ตอนที่ ๑๖

ฝ่ายโจโฉจำเดิมแต่เสียเตียนอุยแล้ว มิได้มีความสบายคิดถึงเตียนอุย แต่งเครื่องเส้นไปมิได้ขาด แล้วเอาตัวเตียนมวนบุตรเตียนอุยมาตั้งเปนตองหลอง คำไทยว่าเปนคนสนิธ พอหนังสือซุนเซ็กไปถึงโจโฉ โจโฉเห็นหนังสือแล้วยังมิได้ว่าประการใด มีทหารเอาเนื้อความมาบอกแก่โจโฉว่า เมืองลำหยงนั้นเข้าปลาอาหารก็ขัดสน บัดนี้อ้วนสุดแต่งทหารไปตีชิงอยู่ณเมืองตันลิว

โจโฉได้ฟังดังนั้นก็คิดเห็นว่า ในเมืองลำหยงนั้นทหารจะเบาบาง เราจะยกกองทัพไปตีเอาเห็นจะได้โดยง่าย จึงให้แต่งหนังสือไปถึงเล่าปี่ซุนเซ็กลิโป้ให้ยกกองทัพไปเมืองลำหยง โจโฉจึงให้โจหยินอยู่รักษาเมืองฮูโต๋ แล้วจัดแจงทหารสิบเจ็ดหมื่นกับเข้าสเบียงพันเกวียน ยกไปถึงแดนเมืองอิเจี๋ยง ใกล้เมืองอิจิ๋วซึ่งเล่าปี่อยู่

ฝ่ายหันเซียมซึ่งลิโป้ให้ไปอยู่เมืองกินโต๋ กับเอียวฮองซึ่งอยู่เมืองลองเอี๋ย ทำหยาบช้าเที่ยวเปนโจรตีชิงอาณาประชาราษฎร มีคนเอาเนื้อความมาบอกเล่าปี่ ๆ จึงคิดกับกวนอูเตียวหุยว่า ให้ไปเชิญหันเซียมเอียวฮองมากินโต๊ะ ถ้าท่านเห็นเราทิ้งจอกสุราลงแล้ว ท่านทั้งสองจงเอากระบี่ตัดสีสะหันเซียมเอียวฮองเสีย แล้วเล่าปี่จึงให้ทหารไปเชิญหันเซียมเอียวฮองมากินโต๊ะ ครั้นกินจะใกล้สำเร็จ เล่าปี่กระทำเปนเมาทิ้งจอกสุราลง กวนอูเตียวหุยถือกระบี่แอบอยู่หลังฉาก ก็วิ่งมาตัดสีสะเอียวฮองหันเซียมเสีย พอทหารเอาเนื้อความมาบอกแก่เล่าปี่ว่าโจโฉจะยกไปเมืองลำหยง บัดนี้มาอยู่แดนเมืองอิเจี๋ยง เล่าปี่รู้ดังนั้นจึงจัดแจงทหารยกออกไปหาโจโฉ เอาสีสะหันเซียมเอียวฮองนั้นไปด้วย โจโฉแลเห็นเล่าปี่ก็ออกมารับ คำนับกันตามผู้ใหญ่ผู้น้อย เล่าปี่จึงเอาสีสะหันเซียมเอียวฮองนั้นให้โจโฉ แล้วจึงว่าข้าพเจ้าทำการครั้งนี้ผิดนัก ข้าพเจ้าขออภัยมหาอุปราชเสียเถิด

โจโฉจึงว่าซึ่งท่านทำการทั้งนี้ชอบอยู่อีก ราษฎรที่ได้ความเดือดร้อนก็จะได้ความสุขเพราะท่าน เหตุไฉนท่านจึงว่ากระทำความผิด แล้วโจโฉก็ให้บำเหน็จแก่เล่าปี่เปนอันมาก โจโฉก็พาเล่าปี่ยกไปจากแดนเมืองอิเจี๋ยง ไปใกล้ถึงเมืองชีจิ๋ว

ลิโป้รู้ว่าโจโฉยกทหารมา ก็ออกไปหาโจโฉ ๆ จึงว่าแก่ลิโป้ว่าแม้สำเร็จการเราครั้งนี้แล้ว เราจะกราบทูลพระเจ้าเหี้ยนเต้ให้ตั้งท่านเปนใหญ่ แล้วโจโฉพูดจาเกลี้ยกล่อมลิโป้เปนอันมาก ลิโป้มีความยินดีนักลุกขึ้นคำนับโจโฉ แล้วโจโฉตั้งให้แฮหัวตุ้น อิกิ๋ม เปนทัพหน้า ให้เล่าปี่เปนปีกขวา ลิโป้เปนปีกซ้าย ตัวโจโฉเปนทัพหลวงยกไปตีเมืองลำหยง

ฝ่ายอ้วนสุดรู้ว่าโจโฉยกทัพมา จึงให้เกียวเสงคุมทหารห้าหมื่นยกออกไปตั้งคอยรับอยู่ปากทางตำบลฉิวฉุน เกียวเสงก็ยกทหารออกจากเมือง พอกองทัพแฮหัวตุ้นมาถึง เกียวเสงก็ควบม้าเข้ารบกับแฮหัวตุ้นสู้กันได้สามเพลง แฮหัวตุ้นเอาทวนแทงถูกเกียวเสงตกม้าตาย ทหารทั้งปวงก็หนีกลับเข้าเมือง

ฝ่ายซุนเซ็กซึ่งอยู่เมืองกังตั๋ง รู้ว่าโจโฉยกไปตีเมืองลำหยงแล้ว ก็จัดแจงทหารทัพเรือเปนอันมาก ยกไปเมืองลำหยงตั้งอยู่ทิศตวันตก โจโฉรู้ว่าซุนเซ็กยกมาแล้ว จึงให้ลิโป้ไปตั้งอยู่ด้านตวันออก ให้เล่าปี่กับกวนอูเตียวหุยยกไปตั้งด้านใต้ ตัวโจโฉกับทหารสิบเจ็ดหมื่นตั้งอยู่ด้านเหนือ แล้วให้สัญญากันว่าให้ยกเข้าล้อมเมืองจงพร้อมกัน

ฝ่ายอ้วนสุดเห็นโจโฉยกมาตั้งอยู่เปนสี่ด้าน จึงปรึกษาทหารทั้งปวงว่า เห็นการศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ท่านทั้งปวงจะคิดประการใด เอียวไต้เจียงจึงว่า เมืองเราครั้งนี้ราษฎรก็ขัดสนด้วยเข้าปลาอาหาร ซึ่งท่านจะคิดอ่านออกรบกับโจโฉนั้น ข้าพเจ้าเห็นว่าทหารทั้งปวงจะได้ความลำบาก ขอให้ท่านแต่งทหารอยู่รักษาเมืองไว้ให้มั่นคง ตัวท่านจึงพาครอบครัวถอยไปตั้งอยู่ตำบลห้วยหนำ จะได้อาศรัยสเบียงอาหาร

อ้วนสุดเห็นชอบด้วย จึงให้โลหองหนึ่ง งักจิวหนึ่ง เลียงก๋องหนึ่ง ตันกี๋หนึ่ง กับทหารสิบหมื่นอยู่รักษาเมืองลำหยง แล้วอ้วนสุดจึงพาทหารกับครอบครัวทั้งปวงถอยไปตั้งอยู่ตำบลห้วยหนำตามเอียวไต้เจียงว่า โจโฉมิรู้ว่าอ้วนสุดหนีจากเมือง ก็ให้ทหารเข้าล้อมเมืองไว้

ฝ่ายโลหอง งักจิว เลียงก๋อง ตันกี๋ ซึ่งอยู่รักษาเมืองนั้น มิได้ออกสู้รบกับโจโฉ ๆ ล้อมเมืองไว้ช้านานประมาณเดือนเศษจนสิ้นสเบียง จึงใช้คนให้ไปยืมอาหารซุนเซ็กทัพเรือ ได้สเบียงสิบหมื่นถัง โจโฉจึงเอาเข้ามอบให้แก่อองเฮาซึ่งเปนนายฉาง

อองเฮาจึงว่าแก่โจโฉว่า เข้าในฉางเรานี้ก็น้อยลงแล้ว นานไปเห็นทหารทั้งปวงจะขัดสน โจโฉจึงว่าถ้าดังนั้นท่านจงคิดแจกเข้าแก่ทหารให้ถังย่อมลงกว่าเก่า แต่พอประทังไว้กว่าการเราจะสำเร็จ อองเฮาจึงว่า ซึ่งท่านจะทำดังนั้นข้าพเจ้าเห็นว่า ทหารทั้งปวงจะมีความน้อยใจด้วยกำลังนั้นอิดโรยลง ก็จะไม่เปนใจทำการณรงค์สงคราม โจโฉจึงตอบว่า เราจะคิดอ่านมิให้ทหารทั้งปวงเสียใจได้ อองเฮาก็ทำถังเล็กตวงเข้าแจกทหารตามคำโจโฉว่า ทหารทั้งปวงได้อาหารไปกินไม่เต็มกำลังก็เสียใจ จึงชวนกันนินทาโจโฉว่าส่วนการนั้นจะเอา จ่ายเข้าให้กินแต่น้อย เมื่อเรากินไม่อิ่มดังนี้ จะทำการรบพุ่งต่อไปได้หรือ

ครั้นเวลากลางคืน โจโฉจึงใช้ให้คนสนิธไปเที่ยวฟังดูรู้เนื้อความว่า ทหารทั้งปวงเสียน้ำใจ ชวนกันครหานินทาโจโฉ ๆ จึงคิดจะเอาใจทหารทั้งปวงให้มีน้ำใจยกเข้าปล้นเมือง จึงลอบหาตัวอองเฮามาว่า เราจะขอของรักท่านสักสิ่งหนึ่งจะได้เอาใจทหาร ท่านจะให้หรือไม่ อองเฮาจึงว่า ข้าพเจ้ามิได้มีสิ่งใดที่จะให้มหาอุปราช โจโฉจึงกระซิบบอกว่าเราจะขอยืมสีสะท่าน อองเฮาตกใจจึงว่า ข้าพเจ้ามิได้มีผิดสิ่งใดเหตุไฉนมหาอุปราชจึงจะตัดสีสะข้าพเจ้าเสีย โจโฉจึงว่าตัวท่านก็มิได้มีความผิด แต่เราจะขอสีสะท่านกระทำการให้ทหารทั้งปวงมีน้ำใจ ซึ่งบุตรภรรยาพรรคพวกของท่านอยู่ภายหลังนั้น เราจะเลี้ยงดูมิให้ขัดสน อองเฮายังมิทันจะว่าประการใด โจโฉก็ให้ทหารเอาตัวอองเฮาไปตัดสีสะเสียบไว้ แล้วให้ร้องประกาศว่า อองเฮากระทำผิดฉ้อเข้ามหาอุปราช แล้วจ่ายเข้าให้ทหารด้วยถังเล็ก

ฝ่ายทหารทั้งปวงรู้ดังนั้นก็สิ้นสงสัย โจโฉจึงป่าวร้องให้ทหารทั้งปวงมาเบิกเข้า ให้สำเร็จในสามวัน แล้วโจโฉจึงกำชับทหารทั้งปวงว่า เราจะยกเข้าไปปล้นเมือง แม้นใครมิเปนใจกระทำการ แตกถอยออกมาเราจะตัดสีสะเสีย โจโฉจึงขับทหารทั้งปวงให้ขนดินเข้าถมคูเมือง

ฝ่ายทหารซึ่งรักษาหน้าที่เชิงเทิน ก็ยิงเกาทัณฑ์ทิ้งก้อนศิลาลงมาดังห่าฝน ทหารโจโฉสองคนซึ่งเข้าไปถมคูนั้น กลัวจะถูกเกาทัณฑ์ก็ถอยหลังออกมา โจโฉเอากระบี่ตัดสีสะทหารสองคนนั้นทิ้งลงในคู ทหารทั้งปวงเห็นดังนั้นก็มิอาจถอยออกมา โจโฉจึงเร่งทหารให้ถมคูปีนกำแพงทลายประตูเมืองเข้าไป ทหารโจโฉก็ฆ่าฟันทหารซึ่งอยู่ในเมืองนั้นล้มตายเปนอันมาก แล้วจับตัวโลหอง ตันกี๋ งักจิว เลียงก๋อง สี่คนนั้นได้ โจโฉจึงถาม รู้ว่าอ้วนสุดไปตั้งอยู่ตำบลห้วยหนำ แล้วให้เอาตัวทหารสี่คนไปตระเวนประจานกลางตลาดแล้วเอาไปฆ่าเสีย เข้าของทั้งปวงซึ่งได้ในเมืองนั้น โจโฉก็ให้แจกทหารทั้งปวงตามสมควร แล้วให้เผาเมืองเสีย โจโฉจึงปรึกษาทหารทั้งปวงว่า เราจะยกทัพไปตามอ้วนสุด ท่านทั้งปวงจะเห็นเปนประการใด

ซุนฮกจึงว่า บัดนี้สเบียงอาหารเราก็ขัดสน ซึ่งท่านจะยกไปตามอ้วนสุดนั้น ข้าพเจ้าเห็นว่าทหารทั้งปวงจะได้ความลำบาก ขอให้ท่านยกกลับไปเมืองฮูโต๋ บำรุงทหารให้บริบูรณ์ก่อน ต่อฤดูเข้าในนาสุกจึงค่อยกลับมากระทำการ เห็นจะสำเร็จโดยง่าย โจโฉได้ยินดังนั้นยังมิทันจะว่าประการใด พอโจหองให้หนังสือมาถึงโจโฉว่า เตียวสิ้วหลานเตียวเจคบคิดกับเล่าเปียวซึ่งอยู่เมืองเกงจิ๋ว ยกมาตีเมืองเซียงหยง เมืองกังเหลง ได้รบพุ่งกับโจหองเปนหลายครั้ง โจหองทานฝีมือเตียวสิ้วมิได้ ขอให้มหาอุปราชยกทหารไปช่วย โจโฉแจ้งเนื้อความในหนังสือนั้นแล้ว จึงว่าแก่ซุนเซ็กว่า ท่านจงยกทัพเรือไปรั้งหลังสกัดต้นทางเมืองเกงจิ๋วไว้ ให้เล่าเปียวพว้าพวังอย่าให้คิดการสืบไปได้ เราจัดแจงสำเร็จแล้วจึงจะยกไปตีเมืองเซียงหยง เมืองกังเหลงตีด้านหน้า ซุนเซ็กรับคำโจโฉแล้วก็เลิกทัพกลับไปตามโจโฉสั่ง

ครั้นซุนเซ็กไปแล้ว โจโฉจึงให้หาลิโป้เล่าปี่มาว่า ท่านทั้งสองอย่าได้พยาบาทกันเลย จงช่วยกันคิดอ่านบำรุงพระเจ้าเหี้ยนเต้ เราจะขอให้เล่าปี่ไปอยู่เมืองเสียวพ่าย ลิโป้รับคำโจโฉแล้วก็ลายกกลับไปเมืองชีจิ๋ว โจโฉจึงว่าแก่เล่าปี่ว่า ท่านรู้กลเราหรือไม่ เราให้ท่านไปอยู่เมืองเสียวพ่ายบัดนี้ เราจะลวงให้เสือตกหลุม ท่านไปอยู่แล้วจงคิดอ่านกันกับตันกุ๋ยตันเต๋ง เร่งกระทำการให้สำเร็จจงได้ เล่าปี่ก็ลาโจโฉไปตั้งอยู่เมืองเสียวพ่าย

โจโฉก็ยกทัพกลับไปเมืองฮูโต๋ จึงจัดแจงทหารยกไปรบเตียวสิ้ว พอทหารเอาเนื้อความมาบอกแก่โจโฉว่า ตวนอุยงอสิบ ฆ่าลิฉุยกุยกีเสียแล้ว บัดนี้เอาสีสะลิฉุยกุยกีกับสมัคพรรคพวกมาให้ท่าน โจโฉมีความยินดี ออกมารับตวนอุยงอสิบ แล้วให้ทหารเอาสมัคพรรคพวกของลิฉุยกุยกีไปตัดสีสะเสียบไว้ทุกประตูเมือง แล้วเอาเนื้อความทั้งปวงเข้าไปกราบทูลพระเจ้าเหี้ยนเต้ ๆ ดีพระทัยตรัสว่า แผ่นดินเราครั้งนี้จะอยู่เย็นเปนสุข มิได้มีเสี้ยนหนามแล้ว จึงมีรับสั่งให้หาตวนอุยงอสิบเข้าไปในที่เสด็จออก แล้วพระราชทานโต๊ะให้ตวนอุยงอสิบกินกับขุนนางทั้งปวง แล้วตั้งตวนอุยเปนทองเค้าเจียงกุ๋น ให้งอสิบเปนเตียนโลเจียงกุ๋น คำไทยว่าเปนนายทหารกำจัดโจร แล้วมีรับสั่งให้ตวนอุยงอสิบคุมสมัคพรรคพวกไปรักษาเมืองเตียงอั๋น ตวนอุยงอสิบนั้นก็ถวายบังคมลาไปตั้งอยู่ตามรับสั่ง

โจโฉจึงทูลพระเจ้าเหี้ยนเต้ว่า เตียวสิ้วคบคิดกันกับเล่าเปียวยกมาตีเมืองเซียงหยง เมืองกังเหลง ข้าพเจ้าจะถวายบังคมลาไปกำจัดเตียวสิ้ว ให้ซุนฮกอยู่รักษาเมืองฮูโต๋ แล้วก็จัดแจงยกทหารออกจากเมือง พระเจ้าเหี้ยนเต้เสด็จไปส่งโจโฉถึงประตูเมือง ครั้นพระเจ้าเหี้ยนเต้เสด็จมาอยู่เมืองฮูโต๋ได้สามปี เมื่อโจโฉยกไปนั้นเปนระดูเข้าโภชน์สาลีสุก ราษฎรชาวบ้านรายทางทั้งปวงรู้ว่า กองทัพโจโฉยกมาก็ชวนกันแตกตื่นทิ้งที่ไร่นาเสีย โจโฉเห็นดังนั้นจึงกำชับนายทัพนายกองทั้งปวงว่า ถ้าผู้ใดเบียดเบียฬชาวบ้าน แลเหยียบเข้าโภชน์สาลีเสียแต่ต้นหนึ่ง เราจะตัดสีสะนายทัพนายกองเสีย แล้วจึงให้ไปป่าวร้องให้ชาวบ้านทั้งปวง มาตั้งอยู่ตามปรกติตามภูมิลำเนา ราษฎรทั้งปวงเห็นเข้าของมิได้เปนอันตราย แล้วก็รู้ว่าโจโฉกำชับทหารดังนั้น ก็มีความยินดีชวนกันสรรเสริญว่า มหาอุปราชมีใจปรานีราษฎร หาผู้เสมอมิได้

ฝ่ายนายทัพนายกองทั้งปวง เมื่อยกทัพไปกลางทางนั้น ถ้าถึงไร่เข้า ก็ลงจากม้า มือหนึ่งจูงม้าแหวกต้นเข้าโภชน์สาลีไป ด้วยเกรงอาญาโจโฉ แต่ตัวโจโฉนั้นขี่ม้า ให้ทหารแหวกไปข้างหน้าม้า พอนกตัวหนึ่งอยู่ในไร่ได้ยินเสียงทหารอื้ออึงมา ก็ตกใจบินออกจากกอเข้าโภชน์สาลี ผ่านหน้าม้าโจโฉไป ม้านั้นตกใจตื่นเข้าไปในไร่ เหยียบต้นเข้าโภชน์สาลีหักเสียเปนอันมาก โจโฉจึงคิดอุบายหวังจะให้คนทั้งปวงนับถือว่าเปนสัตย์ธรรม จึงหานายทัพนายกองทั้งปวงมาว่า บัดนี้เราก็ทำผิดให้ท่านทั้งปวงปรึกษาโทษเราด้วย

จูเภาที่ปรึกษาจึงถามว่า มหาอุปราชกระทำสิ่งใด โจโฉจึงเล่าเนื้อความให้จูเภาฟัง ว่าเดิมเรากำชับว่าจะเอาโทษท่านทั้งปวง มาบัดนี้เรากระทำเอง ครั้นจะนิ่งเสียคนทั้งปวงก็จะติเตียนว่าเรามิได้ตั้งอยู่ในสัตย์ แล้วก็ทำเปนชักกระบี่ซึ่งเหน็บหลังออก จะเชือดคอเสีย

กุยแกตกใจจึงเข้ายุดกระบี่ไว้แล้วห้ามว่า ซึ่งมหาอุปราชกระทำดังนี้ก็ควรอยู่แล้ว แต่ตัวข้าพเจ้านายทัพนายกองแลราษฎรทั้งปวง ได้อยู่เย็นเปนสุขก็เพราะบุญมหาอุปราช ๆ จะฆ่าตัวตายเสียบัดนี้ราษฎรทั้งปวงมิได้มีที่พึ่ง ก็จะได้ความเดือดร้อน โจโฉก็ทำทอดใจใหญ่แล้วจึงว่า ท่านว่านี้ชอบอยู่แล้ว แต่ท่านจะขอเปนคำขาดนั้นมิได้ จำเราจะทำให้เปนตัวอย่าง แล้วโจโฉจึงเอากระบี่ตัดผมที่สีสะส่งให้ทหารเอาไปร้องประกาศทุกหน้าบ้านว่า มหาอุปราชกระทำผิดแล้ว มิได้คิดแก่ชีวิตจะฆ่าตัวเสีย นายทัพนายกองทั้งปวงห้ามไว้ มหาอุปราชจึงตัดผมออกแทนสีสะ ให้คนทั้งปวงดูเปนอย่างธรรมเนียมไว้ ทหารแลราษฎรทั้งปวงก็ชวนกันสรรเสริญรักโจโฉมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ทั้งกลัวอาญาเปนอันมาก โจโฉก็เร่งยกทหารไปจะรบเตียวสิ้ว

ฝ่ายเตียวสิ้วรู้ว่าโจโฉยกทัพมา จึงให้หนังสือไปถึงเล่าเปียวให้ยกมาตีวกหลัง ตัวเตียวสิ้วกับลุยฉีเตียวเสียน ยกทหารมาตั้งอยู่นอกค่ายคอยจะรบด้วยโจโฉ พอโจโฉยกมาถึง เตียวสิ้วเห็นโจโฉจึงร้องด่าว่า อ้ายช่างพูดดีแต่เจรจาลวงให้คนเชื่อ อันกูนี้รู้อยู่ว่ามึงโกหกหยาบช้าเหมือนหนึ่งสัตว์เดียรัจฉาน โจโฉได้ยินก็โกรธ ขับให้เคาทูควบม้าออกรบด้วยเตียวสิ้ว ๆ จึงให้เตียวเสียนออกรบกับเคาทูได้สามเพลง เคาทูเอาทวนแทงถูกเตียวเสียนตกม้าตาย เตียวสิ้วเห็นว่าจะสู้โจโฉนั้นมิได้ ก็ควบม้าพาทหารหนีเข้าเมืองเซียงหยง แล้วให้ปิดประตูเมืองเสีย จึงเกณฑ์ทหารขึ้นรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้ให้มั่นคง โจโฉก็ยกทหารเข้าตั้งประชิดล้อมเมืองไว้ แล้วเห็นคูเมืองนั้นกว้างน้ำก็ลึก ซึ่งจะทำการเข้าไปนั้นไม่สดวก จึงให้ทหารขนไม้แลหญ้ามามัดเข้าไว้เปนอันมาก แล้วให้ปลูกหอคอยสี่ด้านกำแพงเมือง โจโฉจึงขึ้นดูทุกหอคอยถึงสามวัน เห็นทหารซึ่งรักษาหน้าที่ด้านตวันออกนั้นเบาบาง โจโฉจึงให้ทหารขนเอามัดหญ้า แลไม้นั้นไปกองไว้ข้างด้านตวันตก แล้วบอกทหารทั้งปวงว่าเราจะยกเข้าปล้นด้านนี้

ฝ่ายกาเซี่ยงที่ปรึกษาเห็นดังนั้นจึงว่าแก่เตียวสิ้วว่า ซึ่งโจโฉให้ทำการทั้งนี้ข้าพเจ้าเห็นว่าทำกลอุบาย ข้าพเจ้าจะคิดซ้อนกลโจโฉ ให้เสียทีแก่เราให้จงได้ เตียวสิ้วจึงถามว่าท่านจะคิดซ้อนกลนั้นประการใด กาเซี่ยงจึงบอกว่า ข้าพเจ้าเห็นโจโฉขึ้นดูบนหอคอยถึงสามเวลา เห็นผู้คนซึ่งรักษาหน้าที่ด้านตวันออกนั้นเบาบาง โจโฉจึงให้ขนเอาไม้แลหญ้าไปไว้ข้างตวันตก จะให้เราจัดแจงป้องกันระวังข้างด้านตวันตก แล้วโจโฉจะคิดการข้างด้านตวันออกในเวลากลางคืนเปนมั่นคง ข้าพเจ้าจะให้ชาวเมืองแต่งตัว ปลอมเปนทหารขึ้นรักษาหน้าที่ฝ่ายด้านตวันตก แล้วจะยกเอาทหารนั้นมาซุ่มไว้หน้าที่ตวันออก ถ้าโจโฉยกมาทำการเมื่อใด จึงให้จุดประทัดสัญญา แล้วจะยกทหารซึ่งซุ่มไว้นั้นตีกระหนาบ เห็นโจโฉจะเสียทีแก่เราเปนมั่นคง เตียวสิ้วเห็นชอบด้วย ก็ให้ทำตามกาเซี่ยงว่า

ฝ่ายทหารซึ่งอยู่บนหอคอยก็เอาเนื้อความมาบอกแก่โจโฉว่า บัดนี้เตียวสิ้วเกณฑ์ทหารขึ้นรักษาหน้าที่ตวันตกเปนอันมาก หน้าที่ข้างด้านตวันออกนั้นผู้คนเบาบางนัก โจโฉได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี หมายใจว่าจะสมความคิด จึงให้ทหารทั้งปวงแต่งตัวเตรียมเครื่องศัสตราวุธไว้พร้อม ครั้นเวลาสองยามเศษ โจโฉก็ให้ทหารทั้งปวงว่ายน้ำข้ามคูเข้าไป มิได้มีผู้ใดทักทาย ถอดขวากทำลายประตูเมืองเข้าไปได้

ฝ่ายทหารเตียวสิ้วซึ่งซุ่มอยู่นั้น ก็จุดประทัดสัญญาขึ้น แล้วชวนกันยกกระหนาบรบฆ่าฟันทหารโจโฉล้มตายเปนอันมาก ฝ่ายทหารโจโฉก็พากันถอยหลังกลับออกมา เตียวสิ้วยกทหารติดตามฆ่าฟันออกไป แลโจโฉกับทหารซึ่งรักษาค่ายอยู่นั้น ก็พลอยแตกตื่นไปด้วย เตียวสิ้วคุมทหารไล่ไปทางประมาณสามร้อยเส้น พอเวลารุ่งขึ้นเตียวสิ้วก็พาทหารกลับเข้าเมือง

ฝ่ายโจโฉเห็นอิกิ๋มกับลิยอยถูกเกาทัณฑ์เปนหลายแห่ง จึงให้ตรวจทหารดู ก็รู้ว่าเสียทหารประมาณห้าหมื่นเศษ ฝ่ายกาเซี่ยงเห็นโจโฉเสียทหารเปนอันมาก จึงว่าแก่เตียวสิ้วว่า ขอให้ท่านมีหนังสือไปถึงเล่าเปียวไปสกัดตีโจโฉเห็นจะจับตัวได้ เตียวสิ้วเห็นชอบด้วย จึงแต่งหนังสือไปให้เล่าเปียวณเมืองเกงจิ๋ว

ฝ่ายเล่าเปียวแจ้งในหนังสือแล้ว ก็จัดแจงทหารจะยกไปคอยสกัดโจโฉ พอรู้เนื้อความว่าซุนเซ็กยกทัพเรือมาตั้งอยู่ปากอ่าวเมืองเกงจิ๋ว เล่าเปียวจึงปรึกษากับเก๊งเหลียงว่า เตียวสิ้วมีหนังสือมาถึงเราให้เรายกไปสกัดตีโจโฉ บัดนี้ซุนเซ็กก็ยกทัพมา เราจะคิดประการใด เก๊งเหลียงจึงว่า ซึ่งซุนเซ็กยกมาทำการทั้งนี้ เปนความคิดของโจโฉ บัดนี้โจโฉเสียทีแก่เตียวสิ้วแล้ว เห็นซุนเซ็กจะทำการมิตลอด เราจะยกไปตีซ้ำเติมให้กองทัพโจโฉแตก นานไปจึงจะไม่มีอันตราย เล่าเปียวเห็นชอบด้วย จึงให้หองจอคุมทหารไปตั้งขัดทัพซุนเซ็กไว้ เล่าเปียวนั้นก็คุมทหารยกไปตั้งสกัดโจโฉอยู่ณแดนเมืองอันจงก๋วน

ฝ่ายเตียวสิ้วครั้นให้หนังสือไปถึงเล่าเปียวแล้ว ก็จัดทหารยกตามโจโฉไป แลเมื่อโจโฉแตกมานั้น มิได้ให้ทหารทั้งปวงรีบร้อน ค่อยเดิรเปนปรกติไปจนถึงแม่น้ำหยกซุย โจโฉจึงแกล้งทำเปนร้องไห้ ทหารทั้งปวงจึงถามโจโฉว่า ท่านร้องไห้ด้วยเหตุสิ่งใด โจโฉจึงบอกว่า เรามาถึงที่นี่ให้คิดระลึกถึงเตียนอุยซึ่งตาย เคยมาด้วยกันเปนเพื่อนยาก แล้วโจโฉก็ให้แต่งโต๊ะจุดธูปเทียนรินสุราเส้นแก่เตียนอุย ทหารทั้งปวงก็ร้องไห้ด้วย แล้วโจโฉจึงเส้นโจงั่งผู้บุตร โจอั๋นบิ๋นผู้หลาน กับทหารเลวซึ่งตายนั้น แล้วก็ยกทหารข้ามแม่น้ำหยกซุยไป พอม้าใช้เอาหนังสือซุกฮกมาให้โจโฉ ๆ ได้แจ้งความว่า เตียวสิ้วให้เล่าเปียวยกกองทัพมาตั้งสกัดอยู่ณแดนเมืองอันจงก๋วน ให้ท่านคิดป้องกันตัวจงดี

โจโฉจึงให้แต่งหนังสือตอบซุนฮกไปว่า ซึ่งเล่าเปียวยกมาสกัดทางไว้ แลเตียวสิ้วตามมานั้นเราก็แจ้งอยู่แล้ว เราจึงเดิรทัพแต่วันละร้อยเส้น หวังจะคิดการเปนกลอุบาย ลวงเตียวสิ้วกับเล่าเปียวให้มีใจกำเริบ แล้วเราจะตีเอาชัยชนะคืนให้ได้ ซึ่งซุนฮกเตือนสติมานั้นก็ขอบใจอยู่แล้ว อย่าให้ซุนฮกวิตกเลย แล้วโจโฉก็ยกไปใกล้จะถึงแดนเมืองอันจงก๋วน รู้กิตติศัพท์ว่ากองทัพเตียวสิ้วมาจะใกล้ทันอยู่แล้ว ครั้นเวลาพลบค่ำจึงให้ทหารทั้งปวงแยกกันเปนสองกอง ไปขุดหลุมซ่อนตัวอยู่บ้าง เข้าซุ่มอยู่ในพุ่มไม้แลกองหญ้าบ้างทั้งสองข้างทาง ไกลประมาณเก้าเส้นสิบเส้น แล้วให้ตั้งค่ายแอบอยู่ข้างเขาริมทาง ให้ทหารรักษาค่ายอยู่แต่น้อย ถ้าเตียวสิ้วตามมาถึงแล้ว ก็ให้ทหารในค่ายสงบอยู่ ต่อเตียวสิ้วยกเข้าตีค่ายเมื่อใด จึงจุดประทัดสัญญาขึ้น ทหารทั้งสองกองจึงยกเข้าตีกระหนาบ

ฝ่ายเตียวสิ้วก็รีบตามไปในเวลากลางคืน มิทันเห็นค่ายซึ่งโจโฉตั้งไว้ เตียวสิ้วยกทหารล่วงพ้นขึ้นไป พบกองทัพเล่าเปียวจึงถามว่า พบโจโฉหรือไม่ เล่าเปียวบอกว่ามิได้พบ ครั้นเวลารุ่งเช้าทหารจึงบอกเตียวสิ้วว่า โจโฉตั้งค่ายแอบเนินเขาอยู่ข้างหลัง ทหารในค่ายนั้นก็เบาบาง เตียวสิ้วกับเล่าเปียวยินดีนัก จึงให้ทหารทั้งสองฝ่ายเข้าบัญจบกันเปนกองเดียว แล้วก็ยกเข้าโจมตีค่ายโจโฉเวลากลางวัน

ฝ่ายโจโฉก็จุดประทัดสัญญาขึ้น ทหารซึ่งซุ่มอยู่ทั้งสองกองนั้นก็ยกออกตีกระหนาบเปนสามารถ ฆ่าฟันทหารเตียวสิ้วเล่าเปียวล้มตายเปนอันมาก เตียวสิ้วกับเล่าเปียวก็แตกหนีไป โจโฉก็ยกทหารรีบไปพ้นแดนเมืองอันจงก๋วน จึงให้ตั้งค่ายอยู่ เล่าเปียวจึงว่าแก่เตียวสิ้วว่า ครั้งนี้เราเสียทีแก่โจโฉด้วยรู้มิถึง เตียวสิ้วจึงว่า บัดนี้ทหารเรายังอิดโรยอยู่ จะตั้งมั่นพักทหารให้มีกำลังขึ้น แล้วจึงคิดแก้แค้นโจโฉให้ได้ เล่าเปียวเห็นชอบด้วยก็ให้ตั้งค่ายอยู่ในที่นั้น

ฝ่ายซุนฮกซึ่งอยู่รักษาเมือง ครั้นแจ้งในหนังสือโจโฉแล้ว พอรู้กิตติศัพท์ว่า อ้วนเสี้ยวจะยกกองทัพมาตีเมืองฮูโต๋ จึงแต่งหนังสือบอกข้อเนื้อความทั้งปวงไปถึงโจโฉ ๆ รู้เหตุดังนั้นก็เสียใจ จึงจัดแจงทหารรีบยกกลับไปเมืองฮูโต๋

ฝ่ายเตียวสิ้วรู้ว่าโจโฉยกกองทัพรีบไปเมืองฮูโต๋แล้ว ก็ให้จัดแจงทหารยกไปตามโจโฉ กาเซี่ยงจึงห้ามว่า ซึ่งท่านจะยกตามไปครั้งนี้ ข้าพเจ้าเห็นว่าจะเสียทีแก่โจโฉอีกเปนมั่นคง เล่าเปียวจึงว่าเมื่อได้ทีฉนี้แล้ว จะไม่ยกตามไปจะมาตั้งอยู่ให้ป่วยการทำไม เตียวสิ้วเห็นชอบด้วย ก็ยกทหารประมาณหมื่นเศษ แล้วพาเล่าเปียวยกตามโจโฉไปทางประมาณร้อยเส้น พอทันโจโฉเข้า โจโฉก็ให้ทหารกองหลังออกรบฆ่าฟันทหารล้มตายเปนอันมาก เตียวสิ้วเล่าเปียวก็แตกไปณค่ายซึ่งตั้งอยู่นั้น เตียวสิ้วจึงว่าแก่กาเซี่ยงว่า ซึ่งเราตามโจโฉไปกลับแตกมาครั้งนี้ เพราะมิได้ฟังคำท่าน

กาเซี่ยงจึงว่าแก่เตียวสิ้วว่า บัดนี้ขอให้ท่านยกตามโจโฉไปอีกเห็นจะได้ชัยชนะเปนมั่นคง ถ้าไม่สมคำข้าพเจ้า ท่านจงตัดสีสะข้าพเจ้าเสีย เตียวสิ้วได้ฟังดังนั้น ก็ชวนเล่าเปียวยกไป เล่าเปียวไม่ยอม เตียวสิ้วก็คุมทหารยกไปตามโจโฉ ฝ่ายโจโฉมีน้ำใจกำเริบมิได้ยกเปนกระบวรทัพ ครั้นเตียวสิ้วยกมาโจมตี ทหารโจโฉมิรู้ตัวก็แตกกระจัดกระจาย ทิ้งเครื่องศัสตราวุธล้อเกวียนเสียเปนอันมาก เตียวสิ้วนั้นก็คุมทหารไล่ทหารโจโฉไปถึงเนินเขาแห่งหนึ่ง พอได้ยินเสียงทหารบนเนินเขาโห่ร้องอื้ออึงยกลงมาเปนอันมาก เตียวสิ้วเห็นจะเสียที ก็พาทหารกลับมาณค่าย เล่าเปียวกับกาเซี่ยงก็พากันออกมารับเตียวสิ้วเข้าไปในค่าย

เล่าเปียวจึงถามกาเซี่ยงว่า เมื่อเรายกไปครั้งก่อนนั้น ทหารทั้งปวงยังมีกำลังอยู่ ก็เสียทีมาเหมือนหนึ่งคำท่านว่า ครั้งนี้ทหารก็อิดโรยอยู่ ท่านหมายชนะแล้วจึงให้ยกไปก็มีชัยมาต้องคำของท่าน เหตุไฉนท่านจึงรู้การทั้งนี้ กาเซี่ยงจึงตอบว่า ท่านเคยทำศึกมาก็จริง แต่ความคิดท่านรู้ไม่ถึงโจโฉ เมื่อแรกโจโฉยกไปนั้น หมายว่ากองทัพเราจะตามไป จึงให้ทหารมาอยู่ป้องกันข้างท้าย ล้วนมีฝีมือกว่าทหารเรา ๆ จึงแตกมา ครั้งหลังโจโฉประมาท มิได้ตระเตรียมทหารไว้ตามกระบวรทัพ แล้วก็กังวลอยู่ที่จะรีบไปเมืองฮูโต๋ เราจึงตีแตกโดยง่าย เล่าเปียวกับเตียวสิ้วก็สรรเสริญความคิดกาเซี่ยงว่ามีสติปัญญาหาผู้เสมอยาก แล้วเล่าเปียวเตียวสิ้วก็ยิ่งรักกันกว่าแต่ก่อนเหมือนพี่กับน้อง แล้วต่างคนคำนับลากันยกทหารกลับไปเมือง

แลเมื่อทัพเตียวสิ้วยกมาโจมตีข้างหลังนั้น โจโฉได้ยินอื้ออึง เกณฑ์ทหารจะให้ลงไปช่วย พอทหารซึ่งแตกมานั้นบอกแก่โจโฉว่ากองทัพเตียวสิ้วยกมาโจมตี พอทหารกองหนึ่งยกลงมาจากเนินเขา เตียวสิ้วกลัวจะเปนทัพกระหนาบ ก็พาทหารกลับไป ถ้าหาไม่ข้าพเจ้าทั้งปวงก็จะล้มตายเปนอันมาก โจโฉจึงถามว่าจะเปนกองทัพผู้ใด

พอลีถองซึ่งยกลงมาจากเนินเขา พาทหารเข้าไปถึงหน้าม้าโจโฉ จึงลงจากม้าวางทวนเสีย แล้วเดิรเข้าไปคำนับ โจโฉจึงถามว่าท่านนี้ชื่อใด ลีถองจึงว่าข้าพเจ้าชื่อลีถอง เปนผู้รักษาเมืองยีหลำ รู้กิตติศัพท์ว่ามหาอุปราชยกมารบกับเตียวสิ้ว ข้าพเจ้ายกทหารมาช่วย พอพบกองทัพเตียวสิ้วยกตามท่านมา เตียวสิ้วเห็นข้าพเจ้าจึงถอยกลับไป โจโฉมีความยินดี จึงตั้งลีถองเปนเกียงก๋งเฮ้า แปลภาษาไทยว่า ขุนนางมีความชอบต่อแผ่นดิน คงเปนเจ้าเมืองยีหลำ ให้คุมทหารตรวจตระเวนฝ่ายหัวเมืองตวันตก ป้องกันเล่าเปียวเตียวสิ้วอย่าให้ล่วงแดนมาทำอันตรายแก่ราษฎรได้ ลีถองก็มีความยินดีจึงคำนับโจโฉกลับไปณเมืองยีหลำ

โจโฉก็ยกทหารรีบไปถึงเมืองฮูโต๋ จึงเข้าไปเฝ้าพระเจ้าเหี้ยนเต้แล้วกราบทูลว่า ครั้งนี้ซุนเซ็กมีความชอบเปนอันมาก ขอให้ตั้งซุนเซ็กเปนโทเง็กเจียงกุ๋น แปลภาษาไทยว่าขุนนางผู้ใหญ่ สำหรับปราบศัตรูในฟากกังตั๋ง พระเจ้าเหี้ยนเต้ก็โปรดให้ โจโฉจึงแต่งหนังสือตั้งซุนเซ็กกับเครื่องยศ ส่งให้ทหารคุมไปให้ซุนเซ็กณเมืองกังตั๋ง แล้วว่าให้ซุนเซ็กคิดอ่านกำจัดเล่าเปียวเสียจงได้ ครั้นเวลาออกจากเฝ้ากลับมาที่อยู่ ขุนนางทั้งปวงมาเยือนโจโฉเปนอันมาก

ซุนฮกจึงว่าแก่โจโฉว่า ข้าพเจ้ารู้ข่าวว่ามหาอุปราชเสียทีแก่ข้าศึกมาครั้งนี้ มิได้รีบร้อนค่อยเดิรเปนปรกติมา ข้าพเจ้าจึงมีหนังสือไปเตือนสติท่าน ๆ ตอบว่าจะมีชัยชนะแก่ข้าศึกนั้น ท่านหมายประการใด จึงต้องกับคำของท่าน โจโฉตอบว่า เราเสียทีแก่เตียวสิ้วนั้น ครั้นจะคิดรบพุ่งเอาชัยชนะคืน เห็นข้าศึกยังมีกำลังอยู่ ก็จะเสียทหารเปนอันมาก เราจึงล่อเดิรเปนปรกติมาถึงแดนเมืองอันจงก๋วนเปนช่องแคบ จึงให้ตั้งค่ายแอบเนินเขาอยู่ ให้ซุ่มทหารไว้สองข้างทาง เตียวสิ้วมิได้รู้กลศึก ยกเข้ามาตีค่ายเรานั้น เราจึงให้ทหารตีกระหนาบ กองทัพเตียวสิ้วก็แตกไป ซุนฮกได้ฟังดังนั้นก็สั่นสีสะ แล้วสรรเสริญว่า ความคิดมหาอุปราชชำนาญในกลศึกหาผู้ใดเสมอมิได้

พอกุยแกเข้ามาคำนับโจโฉ ๆ จึงถามว่า เหตุใดท่านจึงมาต่อภายหลังขุนนางทั้งปวง กุยแกจึงบอกว่า ช้าอยู่เพราะทหารอ้วนเสี้ยวถือหนังสือมาให้ จึงเอาหนังสือให้โจโฉดู แล้วบอกว่าบัดนี้อ้วนเสี้ยวจะยกกองทัพไปตีกองซุนจ้านณเมืองปักเป๋ง จะขอทหารแลสเบียงท่าน ในหนังสือนั้นว่ากล่าวหยาบช้า ถ้ามิได้ทหารแลสเบียงก็จะยกมาตีเมืองฮูโต๋ โจโฉแจ้งในหนังสือจึงว่า เราก็รู้ระคายอยู่ว่าอ้วนเสี้ยวจะยกกองทัพมาตีเมืองนี้ ครั้นรู้ว่าเรายกกองทัพกลับมาแล้ว อ้วนเสี้ยวจึงว่าขอทหารแลสเบียงจะไปตีกองซุนจ้าน ซึ่งอ้วนเสี้ยวว่ากล่าวทั้งนี้เปนข้อหยาบช้า เราจะใคร่ยกกองทัพไปตีเมืองกิจิ๋ว จับตัวอ้วนเสี้ยวฆ่าเสีย แต่เกรงอยู่ด้วยทหารเราน้อย แล้วก็อิดโรยมา ท่านทั้งปวงจะเห็นประการใด

กุยแกจึงว่าครั้งพระเจ้าฮั่นโกโจ กับพระเจ้าฌ้อปาอ๋องทำการศึกนั้น พระเจ้าฌ้อปาอ๋องกล้าแขง แล้วก็มีทหารเปนอันมาก ฝ่ายพระเจ้าฮั่นโกโจนั้นทหารก็น้อย แต่ชำนาญในศึก คิดเอาชัยชนะพระเจ้าฌ้อปาอ๋องได้ เนื้อความทั้งนี้ก็ย่อมแจ้งอยู่ ซึ่งอ้วนเสี้ยวมีทหารเปนอันมาก แต่หาความคิดมิได้ ท่านอย่าปรารมภ์ด้วยทหารเราน้อย ถ้ายกไปทำการศึกแก่อ้วนเสี้ยว ข้าพเจ้าเห็นท่านจะมีชัยชนะสิบประการ แลอ้วนเสี้ยวนั้นจะแพ้แก่ท่านสิบประการ โจโฉจึงถามว่าเราจะชนะสิบประการนั้น แลอ้วนเสี้ยวจะแพ้สิบประการนั้นฉันใด ท่านจงวิถารให้เราแจ้ง

กุยแกจึงว่าท่านจะชนะสิบประการนั้น คือท่านมิได้ถือตัว ถ้าจะทำการสิ่งใด ถึงผู้น้อยจะขัดท่านว่าผิดชอบ ท่านก็เห็นด้วย ประการหนึ่งน้ำใจท่านโอบอ้อมอารีต่อคนทั้งปวง แล้วจะทำการสิ่งใดก็ถือเอารับสั่งพระเจ้าเหี้ยนเต้เปนประมาณ คนทั้งหลายก็ยินดีด้วย ประการหนึ่งท่านจะว่ากล่าวสิ่งใดก็สิทธิ์ขาดมีสง่า คนทั้งปวงยำเกรงท่านเปนอันมาก ประการหนึ่งใจท่านสัตย์ซื่อ เลี้ยงทหารโดยยุติธรรม ถึงญาติพี่น้องผิด ก็ว่ากล่าวมิเข้าด้วยผู้ผิด ประการหนึ่งท่านจะคิดทำการสิ่งใด เห็นเปนความชอบก็ตั้งใจทำไปจนสำเร็จ ประการหนึ่งท่านจะรักผู้ใด ก็รักโดยสุจริตมิได้ล่อลวง ประการหนึ่งท่านเลี้ยงคนซึ่งอยู่ใกล้กับอยู่ไกล ถ้าดีแล้วเลี้ยงเสมอกัน ประการหนึ่งท่านคิดการหนักหน่วงให้แน่นอนแล้วจึงทำการ ประการหนึ่งท่านจะทำการสิ่งใด ก็ทำตามขนบธรรมเนียมโบราณ ประการหนึ่งท่านชำนาญในกลสงคราม ถึงกำลังข้าศึกมากกว่าท่าน ๆ ก็คิดเอาชัยชนะได้ เปนสิบประการ

ฝ่ายอ้วนเสี้ยวจะแพ้ท่านสิบประการนั้น คืออ้วนเสี้ยวเปนคนถืออิศริยยศ มิได้เอาความคิดผู้ใด ประการหนึ่งอ้วนเสี้ยวเปนคนหยาบช้า ทำการโดยโวหาร ประการหนึ่งอ้วนเสี้ยวจะว่ากิจการสิ่งใด มิได้สิทธิ์ขาด ประการหนึ่งอ้วนเสี้ยวเห็นแก่ญาติพี่น้องของตัว มิได้ว่ากล่าวตามผิดแลชอบ ประการหนึ่งอ้วนเสี้ยวจะคิดการสิ่งใด มักกลับเอาดีเปนร้าย เอาร้ายเปนดี มิได้เชื่อใจของตัว ประการหนึ่งอ้วนเสี้ยวจะเลี้ยงผู้ใดมิได้ปรกติ ต่อหน้าว่ารัก ลับหลังว่าชัง ประการหนึ่งอ้วนเสี้ยวมักรักคนชิดซึ่งประสมประสาน ผู้ใดห่างเหินถึงซื่อสัตย์ก็มีใจชัง ประการหนึ่งอ้วนเสี้ยวกระทำความผิดต่าง ๆ เพราะฟังคำคนยุยง ประการหนึ่งอ้วนเสี้ยวจะทำการสิ่งใด เอาแต่อำเภอใจ มิได้ทำตามอย่างธรรมเนียมโบราณ ประการหนึ่งอ้วนเสี้ยวมิได้รู้ในกลศึก แต่มักพอใจทำการศึกล่อลวง จะชนะก็ไม่รู้จะแพ้ก็ไม่รู้ เปนสิบประการ ข้าพเจ้าจึงว่าท่านจะชนะสิบประการ อ้วนเสี้ยวจะแพ้สิบประการดังนี้

โจโฉได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะ แล้วจึงว่าซึ่งท่านว่าทั้งนี้ เราก็แจ้งอยู่แล้ว แต่เกรงอยู่ว่า เราทำการรบบัดนี้จะไม่เหมือนคำของท่านว่า ซุนฮกจึงว่าแก่โจโฉว่า ซึ่งกุยแกว่าท่านจะมีชัยชนะแก่อ้วนเสี้ยวสิบประการ แลอ้วนเสี้ยวจะแพ้ท่านสิบประการนั้น ข้าพเจ้าก็เห็นด้วย เพราะอ้วนเสี้ยวหาความคิดมิได้ ถึงมาทว่าจะมีทหารมากกว่าท่าน ก็เห็นว่าจะแพ้ความคิดแก่ท่านเปนมั่นคง กุยแกจึงว่า ซึ่งท่านตั้งแต่งลิโป้ไว้นั้น ข้าพเจ้าคิดเห็นว่าลิโป้เปนคนหยาบช้า มิได้รู้จักคุณท่าน ทุกวันนี้ลิโป้คิดจะทำร้ายท่าน แต่ยังมิได้ที อุปมาเหมือนหนามเหน็บอยู่ในอกท่าน บัดนี้อ้วนเสี้ยวยกไปตีกองซุนจ้าน ถ้าท่านจะยกไปรบเอาเมืองอ้วนเสี้ยวก็เห็นจะได้โดยง่าย แต่เกรงอยู่ว่าลิโป้จะยกมาตีเอาเมืองฮูโต๋ ขอให้ท่านยกกองทัพไปกำจัดลิโป้ ซึ่งเปนศัตรูฝ่ายตวันออกให้ราบคาบแล้ว จึงยกล่วงไปตีเอาเมืองอ้วนเสี้ยว จึงจะไม่รู้ระวังหลัง โจโฉเห็นชอบด้วย จึงกะเกณฑ์ทหารเตรียมไว้ จะยกไปตีเมืองชีจิ๋ว

ซุนฮกจึงว่าแก่โจโฉว่า ซึ่งท่านจะยกทัพไปนั้น ขอให้มีหนังสือไปบอกแก่เล่าปี่ก่อน ให้เล่าปี่คิดทำการจับลิโป้ ถ้ามีหนังสือบอกมาถึงท่านแน่นอนประการใดแล้ว ท่านจึงยกกองทัพไป โจโฉเห็นชอบด้วย จึงแต่งหนังสือตามคำซุนฮกว่า แล้วให้ทหารถือไปให้เล่าปี่ณเมืองเสียวพ่าย แล้วแต่งเปนหนังสือรับสั่งพระเจ้าเหี้ยนเต้ ตั้งให้อ้วนเสี้ยวเปนเจ้าเมืองกิจิ๋ว แลเมืองเป๊งจิ๋ว เมืองอิวจิ๋ว เมืองเซียงจิ๋ว สามหัวเมืองนี้ให้อยู่ในบังคับบัญชาอ้วนเสี้ยวผู้มีความชอบ แล้วแต่งหนังสือของโจโฉอีกฉบับหนึ่งว่า ให้อ้วนเสี้ยวยกไปตีกองซุนจ้าน เราจะยกทหารไปช่วยอ้วนเสี้ยวทำการ ครั้นแต่งแล้วโจโฉก็ให้ทหารถือหนังสือสองฉบับไปให้อ้วนเสี้ยวณเมืองกิจิ๋ว อ้วนเสี้ยวเห็นหนังสือรับสั่งแลหนังสือโจโฉดังนั้นก็มีความยินดี จึงจัดแจงทหารเปนอันมาก แล้วยกกองทัพไปตีกองซุนจ้านณเมืองปักเป๋ง

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ