ตอนที่ ๒๓

ฝ่ายเล่าปี่อาศรัยอยู่ในเมืองกิจิ๋ว คิดถึงกวนอูเตียวหุยกับครอบครัวซึ่งพลัดไป มิได้รู้ว่าเปนแลตายประการใด ก็มีความทุกข์ร้อนมิได้ขาด อ้วนเสี้ยวเห็นหน้าเล่าปี่เสร้าหมองจึงถามว่า ท่านมีความวิตกสิ่งใด เล่าปี่จึงบอกว่า ตัวข้าพเจ้าแตกมาได้พึ่งท่านก็พ้นภัยแล้ว แต่คิดถึงครอบครัวแลน้องทั้งสองซึ่งพลัดไปนั้น มิได้รู้ว่าตายหรือเปนประการใด ประการหนึ่งได้เกิดมาเปนชายแล้ว คิดจะทำนุบำรุงแผ่นดินให้อยู่เย็นเปนสุข การทั้งปวงก็ไม่สำเร็จ ป่วยการเกิดมาเสียเปล่า ข้าพเจ้าจึงไม่สบายเพราะเหตุฉนี้

อ้วนเสี้ยวได้ฟังดังนั้นจึงว่า โจโฉทำการหยาบช้าต่อแผ่นดิน เรายกกองทัพไปตำบลลิหยง หวังจะกำจัดโจโฉเสีย พอเปนเทศกาลหนาวเราจึงให้งันเหลียงคุมทหารตั้งค่ายอยู่ปลายแดนเมืองฮูโต๋ ตัวเรายกกลับมา ครั้งนี้เปนฤดูร้อนแล้วท่านอย่าวิตกเลย เราจะยกทัพไปตีเมืองฮูโต๋ อันครอบครัวแลน้องทั้งสองนั้น ถ้าจะเปนแลตายประการใดก็จะรู้ข่าว

เตียนห้องได้ยินอ้วนเสี้ยวว่าดังนั้นจึงว่า เมื่อโจโฉยกไปตีเมืองชีจิ๋วนั้น ข้าพเจ้าได้ว่ากล่าวให้ท่านยกไปตีเมืองฮูโต๋เห็นจะได้โดยง่ายก็ไม่ยกไป บัดนี้โจโฉได้เมืองชีจิ๋วแล้ว ยกกองทัพกลับไปรักษาเมืองฮูโต๋อยู่ ซึ่งท่านจะยกไปกำจัดโจโฉครั้งนี้ข้าพเจ้าเห็นไม่ได้ ด้วยทหารทั้งปวงพร้อมมูลอยู่ ขอให้ท่านงดไว้ฟังข่าวดู ถ้ารู้ว่าโจโฉยกกองทัพไปกระทำย่ำยีเมืองใด จึงค่อยยกทัพไปตีเมืองฮูโต๋เห็นจะได้โดยง่าย

อ้วนเสี้ยวได้ฟังดังนั้นจึงว่าแก่เล่าปี่ว่า คำเตียนห้องทัดทานไว้ท่านจะเห็นประการใด เล่าปี่จึงว่า โจโฉทำหยาบช้ามิได้ยำเกรงพระเจ้าเหี้ยนเต้ เมืองฮูโต๋แลหัวเมืองทั้งปวงก็ได้ความเดือดร้อน ทุกวันนี้บันดาคนทั้งปวงก็แจ้งอยู่ว่า ท่านมีใจสัตย์ซื่อต่อแผ่นดิน แลท่านมานิ่งอยู่ไม่คิดกำจัดศัตรูราชสมบัติเสียนั้นไม่ควร ประการหนึ่ง โจโฉจะมีความคิดแก่ขึ้น พระเจ้าเหี้ยนเต้จะได้ความทรมานพระทัยนัก ขอท่านดำริห์ดูจงควร อ้วนเสี้ยวได้ฟังดังนั้นก็เห็นด้วย จึงให้เตรียมทหารไว้ให้พร้อมกัน ได้ฤกษ์เมื่อใดจะยกไป เตียนห้องจึงห้ามอ้วนเสี้ยวว่า ครั้งนี้ท่านอย่าเพ่อยกทัพไป จงฟังคำข้าพเจ้าก่อน

อ้วนเสี้ยวได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงว่าแก่เตียนห้องว่า เราคิดจะทำนุบำรุงแผ่นดิน ตัวบังอาจห้ามเราทั้งนี้จะให้พระเจ้าเหี้ยนเต้เปนอันตรายหรือ เตียนห้องเห็นอ้วนเสี้ยวโกรธก็ตกใจ จึงคุกเข่าลงคำนับแล้วว่า ข้าพเจ้าว่าทั้งนี้เปนความสุจริต ใช่จะคิดให้เปนอันตรายถึงพระเจ้าเหี้ยนเต้หามิได้ ถ้าท่านจะขืนยกไปเห็นจะเสียทีแก่โจโฉเปนมั่นคง อ้วนเสี้ยวได้ยินเตียนห้องว่าดังนั้น ก็ยิ่งมีความโกรธเปนอันมาก ชักกระบี่ออกจะฟันเตียนห้องเสีย เล่าปี่จึงห้ามอ้วนเสี้ยวว่า ท่านจะยกกองทัพไปทำการสงคราม จะมาทำอันตรายชีวิตที่ปฤกษาเสียนั้นไม่ควร อ้วนเสี้ยวก็ฟังคำเล่าปี่ จึงให้เอาเตียนห้องไปจำคุกไว้

จอสิวเห็นอ้วนเสี้ยวเอาเตียนห้องไปจำคุกไว้ดังนั้นก็เสียใจ จึงเอาทรัพย์สิ่งสินทั้งปวงของตัวนั้น แจกแก่บุตรภรรยาญาติพี่น้องแล้วว่าอ้วนเสี้ยวจะยกทัพไปครั้งนี้ ถึงมาทว่ามีชัยมา อันจะให้บำเหน็จสิ่งใดแก่เรานั้นหามิได้ ถ้าไปทำการสงครามเพลี่ยงพล้ำแก่โจโฉ เห็นชีวิตเราจะไม่รอดมา ท่านทั้งปวงจงอยู่เปนสุขเถิด ภรรยาแลญาติพี่น้องได้ฟังจอสิวว่าดังนั้น จึงมีความสงสารก็ร้องไห้รักจอสิวทุกคน

อ้วนเสี้ยวจึงให้หนังสือไปถึงงันเหลียง ซึ่งคุมทหารอยู่ตำบลลิหยงนั้น ให้เปนกองหน้ายกล่วงเข้าไปถึงเมืองฮูโต๋ จอสิวจึงห้ามอ้วนเสี้ยวว่า ซึ่งท่านจะใช้งันเหลียงคุมทหารเปนกองหน้าไปแต่ผู้เดียวนั้น ข้าพเจ้าเห็นไม่ควร ด้วยงันเหลียงเปนคนดื้อดึงมิได้รู้จักทีเสียทีได้ อ้วนเสี้ยวได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงว่างันเหลียงเปนทหารเอกของเรา เหตุใดท่านจึงมาติเตียนดังนี้ จอสิวมิได้ตอบประการใด อ้วนเสี้ยวก็ให้ม้าใช้เอาหนังสือไปให้แก่งันเหลียง ๆ แจ้งในหนังสือแล้ว ก็ยกกองทัพตีล่วงเข้าไปในแดนเมืองฮูโต๋ ถึงตำบลแปะแบ๊ก็ให้ตั้งค่ายมั่นอยู่ อ้วนเสี้ยวนั้นก็พาเล่าปี่ยกกองทัพหนุนไป

ฝ่ายเล่าเอียนเจ้าเมืองตองกุ๋น รู้ว่ากองทัพอ้วนเสี้ยวยกมาถึงตำบลแปะแบ๊ จึงแต่งหนังสือให้ม้าใช้ไปแจ้งข้อราชการแก่โจโฉ ๆ แจ้งในหนังสือดังนั้นก็จัดแจงทหารยกไป กวนอูรู้เนื้อความดังนั้นจึงเข้าไปหาโจโฉแล้วว่า ครั้งนี้ท่านจะยกไปรบอ้วนเสี้ยว ข้าพเจ้าจะขออาสาไปเปนทัพหน้า โจโฉจึงว่าการศึกแต่เพียงนี้ไม่พอจะร้อนถึงท่านก่อน แม้เราไปทำสงครามแก่อ้วนเสี้ยวขัดสนประการใด จึงจะให้มาเชิญท่านต่อภายหลัง กวนอูได้ฟังดังนั้นก็ลาโจโฉกลับมาที่อยู่

โจโฉจึงจัดทหารสิบห้าหมื่น แยกออกเปนสามกอง แล้วยกออกจากเมืองฮูโต๋ไปถึงกลางทางพอม้าใช้เอาเนื้อความมาบอกว่า บัดนี้ทัพหน้าอ้วนเสี้ยวยกเข้ามาถึงตำบลแปะแบ๊แล้ว โจโฉรู้ดังนั้นจึงสั่งทหารสองกองนั้นว่า ให้ตัดทางรีบลงไปต้านทานทัพอ้วนเสี้ยวไว้ เราจะยกไปตำบลแปะแบ๊ แล้วโจโฉก็คุมทหารห้าหมื่น รีบยกไปถึงตำบลแปะแบ๊ จึงตั้งค่ายโอบเข้าไว้ ใกล้กองทัพงันเหลียงทางประมาณห้าสิบเส้น โจโฉจึงขึ้นบนเนินเขา แล้วแลลงไปดูเห็นทหารงันเหลียงนั้นประมาณสิบหมื่นเศษ ตั้งค่ายอยู่เปนมั่นคง โจโฉจึงว่าแก่ซงเหียนว่า ท่านอยู่กับลิโป้นั้นเราได้ยินกิตติศัพท์ว่ามีฝีมืออยู่ ท่านจงคุมทหารไปรบกับงันเหลียง

ซงเหียนก็รับคำโจโฉแล้วขี่ม้าถือทวนคุมทหารไปถึงหน้าค่ายงันเหลียง ๆ เห็นก็คุมทหารออกไปรบกับซงเหียนได้สามเพลง งันเหลียงก็เอาง้าวฟันซงเหียนตกม้าตาย โจโฉเห็นดังนั้นก็ตกใจ แล้วว่าทหารอ้วนเสี้ยวคนนี้มีฝีมือเข้มแข็งนัก งุยซกจึงว่า งันเหลียงฆ่าเพื่อนข้าพเจ้าเสีย ข้าพเจ้าจะขออาสาไปฆ่างันเหลียงเสียจึงจะหายแค้น โจโฉมีความยินดี จึงเกณฑ์ทหารให้งุยซกยกออกไปรบกับงันเหลียงได้ยกหนึ่ง งันเหลียงเอาง้าวฟันงุยซกตัวขาดออกไปเปนสองท่อน ทหารทั้งปวงก็แตกกลับมาค่าย โจโฉเห็นดังนั้นจึงปรึกษาทหารทั้งปวงว่า งันเหลียงคนนี้มีฝีมือกล้าหาญนัก ฆ่าซงเหียนงุยซกตาย ผู้ใดจะอาสาไปจับงันเหลียงมาได้

ซิหลงจึงรับว่า ข้าพเจ้าจะขออาสาไปจับงันเหลียงมาให้ได้ โจโฉก็เกณฑ์ทหารให้ซิหลงยกไปรบกับงันเหลียงได้ยี่สิบเพลง ซิหลงทานฝีมืองันเหลียงมิได้ก็ถอยกลับมาค่าย ทหารเห็นดังนั้นก็เสียใจ พอเวลาพลบค่ำต่างคนก็ต่างรักษาค่ายมั่นอยู่ โจโฉจึงปรึกษาทหารทั้งปวงว่า ผู้ใดจะต้านทานงันเหลียงได้ ซิหลงจึงว่าข้าพเจ้าเห็นแต่กวนอูผู้เดียว มีกำลังจะรบพุ่งด้วยงันเหลียงได้ โจโฉจึงตอบว่า ครั้นเราจะให้ไปหากวนอูออกมาบัดนี้ ถ้ากวนอูรบชนะแล้วก็จะไปจากเรา ซิหลงจึงว่าข้าพเจ้าเห็นว่าเล่าปี่ไปอาศรัยอ้วนเสี้ยวอยู่ แม้กวนอูฆ่าทหารอ้วนเสี้ยวคนนี้เสียได้ อ้วนเสี้ยวรู้ก็จะฆ่าเล่าปี่เสีย เมื่อเล่าปี่ตายแล้วกวนอูก็จะเปนสิทธิ์อยู่แก่ท่าน โจโฉเห็นชอบด้วย จึงให้ทหารรีบเข้าไปหากวนอู ทหารจึงเอาเนื้อความไปบอกแก่กวนอูว่า บัดนี้มหาอุปราชให้เชิญท่านออกไป

กวนอูแจ้งดังนั้น จึงเข้าไปถึงประตูแล้วบอกกับพี่สะใภ้ทั้งสองว่า บัดนี้โจโฉให้มาหาตัวข้าพเจ้าไปจะให้ทำการศึก พี่สะใภ้ทั้งสองจึงว่า เจ้าจะไปก็จงมีชัยแก่ศัตรูเถิด แต่ฟังข่าวเล่าปี่ดูด้วย กวนอูรับคำแล้วก็ลาพี่สะใภ้มาขึ้นม้าเซ็กเธาว์ถือง้าว พาทหารประมาณเก้าคนสิบคนรีบออกไปถึงค่าย โจโฉเห็นกวนอูมาก็มีความยินดี แล้วว่างันเหลียงทหารอ้วนเสี้ยวมีฝีมือฆ่าซงเหียนงุยซกเสีย เราจึงให้ไปหาท่านมาหวังจะให้รบด้วยงันเหลียง กวนอูได้ฟังดังนั้นจึงว่า ข้าพเจ้าจะขอออกไปดูท่วงทีก่อน โจโฉจึงพากวนอูขึ้นไปดูบนเนินเขา พอเห็นงันเหลียงคุมทหารมาจะใกล้ถึงหน้าค่าย โจโฉจึงว่าแก่กวนอูว่าท่านดูเถิด ซึ่งคนขี่ม้ากั้นร่มระย้านั้นชื่องันเหลียงเปนนายทหารทัพหน้า กวนอูจึงว่างันเหลียงคนนี้หรือ ข้าพเจ้าพอจะสู้ได้อยู่ ท่านอย่าวิตกเลย ข้าพเจ้าจะตัดสีสะงันเหลียงมาให้ท่านจงได้ โจโฉจึงว่าแก่กวนอูว่า ท่านอย่าเพ่อประมาทดูหมิ่นงันเหลียงก่อน กวนอูจึงว่าข้าพเจ้าก็มีฝีมืออยู่บ้าง ซึ่งว่าจะขออาสาไปตัดสีสะงันเหลียงมาให้ท่านเห็นจะไม่ยากนัก อุปมาเหมือนเอาตะเกียบหยิบของกินในโต๊ะ

เตียวเลี้ยวได้ฟังดังนั้นจึงว่าแก่กวนอูว่า อันธรรมดาการศึกนั้น ถ้าจะว่าสิ่งใดกับแม่ทัพแม่กอง จงประมาณการให้แน่นอนก่อนจึงว่า กวนอูจึงว่าท่านอย่าวิตกเลย แล้วก็ลาโจโฉขึ้นม้าควบฝ่าทหารงันเหลียงออกไป ฝ่ายทหารงันเหลียงมิทันรู้ตัว ครั้นเห็นกวนอูควบม้าออกมาก็ตกใจกลัว ต่างคนต่างหลบหลีกไปเปนอันมาก กวนอูนั้นขับม้าควบไปด้วยกำลังเร็ว จะใกล้ถึงม้างันเหลียง ๆ เห็นกวนอูนั้นหน้าแดงประหลาทกว่าทหารทั้งปวง ก็หมายใจว่าเปนน้องเล่าปี่ จะบอกข่าวเล่าปี่ก็มิทัน พอกวนอูเอาง้าวฟันงันเหลียงคอขาดตาย ทหารโจโฉเห็นดังนั้น ก็พากันไล่ฆ่าฟันทหารงันเหลียงตายเปนอันมาก แล้วเก็บเครื่องศัตราวุธ กวนอูจึงตัดเอาสีสะงันเหลียงเข้ามาให้โจโฉณค่าย โจโฉเห็นดังนั้นก็มีความยินดี สรรเสริญกวนอูว่า ตัวท่านมิใช่ทหารมนุษย์ อันมีฝีมือรวดเร็วดังนี้สมเปนทหารเทพดา

กวนอูได้ยินโจโฉว่าดังนั้น จึงแกล้งถ่อมตัวว่า อันฝีมือข้าพเจ้านี้เปนแต่ประมาณ น้องข้าพเจ้าเตียวหุยนั้น มีกำลังฝีมือกล้าหาญยิ่งกว่าข้าพเจ้าอีก ถึงทหารสักร้อยหมื่นป้องกันนายทัพอยู่ก็ดี เตียวหุยก็อาจหักเข้าไปตัดสีสะมาได้โดยเร็ว อุปมาดังหยิบเอาส้มในลัง โจโฉได้ฟังดังนั้นก็คิดเกรงฝีมือเตียวหุย จึงสั่งทหารให้เขียนอักษรไว้กับเสื้อทุกคนว่า ถ้าผู้ใดพบเตียวหุยอย่าเพ่อสู้รบ ให้รอฟังกำลังดูก่อน

ฝ่ายทหารงันเหลียงแตกกระจัดจายไปถึงกองทัพอ้วนเสี้ยว จึงบอกเนื้อความให้ฟังทุกประการ อ้วนเสี้ยวได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ แล้วคิดสงสัย ว่าแต่ก่อนมามิได้ปรากฎว่าทหารโจโฉหน้าแดงหนวดยาว มีกำลังเข้มแขงฉนี้ ชีสิวจึงว่าซึ่งทหารคนนี้หน้าแดงหนวดยาว ข้าพเจ้าเห็นว่าจะเปนกวนอูน้องเล่าปี่เปนมั่นคง อันผู้อื่นนั้นไม่ปรากฎ อ้วนเสี้ยวได้ฟังดังนั้นก็โกรธจึงว่าแก่เล่าปี่ว่า น้องท่านไปเปนทหารโจโฉ แล้วมาฆ่าทหารเอกของเราเสียฉนี้ ก็เห็นว่าท่านเปนพวกโจโฉ แกล้งเข้ามาอยู่เปนไส้ศึก จะเลี้ยงไว้มิได้ อ้วนเสี้ยวก็สั่งทหารให้เอาตัวเล่าปี่ไปฆ่าเสีย

เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ จึงว่าแก่อ้วนเสี้ยวว่า เหตุไฉนท่านมาดูเบาฟังความข้างเดียวฉนี้ ขอท่านดำริห์ดูให้ควรก่อน ข้าพเจ้าเสียบ้านเมืองแลครอบครัวสมัคพรรคพวกทั้งปวง จนยังแต่ตัวผู้เดียวมาพึ่งท่าน ก็เพราะโจโฉยกมาทำอันตราย กวนอูเตียวหุยน้องข้าพเจ้านั้น จะเปนหรือตายประการใดก็ยังมิได้แจ้ง ซึ่งทหารหน้าแดงหนวดยาวนั้น จะมีแต่กวนอูผู้เดียวหรือ ๆ ผู้อื่นจะมีอยู่บ้างท่านจงพิเคราะห์ดูให้แน่ก่อน อ้วนเสี้ยวเปนคนไม่ยั่งยืน ครั้นได้ฟังเล่าปี่ว่าดังนั้นก็กลับโกรธชีสิวว่า ตัวเปนคนหาปัญญาไม่ แกล้งมาเจรจาจะให้เราฆ่าเล่าปี่เสีย แล้วอ้วนเสี้ยวก็ชวนเล่าปี่กินโต๊ะ คิดอ่านจะยกไปแก้แค้นโจโฉ

บุนทิวจึงว่าแก่อ้วนเสี้ยวว่า ทหารโจโฉฆ่างันเหลียงเสียนั้น ข้าพเจ้าจะขออาสาไปรบโจโฉ อ้วนเสี้ยวได้ฟังดังนั้น เห็นว่าบุนทิวมีกำลังมาก สูงหกศอกหน้าดำดุจดังหมี แล้วฝีมือกล้าหาญพอจะสู้รบกับทหารโจโฉได้ จึงว่าซึ่งท่านรับอาสาครั้งนี้เรามีความยินดีนัก แล้วอ้วนเสี้ยวจึงเกณฑ์ทหารสิบหมื่น จัดแจงเรือรบจะให้บุนทิวยกข้ามแม่น้ำฮองโหไปรบกับโจโฉ ชีสิวจึงว่าแก่อ้วนเสี้ยวว่า โจโฉเปนคนมีความคิด ได้ชัยชนะก็มีใจกำเริบ ซึ่งท่านดูเบาให้บุนทิวยกข้ามแม่น้ำไปนั้น เกลือกโจโฉจะเกณฑ์ทหารมาคอยสกัดตีกลางทางก็จะเสียทีเปล่า อ้วนเสี้ยวได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงด่าชีสิวว่าอ้านคนหาปัญญาไม่ มันคิดอ่านแต่จะให้เราเสียการ ชีสิวมิได้ตอบประการใด จึงลุกออกไปภายนอกแล้วทอดใจใหญ่ จึงว่าแก่ทหารทั้งปวงว่า ผู้ซึ่งเปนนายทัพนายกอง แม้คิดการได้ตลอดทหารทั้งปวงก็ไม่เปนอันตราย บัดนี้อ้วนเสี้ยวทำการสงครามดูหมิ่นโจโฉ เราเห็นการจะไม่ตลอด ช่วยว่ากล่าวตักเตือนก็มิได้เชื่อฟัง ท่านทั้งปวงจะเอาทรากศพมาทิ้งไว้ตำบลนี้เปนมั่นคง แต่วันนั้นมาชีสิวก็ทำเปนป่วย มิได้คิดอ่านปรึกษาด้วยอ้วนเสี้ยว ในขณะนั้นอ้วนเสี้ยวก็เร่งจัดแจงให้บุนทิวยกไป

เล่าปี่จึงว่าแก่อ้วนเสี้ยวว่า ข้าพเจ้ามาอยู่กับท่านก็ได้ความสุข ท่านมีคุณแก่ข้าพเจ้าเปนอันมาก ข้าพเจ้าจะขออาสาไปกับบุนทิวจะได้แทนคุณท่าน ประการหนึ่งจะได้สืบดูให้เห็นว่า ทหารหน้าแดงหนวดยาวนั้นจะเปนกวนอูหรือ ๆ ผู้ใด อ้วนเสี้ยวได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี จึงว่าแก่บุนทิวว่า เล่าปี่เปนคนมีสติปัญญา เราจะให้ไปกับท่าน จะได้ช่วยกันคิดอ่านทำสงครามกับโจโฉ บุนทิวจึงตอบว่า เล่าปี่เปนคนมีสติปัญญาก็จริง แต่กลัวฝีมือโจโฉอยู่ ซึ่งท่านจะให้เล่าปี่ไปกับข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าจะแบ่งทหารสามหมื่นให้เล่าปี่ยกไปกองหนึ่งต่างหาก อ้วนเสี้ยวเห็นชอบด้วยจึงเกณฑ์ทหารสามหมื่นให้เล่าปี่ยกไปเปนกองหลัง ครั้นได้ฤกษ์ดี บุนทิวก็ลาอ้วนเสี้ยวยกทหารเปนกองหน้าข้ามแม่น้ำฮองโหไป แต่เล่าปี่ออกจากที่ยังมิได้ข้ามแม่น้ำ

ฝ่ายโจโฉครั้นได้ชัยชนะก็มีความยินดี จึงแต่งหนังสือเสนอความชอบกวนอู ให้ทหารถือขึ้นไปกราบทูลพระเจ้าเหี้ยนเต้ พระเจ้าเหี้ยนเต้แจ้งดังนั้นก็ดีพระทัย จึงพระราชทานตราสำหรับที่ให้กวนอูเปนหั้นสือแต่งเฮา แปลภาษาไทยว่าเปนขุนนางผู้ใหญ่ในพระเจ้าเหี้ยนเต้ ทหารรับเอาตราสำหรับที่แล้ว ถวายบังคมลากลับไปหาโจโฉ ๆ จึงเอาตรานั้นให้กวนอู พอม้าใช้เอาเนื้อความมาบอกโจโฉว่า บัดนี้อ้วนเสี้ยวให้บุนทิวคุมทหารประมาณเก้าหมื่นสิบหมื่นยกข้ามแม่น้ำฮองโหมา

โจโฉได้ฟังดังนั้น ก็จัดแจงเอาทหารกองหลัง ยกมาเปนกองหน้า เอาทหารกองหน้ามาเปนกองหน้า แล้วให้คุมเอาเกวียนซึ่งบันทุกสเบียงนั้นไปหน้าทหารทั้งปวง ลิยอยจึงว่าแก่โจโฉว่า เหตุไฉนมหาอุปราชจึงเอาเกวียนสเบียงอาหารมาไว้หน้าทหารทั้งปวง โจโฉจึงตอบว่า เรายกไปทำสงครามทุกครั้ง เอาสเบียงอาหารไว้ภายหลังมักเปนอันตราย มาครั้งนี้เราจึงให้คุมสเบียงไปก่อน ลิยอยจึงว่าแม้พบกองทัพอ้วนเสี้ยวกลางทาง ทหารซึ่งคุมสเบียงไปนั้นไม่ชำนาญในการรบ จะมิเสียสเบียงอาหารเสียหรือ โจโฉจึงว่าท่านอย่าวุ่นวายไปเลย ซึ่งจะได้จะเสียประการใด นานไปจึงจะเห็นความคิดเรา แล้วโจโฉก็รีบยกทัพไปถึงกลางทาง ทัพหน้าโจโฉพบทัพบุนทิว ได้รบพุ่งกันเปนสามารถ กองลำเลียงโจโฉซึ่งคุมสเบียงไปนั้นไม่สันทัดในการสู้รบ ก็แตกกระจัดกระจายไปทิ้งสเบียงอาหารเสีย ทหารบุนทิวได้สเบียงแลอาวุธเปนอันมาก

ฝ่ายกองลำเลียงซึ่งแตกนั้น จึงเอาเนื้อความมาบอกโจโฉว่า ทหารบุนทิวตีเอาสเบียงไปได้ ครั้นจะรีบมาบอกท่านก็ไม่ทันที บัดนี้ทหารบุนทิวก็ตีรุกลงมา โจโฉได้ฟังดังนั้นมิได้ตอบประการใด พอแลเห็นเนินเขาริมทาง จึงพาทหารทั้งปวงเข้าไปแอบเนินเขาอยู่ แล้วให้ทหารลงจากม้าถอดเกราะเสีย แต่ทหารที่ใกล้ตัวโจโฉนั้นให้ถืออาวุธไว้ แลทหารทั้งปวงเห็นกองทัพบุนทิวยกมาใกล้ก็ตกใจ ชวนกันวุ่นวายว่าจะถอยไปอยู่ณค่ายแปะแบ๊

ซุนฮิวนั้นรู้อัชฌาสัยโจโฉ ครั้นเห็นทหารระส่ำระสายดังนั้น จึงห้ามทหารทั้งปวงว่าอย่าวุ่นวายไปเลย ครั้งนี้เราได้ทีอยู่แล้ว โจโฉได้ยินซุนฮิวว่าก็ชอบใจ จึงหัวเราะแล้วพยักหน้าให้ซุนฮิว ฝ่ายทหารบุนทิว ครั้นยกมาเห็นกองทัพโจโฉอยู่ในเงื้อมเขามิได้ตั้งมั่น แลบุนทิวกับทหารทั้งปวงมีใจกำเริบ ก็เข้าตีชิงม้าอาวุธเรี่ยรายไม่เปนกระบวนทัพ ฝ่ายโจโฉได้ทีแล้วก็ให้ทหารออกรบพุ่ง ล้อมบุนทิวกับทหารเลวไว้ บุนทิวนั้นรบพุ่งป้องกันเปนสามารถ เห็นจะต้านทานมิได้ก็ขับม้าฝ่าทหารหนีออกจากที่ล้อมไปแต่ตัวผู้เดียว โจโฉอยู่บนเขาเห็นดังนั้นจึงร้องว่า บุนทิวเปนทหารเอกของอ้วนเสี้ยวควบม้าหนีไปโน่นแล้ว ผู้ใดอาสาจะจับตัวให้เราได้

เตียวเลี้ยวกับซิหลงได้ฟังโจโฉว่าก็รับอาสา แล้วขับม้าไล่ตามบุนทิวเหลียวมาเห็นทหารทั้งสองขับม้าตามมา บุนทิวก็ยิงเกาทัณฑ์ไปถูกภู่หมวกเตียวเลี้ยวขาด เตียวเลี้ยวเห็นดังนั้นก็โกรธ จึงขับม้าไล่เข้าไปก่อนม้าซิหลง หวังจะจับบุนทิวให้ได้ บุนทิวซ้ำยิงเกาทัณฑ์มาอีกถูกหน้าผากเตียวเลี้ยวล้มลง บนทิวก็ชักม้ากลับมาจะเอาง้าวฟันเตียวเลี้ยว พอซิหลงขับม้ามาทันเอาง้าวรับง้าวบุนทิวไว้ได้ ซิหลงกับบุนทิวรบกันอยู่ได้สามสิบเพลง พอทหารบุนทิวที่ข้างหลังหนุนมาเปนอันมาก ซิหลงเห็นจะเสียที ก็พาเตียวเลี้ยวถอยกลับมาหาโจโฉ บุนทิวก็คุมทหารไล่ไป

ฝ่ายกวนอูเห็นดังนั้น ก็ถือง้าวพาทหารสิบเอ็ดสิบสองคนออกสกัดหน้าบุนทิวไว้ แล้วร้องว่าอ้ายพวกศัตรูขับม้าหนีจะไปแห่งใด บุนทิวได้ยินดังนั้นก็โกรธ จึงขับม้าเข้ารบได้สามเพลง บุนทิวเห็นจะต้านทานมิได้ก็ชักม้าถอยหนีจะกลับไปหากองทัพเล่าปี่ กวนอูขับม้าเซ็กเธาว์ไล่ไปด้วยฝีเท้าอันเร็ว ถึงฝั่งแม่น้ำฮองโหทันม้าบุนทิวเข้า กวนอูจึงเอาง้าวฟันบุนทิวตกม้าตาย โจโฉอยู่บนเนินเขาแลเห็นดังนั้น ก็ให้ทหารไล่ฆ่าฟันทหารบุนทิวล้มตายเปนอันมาก ทหารซึ่งเหลือนั้นก็แตกกระจัดกระจาย สเบียงแลอาวุธซึ่งเสียไปนั้นก็ได้คืนมาสิ้น

ฝ่ายเล่าปี่ยกทหารสามหมื่นหนุนมา ยังมิทันข้ามแม่น้ำ ไปพบทหารซึ่งแตกมานั้นบอกเนื้อความว่า บัดนี้มีทหารหน้าแดงหนวดยาวคนนั้นมาฆ่าบุนทิวเสียอีก เล่าปี่รู้ดังนั้นก็ตกใจ จึงขับม้ารีบไปถึงชายป่า แลไปฟากข้างโน้นเห็นทหารโจโฉเปนอันมาก มิได้เห็นตัวกวนอู เห็นแต่ธงแดงเขียนอักษรชื่อว่ากวนอู เล่าปี่มีความยินดี จึงคิดแต่ในใจว่า กวนอูน้องเรายังอยู่ ครั้นจะคอยให้เห็นตัวกวนอู พอทหารโจโฉลงเรือข้ามมา เล่าปี่ก็ตกใจจึงพาทหารถอยกลับมา

ฝ่ายทหารบุนทิวซึ่งแตกมานั้น ก็เอาเนื้อความมาบอกกัวเต๋ากับสิมโพยว่าทหารโจโฉซึ่งหน้าแดงหนวดยาวชื่อกวนอู มาฆ่าบุนทิวเสียอีก กัวเต๋าสิมโพยได้ฟังดังนั้น ก็เอาเนื้อความไปแจ้งแก่อ้วนเสี้ยวทุกประการ อ้วนเสี้ยวได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงว่าอ้ายเล่าปี่หูยาวมันแกล้งให้น้องมันมาฆ่าทหารเอกกูเสียถึงสองคน พอเห็นเล่าปี่เดิรเข้ามา อ้วนเสี้ยวจึงสั่งให้เอาตัวเล่าปี่ไปฆ่าเสีย

เล่าปี่จึงถามว่า โทษข้าพเจ้ามีผิดสิ่งใด ท่านจึงจะเอาข้าพเจ้าไปฆ่าเสียดังนี้ อ้วนเสี้ยวจึงตอบว่า ครั้งก่อนเราก็ยกโทษเสียทีหนึ่งแล้ว บัดนี้ตัวแกล้งให้น้องของตัวมาฆ่าทหารเอกเราอีกเล่า เหตุใดตัวจึงว่าไม่มีโทษ เล่าปี่จึงว่าถึงกระนั้นก็ดี ขอให้ข้าพเจ้าแจ้งเนื้อความแก่ท่านสักข้อหนึ่งก่อน ถึงจะฆ่าเสียก็ตามเถิด แล้วว่าแต่ก่อนนั้นโจโฉมีใจรังเกียจข้าพเจ้าเปนอันมาก คิดจะฆ่าข้าพเจ้าเสีย บัดนี้รู้ว่าข้าพเจ้ามาสำนักอาศรัยอยู่กับท่าน จะเปนกำลังคิดการสืบไป จึงแกล้งใช้กวนอูมาให้ฆ่าทหารท่านเสีย ถ้าท่านแจ้งก็จะโกรธข้าพเจ้า อุปมาเหมือนโจโฉยืมมือท่านให้ฆ่าข้าพเจ้าเสีย กวนอูเห็นจะไม่รู้ว่าข้าพเจ้ามาอยู่กับท่าน จึงอาสาโจโฉมาฆ่าทหารท่านเสีย ถ้าข้าพเจ้ามีหนังสือไปถึง กวนอูรู้แล้วก็จะมาหาข้าพเจ้า ได้เปนกำลังท่านสืบไป ซึ่งท่านเสียทหารสองคนนั้น อุปมาเหมือนหนึ่งเสียเนื้อสองตัว ถ้าท่านได้กวนอูมาไว้เหมือนหนึ่งเสือ เห็นจะดีกว่าเนื้อสองตัวอีก

อ้วนเสี้ยวได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี จึงว่าแก่สิมโพยกัวเต๋าว่าตัวทั้งสองนี้คิดอ่านยุยงจะให้เราฆ่าเล่าปี่ ซึ่งมีสติปัญญาสัตย์ซื่อต่อแผ่นดินเสีย คนทั้งปวงรู้ไปก็จะครหานินทาเรา แล้วขับสิมโพยกัวเต๋าเสีย จึงเชิญเล่าปี่มานั่งแล้วว่า ถ้าเราได้กวนอูมาไว้ก็จะดีกว่างันเหลียงบุนทิวสิบส่วนอีก เล่าปี่จึงแต่งหนังสือซึ่งจะให้ไปถึงกวนอูแล้วส่งให้อ้วนเสี้ยวดู อ้วนเสี้ยวก็รับหนังสือมาอ่านดู แล้วจัดผู้ซึ่งจะถือหนังสือไปให้กวนอูนั้นยังไม่มีผู้ใดจะรับอาสาก่อน อ้วนเสี้ยวจึงให้ถอยกลับลงมาตั้งอยู่ตำบลบูเอี๋ยง นายกองทหารตั้งค่ายรายกันลงไปทางประมาณห้าร้อยเส้น ให้รักษาค่ายมั่นอยู่มิได้ยกไปรบพุ่งโจโฉ

ฝ่ายโจโฉก็ให้ตั้งค่ายอยู่ตำบลกัวต่อ ครั้นอ้วนเสี้ยวไม่ยกมารบพุ่งก็ให้แฮหัวตุ้นคุมทหารอยู่รักษาค่าย แล้วโจโฉก็พากวนอูยกกองทัพกลับมาเมืองฮูโต๋ แล้วให้แต่งโต๊ะเลี้ยงกวนอูแลทหารทั้งปวง โจโฉจึงว่าแก่ลิยอยว่า ซึ่งเราให้กองลำเลียงขึ้นไปเปนกองหน้านั้น ท่านมิได้ล่วงรู้เราคิดกลศึก จึงว่ากล่าวทัดทานเรา แต่ซุนฮิวนั้นรู้ความคิดเราผู้เดียว ทหารทั้งปวงซึ่งกินโต๊ะอยู่ได้ฟังดังนั้น ก็สรรเสริญโจโฉว่ามีสติปัญญาคิดกลศึกหาผู้เสมอมิได้

ขณะนั้นพอม้าใช้ถือหนังสือบอกมาแจ้งข้อราชการแก่โจโฉว่า โจหองซึ่งให้รักษาเมืองยีหลำบอกมาว่า มีนายโจรสองคนชื่อเล่าเพ็กหนึ่ง ก๋งเต๋าหนึ่ง คุมพวกเพื่อนมาเปนอันมาก เที่ยวทำร้ายแก่ราษฎรในหัวเมืองยีหลำ โจหองคุมทหารไปรบเปนหลายครั้ง เห็นเหลือกำลังนักจึงบอกขอกองทัพเข้ามาให้ยกไปช่วย กวนอูรู้เหตุดังนั้น จึงว่าแก่โจโฉว่า ซึ่งพวกโจรทำหยาบช้าดังนี้ ข้าพเจ้าจะขออาสาไปปราบปรามให้ราบคาบจงได้ โจโฉจึงว่าท่านไปทำสงครามมีความชอบ เหนื่อยมายังมิได้ปูนบำเหน็จ ซึ่งท่านจะอาสาไปปราบโจรนั้นยังไม่ควร กวนอูจึงตอบว่าข้าพเจ้านี้ถ้างดอยู่มิได้ทำการศึกก็มักให้ป่วยเจ็บ มหาอุปราชจงเมตตาปล่อยให้ข้าพเจ้าไปทำการศึกเถิดจึงจะมีความสบาย โจโฉได้ฟังดังนั้นจึงว่า ท่านจะไปทำการศึกก็ตามใจ ซึ่งเราว่านี้เพราะมีความปรานี แล้วโจโฉก็เกณฑ์ทหารห้าหมื่น ให้อิกิ๋มกับงักจิ้นไปด้วย กวนอูอิกิ๋มงักจิ้นก็ลาโจโฉคุมทหารยกออกจากเมืองฮูโต๋

ซุนฮกจึงเข้าไปว่าแก่โจโฉว่า ซึ่งท่านใช้ให้กวนอูไปทัพครั้งนี้ข้าพเจ้าเห็นว่ากวนอูจะสืบเสาะฟังข่าวเล่าปี่ ถ้ารู้ว่าเล่าปี่อยู่แห่งใดกวนอูก็จะไปหา โจโฉจึงตอบว่า เมื่อเราได้ให้ไปแล้ว ครั้นจะคืนคำให้หากลับมาก็ไม่ควร สืบไปเรามิให้กวนอูไปทัพอีก

ฝ่ายกวนอูยกกองทัพไปถึงแดนเมืองยีหลำก็ให้ตั้งค่ายมั่นอยู่ ครั้นเวลากลางคืนกองตะเวนจับได้เชลยสองคน คุมเอาตัวมาให้แก่กวนอู ๆ เห็นซุนเขียนจึงคิดแต่ในใจว่า ซุนเขียนอยู่ที่ไหนเขาจึงจับตัวมาได้ กวนอูจึงขับคนทั้งปวงให้ออกไปอยู่ข้างนอก แล้วถามซุนเขียนว่า ตั้งแต่เราแตกโจโฉครั้งนั้นต่างคนต่างพลัดกันไป บัดนี้ท่านมาอยู่แห่งใดเขาจึงจับมาได้

ซุนเขียนจึงบอกว่า เมื่อข้าพเจ้าแตกมานั้นพลัดกันกับเล่าปี่ ข้าพเจ้ามาอาศรัยอยู่ด้วยเล่าเพ็กณเมืองยีหลำ แล้วซุนเขียนจึงถามกวนอูว่า เหตุใดท่านจึงไปอยู่กับโจโฉ แลพี่สะใภ้ของท่านทั้งสองนั้นยังปรกติอยู่หรือ กวนอูจึงเอาเนื้อความแต่หลังเล่าให้ซุนเขียนฟังทุกประการ ซุนเขียนจึงบอกแก่กวนอูว่า ข้าพเจ้าได้ยินกิตติศัพท์ว่า เล่าปี่ไปอยู่ด้วยอ้วนเสี้ยวเจ้าเมืองกิจิ๋ว ซึ่งข้าพเจ้ามาอยู่กับเล่าเพ็กนี้ ข้าพเจ้าก็ได้ว่ากล่าวเกลี้ยกล่อมเล่าเพ็งก๋งเต๋าก็ยอมจะเข้าอยู่กับเล่าปี่ จะช่วยคิดการกำจัดโจโฉเสียให้จงได้ บัดนี้เล่าเพ็กรู้ข่าวว่าท่านยกทัพมา จึงให้ทหารคนนี้นำทางมาหวังจะให้ข้าพเจ้าแจ้งเนื้อความแก่ท่านว่า เวลาพรุ่งนี้เล่าเพ็กกับก๋งเต๋าจะยกมารบ แล้วจะทำเปนเสียทีถอยไป ให้ท่านมีความชอบไว้แก่โจโฉ แล้วจะให้พาพี่สะใภ้ทั้งสองไปหาเล่าปี่ณเมืองกิจิ๋ว

กวนอูได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี จึงว่าบัดนี้เรารู้ข่าวเล่าปี่แล้ว ก็จะพาพี่สะใภ้ทั้งสองไปหาเล่าปี่ ถึงอ้วนเสี้ยวรู้ว่าเราฆ่าทหารทั้งสองเสีย จะฆ่าชีวิตเราเสียก็ตามเถิด ขอแต่ให้เห็นหน้าพี่เราก่อน เมื่อเรามีชัยชนะแก่เล่าเพ็กแล้ว เราจะกลับเข้าไปเมืองฮูโต๋ จะลาโจโฉแล้วจึงจะพาพี่สะใภ้เราไปหาเล่าปี่ ซุนเขียนจึงว่าข้าพเจ้าจะไปหาเล่าปี่ก่อน ฟังกิตติศัพท์ดูว่า อ้วนเสี้ยวจะโกรธท่านหรือประการใด ถ้าได้ข่าวดีแลร้ายแล้ว ข้าพเจ้าจะรีบกลับมาบอกท่าน กวนอูได้ฟังก็มีความยินดีนัก เวลาประมาณสามยามจึงให้ทหารที่สนิธนั้น ลอบส่งซุนเขียนกับทหารคนหนึ่งนั้นออกไปจากค่าย ครั้นเวลารุ่งเช้ากวนอูจึงจัดแจงทหารยกไปจะรบกับพวกโจร

ฝ่ายก๋งเต๋าครั้นรู้ว่ากวนอูยกมาก็คุมทหารยกออกไป กวนอูเห็นดังนั้นก็ขับม้าขึ้นไปหน้าทหารทั้งปวง แล้วแกล้งร้องว่าแก่ก๋งเต๋าว่า เหตุใดตัวจึงคบพวกเพื่อนเปนโจร คิดการขบถต่อแผ่นดิน ก๋งเต๋าจึงตอบว่าเราจะได้เปนขบถต่อแผ่นดินนั้นหามิได้ ตัวท่านอีกเปนคนไม่รู้จักคุณนาย บัดนี้เล่าปี่นายของตัวไปอยู่กับอ้วนเสี้ยว เหตุใดตัวจึงมาทำราชการเข้าด้วยโจโฉ ตัวจะเปนขบถต่อเล่าปี่หรือ กวนอูมิได้ตอบประการใด ก็ขับม้าเข้ารบกับก๋งเต๋าได้ห้าเพลง ก๋งเต๋าทำชักม้าหนี กวนอูขับม้าไล่ไป ก๋งเต๋าเห็นกวนอูไล่เกินทหารทั้งปวงเข้ามาจึงรอม้าไว้ แล้วเหลียวมาว่าแก่กวนอูว่า เมืองยีหลำซึ่งอยู่ในเงื้อมมือเรานี้เราจะยกให้แก่ท่าน แต่ท่านอย่าลืมคุณเล่าปี่

กวนอูได้ยินก๋งเต๋าว่าต้องคำกันกับซุนเขียน จึงแกล้งควบม้าไล่เข้าไปในหมู่ทหารก๋งเต๋า ๆ ก็พาเล่าเพ็กแลทหารทั้งปวงหนีไป แลหัวเมืองทั้งปวงบันดาขึ้นแก่เมืองยีหลำ ซึ่งเล่าเพ็กกับก๋งเต๋าตีได้นั้น กวนอูก็ปราบปรามให้ราบคาบเหมือนแต่ก่อน แล้วกวนอูยกกลับไปแจ้งเนื้อความแก่โจโฉว่า ปราบปรามโจรแล้ว โจโฉมีความยินดีชวนให้กวนอูกินโต๊ะ แล้วก็เลี้ยงดูปูนบำเหน็จทหารตามสมควร

กวนอูก็ลาโจโฉมาที่อยู่ จึงเข้าไปคำนับพี่สะใภ้ถึงริมประตู แล้วบอกเนื้อความทุกประการ นางกำฮูหยินจึงถามว่า เจ้าไปทำศึกถึงสองครั้งยังรู้ข่าวเล่าปี่บ้างหรือไม่ กวนอูได้ยินพี่สะใภ้ถามดังนั้น ครั้นจะบอกโดยจริงเกรงเนื้อความจะฟุ้งซ่านไป จึงตอบว่าข้าพเจ้าเอาใจใส่ฟังกิตติศัพท์อยู่ แต่ยังไม่แจ้งว่าเล่าปี่อยู่แห่งใด แล้วกวนอูก็ลาพี่สะใภ้กลับมา นางกำฮูหยินนางบีฮูหยินได้ฟังกวนอูว่าดังนั้นก็คิดสงสัย จึงปรึกษากันว่า ชะรอยเล่าปี่ตายแล้ว กวนอูกลัวเราจะเสร้าโศกจึงแกล้งพรางเสียมิได้บอกความจริง แล้วก็กอดคอกันร้องไห้

ขณะนั้นทหารเก่าของเล่าปี่ซึ่งไปทัพกับกวนอู ได้ยินภรรยาเล่าปี่ร้องไห้ดังนั้น จึงเข้าไปริมประตูแล้วบอกว่า ท่านทั้งสองอย่าทุกข์ร้อนเลย เล่าปี่นายข้าพเจ้านั้นหาอันตรายมิได้ บัดนี้ไปอยู่กับอ้วนเสี้ยวเจ้าเมืองกิจิ๋ว นางกำฮูหยินนางบีฮูหยินได้ยินดังนั้นก็ค่อยคลายใจจึงถามว่า เหตุใดตัวจึงรู้เนื้อความทั้งนี้ ทหารคนนั้นจึงบอกว่า ข้าพเจ้าไปทัพกับกวนอู มีผู้มาบอกว่าเล่าปี่ไปอยู่กับอ้วนเสี้ยว

นางกำฮูหยินจึงให้หากวนอูมาแล้วว่า ท่านอยู่กับเล่าปี่ ๆ ก็มิได้ทำสิ่งใดให้ท่านขัดเคือง บัดนี้ท่านมาอยู่กับโจโฉ ๆ เลี้ยงดูท่านถึงขนาด ท่านมีความสุขแล้วหรือจึงลืมเล่าปี่เสีย จึงไม่เอาเนื้อความมาบอกแก่เราโดยจริง กวนอูตกใจจึงคุกเข่าลงคำนับแล้วตอบว่า ข้าพเจ้าจะได้คิดประทุษฐร้ายต่อเล่าปี่นั้นหามิได้ ครั้นข้าพเจ้าจะบอกเนื้อความโดยจริงนั้นเกรงคนทั้งปวงจะรู้ แล้วจะแจ้งไปถึงโจโฉ ๆ ก็จะคิดอ่านป้องกันไว้มิให้ไปหาเล่าปี่โดยสดวก ข้าพเจ้าจึงยังมิได้บอก นางกำฮูหยินจึงว่า ถ้าเจ้าคิดถึงเล่าปี่อยู่ก็ให้เจ้ามีชัยชนะแก่ศัตรูทุกทิศเถิด บัดนี้รู้ข่าวแล้วจงเร่งคิดอ่านการซึ่งจะไปหาเล่าปี่จงเร็ว กวนอูก็ลาพี่สะใภ้มา ตั้งแต่คิดอ่านมิได้เปนกินเปนนอน

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ