ตอนที่ ๕๖

ฝ่ายโจหองเมื่อไปถึงเมืองฮันต๋งนั้น ก็จัดแจงให้แฮหัวเอี๋ยนกับเตียวคับอยู่รักษาด่านทางทุกตำบลไว้มั่นคง แล้วโจหองยกกองทัพจะไปรบเตียวหุยม้าเฉียวณเมืองปาเส ครั้นมาถึงกลางทาง พอรู้ว่าเตียวหุยให้ม้าเฉียวยกล่วงเข้ามาถึงตำบลแฮเปียน

ขณะนั้นม้าเฉียวให้งอหลันกับงิมเอ๋งคุมทหารไปตะเวน พอพบโจหองเข้า งอหลันจึงปรึกษากับงิมเอ๋งว่า ครั้นเราจะเข้ารบพุ่งทหารเราก็น้อย จำจะกลับไปบอกม้าเฉียวให้แจ้งจึงจะชอบ งิมเอ๋งจึงว่า ซึ่งจะกลับไปเปล่า ม้าเฉียวก็จะติโทษเราได้ อันกองทัพโจหองพึ่งยกมาถึง จำจะเข้าตีให้ทหารโจหองถอยกำลังก่อนจึงจะกลับไป แล้วงิมเอ๋งก็ขับม้ารำทวนออกไปร้องท้าทายโจหองถึงหน้าค่าย

โจหองได้ฟังก็โกรธ ขับม้ารำทวนออกมารบกับงิมเอ๋งได้สามเพลง โจหองเอาทวนแทงถูกงิมเอ๋งตกม้าตาย แล้วฆ่าฟันทหารล้มตายเปนอันมาก งอหลันเห็นจะต้านทานไม่ได้ ก็พาทหารที่เหลือนั้นหนีไปถึงตำบลแฮเปียน จึงบอกเนื้อความแก่ม้าเฉียวทุกประการ

ม้าเฉียวได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงว่าตัวเปนแต่กองตะเวน พบข้าศึกเข้าเหตุใดไม่มาบอกแก่เราก่อน ด่วนรบพุ่งให้เสียทีมาดังนี้โทษตัวใหญ่หลวงนัก งอหลันจึงว่าเดิมพบข้าศึกเข้า ข้าพเจ้าจะกลับมาบอกท่าน งิมเอ๋งบังอาจเข้ารบพุ่งจนถึงแก่ความตาย ข้าพเจ้าจึงแตกมา ม้าเฉียวก็คาดโทษงอหลันไว้ จึงให้ตรวจตราทแกล้วทหารไว้เปนมั่นคง แล้วให้แต่งหนังสือบอกเรื่องราวทั้งปวงขึ้นไปถึงเมืองเสฉวนฉบับหนึ่ง ให้เตียวหุยฉบับหนึ่ง

ฝ่ายโจหองมิได้เห็นม้าเฉียวยกออกมารบพุ่งเปนหลายวัน ก็คิดเกรงว่าม้าเฉียวจะทำกลอุบายต่าง ๆ จึงเลิกกองทัพถอยมาตั้งอยู่ณเมืองฮันต๋ง เตียวคับแจ้งดังนั้นจึงมาว่าแก่โจหองว่า ตัวท่านยกทัพออกไปฆ่าฟันทหารม้าเฉียวล้มตายเปนอันมาก เหตุใดจึงเลิกกองทัพเข้ามา

โจหองจึงตอบว่า ตัวเราได้ทีแก่ข้าศึกก็จริงอยู่ แต่มิได้เห็นม้าเฉียวออกมารบพุ่งเปนหลายวัน เราคิดเกรงว่าม้าเฉียวจะทำกลศึกต่าง ๆ ประการหนึ่งเมื่อเราอยู่ในเมืองเงียบกุ๋นนั้น กวนลอทำนายว่าพระเจ้าวุยอ๋องจะเสียพี่น้องแลทหารเอกคนหนึ่งณเขาลำสัน เราเกรงจะเหมือนคำกวนลอ เราจึงถอยทัพเข้ามา

เตียวคับได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะ แล้วว่าตัวท่านเปนวงศ์ของพระเจ้าวุยอ๋อง แล้วท่านก็เปนทหารเอก เหตุใดจะมาเชื่อคำหมอดูนั้นไม่ควร ข้าพเจ้าจะขอคุมทหารของข้าพเจ้ายกไปตีเอาเมืองปาเสให้ได้ แม้ได้เมืองปาเสแล้ว เมืองเสฉวนเหมือนอยู่ในเงื้อมมือเรา

โจหองจึงตอบว่า ท่านก็รู้อยู่ว่าเตียวหุยนี้มีฝีมือกล้าหาญ บัดนี้มารักษาเมืองปาเสอยู่ เหตุใดท่านจึงดูหมิ่นเตียวหุยดังนี้ เตียวคับจึงว่า คนทั้งปวงกลัวฝีมือเตียวหุย แต่ข้าพเจ้านี้เห็นความคิดเตียวหุยเหมือนเด็กเจ็ดขวบ ข้าพเจ้าจะขอไปจับตัวเตียวหุยมาให้ได้ โจหองจึงว่า ถ้าไปทำการนั้นไม่ได้เหมือนปากว่าจะให้ทำประการใด

เตียวคับจึงตอบว่า ข้าพเจ้าจะเขียนหนังสือสัญญาไว้ ถ้าไม่สมเหมือนปากว่า ก็ให้ตัดสีสะข้าพเจ้าเสียเถิด แล้วเขียนหนังสือทานบนให้โจหองไว้ เตียวคับก็จัดแจงทหารได้สามหมื่นยกไปใกล้ตำบลแฮเปียน ให้ตั้งค่ายใหญ่แอบเชิงเขาสามค่าย ค่ายหนึ่งชื่อเพ็กเงียม ค่ายหนึ่งชื่อบองเทา ค่ายหนึ่งชื่อบองเซ็ก แบ่งทหารให้อยู่รักษาค่ายละหมื่น ม้าเฉียวก็มิได้ยกออกรบพุ่ง ครั้นอยู่มาวันหนึ่ง เตียวคับจึงแบ่งทหารค่ายละห้าพันยกลัดทางไปจะตีเอาเมืองปาเส

เตียวหุยแจ้งดังนั้น จึงปรึกษากับลุยต๋องว่า เราจะคิดประการใด ลุยต๋องจึงว่า อันทางเหล่านี้กันดารนัก แต่ล้วนซอกห้วยธารเขา ข้าพเจ้าจะขอทหารไปซุ่มอยู่ กองตะเวนเตียวคับจะไม่ได้เดิรถึง ด้วยทางนั้นจำเพาะซอกเขา ท่านจงยกกองทัพออกไปรบด้วยเตียวคับ ข้าพเจ้าจะคุมทหารเข้าสกัดตีท้าย ก็จะจับตัวเตียวคับได้

เตียวหุยเห็นชอบด้วย ก็จัดแจงทหารห้าพันให้ลุยต๋องยกไปซุ่มอยู่นอกเมือง แล้วเตียวหุยก็คุมทหารหมื่นหนึ่งยกออกไปตั้งค่ายประชิดกันอยู่ เตียวหุยก็ขับม้าพาทหารไปร้องท้าทายเตียวคับ ๆ ได้ฟังก็โกรธ ขับม้าออกมารบกับเตียวหุยได้สามสิบเพลง

ฝ่ายลุยต๋องเห็นดังนั้น ก็คุมทหารตีตัดท้ายเข้าไป ฆ่าทหารเตียวคับล้มตายเปนอันมาก เตียวคับเห็นเสียทีก็ขับม้าพาทหารหนี เตียวหุยก็ตามตีไป ลุยต๋องคุมทหารตีต้านหน้าไว้ เตียวคับกับทหารก็แตกกระจัดพลัดพรายไป เตียวหุยลุยต๋องบัญจบกันรีบตามตีไป เตียวคับก็หนีเข้าค่าย เตียวหุยกับลุยต๋องก็คุมทหารเข้าตีค่ายเพ็กเงียม แล้วให้ทหารยิงเกาทัณฑ์ทิ้งก้อนศิลาเข้าไปเปนอันมาก เตียวคับให้ทหารรักษาค่ายเปนมั่นคง

เตียวหุยเห็นดังนั้น ก็คุมทหารถอยออกมาตั้งค่ายอยู่ทางไกลประมาณร้อยเส้น ครั้นเวลารุ่งเช้าก็ยกไปให้ทหารร้องท้าทาย เตียวคับให้ทหารรักษาค่ายมั่นไว้ แล้วเตียวคับขึ้นไปเล่นกระจับปี่สีซออยู่บนเนินเขา เตียวหุยจึงให้ทหารร้องด่าเตียวคับเปนข้อหยาบช้าหลายครั้ง เตียวคับก็มิได้ลงมารบพุ่ง เตียวหุยก็คุมทหารกลับมาค่าย ครั้นเวลารุ่งเช้าเตียวหุยก็ยกไปให้ทหารร้องด่าว่าประการใด ๆ เตียวคับก็นิ่งเสีย เล่นแต่มะโหรีอยู่บนเขา

ลุยต๋องเห็นดังนั้น ก็คุมทหารเข้าตีค่ายเพ็กเงียมเปนสามารถ เตียวคับให้ทหารทิ้งก้อนศิลาลงมา ถูกทหารเตียวหุยป่วยเจ็บเปนหลายคน เตียวหุยให้ถอยออกมา แล้วให้ทหารร้องด่าท้าทายเตียวคับเปนอันมาก เตียวคับก็ให้ทหารร้องด่าตอบลงมาว่า อ้ายเตียวหุยเปนคนขายสุรา เตียวหุยโกรธไม่รู้ที่จะทำประการใด แต่รอกันอยู่ถึงห้าสิบวัน เตียวหุยเสพย์สุราเมาแล้วก็ให้ทหารร้องด่าเตียวคับทุกเวลา เตียวคับก็มิได้ออกรบพุ่ง

ฝ่ายทหารซึ่งเอาสเบียงมาส่งเตียวหุยเห็นดังนั้น ครั้นกลับมาถึงเมืองเสฉวน ก็เอาเนื้อความแจ้งแก่เล่าปี่ว่า เตียวหุยนั้นตั้งรอกันอยู่กับเตียวคับถึงห้าสิบวัน เตียวหุยเสพย์สุราเมาเหล้าแกล้งให้ทหารไปร้องด่าเปนข้อหยาบช้าทุกเวลา เตียวคับมิได้ออกรบพุ่ง

เล่าปี่แจ้งดังนั้น จึงปรึกษาแก่ขงเบ้งว่า เตียวหุยไปทำการศึก ก่นแต่เสพย์สุราฉนี้ เราจะคิดประการใด ขงเบ้งจึงว่า ซึ่งเตียวหุยเปนฉนี้ เพราะไม่มีสุราเข้มในกองทัพ ขอให้จัดสุรากลั่นเข้มสักห้าสิบไห เล่าปี่จึงว่า เมื่อเตียวหุยเสพย์สุราหนักครั้งใดก็เสียการทุกที เหตุใดท่านยังจะให้สุราไปอีกเล่า เมื่อเตียวหุยกินเข้าไปมากแล้ว การศึกจะมิเสียไปหรือ

ขงเบ้งได้ฟังก็หัวเราะแล้วว่า ท่านเปนพี่น้องกันมาช้านานแล้วมิได้รู้จักนํ้าใจเตียวหุย แต่ก่อนนั้นเตียวหุยเปนคนองค์อาจวู่วาม ครั้นยกมาตีเมืองเสฉวนนี้ ข้าพเจ้าเห็นเตียวหุยละพยศอันร้ายเสีย คิดจับเงียมหงันได้ด้วยปัญญา ก็เปนนิมิตรประกอบบุญท่านอยู่แล้ว ซึ่งเตียวหุยแกล้งพาทหารออกไปด่าเตียวคับนั้น เพราะจะทำกลอุบาย

เล่าปี่จึงว่า เรายังไม่ไว้ใจ จะให้อุยเอี๋ยนไปช่วย แล้วก็ให้จัดสุราใส่ไหบันทุกเต็มทั้งสามเกวียน มีธงจารึกอักษรว่า ให้เตียวหุยเร่งทำการให้มีชัยชนะแก่เตียวคับให้ได้ อุยเอี๋ยนรับคำลาเล่าปี่แล้ว ก็พาทหารคุมเกวียนสุราไปถึงค่าย แล้วบอกเนื้อความแก่เตียวหุยทุกประการ

เตียวหุยแจ้งดังนั้นก็มีใจยินดี จึงสั่งลุยต๋องกับอุยเอี๋ยนว่า เราจะเลี้ยงทแกล้วทหารให้มีใจกำเริบ ท่านทั้งสองจงคอยดูให้เปนสุขเถิด แม้เห็นเรายกธงแดงขึ้นเมื่อใด จึงคุมทหารเข้าโจมตีเตียวคับ แล้วผูกหุ่นเหมือนรูปเตียวหุยซ่อนไว้ ครั้นเวลาเย็นก็ให้เอาสุรามาเลี้ยงทหารทั้งปวงให้ตีฆ้องโห่ร้องอื้ออึงอยู่ในค่าย

ฝ่ายทหารเตียวคับลอบมาดูเห็นก็ไปบอกแก่เตียวคับ เตียวคับแจ้งดังนั้นก็พาทหารซึ่งมาบอกลอบไปดูบนเนินเขาริมค่าย เห็นเตียวหุยนั่งเสพย์สุราให้ทหารปลํ้ากันอยู่ เตียวคับก็กลับมาค่าย แล้วคิดว่าเตียวหุยนั้นมิได้เห็นเราออกรบพุ่ง จึงมีใจกำเริบเล่นเอิกเริกอยู่มิได้เกรงเรา จึงสั่งทหารว่า เวลาคํ่าวันนี้เราจะยกเข้าปล้นค่ายเตียวหุย ให้ทหารค่ายบองเทากับค่ายบองเซ็กยกเข้ามารบกระหนาบซ้ายขวา

ครั้นเวลากลางคืนเดือนสว่าง เตียวหุยก็ให้เอาหุ่นใส่เสื้อนั่งถือจอกสุราเปนทีจะดื่ม ทหารเข้ามาคอยรับใช้เปนหลายคน ตัวเตียวหุยนั้นซุ่มอยู่ แล้วให้อุยเอี๋ยนลุยต๋องจัดแจงทหารเตรียมไว้

ฝ่ายเตียวคับก็คุมทหารมาถึงหน้าค่ายเตียวหุย เห็นรูปเตียวหุยนั้นนั่งเสพย์สุราอยู่ก็สำคัญว่าเตียวหุยจริง เตียวคับจึงขับทหารเข้าโจมตีหักเข้าไปในค่ายได้ ก็ขับม้าเข้าไปเอาทวนแทงรูปเตียวหุยซึ่งนั่งเสพย์สุราอยู่นั้น ครั้นเห็นเปนหุ่นก็ตกใจ ควบม้าจะกลับออกจากค่าย เตียวหุยเห็นก็จุดประทัดขึ้นเปนสำคัญ ทหารเตียวหุยจึงจุดเพลิงเผาค่ายขึ้น เตียวหุยก็ขี่ม้าออกร้องว่ากูชื่อเตียวหุย แล้วขับม้าเข้ารบกับเตียวคับได้สามสิบเพลง

ขณะเมื่อเตียวหุยกับเตียวคับรบกันอยู่นั้น ทหารทั้งสองค่ายก็ยกมาคอยจะกระหนาบ พอพบอุยเอี๋ยนลุยต๋องออกสกัดอยู่ อุยเอี๋ยนลุยต๋องก็ขับม้าเข้ารบ ตีทหารสองกองนั้นแตกกลับไป อุยเอี๋ยนลุยต๋องยกตามไปตีเอาค่ายเตียวคับได้ จึงเอาเพลิงจุดเผาขึ้นทั้งสามค่าย

เตียวคับเห็นดังนั้นก็รู้ว่าค่ายเสียด้วยกลเตียวหุยแล้ว ก็ควบม้าหนีไปด่านอวนเทาก๋วน เตียวหุยครั้นได้ชัยชนะแล้ว ก็ให้ม้าใช้ถือหนังสือไปแจ้งราชการแก่เล่าปี่ ๆ แจ้งดังนั้นก็มีความยินดี จึงว่าเตียวหุยเสพย์สุราเปนกลอุบายเหมือนคำขงเบ้งว่า

ฝ่ายเตียวคับเสียทหารประมาณสองหมื่น จึงพาทหารหมื่นหนึ่งมาตั้งอยู่ด่านอวนเทาก๋วน แล้วให้ทหารไปบอกโจหองให้ยกมาช่วย โจหองได้ฟังก็โกรธ จึงว่าเราได้ห้ามแล้วไม่ฟัง ขืนยกไปรบกับเตียวหุยจนเสียท่วงทีฉนี้ ยังจะให้เรายกไปช่วยเล่า โจหองจึงสั่งทหารนั้นไปว่าให้เตียวคับเร่งยกออกรบกับเตียวหุยคืนเอาชัยชนะให้ได้ ทหารก็กลับมาบอกเตียวคับตามคำโจหองว่า

เตียวคับได้ฟังดังนั้นก็คิดวิตกนัก จึงเกณฑ์ทหารกองหนึ่ง ให้ไปตั้งซุ่มอยู่ทางน้อยริมเชิงเขาหน้าด่าน แล้วสั่งว่าเราจะยกไปรบกับเตียวหุย ถ้าเตียวหุยไล่เรามาทางนี้ ก็ให้ยกออกรบสกัดเอาชัยชนะให้จงได้ ครั้นเวลาเช้าเตียวคับก็ยกทหารออกจากค่าย พอพบลุยต๋องยกมา เตียวคับก็ขับม้าเข้ารบกับลุยต๋องได้ห้าเพลง เตียวคับทำเปนถอยหนี ลุยต๋องมิได้รู้กลอุบายก็ตามไปถึงทางน้อยซึ่งทหารเตียวคับซุ่มอยู่นั้น ทหารทั้งปวงก็รุมกันออกสกัดรบลุยต๋อง

เตียวคับเห็นดังนั้น ก็กลับมารบกับลุยต๋อง เตียวคับเอาทวนแทงลุยต๋องตกม้าตาย ทหารทั้งปวงก็แตกหนีกลับไปณค่าย จึงเอาเนื้อความบอกแก่เตียวหุย ๆ โกรธก็คุมทหารรีบไป เตียวคับเห็นก็ขับม้าเข้ารบกับเตียวหุยได้ห้าเพลง เตียวคับทำเปนแพ้ชักม้าหนี เตียวหุยแจ้งในกลเตียวคับก็มิได้ไล่ตามไป

เตียวคับเห็นดังนั้นก็กลับม้ารีบมารบกับเตียวหุยอีกห้าเพลง แล้วก็ทำเปนหนี เตียวหุยก็พาทหารกลับมาค่าย จึงว่ากับอุยเอี๋ยนว่า บัดนี้เตียวคับทำกลซุ่มทหารไว้ลวงฆ่าลุยต๋องเสีย แล้วยังจะลวงฆ่าเราอีกเล่า เราจะคิดซ้อนกลเตียวคับให้ได้ อุยเอี๋ยนจึงถามว่า ท่านจะทำประการใด

เตียวหุยจึงว่า เวลาพรุ่งนี้เราจะไปรบกับเตียวคับ ท่านจงคุมทหารไปซุ่มอยู่ข้างหลังทหารเตียวคับซึ่งซุ่มไว้ทางน้อย แล้วแบ่งทหารไปขนหญ้าแห้งบันทุกเกวียนไว้จงมาก เราจะไล่เตียวคับไปถึงทางน้อย ท่านจงให้เผาหญ้าขึ้นสกัดต้นทางปลายทางเสีย เห็นเราจะจับตัวเตียวคับได้เปนมั่นคง อุยเอี๋ยนรับคำแล้ว ครั้นเวลาจะใกล้รุ่งก็คุมทหารไปทำตามเตียวหุยสั่ง

ครั้นเวลาเช้าเตียวหุยจึงคุมทหารออกไปที่รบ เตียวคับเห็นก็ขับม้าออกรบกับเตียวหุยได้สิบเพลง เตียวคับทำชักม้าถอยหนี เตียวหุยไล่ตามไปถึงทางน้อย เตียวคับกลับมาสู้รบอยู่เปนช้านานก็มิได้เห็นทัพตีกระหนาบออกมา

ฝ่ายอุยเอี๋ยนซึ่งคุมเกวียนเชื้อเพลิงไปนั้น ได้รบพุ่งฆ่าฟันทหารเตียวคับล้มตายเปนอันมาก แล้วเอาเพลิงจุดเชื้อขึ้นต้นทางปลายทาง เตียวหุยเห็นแสงเพลิงสว่าง ก็พาทหารรีบออกมาทางซอกเขา ฝ่ายเตียวคับเห็นเพลิงไหม้เข้ามา ก็พาทหารหนีข้ามเขาไปถึงด่านอวนเทาก๋วน แล้วให้ทหารรักษาด่านไว้มั่นคง

ฝ่ายเตียวหุยก็คุมทหารเข้าบัญจบกัน ยกไปตีด่านอวนเทาก๋วนถึงเก้าวันสิบวันก็ไม่ได้ เตียวหุยจึงพาทหารถอยมาตั้งค่ายอยู่ทางไกลด่านประมาณสองร้อยเส้น แล้วเตียวหุยก็พาทหารยี่สิบสี่ยี่สิบห้าคนกับอุยเอี๋ยนไปเที่ยวดูทางตามซอกห้วยเนินเขา แลทางนั้นกันดารนัก จำเพาะข้ามเขาจึงจะมาได้ พอเห็นชาวบ้านห้าคนหาบคอนมาตามเนินเขา แล้วหย่อนตัวลงตามเถาวัลย์ ด้วยเขานั้นสูงชะโงกอยู่

เตียวหุยจึงห้ามทหารอย่าวุ่นวายไป เตียวหุยจึงลงมาจากม้าพาอุยเอี๋ยนเดิรเข้าไปหาชาวบ้าน แล้วถามว่าอยู่เมืองใดพากันไปไหนมา คนห้าคนนั้นบอกว่า ข้าพเจ้าเปนชาวเมืองฮันต๋งมาเที่ยวค้าขาย ครั้นจะกลับไปเมืองตามทางหลวงก็กลัวกองทัพซึ่งมาตั้งอยู่ณด่านอวนเทาก๋วน จึงพากันลัดหนีมาทางนี้ เตียวหุยจึงถามว่าทางนี้ตลอดไปถึงไหน พ่อค้าจึงบอกว่า เปนทางน้อยจำเพาะเดิรตลอดไปเข้าทางท้ายด่านอวนเทาก๋วน

เตียวหุยได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี จึงพาพ่อค้าห้าคนนั้นมาณค่าย ให้เลี้ยงดูแล้วสั่งอุยเอี๋ยนว่า เวลาพรุ่งนี้ท่านจงคุมทหารกองหนึ่งไปตีข้างด่านอวนเทาก๋วนข้างหน้า เราจะจัดเอาทหารซึ่งกล้าแข็งสักห้าร้อย จะให้พ่อค้านำไปตีท้ายด่าน อุยเอี๋ยนเห็นชอบด้วย ครั้นเวลารุ่งเช้าเตียวหุยก็จัดทหารที่กล้าแข็งได้ห้าร้อย ก็ให้พ่อค้านำไปทางลัด อุยเอี๋ยนก็คุมทหารยกไปถึงหน้าด่าน

ฝ่ายเตียวคับเมื่อเสียทีเตียวหุยมานั้น คอยทหารซึ่งไปซุ่มตีกระหนาบถึงคืนหนึ่งแล้วยังไม่เห็นกลับมา ก็คิดวิตกอยู่ พอทหารเข้ามาบอกว่า อุยเอี๋ยนคุมทหารมาร้องท้าทายถึงหน้าค่าย เตียวคับได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงแต่งตัวใส่เกราะถือทวนออกมาถึงประตูค่าย พอทหารข้างหลังด่านวิ่งมาบอกว่า มีทหารมาลอบจุดเพลิงขึ้นข้างหลังด่านถึงห้าตำบล แล้วคุมทหารตีเข้ามาถึงท้ายด่าน

เตียวคับแจ้งดังนั้นก็ตกใจ กลับมาไม่ทันถึงท้ายด่าน พอเห็นเตียวหุยคุมทหารเข้ามาไล่ฆ่าฟันทหารในด่านล้มตายเปนอันมาก เตียวคับก็ขับม้าออกมาถึงหน้าด่านจะไปทางน้อยริมซอกเขา ม้านั้นถูกอาวุธเดิรไม่ได้ เตียวคับก็ทิ้งม้าเสียหนีข้ามเขาไป มีทหารตามมาด้วยประมาณสิบเอ็ดสิบสองคน ครั้นมาถึงเมืองฮันต๋ง ก็เข้าไปแจ้งแก่โจหองบอกเนื้อความตามจริงทุกประการ

โจหองแจ้งดังนั้นก็โกรธ จึงว่าเราก็ได้ห้ามแล้ว ตัวก็ไม่ฟัง อวดฝีมือทำทานบนไว้ คุมทหารสามหมื่นไปทำศึกด้วยเตียวหุย เหลือทหารมาแต่สิบเอ็ดสิบสองคนฉนี้ โทษตัวผิดกับทานบน โจหองสั่งให้เอาตัวเตียวคับไปฆ่าเสีย

โกฉุยจึงห้ามว่า ทหารเลวนั้นหาง่าย อันทหารเอกนั้นหายาก อนึ่งพระเจ้าวุยอ๋องก็เอนดูเตียวคับอยู่ ซึ่งจะฆ่าเสียนั้นไม่ควร ข้าพเจ้าขอโทษไว้ครั้งหนึ่งเถิด จะให้เตียวคับคุมทหารไปตีด่านแฮเบ้งก๋วนไว้ อย่าให้กองทัพเมืองเสฉวนทำอันตรายเมืองฮันต๋งได้ ราษฎรชาวเมืองก็จะมีความสุข ถ้าเตียวคับเสียทีมาอีก ท่านจึงทำโทษทั้งสองข้อทีเดียว

โจหองเห็นชอบด้วย ก็ให้คาดโทษเตียวคับไว้ แล้วจัดทหารห้าพันให้เตียวคับยกไปทำการตามคำโกฉุยว่า เตียวคับก็ลาโจหองคุมทหารห้าพันไปถึงด่านแฮเบ้งก๋วน แล้วให้ทหารเข้าตีด่านเย้าไว้ เบ้งตัดกับงักจุ้นซึ่งคุมทหารอยู่รักษาด่านแฮเบ้งก๋วนเห็นดังนั้นก็ปรึกษากันว่า เราจะยกออกรบดีหรือ ๆ จะรักษาด่านไว้ให้มั่นคงดี

งักจุ้นจึงว่า ให้ตั้งรักษาด่านไว้ดีกว่า เบ้งตัดไม่ฟัง คุมทหารออกรบกับเตียวคับ ๆ ขับม้าเข้ารบพุ่งฆ่าฟันทหารเบ้งตัดล้มตายเปนอันมาก เบ้งตัดทานกำลังเตียวคับไม่ได้ก็พาทหารซึ่งเหลือตายนั้นหนีเข้าด่าน งักจุ้นเห็นดังนั้นก็แต่งหนังสือบอกข้อราชการไปถึงเมืองเสฉวน

เล่าปี่แจ้งในหนังสือแล้วจึงปรึกษาด้วยขงเบ้งว่า เตียวคับยกมาตีด่านเมืองเราฉนี้ ท่านจะคิดประการใด ขงเบ้งจึงว่า ท่านอย่าวิตกเลย ข้าพเจ้าจะคิดให้ทหารออกไปตีให้เตียวคับแตกไปจงได้ จึงให้หาขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยเข้ามาต่อหน้าเล่าปี่ แล้วขงเบ้งจึงแกล้งว่า อันเตียวคับนั้นมีฝีมือกล้าหาญนัก ขอให้มีหนังสือไปหาตัวเตียวหุยมา จึงจะสู้ฝีมือเตียวคับได้

ฮองตงจึงว่าแก่ขงเบ้งว่า ท่านอาจารย์หลู่ทหารทั้งปวงดังนี้ จะมิเสียนํ้าใจไปสิ้นหรือ แต่ตัวข้าพเจ้าชรานี้จะขออาสาไปตัดเอาสีสะเตียวคับมาให้ได้ ขงเบ้งจึงตอบว่า ท่านมีฝีมือก็จริง แต่ทว่าชราแล้ว เราเกรงว่าจะทานกำลังเตียวคับไม่ได้

ฮองตงได้ฟังดังนั้นก็โกรธ ลุกขึ้นแล้วว่า ถึงข้าพเจ้าชราก็ยังมีกำลังขึ้นเกาทัณฑ์อันทรงของหนักสามร้อยชั่งได้ ควรหรือท่านประมาทข้าพเจ้าว่าจะสู้ฝีมืออ้ายเตียวคับไม่ได้ ขงเบ้งจึงว่า เมื่ออายุท่านได้ถึงเจ็ดสิบเศษแล้ว ยังขืนว่ามีกำลังนั้นเราไม่เห็นด้วย

ฮองตงได้ฟังดังนั้นก็ยิ่งมีความโกรธเปนอันมาก จึงออกมาเอาง้าวสำหรับมือเข้าไปรำจนสิ้นเพลงง้าว เล่าปี่ขงเบ้งแลขุนนางทั้งปวงเห็นฮองตงรำนั้นงามคล่องแคล่วรวดเร็ว จึงสรรเสริญว่า ถึงฝีมือหนุ่มซึ่งชำนาญแลมีกำลังก็หาเสมอฮองตงไม่ ฮองตงจึงเอาเกาทัณฑ์อันแขงนั้นมาขึ้นลองกำลังให้ขงเบ้งดู จนเกาทัณฑ์นั้นหักไปทั้งสองคัน

ขงเบ้งจึงว่าแก่ฮองตงว่า ท่านจะไปก็ไปเถิด แต่เอาทหารรองไปด้วยสักคนหนึ่ง จะได้ช่วยกันทำการ ฮองตงจึงว่า เงียมหงันนั้นก็เปนคนชราเหมือนกับข้าพเจ้า จะขอเอาไปด้วย ถ้าไม่ได้ราชการก็ให้ตัดสีสะหงอกนี้เสียเถิด

เล่าปี่ได้ฟังก็มีใจยินดี ยอมให้ฮองตงกับเงียมหงันไป จูล่งจึงว่า เตียวคับนั้นมีฝีมือกล้าแขง ซึ่งท่านจะให้ฮองตงเงียมหงันอันเปนคนชราออกไปรบกับเตียวคับนั้นไม่ได้ ถ้าเสียด่านแฮเบ้งก๋วนแล้ว เมืองเสฉวนก็จะเสียด้วย ขงเบ้งจึงตอบว่า ท่านอย่าดูหมิ่นฮองตงเงียมหงันว่าเปนคนชราเลย อันเมืองฮันต๋งนั้นจะได้ด้วยความคิดแลฝีมือคนชราทั้งสองเปนมั่นคง จูล่งมิได้ตอบประการใด ฮองตงเงียมหงันก็ลาออกมาจัดแจงทหารแล้วยกไปถึงด่านแฮเบ้งก๋วน

เบ้งตัดกับงักจุ้นเห็นคนชราทั้งสองคุมทหารมา ก็ค่อยกระซิบว่า ขงเบ้งให้ฮองตงกับเงียมหงันมาดังนี้ ยังจะทานฝีมือเตียวคับได้แล้วหรือ ก็ชวนกันหัวเราะเปนทีเย้ย ฮองตงเห็นดังนั้นจึงว่าแก่เงียมหงันว่า ท่านเห็นแล้วหรือ เบ้งตัดกับงักจุ้นหัวเราะเยาะเรา ว่าคนชราหามีฝีมือไม่ เราจำจะคิดอ่านเอาชัยชนะเตียวคับให้ได้ คนทั้งนั้นจึงจะเกรงเราสืบไป เงียมหงันจึงว่า ท่านจะคิดประการใดข้าพเจ้าจะทำตาม ฮองตงจึงว่า ให้ท่านคุมทหารอ้อมไปซุ่มอยู่หลังค่ายเตียวคับ แม้เห็นเราออกรบเมื่อใด ก็ให้คุมทหารตีกระหนาบเข้ามา เงียมหงันก็พาทหารไปซุ่มอยู่ตามคำฮองตงสั่ง ฮองตงจึงคุมทหารออกไปร้องท้าทายเตียวคับ

เตียวคับได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงขึ้นม้าพาทหารมาจากค่าย แล้วว่าแก่ฮองตงว่า ตัวชราถึงเพียงนี้ยังหาความละอายไม่ ช่างมีหน้าอาสาออกมาทำการสงคราม จะเอายศศักดิ์ไปถึงไหน ฮองตงจึงตอบว่า ถึงตัวกูชราก็จริง แต่ง้าวซึ่งกูถืออยู่นี้ยังคมอยู่ แล้วก็ขับม้ารำง้าวเข้ารบกับเตียวคับได้สิบเพลง แลทหารทั้งสองฝ่ายก็โห่ร้องอื้ออึง

ฝ่ายเงียมหงันเห็นได้ทีก็คุมทหารตีกระหนาบท้ายเข้ามาตลุมบอน ไล่ฆ่าฟันทหารเตียวคับล้มตาย เตียวคับอยู่ในหว่างทหาร จะต้านทานมิได้ ก็ขับม้าพาทหารแตกหนี ฮองตงกับเงียมหงันก็คุมทหารไล่ตามไป ทางประมาณเก้าร้อยเส้น จนเวลารุ่งขึ้นจึงให้ทหารตั้งค่ายมั่นลงไว้

ฝ่ายโจหองรู้ว่าเตียวคับแตกมา ก็สั่งให้ทหารเที่ยวหาตัวเตียวคับมาจะฆ่าเสีย โกฉุยจึงห้ามว่า ซึ่งท่านจะทำดังนี้ไม่ควร แม้รู้ไปถึงเตียวคับก็จะหนีไปเข้าด้วยกองทัพเมืองเสฉวน การศึกซึ่งจะทำสืบไปก็จะขัดสน ขอให้แต่งทหารไปช่วยกำกับไว้ อย่าให้เตียวคับเอาใจออกหากได้ โจหองเห็นชอบด้วย จึงให้แฮหัวซงหลานแฮหัวตุ้นกับฮันโฮน้องฮันเหียนคุมทหารห้าพันไปช่วยป้องกันกำกับเตียวคับไว้ตามคำโกฉุยว่า แฮหัวซงกับฮันโฮครั้นมาพบเตียวคับ ก็บอกว่าโจหองให้ข้าพเจ้าทั้งสองมาช่วย

เตียวคับจึงว่า ฮองตงกับเงียมหงันเปนคนชรามีฝีมือกล้าหาญ ซึ่งเราจะคิดเอาชัยชนะนั้นยากนัก ฮันโฮจึงว่า ฮองตงนั้นข้าพเจ้ารู้จักอยู่ เดิมฮองตงอยู่เมืองเตียงสา เปนไส้ศึกเข้าด้วยกวนอู แล้วให้อุยเอี๋ยนฆ่าฮันเหียนพี่ชายข้าพเจ้าเสีย ตัวข้าพเจ้าจะขอทำการแก้แค้นฮองตงให้ได้ แล้วก็พาแฮหัวซงคุมทหารออกไปหวังจะรบกับฮองตง

ฝ่ายฮองตงเมื่อมาตั้งค่ายอยู่นั้น ก็พาเงียมหงันกับทหารเที่ยวดูรู้แห่งทางใหญ่น้อยทุกตำบล แล้วเห็นทหารโจโฉมารักษาสเบียงอยู่ณเขาเทียนตองสัน เงียมหงันจึงว่าแก่ฮองตงว่า ถ้าคิดอ่านตัดสเบียงตำบลนี้เสียได้ ก็จะได้เมืองฮันต๋งโดยง่าย ฮองตงจึงว่า ท่านคิดนี้ต้องความคิดเรา แล้วกระซิบให้สัญญากับเงียมหงัน ครั้นกลับมาถึงค่าย เงียมหงันก็จัดแจงทหารไปทำตามคำฮองตงสั่ง

ฝ่ายฮองตงครั้นรู้ว่าแฮหัวซงกับฮันโฮยกมา ก็คุมทหารออกไปจากค่าย ฮันโฮเห็นฮองตงออกมา ก็ขับม้าขึ้นไปหน้าทหาร ร้องด่าฮองตงเปนข้อหยาบช้า แล้วขับม้าเข้ารบกับฮองตง แฮหัวซงเห็นดังนั้นก็ขับม้าเข้าช่วยฮันโฮรบ ฮองตงรบพุ่งป้องกันได้ยี่สิบเพลง ก็แกล้งชักม้าพาทหารถอยหนีไปทางประมาณสองร้อยเส้น ให้เอาฟางทำค่ายไว้

ฝ่ายแฮหัวซงกับฮันโฮก็คุมทหารไล่ตามไปท้าทายถึงหน้าค่าย ฮองตงก็ออกมารบกับแฮหัวซงฮันโฮ ถึงสิบสี่สิบห้าเพลง แล้วก็ทำชักม้าพาทหารถอยหนีไปอีกสองร้อยเส้น ก็ให้เอาฟางทำค่ายไว้

ฝ่ายแฮหัวซงกับฮันโฮจึงให้ม้าใช้กลับไปบอกเนื้อความทั้งปวงแก่เตียวคับ ให้รักษาค่ายไว้จงมั่นคง เตียวคับแจ้งดังนั้นก็รีบมาแจ้งแก่แฮหัวซงฮันโฮว่า ซึ่งฮองตงถอยหนีไปถึงสองครั้งนั้นเราเห็นจะเปนกลอุบาย อย่าได้ยกตามไปเลย แฮหัวซงกับฮันโฮได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงร้องตวาดแล้วว่า ตัวท่านนี้ขี้ขลาดนักจึงเสียทีแก่ข้าศึกมาเปนหลายครั้ง ท่านอย่าว่าวุ่นวายไปเลย จงนิ่งเสียเถิด

เตียวคับได้ฟังดังนั้นก็อัปยศแก่ทหารทั้งปวง แล้วกลับไปรักษาค่ายอยู่ ครั้นเวลารุ่งเช้าแฮหัวซงกับฮันโฮก็คุมทหารติดตามฮองตงมาถึงหน้าค่าย แล้วร้องเย้ยเยาะต่าง ๆ ฮองตงได้ยินดังนั้นก็ขับม้าออกมาต่อสู้ได้สิบเพลง แล้วขับม้าพาทหารหนีไปได้สองร้อยเส้น ก็ให้เอากิ่งไม้มาตั้งค่ายไว้

ฝ่ายแฮหัวซงกับฮันโฮคุมทหารตามไปโจมตีค่ายฮองตง ๆ สู้รบได้ห้าเพลงก็พาทหารรีบหนีไปเข้าด่านแฮเบ้งก๋วน แฮหัวซงฮันโฮคุมทหารตามไปตั้งค่ายประชิดด่านไว้ เบ้งตัดเห็นดังนั้นก็ลอบบอกเนื้อความไปถึงเล่าปี่เปนใจความว่า ฮองตงแตกแฮหัวซงกับฮันโฮมาเปนหลายครั้ง บัดนี้เข้ามาอยู่ในด่าน แฮหัวซงกับฮันโฮก็ตามมาตั้งค่ายประชิดอยู่

เล่าปี่แจ้งดังนั้นก็ตกใจ จึงปรึกษาแก่ขงเบ้ง ๆ จึงว่า ท่านอย่าวิตกเลย อันฮองตงแตกหนีมานั้น หวังจะทำกลอุบายลวงข้าศึก เล่าปี่จูล่งได้ฟังขงเบ้งว่า ยังไม่สิ้นสงสัย เล่าปี่จึงให้เล่าฮองซึ่งเปนบุตรเลี้ยงคุมทหารไปช่วยฮองตง เล่าฮองครั้นมาถึงด่านแฮเบ้งก๋วนก็บอกแก่ฮองตงว่า บัดนี้เล่าปี่ให้เราคุมทหารมาช่วยท่าน ฮองตงจึงถามว่า เล่าปี่แจ้งเหตุสิ่งใดหรือ เล่าฮองจึงบอกว่า เล่าปี่แจ้งว่าท่านแตกมาหลายครั้งจนหนีเข้ามาอยู่ในด่าน จึงให้เรายกมาช่วย

ฮองตงได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะแล้วว่า ซึ่งเราแตกถอยมานี้ด้วยกลอุบาย จะให้ข้าศึกเอาอาวุธแลสเบียงอาหารมารวมไว้ในค่ายประชิด เพลาคํ่าวันนี้ท่านจงคอยดูเถิด เราจะยกออกตีค่ายแฮหัวซงฮันโฮแตกไปแล้ว จะให้ทหารเก็บเครื่องศัสตราวุธแลสเบียงอาหารไว้ให้จงได้ ครั้นเวลาคํ่าฮองตงจึงสั่งแก่งักจุ้นว่าให้ตรวจตรารักษาด่านไว้จงมั่นคง แล้วว่าแก่เบ้งตัดว่า วันนี้เราจะออกไปทำการ ท่านจงเอนดูเราพาทหารออกไปขนเอาสเบียงอาหารแลเครื่องศัสตราวุธ นายทหารทั้งสองได้ฟังดังนั้นก็ไม่เชื่อ แต่เห็นแก่หน้าก็รับไว้

ฝ่ายฮันโฮกับแฮหัวซงมาตั้งอยู่ถึงสามวัน มิได้เห็นฮองตงแลทหารผู้ใดออกมารบ ก็มีใจประมาทถอดเกราะแก้อานม้าเสีย มิได้ตรวจตรารักษาค่าย ครั้นเวลาสองยามเศษ ฮองตงก็พาเล่าฮองคุมทหารห้าพันออกไปโจมตีค่ายแฮหัวซงกับฮันโฮ ฆ่าฟันทหารทั้งปวงล้มตายเปนอันมาก แฮหัวซงกับฮันโฮมิทันรู้ตัว ก็พาทหารหนีออกจากค่าย ฮองตงก็ตามตีค่ายรายทางได้ทั้งสามค่าย

ฝ่ายเบ้งตัดเห็นข้าศึกแตกไป ก็คุมทหารออกมาเก็บเอาเกราะแลอาวุธกับสเบียงอาหารไว้เปนอันมาก ครั้นเวลารุ่งขึ้นฮองตงจะตามแฮหัวซงกับฮันโฮไป เล่าฮองจึงห้ามว่าทแกล้วทหารอิดโรยนัก จงหยุดให้ทหารมีกำลังจึงค่อยตามไป ฮองตงจึงตอบว่า เมื่อเราตามมาพบซุ้มเสือแล้วจะไม่รีบเข้าจับลูกเสือให้ได้นั้น จะละไว้ให้มีกำลังไปหรือ จึงประกาศแก่ทหารทั้งปวงว่า จงช่วยกันทำการให้สำเร็จ แล้วก็ยกตามไปใกล้จะถึงค่ายเตียวคับ

ฝ่ายแฮหัวซงกับฮันโฮหนีไปพ้นค่ายเตียวคับ แลทหารเตียวคับเห็นดังนั้นก็พากันตกใจแตกตื่นไป เตียวคับโบกธงทหารทั้งปวงก็ไม่หยุด เตียวคับก็พลอยหนีไปถึงแม่นํ้าฮันซุย พอพบแฮหัวซงกับฮันโฮ เตียวคับจึงว่ากับนายทหารทั้งสองว่า ซึ่งเราจะหนีไปฉนี้ไม่ได้ อันเมืองฮันต๋งนี้ได้อาศรัยสเบียงซึ่งซ่องสุมไว้ณเขาเทียนตองสันกับเขาบิซองสัน แม้เสียสเบียงสองตำบลนี้แล้ว เมืองฮันต๋งก็จะเสียด้วย เราจะคิดอ่านไปรักษาสเบียงสองตำบลนี้ไว้ เห็นจะได้เปนกำลังทำการสืบไป

แฮหัวซงจึงตอบว่า อันสเบียงซึ่งซ่องสุมไว้ณเขาบิซองสันนั้นอย่าวิตกเลย ด้วยแฮหัวเอี๋ยนอาว์ข้าพเจ้าไปตั้งอยู่ณเขาเตงกุนสัน ทางนั้นก็ใกล้กัน เห็นจะจัดแจงทหารไปรักษาไว้เปนมั่นคง เกรงอยู่แต่เขาเทียนตองสัน ซึ่งแฮหัวเต๊กผู้พี่ข้าพเจ้ารักษาอยู่ แต่ทหารนั้นก็น้อย เราจะชวนกันไปช่วยรักษาไว้ เตียวคับเห็นชอบด้วย ก็พาทหารทั้งปวงรีบไปถึงเขาเทียนตองสัน แล้วเล่าเนื้อความให้แฮหัวเต๊กฟังทุกประการ

แฮหัวเต๊กจึงตอบว่า เราคุมทหารสิบหมื่นอยู่รักษาสเบียงแล้ว จงชวนกันเร่งไปกระทำการเอาชัยชนะแก่ข้าศึกให้ได้เถิด เตียวคับจึงว่าทหารมากก็จริงอยู่ แต่จะไว้ใจท่านนั้นไม่ได้ ครั้นว่าขาดคำลง พอได้ยินเสียงทหารโห่ร้องขึ้นมาข้างหน้าเขา แล้วม้าใช้มาบอกกับแฮหัวเต๊กว่า ฮองตงคุมทหารมาเปนอันมาก แฮหัวเต๊กได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะแล้วว่า อ้ายฮองตงนี้มีใจกำเริบว่าฝีมือกล้าหาญ บังอาจยกเข้ามาทำการถึงนี่

เตียวคับจึงตอบว่า อันฮองตงนั้นใช่จะมีแต่ฝีมือหามิได้ ประกอบด้วยสติปัญญาคิดกลศึกต่าง ๆ แฮหัวเต๊กจึงว่า ถึงมาทว่าฮองตงจะมีสติปัญญาความคิดสักเท่าใด อันล่วงเข้ามาถึงนี่ก็เหมือนหาปัญญาไม่ ฮันโฮจึงว่า ข้าพเจ้าจะขอทหารสามพันยกไปทำการเอาชัยชนะแก่ฮองตงให้ได้ แฮหัวเต๊กก็จัดทหารให้สามพัน ฮันโฮก็คุมทหารลงไปร้องท้าทายฮองตง ๆ ได้ฟังก็โกรธ ขับม้าออกมารบไม่ทันพักหนึ่ง ฮองตงก็เอาง้าวฟันถูกฮันโฮตกม้าตาย แล้วไล่ฆ่าฟันทหารทั้งปวงแตกตื่นไป เตียวคับแฮหัวซงเห็นดังนั้นก็คุมทหารจะลงไปรบกับฮองตง พอได้ยินเสียงประทัดแลทหารโห่ร้องขึ้นข้างหลังเขา แล้วเห็นเพลิงไหม้ขึ้นข้างหลังค่ายเปนหลายตำบล แฮหัวเต๊กก็คุมทหารออกมาหวังจะรบกับข้าศึก เงียมหงันขับม้ารำทวนเข้ารบกับแฮหัวเต๊กได้เพลงหนึ่ง แล้วเงียมหงันเอาทวนแทงถูกแฮหัวเต๊กตกม้าตาย

ฝ่ายฮองตงเห็นแสงเพลิงเงียมหงันจุดขึ้นตามสัญญาดังนั้น ก็คุมทหารตีกระหนาบเข้าไปข้างหน้าเขา แล้วเอาเพลิงเผาค่ายไหม้สเบียงอาหารเสียสักส่วนหนึ่ง แล้วไล่ฆ่าฟันทหารล้มตายเปนอันมาก เตียวคับกับแฮหัวซงเห็นจะต้านทานไม่ได้ ก็พากันหนีไปหาแฮหัวเอี๋ยน ฮองตงกับเงียมหงันก็ให้ทหารเข้าดับเพลิงซึ่งไหม้สเบียงไว้ได้บ้าง ก็ให้ทหารตั้งค่ายรักษาสเบียงไว้ แล้วแต่งหนังสือบอกเนื้อความทั้งปวงให้ม้าใช้ถือไปให้เล่าปี่ณเมืองเสฉวน

เล่าปี่แจ้งในหนังสือดังนั้นก็มีความยินดี หวดเจ้งจึงว่าแก่เล่าปี่ว่า ครั้งโจโฉยกมาตีเมืองฮันต๋งนั้น ก็คิดจะมาตีเอาเมืองเสฉวน บัดนี้โจโฉให้แฮหัวเอี๋ยนกับเตียวคับอยู่รักษาเมืองฮันต๋ง ตัวโจโฉยกกองทัพกลับไปนั้น เหมือนหนึ่งมิใช่ความคิดโจโฉ แล้วเตียวคับก็แตกยับเยิน ทั้งเสียสเบียงณเขาเทียนตองสัน ครั้งนี้เห็นได้ทีอยู่แล้ว ขอให้ยกกองทัพหลวงไปตีเอาเมืองฮันต๋งไว้ให้ได้แล้ว แม้จะยกล่วงไปกำจัดศัตรูราชสมบัติเสียก็เห็นจะได้โดยง่าย ถ้ามิดังนั้นก็ให้แต่งผู้รักษาเมืองฮันต๋งไว้เปนเมืองหน้าด่าน ท่านจงยกกลับมารักษาเมืองเสฉวนไว้ให้เปนที่มั่นคงก็จะมีความสุขสืบไป

เล่าปี่กับขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็เห็นชอบด้วย จึงให้มีหนังสือออกไปกำชับนายด่านเมืองเสฉวนแลหัวเมืองขึ้นทั้งปวง ให้รักษาด่านไว้ให้มั่นคง แล้วให้จูล่งคุมทหารเปนกองหน้า เล่าปี่กับขงเบ้งนั้นคุมทหารสิบหมื่นเปนกองหลวง

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ