมควร แล้วก็จัดกันให้อุยเอี๋ยนเปนทัพหน้า ขงเบ้งคุมทหารเปนทัพหลวงยกกลับไปเมืองเสฉวน เบ้งเฮ็กแลชาวเมืองทั้งปวงก็ตามไปส่ง ครั้นถึงแม่นํ้าลกซุย อุยเอี๋ยนเห็นเกิดลมพายุพัดก้อนศิลากระเดนลงมาจากยอดเขา ในแม่น้ำนั้นมืดเปนหมอกจะข้ามไปนั้นขัดสน อุยเอี๋ยนก็รีบถอยกลับมาบอกขงเบ้ง ๆ ก็เร่งยกไปถึงแม่น้ำลกซุย เห็นเหตุนั้นวิปริตจึงถามเบ้งเฮ็กว่า เหตุผลทั้งนี้เปนประการใด

เบ้งเฮ็กจึงว่า อันแม่น้ำนี้มีปีศาจสำแดงฤทธิ์ แต่ก่อนมาก็เคยเปนอยู่ ขอให้ท่านเอาสีสะคนสี่สิบเก้าสีสะ กับม้าเผือกกระบือดำมาเส้นบวงสรวงจึงจะหาย ขงเบ้งจึงว่าเราทำศึกกับท่านจนสำเร็จการ แผ่นดินราบคาบถึงเพียงนี้ คนแก่คนหนึ่งก็มิตายเพราะมือเรา บัดนี้กลับมาถึงแม่น้ำลกซุยจะเข้าแดนเมืองอยู่แล้ว จะมาฆ่าคนเสียนั้นไม่ชอบ ขงเบ้งจึงออกไปยืนพิเคราะห์ดูริมฝั่งเห็นพายุยังพัดอยู่ จะคิดข้ามไปนั้นเห็นขัดสน จึงหาชาวบ้านมาสืบถาม ชาวบ้านจึงบอกว่า แต่มหาอุปราชยกข้ามแม่น้ำนี้ไปแล้ว ก็เกิดเหตุฉนี้ทุกวันมิได้ขาด แต่เวลาพลบคํ่าไปจนสว่างได้ยินเสียงปีศาจร้องอื้ออึงไป เห็นรูปปลิวขึ้นไปตามควันหมอกเปนอันมาก มิได้มีผู้ใดจะอาจข้ามไปมาได้

ขงเบ้งได้ฟังจึงว่า ซึ่งเกิดเหตุทั้งนี้เพราะโทษตัวเราเอง เมื่อครั้งเราให้ม้าต้ายคุมทหารพันหนึ่งยกมานั้น ทหารทั้งปวงก็ตายอยู่ในแม่น้ำนี้สิ้น แล้วเมื่อทำศึกอยู่นั้นทหารเบ้งเฮ็กก็ล้มตายอยู่ในที่นี้เปนอันมาก ปีศาจทั้งปวงผูกเวรเราจึงบันดาลให้เปนเหตุต่าง ๆ เราจะคิดอ่านทำการคำนับให้หายเปนปรกติจงได้ ชาวบ้านทั้งปวงได้ฟังดังนั้นก็บอกความแก่ขงเบ้งเหมือนเบ้งเฮ็กว่าทุกประการ

ขงเบ้งจึงว่าท่านอย่าวิตกเลย เราจะคิดอ่านทำเอง ขงเบ้งก็สั่งทหารให้ฆ่าม้าเผือกกระบือดำ แล้วเอาแป้งมาปั้นเปนสีสะคนสี่สิบเก้าสีสะ ครั้นเวลากลางคืนก็ยกออกไปตั้งไว้ริมน้ำ ขงเบ้งจึงแต่งตัวออกไปจุดธูปเทียนแลประทีปสี่สิบเก้า แล้วแต่งหนังสือบวงสรวงให้เตียวกอดอ่านเปนใจความว่า บัดนี้พระเจ้าเล่าเสี้ยนครองราชสมบัติได้สามปี (พ.ศ. ๗๖๘) มีรับสั่งให้เราผู้เปนอุปราชให้ยกทหารมาปราบปรามข้าศึกต่างประเทศ เราก็ตั้งใจสนองพระคุณมิได้คิดความลำบาก จนสำเร็จราชการได้ชัยชนะข้าศึกแล้ว แลทหารทั้งปวงซึ่งมีความสัตย์ตั้งใจมากับเราหวังจะทำนุบำรุงพระเจ้าเล่าเสี้ยน ยังไม่ทันสำเร็จท่านตายเสียก็มีบ้าง ท่านทั้งปวงจงกลับไปเมืองกับเราเถิด ลูกหลานจะได้เส้นคำนับตามธรรมเนียม เราจะกราบทูลพระเจ้าเล่าเสี้ยน ให้พระราชทานบำเหน็จรางวัลแก่สมัคพรรคพวกพี่น้องท่านให้ถึงขนาด ฝ่ายทหารเบ้งเฮ็กซึ่งตายอยู่ในที่นี้ก็ดี ให้เร่งหาความชอบอย่ามาวนเวียนทำให้เราลำบากเลย จงคิดถึงพระเจ้าเล่าเสี้ยนซึ่งครองราชสมบัติเปนธรรมประเพณีกษัตริย์แต่ก่อน แลเห็นแก่เราผู้มีความสัตย์ จงรับเครื่องเส้นเราแล้วกลับไปอยู่ถิ่นฐานเถิด ครั้นอ่านหนังสือสำเร็จแล้ว ขงเบ้งก็ได้จุดประทัดตีม้าฬ่อ แล้วร้องไห้รักทหารซึ่งตายนั้นเปนอันมาก

ฝ่ายทหารขงเบ้งแลทหารเบ้งเฮ็กทั้งปวงซึ่งตายนั้น เห็นขงเบ้งโศกเสร้าดังนั้นก็คิดสงสารร้องไห้รักพร้อมกันขึ้นทั้งสิ้น พายุแลคลื่นละลอกซึ่งเกิดนั้นก็สงบเปนปรกติ ขงเบ้งเห็นดังนั้นก็มีความยินดี ให้ทหารเอาเครื่องเส้นทั้งปวงลอยไปตามนํ้า ครั้นเวลาเช้าขงเบ้งก็ให้ตีม้าฬ่อยกทหารข้ามฟากไปถึงเมืองเองเฉียงจึงให้ลิคีอยู่รักษาเมือง แล้วสั่งเบ้งเฮ็กว่าท่านจงพาทหารกลับไปเถิด คิดอ่านรักษาบ้านเมืองเอาใจทหารแลอย่าให้ราษฎรทั้งปวงได้ความเดือดร้อน เบ้งเฮ็กก็รับคำแล้วพาทหารกลับไปเมือง ขงเบ้งก็ยกทหารไปเมืองเสฉวน

ฝ่ายพระเจ้าเล่าเสี้ยนแจ้งว่าขงเบ้งมีชัยชนะกลับมาถึง ก็มีความยินดีนัก ขึ้นรถเสด็จออกไปรับขงเบ้งนอกเมืองทางไกลสามร้อยเส้น ครั้นเห็นขงเบ้งยกมาก็ลงจากรถยืนคอยรับอยู่ริมทาง ขงเบ้งขึ้นเกวียนมาเห็นดังนั้นก็ตกใจ ลงจากเกวียนเข้าไปถวายบังคมกราบลงแล้วทูลว่า ข้าพเจ้าไปทำศึกกับเบ้งเฮ็กครั้งนี้มีชัยชนะ ปราบปรามให้แผ่นดินราบคาบเปนปรกติสำเร็จแล้ว ซึ่งข้าพเจ้าทำการช้าไปให้พระองค์วิตกอยู่นั้น โทษข้าพเจ้าผิดอยู่แล้ว พระองค์จงอดโทษข้าพเจ้าเถิด

พระเจ้าเล่าเสี้ยนได้ฟังดังนั้น ก็จูงมือขงเบ้งขึ้นเกวียน แล้วเสด็จขึ้นรถกลับเข้าเมือง พระเจ้าเล่าเสี้ยนก็ให้แต่งโต๊ะเลี้ยงขงเบ้งแลทหารทั้งปวง แล้วก็พระราชทานบำเหน็จรางวัลเปนอันมาก ขงเบ้งจึงเอาเครื่องบรรณาการอย่างดีสำหรับหัวเมืองซึ่งตีได้ทั้งสามร้อยเมืองนั้นขึ้นถวายพระเจ้าเล่าเสี้ยน แล้วทูลให้พระราชทานบำเหน็จรางวัลแก่บุตรแลภรรยาทหารซึ่งตายนั้นเปนอันมาก ทหารทั้งปวงก็มีความยินดีตั้งใจทำราชการทำนุบำรุงพระเจ้าเล่าเสี้ยนโดยสุจริต

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ