ตอนที่ ๖๗

ฝ่ายพระเจ้าเล่าเสี้ยนเสวยราชย์ได้สามปี (พ.ศ. ๗๖๘) ขงเบ้งช่วยทำนุบำรุงบ้านเมืองหามีโจรผู้ร้ายไม่ เข้าปลาอาหารก็บริบูรณ์ อาณาประชาราษฎรก็อยู่เย็นเปนสุขทั้งแผ่นดิน ทหารเที่ยวสอดแนมเอาเนื้อความเข้าไปทูลพระเจ้าเล่าเสี้ยนว่า บัดนี้ยงคีเจ้าเมืองเกียมเหลง จูโพเจ้าเมืองโคกุ้น โกเตงเจ้าเมืองอวดจุ้น สามเมืองไปคบคิดกับเบ้งเฮ็กเจ้าเมืองมันอ๋อง ยกทหารสิบหมื่นมารบเมืองเองเฉียง ได้เมืองเองเฉียงแล้วจะยกมาตีเอาเมืองเรา บัดนี้อ้องค้างเจ้าเมืองเองเฉียงกับลิคีกงโจ สามคนนี้ยังรบป้องกันเมืองอยู่ แต่ข้าพเจ้าเห็นเมืองเองเฉียงจะเสียอยู่แล้ว

พระเจ้าเล่าเสี้ยนครั้นได้ฟังก็ตกใจ จึงว่ากับขงเบ้งว่า เราจะคิดประการใดดี ขงเบ้งจึงทูลว่า เพราะอ้ายเจ้าเมืองสามคนไส้ของเราออกเปนหนอน เบ้งเฮ็กจึงดูหมิ่นยกทหารมารบแดนเรา ครั้นจะจัดให้ผู้ใดยกออกไปรบก็ไม่เห็นใคร ข้าพเจ้าจะยกไปเอง พระเจ้าเล่าเสี้ยนจึงว่า ท่านจะยกออกไปรบข้างโน้นแล้ว ฝ่ายพระเจ้าโจผีพระเจ้าซุนกวนรู้จะยกมาตีเมืองเราจะทำประการใด

ขงเบ้งทูลว่า เมืองกังตั๋งเปนไมตรีกับเราแล้วเห็นจะไม่มา ถึงมาทว่าจะยกมาเล่าพวกเราตั้งอยู่เมืองเป๊กเต้ปากทางมา เห็นพอจะรบลกซุนทหารเมืองกังตั๋งได้ ฝ่ายพระเจ้าโจผีเล่าก็ยกไปรบเมืองกังตั๋ง ทหารพระเจ้าซุนกวนฆ่าฟันทหารเสียเปนอันมาก ยังจะจัดแจงทหารอยู่เห็นจะไม่ยกมาได้ อนึ่งด่านฮันต๋งเล่าม้าเฉียวก็คุมทหารตั้งรักษาอยู่ ฝ่ายกวนหินเตียวเปาก็คุมทหารเที่ยวตรวจตราอยู่พระองค์อย่าได้วิตกเลย ข้าพเจ้าจะยกไปรบ ได้เบ้งเฮ็กแล้วจึงจะคิดทำการด้วยพระเจ้าโจผี ฉลองคุณพระเจ้าเล่าปี่สืบไป

พระเจ้าเล่าเสี้ยนได้ฟังดังนั้นก็ดีใจจึงว่า การทั้งนี้สุดแต่ท่านจะคิดเถิด อองเลี้ยนที่ปรึกษาจึงว่า ท่านจะยกไปรบเบ้งเฮ็กนั้นข้าพเจ้าเห็นทางก็ไกลกันดารผีก็ร้ายความไข้ก็มาก อนึ่งเมืองเองเฉียงซึ่งเบ้งเฮ็กยกมารบนั้นเหมือนคนเปนไข้ไม่สู้หนักนัก พอจะให้แต่สานุศิษย์เอายาไปรักษาก็จะหาย ซึ่งตัวท่านจะไปนั้นข้าพเจ้าเห็นไม่ควร ขงเบ้งจึงว่า ท่านว่ามาทั้งนี้ก็ควรอยู่ แต่เราเห็นว่าคนในที่นั้นเปนคนป่าหามีความคิดรู้จักผิดแลชอบไม่ จะให้ผู้อื่นยกไปนั้นเห็นมันจะไม่เกรงกลัว เราจึงจะยกไปเอง แต่อองเลี้ยนว่ากล่าวทัดทานถึงสามครั้งขงเบ้งก็มิฟัง ขงเบ้งจึงทูลพระเจ้าเล่าเสี้ยนว่า พระเจ้าโจผีแตกกลับไปเมืองแล้ว จะขอให้หาจูล่งมาเปนนายกองทัพไปด้วย พระเจ้าเล่าเสี้ยนเห็นชอบด้วย ขงเบ้งก็สั่งทหารม้าใช้ถือหนังสือไปถึงจูล่งกลับมา แล้วขงเบ้งก็พาจูล่งเข้าไปถวายบังคมลาพระเจ้าเล่าเสี้ยน แล้วออกไปจัดกองทัพอยู่นอกเมือง จึงตั้งให้จูล่งอุยเอี๋ยนสองคนเปนนายกองทัพ อองเป๋งกับเตียวเอ๊กคุมทหารเปนปีกซ้ายขวา เจียวอ้วนคุมทหารเปนสารวัดตรวจตรา ปีฮุยต๋งเคียด อ้วนเคียนสามคนนี้เปนที่ปรึกษา แลทหารในกองทัพห้าสิบหมื่น

ฝ่ายกวนสกลูกกวนอูเมื่อครั้งเสียเมืองเกงจิ๋วนั้นแตกหนีไปป่วยอยู่ณบ้านเปาแก๋ ครั้นหายไข้แล้วจะเข้ามาเฝ้าพระเจ้าเล่าเสี้ยน เดิรมาได้ยินเขาพูดกันว่าขงเบ้งจัดแจงทัพ ก็เข้าไปหาขงเบ้งแจ้งเนื้อความให้ฟังตามหนหลัง ขงเบ้งเห็นกวนสกไปว่ากล่าวดังนั้นลำลึกขึ้นได้ดีใจนัก จึงว่าเมื่อเสียเมืองเกงจิ๋วก็มิได้เห็นกัน คิดว่าล้มตายเสียแล้ว บัดนี้ท่านมาก็ดีแล้ว จึงตั้งกวนสกให้เปนนายทัพหน้า บอกหนังสือเข้าไปให้พระเจ้าเล่าเสี้ยนทราบแล้วก็ยกไป

ฝ่ายยงคีซึ่งไปเข้าด้วยเบ้งเฮ็กนั้น ครั้นรู้ว่าขงเบ้งยกทัพมาจึงคิดกัน แล้วจัดทหารเปนสามทัพ ยงคีคุมทหารไปทางกลาง จูโพคุมทหารไปทางซ้าย โกเตงคุมทหารไปทางขวา แล้วโกเตงแต่งให้งากฟันคุมทหารเปนกองหน้ายกไปก่อน ฝ่ายขงเบ้งครั้นยกทัพมาใกล้เมืองเองเฉียง พบงากฟันคุมทหารออกมาดังนั้น จึงให้อุยเอี๋ยนคุมทหารออกรบ อุยเอี๋ยนขี่ม้าขับทหารเข้าไปแล้วร้องว่า อ้ายขบถมึงเร่งกลับใจเสียใหม่จึงจะพ้นตาย งากฟันมิได้ตอบประการใด ขับม้าเข้ารบด้วยอุยเอี๋ยนเปนสามารถ อุยเอี๋ยนก็ทำเปนควบม้าหนี งากฟันไม่ทันรู้กลก็ขับม้าไล่ติดตามไป

ฝ่ายเตียวเอ๊กอองเป๋งปีกซ้ายขวา ครั้นเห็นงากฟันไล่อุยเอี๋ยนเข้ามา ก็ขับทหารรบกระหนาบเข้าไปล้อมวงเข้าไว้ แล้วจับได้ตัวงากฟันมัดเข้าไปให้ขงเบ้ง ๆ ครั้นเห็นทหารมัดงากฟันเข้ามาดังนั้นดีใจนัก จึงสั่งให้แก้มัดงากฟันออกเสีย แล้วให้ยกโต๊ะมาให้งากฟันกิน ครั้นกินแล้วขงเบ้งจึงถามว่า ท่านเปนทหารใครใช้มา งากฟันจึงบอกว่า ข้าพเจ้าเปนทหารของโกเตง ขงเบ้งได้ยินดังนั้นจึงว่า โกเตงคนนี้ซื่อตรงนัก เรารู้อยู่ว่าหาเปนขบถไม่ เพราะอ้ายยงคีโกหกไปอ้อนวอนว่ากล่าว โกเตงจึงหลงไปตามลิ้นมัน เราจะปล่อยท่านให้ไปบอกโกเตงให้มาหาเราโดยดีจึงจะพ้นโทษ งากฟันดีใจนักกราบลงแล้วก็ลาไป ครั้นถึงโกเตงจึงเล่าเนื้อความให้โกเตงฟังทุกประการ แล้วว่าอันน้ำใจขงเบ้งนั้นดีนัก โกเตงได้ฟังงากฟันว่าดังนั้นจึงว่าขอบใจ ขงเบ้งนี้น้ำใจดีจริง

ฝ่ายยงคีครั้นรุ่งเช้าเข้ามาณค่ายโกเตงจึงถามว่า วานนี้งากฟันยกออกไปรบกับขงเบ้ง ๆ จับได้ตัวไปแล้วทำไมจึงกลับมาได้เล่า โกเตงจึงบอกว่า ขงเบ้งนํ้าใจดีนัก จับงากฟันได้แล้วไม่ฆ่าเสียปล่อยมา ยงคีได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ จึงว่าขงเบ้งมีความคิดแกล้งปล่อยงากฟันมาครั้งนี้หวังจะทำให้เราผิดกัน โกเตงได้ยินยงคีว่าดังนั้นเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างคิดคลางแคลงใจอยู่ พอทหารเข้ามาบอกว่า อุยเจี๋ยนคุมทหารยกมารบเรา

ยงคีได้ฟังดังนั้นก็โกรธกลับไปค่าย แล้วคุมทหารออกไปรบอุยเอี๋ยนสู้กันเปนสามารถ ยงคีเสียทีก็แตกขับม้ากลับมาเข้าค่าย อุยเอี๋ยนเห็นทัพยงคีแตกดังนั้นก็ขับม้าไล่ติดตาม ครั้นไม่ทันแล้วก็กลับคืนไปค่าย ขงเบ้งจึงสั่งทหารทั้งปวงว่าในสามวันนี้ ถ้าข้าศึกจะยกออกมารบอย่าให้ทหารเราออกรบ

ฝ่ายยงคีครั้นรุ่งเช้าแล้วก็ขับทหารออกไปชวนรบถึงหน้าค่าย ขงเบ้งก็มิได้ขับทหารออกมารบถึงสามวัน ครั้นครบสามวันแล้วขงเบ้งจึงสั่งเตียวเอ๊กอองเป๋งเปนปีกซ้ายขวาว่า พรุ่งนี้ท่านจงคุมทหารไปตั้งซุ่มอยู่ในป่าทั้งสองข้างทาง ถ้ายงคีโกเตงยกมาแล้วเร่งรบกระหนาบจับทหารทั้งสองเหล่ามาให้ได้ แล้วทำพูดจาอาการให้มันรู้ว่า พวกโกเตงถึงจับตัวได้ก็ไม่ฆ่าเสียจะปล่อยไป ถ้าพวกยงคีแล้วจับได้จะให้ฆ่าเสีย

ฝ่ายยงคีโกเตงครั้นรุ่งเช้าก็จัดแจงคุมทหารไปเปนสองทาง ครั้นถึงค่ายขงเบ้งแล้วขับทหารโห่ร้องเข้ารบ ขงเบ้งครั้นเห็นโกเตงยงคียกทัพมาเปนสองทางดังนั้น จึงให้อุยเอี๋ยนคุมทหารออกมารบทั้งสองทาง อุยเอี๋ยนขึ้นม้าออกมาแล้วจัดทหารให้รบโกเตงพวกหนึ่ง รบยงคีพวกหนึ่ง แล้วอุยเอี๋ยนก็ขับม้าเข้ารบด้วยโกเตงยงคีเปนสามารถ ยังมิทันแพ้ชนะกัน พอเตียวเอ๊กอองเป๋งทหารกองซุ่มสองข้างทาง โห่ร้องยกออกมาล้อมกระหนาบเข้าไว้ฆ่าฟันทหารโกเตงยงคีล้มตายเปนกันมาก แล้วจับได้ทหารทั้งสองพวกจึงทำร้องบอกเพื่อนกันว่า จับได้ทหารโกเตงอย่าให้ฆ่า ถ้าเปนทหารยงคีก็ฆ่าเสียเถิด แล้วก็มัดทหารเหล่านั้นพาไปให้ขงเบ้งณค่าย

ขงเบ้งเห็นดังนั้นก็ดีใจนัก จึงสั่งให้ทหารพวกยงคีเข้ามาก่อน ขงเบ้งจึงถามว่า เองเปนบ่าวของใคร ฝ่ายทหารยงคีได้ยินดังนั้นก็ตกใจนัก จึงคิดว่าครั้นจะบอกไปตามจริงเล่าเขาก็จะฆ่าเสีย จึงพร้อมกันกราบลงบอกว่า ข้าพเจ้าเปนทหารโกเตง ขงเบ้งได้ยินดังนั้นก็ให้แก้มัดเสีย แล้วจึงว่าเองเปนทหารโกเตงแล้วเราไม่ฆ่า ถ้าเปนทหารยงคีจึงจะฆ่าเสีย แล้วสั่งให้ยกเหล้าเข้ามาให้กินแล้วก็ขับปล่อยไป จึงสั่งให้เอาทหารพวกโกเตงเข้ามาแล้วจึงถามว่า เองเปนบ่าวผู้ใด ทหารโกเตงจึงบอกว่า ข้าพเจ้าเปนทหารโกเตง ขงเบ้งได้ยินดังนั้นจึงสั่งให้แก้มัดออกแล้วให้เอาเหล้าเข้าให้กิน จึงว่ากูปล่อยมึงไปครั้งนี้อย่าได้กลับมารบ ถ้ากลับมารบจับได้จะให้ฆ่าเสีย แล้วสั่งความไปให้บอกโกเตงว่า ยงคีรู้ตัวกลัวความผิดใช้คนให้มาหาเราว่า จะขอตัดเอาสีสะโกเตงจูโพมาให้เราหวังจะแก้โทษซึ่งทำผิดมาแต่หลัง เราคิดเอ็นดูว่าโกเตงเปนคนซื่อตรงนัก เองเร่งเอาความไปบอกนายให้ระวังตัว ทหารโกเตงกราบแล้วก็รีบไป ครั้นถึงเอาความที่ขงเบ้งว่านั้นบอกให้โกเตงฟังทุกประการ

โกเตงได้ฟังทหารมาบอกดังนั้นก็สดุ้งตกใจ จึงสั่งคนใช้ไปคอยระวังณค่ายยงคีเขาจะคิดอ่านประการใด คนใช้ก็ไปตามสั่ง ฝ่ายทหารยงคีครั้นขงเบ้งปล่อยมาถึงค่ายแล้ว เอาเนื้อความบอกให้เพื่อนกันฟังว่า ขงเบ้งนํ้าใจดีนัก แล้วว่าครั้งนี้พวกเราได้อาศรัยชื่อโกเตงจึงรอดตัวพ้นความตาย คนใช้โกเตงได้ยินทหารยงคีพูดกันดังนั้น ก็เอาเนื้อความมาบอกโกเตงทุกประการ โกเตงได้ยินดังนั้นก็ยังสงสัยอยู่ จึงใช้ให้ทหารไปสอดแนมดูณค่ายขงเบ้ง ว่ายงคีจะใช้ให้คนไปว่าประการใดบ้าง

ฝ่ายขงเบ้งจึงสั่งทหารทั้งปวงว่า ให้สอดแนมจับตัวทหารโกเตงมาให้ได้ เมื่อได้ตัวแล้วมัดมาส่งเรานั้นให้แกล้งว่ามันเปนทหารยงคี ทหารรับคำแล้วก็รายกันไปเที่ยวสอดแนมตามสั่ง ครั้นพบทหารโกเตงจับมัดเข้ามาแล้วแกล้งพูดกันว่า อ้ายนี่ทหารยงคี ทหารต้องมัดก็เถียงว่า ข้าพเจ้ามิใช่บ่าวยงคี ว่าเท่าไรทหารขงเบ้งก็มิฟัง จึงพาเอาตัวไปบอกขงเบ้งว่า ข้าพเจ้าจับได้ทหารยงคีมา

ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงสั่งให้แก้มัดออกแล้วจึงว่า ยงคีนายของเอ็งใช้ให้คนมาหากู นัดไว้ว่าในสี่วันจะตัดสีสะโกเตงจูโพมาให้กู แล้วเหตุใดจึงเกินสัญญาไปเล่า กูไม่ฆ่ามึงแล้วจะปล่อยให้ถือหนังสือไปให้ยงคี ให้เร่งตัดสีสะโกเตงจูโพมาให้กูตามสัญญา จึงเขียนหนังสือส่งให้แล้วปล่อยไป แล้วขงเบ้งจึงเขียนเปนหนังสือของจูโพให้มาใส่หีบเก็บไว้ฉบับหนึ่ง ทหารโกเตงพ้นตายแล้วก็ดีใจรับเอาหนังสือรีบไปถึงค่าย จึงเอาหนังสือส่งให้โกเตงแล้วเล่าเนื้อความให้ฟังทุกประการ

โกเตงเห็นหนังสือแลฟังทหารบอกดังนั้นสำคัญว่าจริงก็โกรธนัก จึงว่าแก่งากฟันว่า เราทำการซื่อตรงต่อมิตรควรหรือเขากลับจะทำร้ายเราเล่า เราจะคิดกะไรดี งากฟันจึงว่า เราทำการที่ผิดทั้งนี้เพราะยงคีอ้อนวอนว่ากล่าว บัดนี้ขงเบ้งรู้อยู่แล้วจับได้ไม่ฆ่าเสียกลับปล่อยมานับว่ามีคุณต่อเรา ครั้นเราจะทำการผิดไปอีกเล่าก็ไม่ควร นานไปเห็นไม่พ้นความตาย เราจะคิดอ่านตัดเอาสีสะยงคีไปให้ขงเบ้งจึงจะแก้ความผิดได้

โกเตงได้ฟังดังนั้นเห็นชอบด้วย จึงว่าทำกะไรจึงจะได้สีสะยงคี งากฟันจึงว่า ถ้ากระนั้นเราจะลวงแต่งโต๊ะแล้วให้ไปเชิญมาให้กินโต๊ะ ถ้ายงคีตรงต่อเราอยู่ก็จะมาโดยดี ถ้าไม่มาเห็นว่าคิดคดเปนแท้แล้ว ก็เชิญท่านยกเข้าตีข้างหน้า ข้าพเจ้าจะเข้าตีข้างหลังจับตัวตัดเอาสีสะไปให้ขงเบ้งให้จงได้ โกเตงได้ฟังดังนั้นเห็นชอบด้วย จึงสั่งให้แต่งโต๊ะแล้วให้ทหารไปเชิญยงคีไปกินโต๊ะ ทหารก็ไปเชิญยงคีตามสั่ง

ยงคีได้ฟังดังนั้นก็คิดสงสัยแคลงว่าโกเตงจะทำร้าย จึงว่าป่วยท้องอยู่ไปมิได้ ทหารเอาเนื้อความไปบอกโกเตงตามคำยงคีว่า โกเตงโกรธนัก จึงว่าแก่งากฟันว่า มันคิดร้ายเราแน่จริงแล้ว ครั้นเวลาคํ่าโกเตงคุมทหารไปข้างหน้าค่าย งากฟันนั้นคุมทหารเข้าตีข้างหลังค่าย เสียงทหารโกเตงโห่ร้องรบกระหนาบเข้าไปอื้ออึง ทหารยงคีพวกที่ขงเบ้งปล่อยมานั้นเห็นโกเตงรบเข้ามา ก็ชวนกันคิดถึงคุณโกเตงกลับเปนใจเข้าด้วยโกเตง แล้วฆ่าฟันทหารยงคีอลหม่านขึ้นในค่าย

ฝ่ายยงคีเห็นโกเตงยกมารบ แลทหารในค่ายเปนใจไปเข้าด้วยดังนั้นก็ตกใจนัก เห็นจะสู้มิได้แล้วก็ขึ้นม้าควบหนีออกไปทางหลังค่าย พองากฟันคุมทหารเข้าตีทางหลังนั้นพบยงคี งากฟันขับม้าไล่เอาทวนแทงถูกยงคีตกม้าตายแล้วตัดเอาสีสะยงคีไป ฝ่ายทหารยงคีทั้งนั้นก็เข้าด้วยโกเตงสิ้น โกเตงก็พาทหารทั้งสองพวกแลสีสะยงคีไปให้ขงเบ้ง แล้วคำนับตามธรรมเนียม ขงเบ้งครั้นเห็นโกเตงเอาทหารแลสีสะยงคีเข้ามาก็สมความคิด จึงทำเปนโกรธแล้วร้องสั่งทหารให้เอาตัวโกเตงไปฆ่าเสีย

โกเตงได้ยินขงเบ้งว่าดังนั้นก็ตกใจจึงว่า ข้าพเจ้าคิดถึงคุณจึงตัดเอาสีสะยงคีมาให้ท่าน เปนไรท่านจึงจะให้ฆ่าข้าพเจ้าเสียเล่า ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงหัวเราะแล้วว่า จูโพให้มีหนังสือมาถึงเราว่า ท่านกับยงคีคบกันกินน้ำสบถไว้ว่าจะร่วมชีวิตเปนตายด้วยกันแล้วคิดร้ายต่อยงคี ท่านกลับไปบอกจูโพว่า จะเข้ามาหาเราโดยดีนั้นกลัวว่าเราจะสงสัย ท่านจะทำการไม่สนิธ จึงแกล้งตัดเอาสีสะยงคีมาทั้งนี้หวังจะให้เราเชื่อ ถ้าท่านเห็นเราไว้ใจแล้วจึงจะทำร้ายเราต่อภายหลังนั้นเราไม่รู้เท่าหรือ แล้วโยนหนังสือซึ่งเขียนไว้นั้นไปให้โกเตงดู

โกเตงเห็นหนังสือจูโพดังนั้นสำคัญว่าจริงก็ตกใจนัก เอามือตบอกเข้าแล้วว่า จูโพมันชังข้าพเจ้าจึงแกล้งให้หนังสือมาทั้งนี้ หวังจะให้ท่านฆ่าข้าพเจ้าเสีย ท่านอย่าเพ่อเชื่อมันก่อน ขงเบ้งจึงว่าท่านว่ามาทั้งนี้เราหาเห็นจริงไม่ เมื่อไรได้ตัวจูโพมาแล้วเราจึงจะเห็นจริง โกเตงจึงว่าท่านอย่าสงสัยเลย ข้าพเจ้าจะขอไปเอาสีสะจูโพมาให้ท่านจงได้ ขงเบ้งจึงว่า ถ้าท่านว่าดังนั้นเราจะปล่อยให้ท่านไปดูทีหนึ่งก่อน ถ้าได้สีสะจูโพมาแล้วเราจึงจะเห็นจริง แล้วก็ยอมให้โกเตงไป โกเตงกราบลงแล้วก็ลาขงเบ้งไป โกเตงกับงากฟันก็คุมทหารตรงไปณค่ายจูโพ

ฝ่ายจูโพครั้นรู้ว่าโกเตงมาดังนั้น ก็ขึ้นม้าออกมารับถึงนอกค่าย แล้วยืนพูดกันอยู่บนหลังม้า โกเตงจึงว่าแก่จูโพว่า ทำไมท่านจึงเขียนหนังสือไปให้ขงเบ้ง แกล้งจะให้ขงเบ้งฆ่าเราเสียนั้นทำดีแล้วหรือ จูโพได้ยินโกเตงว่าดังนั้นก็ตกตะลึงไปคิดฉงนอยู่มิทันว่าประการใด งากฟันยืนม้าอยู่ข้างหลังแทงด้วยทวนตกม้าตาย โกเตงจึงร้องประกาศแก่ทหารทั้งปวงว่า อย่าตื่นตกใจให้มาเข้าอยู่กับเราทั้งสิ้น ถ้าผู้ใดไม่เข้าด้วยจะฆ่าเสีย เหล่าทหารทั้งปวงออกมากราบลงแล้วก็ยอมเข้าอยู่ด้วยโกเตงทั้งสิ้น โกเตงก็ตัดเอาสีสะจูโพแล้วคุมทหารนั้น ไปให้ขงเบ้ง ๆ ครั้นเห็นโกเตงพาเอาทหารกับสีสะจูโพมาดังนั้นก็หัวเราะแล้วว่า ขอบใจนักหนาเราเห็นความจริงท่านแล้ว จึงตั้งให้โกเตงเปนเจ้าเมืองเอ๊กจิ๋ว งากฟันเปนปลัด ให้ว่ากล่าวคุมทหารทั้งสามเมือง

ฝ่ายเบ้งเฮ็กซึ่งคุมทหารมาล้อมเมืองเองเฉียงอยู่นั้น ครั้นรู้ว่าขงเบ้งยกมา แลโกเตงฆ่ายงคีแลจูโพเสีย แล้วพาทหารกลับไปเข้ากับขงเบ้งนั้นก็ตกใจ สั่งให้เลิกทัพถอยกลับไปเมือง

ฝ่ายอ้องค้างเจ้าเมืองเองเฉียง ครั้นเห็นเบ้งเฮ็กถอยทัพไปดังนั้นก็ออกไปคำนับรับขงเบ้งเชิญเข้าไปในเมือง ขงเบ้งจึงถามอ้องค้างว่า ท่านครองเมืองอยู่นี้ได้ผู้ใดเปนที่ปรึกษาหารือ อ้องค้างว่าข้าพเจ้าได้ลิคีคนนี้เปนที่ปรึกษา ขงเบ้งจึงถามลิคีว่าท่านอยู่เมืองนี้ยังรู้แห่งทางจะไปเมืองมันอ๋องหรือไม่ ลิคีจึงบอกว่า ทางไปเมืองมันอ๋องนั้น ข้าพเจ้าได้เคยไปมาอยู่ ที่จะขัดสนน้ำท่านั้นข้าพเจ้ารู้อยู่ จึงเอาแผนที่ออกมาให้ขงเบ้งดู ขงเบ้งครั้นเห็นแผนที่แล้วก็ดีใจ จึงว่าลิคีรู้แห่งทางเราจะเอาไปด้วย

ฝ่ายพระเจ้าเล่าเสี้ยนครั้นขงเบ้งยกไปแล้ว จึงให้ม้าเจ๊กคุมสิ่งของเครื่องเสบียงไปพระราชทานขงเบ้ง ครั้นถึงเมืองเองเฉียงก็เข้าไปหาขงเบ้ง กระทำคำนับแล้วเอาสิ่งของพระราชทานให้ จึงเล่าเนื้อความตามรับสั่ง ขงเบ้งรับของพระราชทานแล้วแจกนายทัพนายกองทั้งปวงแล้วถามม้าเจ๊กว่า เปนไรท่านจึงนุ่งขาวห่มขาวมาฉนี้ ม้าเจ๊กจึงบอกขงเบ้งว่า ม้าเลี้ยงพี่ชายข้าพเจ้าเปนไข้ตาย ขงเบ้งได้ฟังก็คิดเสียดายแล้วปราสัยถามม้าเจ๊กว่า เราจะยกไปตีเมืองมันอ๋องครั้งนี้คิดประการใดจึงจะดี ม้าเจ๊กจึงว่า ข้าพเจ้าเห็นว่าชาวเมืองมันอ๋องนั้นเปนคนนํ้าใจแขงกระด้างนัก ไม่รู้จักเจ็บจักอาย ถึงมาทว่าจะตีแตกไปดีร้ายมันก็จะยกมาใหม่ ถ้ามิทันรู้คิดแต่ว่าชนะมันแล้วจะกลับยกไปรบพระเจ้าโจผี ข้างนี้มันก็จะยกไปตีเอาเมืองเรา จำจะทำจงสาหัสให้มันเกรงกลัวจงหนักก่อนจึงจะกลับไปได้

ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นจึงตอบว่า ท่านว่านั้นเหมือนเราคิดไว้ แต่เมื่อจะไปนั้นเราจะเอาท่านไปด้วย จึงตั้งม้าเจ๊กเปนนายทหารตรวจตราในกองทัพแล้วก็ยกไป

ฝ่ายเบ้งเฮ็กครั้นรู้ว่าขงเบ้งยกทัพล่วงเข้ามาในแดน จึงให้หากิมห้วนเจ้าเมืองสำกิก สุนาเจ้าเมืองมิตอง ห้วยหลำเจ้าเมืองไหอำ สามคนนี้เข้ามาแล้วจึงว่า บัดนี้ขงเบ้งยกทัพล่วงเข้ามาถึงแดนเมืองเรา เราจะให้ท่านทั้งสามคนยกทัพออกไปรบเปนสามทาง กิมห้วนคุมทหารห้าหมื่นยกออกไปรับทางกลาง สุนาคุมทหารห้าหมื่นยกทัพออกไปรับทางข้างซ้าย ห้วยหลำคุมทหารห้าหมื่นยกออกไปตั้งรับทางข้างขวา ถ้าผู้ใดมีชัยชนะมาเราจะตั้งผู้นั้นให้เปนนายใหญ่ กิมห้วนสุนาห้วยหลำได้ฟังเบ้งเฮ็กว่าดังนั้น ต่างคนต่างคุมทหารแล้วก็ยกไปตามสั่ง

ฝ่ายกองสอดแนมก็เอาเนื้อความเข้าไปแจ้งแก่ขงเบ้ง ๆ ได้ฟังดังนั้น จึงคิดกลอุบายจะให้จูล่งอุยเอี๋ยนยกไป แต่ขงเบ้งก็มิได้ว่าประการใด สั่งให้หาอองเป๋งม้าตงเตียวเอ๊กเตียวหงีสี่คนเข้ามาแล้วว่า บัดนี้เบ้งเฮ็กให้ทหารยกกองทัพมาเปนสามทาง ครั้นเราจะให้จูล่งอุยเอี๋ยนยกไป เห็นว่าสองคนนี้ไม่รู้ที่ทางเปนประการใด อองเป๋งจงคุมทหารไปรบทางซ้าย ม้าตงจงคุมทหารไปรบทางขวา เตียวหงีเตียวเอ๊กสองคนนี้ไปรบทางกลาง จัดกันให้พร้อมพรุ่งนี้จะให้ยกไป อองเป๋งม้าตงเตียวหงีเตียวเอ๊กสี่คนก็ลาออกไปจัดแจงทำตามรับสั่ง

จูล่งอุยเอี๋ยนอยู่ที่นั้นเห็นขงเบ้งเรียกมาแล้วไม่ใช้ กลับให้คนอื่นไปก็โกรธจึงว่า เปนไรท่านไมใช้ข้าพเจ้า ขงเบ้งเห็นจูล่งอุยเอี๋ยนโกรธจึงว่า มิใช่จะไม่ใช้ท่าน แต่เห็นว่าที่ทางเมืองนี้เดิรยาก ท่านก็ยังไม่เจนก่อน เกลือกฉุกละหุกก็จะเสียที การยังมีมากอยู่ข้างหน้าท่านอย่าปรารมภ์ที่จะไม่ใช้ จูล่งอุยเอี๋ยนก็ลาออกไป แล้วจูล่งจึงว่ากับอุยเอี๋ยนว่า เราเปนนายทหารผู้ใหญ่ ขงเบ้งมิได้ใช้เรากลับใช้ทหารผู้น้อยไปนั้นเราอายนัก อุยเอี๋ยนจึงว่า เราสองคนมาจะออกไปเที่ยวดูพอจะจับคนได้ ถ้าได้คนมาแล้วจะให้มันนำทางรีบยกไปชิงตีเสียก่อน

จูล่งได้ฟังดังนั้นก็เห็นชอบด้วย แล้วอุยเอี๋ยนจูล่งสองคนก็ขึ้นม้าลอบออกไปพ้นค่ายประมาณห้าสิบเส้น ได้ยินเสียงคนจึงขึ้นบนภูเขาแลดูไปเห็นคนเดิรมาประมาณยี่สิบคน จูล่งอุยเอี๋ยนก็ขับม้าลงไปไล่จับได้ห้าคนแล้วมัดจูงมาถึงค่าย จึงว่าเองเร่งนำทางเราไปให้พบค่ายกิมห้วนสุนาห้วยหลำแล้ว เราไม่ฆ่าเสียจะปล่อยเองไป ทหารเบ้งเฮ็กกลัวความตายจึงว่า ข้าพเจ้าจะนำทางให้ อันกิมห้วนนายทัพนั้นตั้งอยู่ทางกลางหว่างซอกเขา ทางเข้าไปได้ถึงค่ายตวันตกทางหนึ่งตวันออกทางหนึ่ง แล้วเดิรไปข้างตวันตกถึงหลังค่ายห้วยหลำ เดิรไปทางตวันออกถึงหลังค่ายสุนา จูล่งอุยเอี๋ยนได้ฟังดังนั้น จึงจัดทหารซึ่งมีฝีมือกล้าหาญข้างละห้าพันแล้วยกแต่เพลากลางคืน เอาทหารซึ่งจับได้ให้นำทาง ครั้นถึงค่ายกิมห้วนเพลาประมาณสิบทุ่ม เห็นทหารในค่ายหุงเข้าอยู่ จูล่งอุยเอี๋ยนก็แยกกันเข้าทั้งสองทางแล้วจุดประทัดโห่ร้องขับทหารรบเข้าไปถึงค่าย

ฝ่ายทหารกิมห้วนนั้นสารวลหุงเข้าอยู่ ครั้นเห็นข้าศึกโห่ร้องเข้ามาดังนั้นก็ตกใจมิทันจัดแจงก็แตกวุ่นไป กิมห้วนเห็นทหารแตกวิ่งไปดังนั้นก็ตกใจเผ่นขึ้นม้าควบหนีไป จูล่งขับม้าไล่ไปทัน กิมห้วนกลับม้าจะสู้ จูล่งก็แทงด้วยทวนกูกกิมห้วนตกม้าตายแล้วตัดสีสะไว้ แลทหารกิมห้วนล้มตายแตกหนีไป จูล่งก็ยกไปตีหลังค่ายห้วยหลำทางตวันตก อุยเอี๋ยนก็ยกจะไปตีหลังค่ายสุนาทิศตวันออก

ฝ่ายขงเบ้งครั้นได้ยินทหารเข้ามาบอกว่า จูล่งอุยเอี๋ยนไปจับได้คนมาไต่ถาม แล้วยกทหารไปแต่กลางคืนดังนั้นดีใจนัก จึงหยิบเอาแผนที่ออกมาดู แล้วให้นายทัพนายกองซึ่งจัดไว้นั้นมาจัดใหม่ ครั้นนายทัพนายกองทั้งปวงมาพร้อมแล้วจึงว่า บัดนี้จูล่งอุยเอี๋ยนยกไปตีค่ายที่เราใช้ท่านเหล่านี้แล้ว อองเป๋งม้าตงเร่งยกหนุนไปช่วยจูล่งอุยเอี๋ยน แล้วตีค่ายสุนาห้วยหลำ ถ้าสุนาแตกแล้วเห็นจะหนีไปทางทิศตวันออกซอกเขา ให้เตียวหงียกทหารไปคอยทางซอกเขาทิศตวันออก จับเอาตัวสุนาให้ได้ ห้วยหลำเล่าถ้าแตกแล้วดีร้ายจะหนีไปทางซอกเขาทิศตวันตก ให้เตียวเอ๊กยกทหารไปคอยที่ทางซอกเขาทิศตวันตก จับตัวห้วยหลำมาให้ได้ แล้วสั่งกวนสกให้คุมทหารหนุนไป เห็นหนักไหนให้ช่วยกันเอาชัยชนะให้ได้ นายทัพนายกองทั้งสี่รับคำแล้วก็รีบยกไปตามคำสั่ง

ขณะเมื่ออุยเอี๋ยนยกมาถึงหลังค่ายสุนา พอเวลารุ่งแล้วก็เร่งขับทหารโห่ร้องรบเข้าไปหักเอาค่าย ฝ่ายสุนาครั้นเห็นข้าศึกโห่ร้องรบเข้ามาดังนั้น ก็ขับทหารต่อรบอยู่ อองเป๋งครั้นยกมาใกล้ได้ยินเสียงทหารโห่ร้องอื้ออึง ก็ขับทหารรบขนาบเข้าไปข้างหน้าค่าย สุนาเห็นข้าศึกรบกระหนาบเข้ามาข้างหน้าค่ายหลังค่าย ฆ่าฟันทหารล้มตายเปนอันมาก เห็นจะสู้ไม่ได้ก็ขึ้นม้าคุมทหาร ออกจากค่ายหนีไปทิศตวันออก

ฝ่ายจูล่งยกมาถึงหลังค่ายห้วยหลำ เห็นเวลารุ่งแล้วก็ขับทหารเข้าหักเอาค่าย ห้วยหลำครั้นเห็นข้าศึกยกมาตีค่ายดังนั้น ก็ขับทหารออกมาต่อรบ ฝ่ายม้าตงได้ยินเสียงโห่ร้องก็ขับทหารรบเข้าไปข้างหน้าค่ายห้วยหลำ ๆ ครั้นเห็นข้าศึกรบล้อมค่ายเข้ามาฆ่าฟันทหารล้มตายเปนอันมากเห็นจะสู้มิได้ ก็ขี่ม้าคุมทหารออกจากค่ายหนีไปทิศตวันตก จูล่งอุยเอี๋ยนครั้นตีทัพสุนาห้วยหลำแตกหนีไป ต่างคนต่างคุมทหารไล่ติดตามแต่หนทางเดิรยาก ครั้นไล่ไม่ทันแล้วก็ยกกลับมา

ฝ่ายเตียวหงียกทหารไปซุ่มอยู่ที่ซอกเขาทิศตวันตก คอยจะจับห้วยหลำ ครั้นสุนาห้วยหลำหนีมาถึงที่นั้น ต่างคนต่างโห่ร้องล้อมจับเอาตัวสุนาห้วยหลำได้แล้วก็มัดเอาตัวมา ขณะนั้นจูล่งอุยเอี๋ยนกลับมาก่อน ครั้นถึงค่ายแล้วก็เอาสีสะกิมห้วนเข้าไปให้ขงเบ้ง แล้วบอกว่าข้าพเจ้าตีค่ายสุนาห้วยหลำแตกสิ้นแล้ว ไล่ติดตามเอาตัวไม่ทันมันหนีไปได้

ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะแล้วจึงว่าท่านไปรบให้มันหนีไปได้นั้นเราให้จับตัวได้ทั้งสองคนแล้ว จูล่งอุยเอี๋ยนได้ยินขงเบ้งว่าดังนั้นจึงว่า อ้ายสองคนข้าพเจ้าไล่มันไปเมื่อกี้ เหตุใดท่านจึงว่าจับไว้ได้นั้นข้าพเจ้ายังสงสัยอยู่ ว่ากันยังมิทันขาดคำพอเตียวเอ๊กเตียวหงีมัดเอาตัวสุนาห้วยหลำเข้ามาให้ขงเบ้ง จูล่งอุยเอี๋ยนแลทหารทั้งปวงเห็นมัดสุนาห้วยหลำมาดังนั้นก็ตกใจ ต่างคนต่างสรรเสริญความคิดขงเบ้งเปนอันมาก

ขงเบ้งเห็นหน้าจูล่งอุยเอี๋ยนแลทหารทั้งปวงสงสัยอยู่ดังนั้นจึงบอกเนื้อความออกให้ฟังว่า เราตรึกตรองคิดการแจ้งในแผนที่แล้ว เห็นว่ามันจะหนีไปทางนั้น จึงแกล้งทำเปนไม่ใช้ท่าน หวังจะให้ท่านทั้งสองมานะไปทำการเอง แล้วกลับใช้นายทหารทั้งสี่ยกไปสกัดอยู่จึงจับสุนาห้วยหลำได้ แล้วขงเบ้งให้แก้มัดสุนาห้วยหลำออกเสีย ให้เสื้อผ้านุ่งห่มยกโต๊ะมาเลี้ยง แล้วว่าท่านสองคนนี้หามีความผิดกับเราไม่ เพราะกลัวเบ้งเฮ็กจึงยกมารบทั้งนี้ เราคิดเอ็นดูไม่ฆ่าเสียจะปล่อยไป แต่ว่าทีนี้ท่านอย่าฟังคำเบ้งเฮ็กยกกลับมารบเราอีกเลย

สุนาห้วยหลำได้ฟังดังนั้นก็ดีใจนัก จึงว่าท่านโปรดไว้ชีวิตแล้วข้าพเจ้าไม่มารบท่านอีกเลย กราบลงแล้วก็ลาไป ขงเบ้งครั้นปล่อยสุนาห้วยหลำไปแล้ว ก็ดูแผนที่ตรึกตรองคิดกลอุบาย แล้วจึงว่าพรุ่งนี้ดีร้ายเบ้งเฮ็กจะยกมารบเรา ให้จูล่งคุมทหารห้าพันไปคอยอยู่ณหัวเขากิมไต๋ อุยเอี๋ยนคุมทหารห้าพันไปคอยอยู่ณท้ายเขาช่องแคบ ให้อองเป๋งกวนสกสองคนคุมทหารไปรบเบ้งเฮ็กแล้วทำถอยให้ไล่มา เตียวเอ๊กเตียวหงีคุมทหารไปซุ่มอยู่ในป่าริมทางข้างซ้ายแลขวา ช่วยกันรบกระหนาบจับเอาตัวเบ้งเฮ็กมาให้ได้ นายทัพนายกองทั้งปวงรับคำแล้วก็จัดแจงยกไปทำตามสั่ง

ฝ่ายทหารสอดแนมเอาเนื้อความเข้าไปบอกเบ้งเฮ็กว่า สุนาห้วยหลำนั้นทหารขงเบ้งจับได้ แต่กิมห้วนนั้นตายในที่รบ เบ้งเฮ็กได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงจัดแจงทัพพร้อมแล้ว ครั้นรุ่งเช้าก็ยกออกไป อองเป๋งกวนสกสองนายเห็นเบ้งเฮ็กยกทัพมาดังนั้น ก็ขี่ม้าถือง้าวขับทหารออกมา

ฝ่ายเบ้งเฮ็กเห็นดังนั้น จึงว่าแก่ทหารทั้งปวงว่า เขาลือว่าขงเบ้งนั้นมีสติปัญญา เหตุใดจึงจัดแจงทหารให้ยกมาไม่เปนกระบวร เห็นไม่สมกับคนเลื่องลือเลย แม้รู้ว่าความคิดขงเบ้งเช่นนี้ ไหนเราจะนิ่งช้าถึงเพียงนี้ จะไปตีเมืองเสฉวนมิได้แล้วหรือ จึงถามทหารทั้งปวงว่า ใครจะอาสาไปรบจับเอานายทัพมาให้เราได้

เงียมเตียงทหารรับอาสา แล้วก็ถือง้าวขับม้าเข้ารบด้วยอองเป๋ง ๆ กวนสกรบอยู่กับเงียมเตียงประมาณห้าเพลง แล้วทำเสียทีหนีพลางรบพลาง เบ้งเฮ็กเห็นข้าศึกถอยหนีไปดังนั้น ก็ขับทหารรบไล่ติดตามไปประมาณห้าร้อยเส้น ฝ่ายเตียวหงีเตียวเอ๊กซึ่งคุมทหารมาซุ่มอยู่สองข้างทางนั้น ก็โห่ร้องขับทหารรบกระหนาบออกมาทั้งสองข้างทาง อองเป๋งกวนสกนั้นครั้นเห็นทหารกระหนาบออกมา ก็กลับม้าขับทหารเข้ามาฆ่าฟันทหารเบ้งเฮ็กล้มตายเปนอันมาก

ฝ่ายเบ้งเฮ็กครั้นเห็นทัพรบกระหนาบมาฆ่าฟันทหารล้มตายดังนั้น เห็นสู้มิได้ก็ขับม้าคุมทหารรบหักออกไปข้างหัวเขากิมไต๋ อองเป๋งกวนสกเตียวหงีเตียวเอ๊กสี่นาย ครั้นเห็นเบ้งเฮ็กหนีก็คุมทหารไล่ตามไป

ฝ่ายจูล่งซึ่งคอยอยู่หัวเขานั้น เห็นเบ้งเฮ็กคุมทหารหนีมาดังนั้นก็ขับทหารออกสกัดรบไว้ เบ้งเฮ็กครั้นเห็นจูล่งคุมทหารสกัดรบอยู่ข้างหน้าดังนั้นตกใจ ก็ลัดหนีทางช่องแคบไปตามท้ายเขา จูล่งไล่ติดตามรบจับได้ทหารแล้วมัดไว้เปนอันมาก เบ้งเฮ็กหนีเข้าไปทางช่องแคบ ทหารติดตามไปด้วยประมาณห้าสิบคน แลทางแคบนักจะขี่ม้าไปมิได้ก็ทิ้งม้าเสียลงเดิรรีบไป ครั้นเห็นพวกข้าศึกสกัดอยู่ข้างหน้าดังนั้นก็ตกใจนัก มิรู้ที่จะไปแห่งใดก็ปีนจะหนีขึ้นบนเขา ฝ่ายอุยเอี๋ยนคอยอยู่ท้ายเขาเห็นเบ้งเฮ็กหนีขึ้นเขา ก็ขับทหารเข้าไล่จับได้ตัวเบ้งเฮ็ก แลทหารก็มัดเอาตัวมา ครั้นไปถึงค่ายพร้อมกันแล้ว ก็เอาเนื้อความบอกขงเบ้งทุกประการ

ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็ดีใจ จึงสั่งให้แต่งโต๊ะแลเหล้าเข้าไว้จงมาก แล้วจัดแจงที่ทางค่ายคูให้ทหารยืนถืออาวุธเจ็ดชั้น ทำให้เปนสง่าแล้วขงเบ้งขึ้นนั่งที่สมควร จึงสั่งให้เอาทหารซึ่งมัดไว้นั้นเข้ามาก่อน ครั้นเอาทหารเข้ามาพร้อมแล้ว ขงเบ้งจึงสั่งให้แก้มัดออกแล้วร้องว่า คนทั้งปวงเปนแต่ไพร่พลเมือง เบ้งเฮ็กเกณฑ์เอาตัวมารบขัดเขามิได้ก็จำเปนจำมา ครั้นเราจับไว้ได้ฉนี้ ฝ่ายลูกเมียพี่น้องอยู่ข้างหลังก็คอยหา ครั้นไม่เห็นกลับไปก็จะร้องไห้เปนทุกข์ถึง เราคิดเอ็นดูคนทั้งปวงไม่ฆ่าเสียแล้วจะปล่อยไปเอาบุญ จึงสั่งให้เอาเหล้าเข้ามาให้กินแล้วก็ให้ปล่อยไป ทหารเบ้งเฮ็กครั้นรอดจากความตายก็ดีใจ คิดถึงคุณขงเบ้งนักจึงกราบลงแล้วก็ลาไป

ขงเบ้งครั้นปล่อยทหารเบ้งเฮ็กไปแล้ว จึงสั่งให้เอาตัวเบ้งเฮ็กเข้ามา ขงเบ้งจึงว่า เหตุใดเบ้งเฮ็กจึงดูหมิ่นยกล่วงไปตีเอาเมืองเองเฉียงซึ่งเปนเมืองขึ้นของเจ้านายเรา เบ้งเฮ็กจึงว่า เมืองเองเฉียงนั้นมิใช่ของท่าน เมืองของผู้อื่นต่างหาก แต่ท่านกล้าแขงก็ไปหักหาญชิงเอาของเขาไว้ แล้วยกมาตีเมืองมันอ๋องข่มเหงเราอีกกลับว่าเราดูหมิ่นเล่า ขงเบ้งได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะ แล้วจึงว่าเราจับได้ตัวมาดังนี้แล้ว ท่านเกรงกลัวเราแล้วหรือยัง เบ้งเฮ็กจึงว่า นี้หากว่าเราแตกหนีไปช่องเขาทางแคบจึงจับตัวได้ แม้หนีไปทางกว้างที่ไหนจะจับเราได้ เราจึงหาเกรงไม่

ขงเบ้งได้ฟังเบ้งเฮ็กว่าก็หัวเราะแล้วถามว่า จะให้ทำประการใดเล่าท่านจึงจะเกรงเรา เบ้งเฮ็กจึงตอบว่า ถ้าท่านปล่อยเสียเราจะไปคุมทหารยกมารบอีก ถ้าแพ้ท่านจับได้เราจึงจะกลัวเกรงสืบไป ขงเบ้งได้ฟังเบ้งเฮ็กว่าดังนั้น จึงสั่งให้แก้มัดออกแล้วให้เสื้อผ้านุ่งห่มกับม้าตัวหนึ่ง ให้ยกโต๊ะมาเลี้ยงแล้วก็ปล่อยเบ้งเฮ็กไป นายทัพแลทหารทั้งปวงเห็นขงเบ้งปล่อยเบ้งเฮ็กไปดังนั้น จึงว่าเรายกมารบทั้งนี้หวังจะเอาตัวเบ้งเฮ็ก เมื่อจับได้มาแล้วทำไมท่านจึงปล่อยไปเสียเล่า

ขงเบ้งหัวเราะแล้วว่าคนทั้งปวงอย่าสงสัยเลย ทำไมกับจะจับตัวเบ้งเฮ็กเหมือนหนึ่งไขกุญแจหีบหยิบเอาทอง แต่เราหากจะทำให้มันเกรงจงมาก นายทัพแลทหารทั้งปวงฟังขงเบ้งว่าดังนั้นก็คิดสงสัยอยู่ แต่มิรู้ที่จะว่าประการใดต่างคนก็ลาไปค่าย

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ