เดือน ๓ จุลศักราช ๑๒๖๔

วัน ๕ ๓ ค่ำ ปีขาน ๑๒๖๔

วันที่ ๒๙ มกราคม รัตนโกสินทร๓๕ศก ๑๒๑

สมเด็จพระบรมโอรส เสด็จกลับจากประเทศยุโรปเวลาค่ำ มีการสวดมนต์ที่วังสราญรมย์

วัน ๑ ๓ ค่ำ ปีขาน ๑๒๖๔

วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๓๕ศก ๑๒๑

มีเลี้ยงพระราชทานเปนพระเกียรติยศ แก่ สมเด็จพระบรมโอรส ที่พระที่นั่งมูลสถาน เปนการเลี้ยงในพระราชวงษ์

วัน ๒ ๓ ค่ำ ปีขาน ๑๒๖๔

วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๓๕ศก ๑๒๑

มีเลี้ยงพระราชทานเปนพระเกียรติยศแด่สมเด็จพระบรมโอรส ที่ท้องพระโรงกลาง

วัน ๗ ๑๑ ๓ ค่ำ ปีขาน ๑๒๖๔

วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๓๕ศก ๑๒๑

เสด็จออกประพาศตามธรรมดา แลกรมยุทธนา มีการรื่นเริงรับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช

วัน ๑ ๑๒ ๓ ค่ำ ปีขาน ๑๒๖๔

วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๓๕ศก ๑๒๑

เสด็จประทับแรมสวนดุสิต แลที่กระทรวงกระลาโหม มีการรื่นเริงรับสมเด็จพระบรมโอรส

วัน ๒ ๑๓ ๓ ค่ำ ปีขาน ๑๒๖๔

วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๓๕ศก ๑๒๑

กรมยุทธนา มีการรื่นเริงรับสมเด็จพระบรมโอรสต่อการที่ทำมาแล้ว เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๑๒๑

ประทับแรมสวนดุสิต

วัน ๓ ๑๔ ๓ ค่ำ ปีขาน ๑๒๖๔

วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๓๕ศก ๑๒๑

ประทับแรมสวนดุสิต

วัน ๗ ๓ ค่ำ ปีขาน ๑๒๖๔

วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๓๕ศก ๑๒๑

เสด็จประทับแรมวังสวนดุสิต ที่วังสมเด็จกรมพระภาณุพันธุวงศ์วรเดช มีการราตรีสโมสร รับเสด็จสมเด็จพระบรมโอรส

วัน ๑ ๓ ค่ำ ปีขาน ๑๒๖๔

วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๓๕ศก ๑๒๑

มีการสวดฉลองโรงเรียนที่วัดอรุณ แลสวดมนต์ถวายผ้าจำนำพรรษาด้วย

วัน ๒ ๓ ค่ำ ปีขาน ๑๒๖๔

วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๓๕ศก ๑๒๑

สวดมนต์ในการถวายผ้าจำพรรษา ที่วัดราชโอรส

วัน ๓ ๓ ค่ำ ปีขาน ๑๒๖๔

วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๓๕ศก ๑๒๑

สวดมนต์ในการถวายผ้าจำพรรษา วัดราชประดิฐ

วัน ๔ ๓ ค่ำ ปีขาน ๑๒๖๔

วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๓๕ศก ๑๒๑

สวดมนต์ในการถวายผ้าจำพรรษา วัดราชบพิธ

วัน ๖ ๓ ค่ำ ปีขาน ๑๒๖๔

วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร๓๕ศก ๑๒๑

ประทับแรมสวนดุสิต เริ่มต้นไล่พระปริยัติธรรม ณ วัดพระศรีสาศดาราม

แลเสด็จมาทรงฟังด้วย

  1. 1. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษา ณ ประเทศอังกฤษเป็นเวลา ๙ ปี เมื่อจะเสด็จกลับประเทศไทย ทรงได้รับมอบหมายให้เสด็จเยี่ยมเยียนราชสำนักยุโรป ประเทศอเมริกา และญี่ปุ่น ในฐานะสยามมกุฎราชกุมารแห่งกรุงสยาม เมื่อเสด็จถึงประเทศไทย ขณะนั้นพระชนมพรรษา ๒๒ ปี

  2. 2. วังสราญรมย์ ตั้งอยู่ถนนสนามชัย เยื้องพระบรมมหาราชวังด้านทิศตะวันออกเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากทรงลาผนวชแล้ว เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๗ เป็นสถานที่สำคัญที่เกิดสโมสรทวีปัญญา

  3. 3. กรมยุทธนาธิการ ตั้งขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๔ มีหน้าที่เกี่ยวกับการทหาร ปัจจุบันคือกองบัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพไทย

  4. 4. พระราชวังสวนดุสิต สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๑ ตั้งอยู่ระหว่างคลองผดุงกรุงเกษม และคลองสามเสน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเพื่อขยายเขตพระนคร ด้วยภายในพระบรมมหาราชวัง เป็นที่อัดแอ คับแคบ และร้อนจัดในฤดูร้อน ทรงจำแบบอย่างการก่อสร้างมาจากราชสำนักของยุโรป เมื่อเสด็จประพาสครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๔๔๐ โดยปลูกต้นไม้ให้ร่มรื่นเป็นส่วนใหญ่

  5. 5. จอมพลสมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศวรเดช พระนามเดิม สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ต้นราชสกุลภาณุพันธ์ ทรงสร้างวังบูรพาภิรมย์เป็นที่ประทับอยู่บริเวณสามยอด เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๘๐ ทายาทได้ขายทอดตลาดวังและถูกรื้อลงเพื่อก่อสร้างอาคารพานิชย์ปัจจุบัน

  6. 6. คือวัดอรุณราชวราราม ในรัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ จัดการศึกษาของชาติ โดยเบื้องต้นกำหนดให้วัดหลวงทั่วไปเป็นสถานจัดการสอนหนังสือแก่เด็ก วิชาที่สอนได้แก่ ภาษาไทย คัดลายมือ และวิชาเลขคณิต

  7. 7. วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม

  8. 8. พระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท จะรักษาพระไตรปิฎกไว้ในภาษาบาลี พระภิกษุสามเณรจึงต้องศึกษาภาษาบาลีเพื่อสืบอายุพระพุทธศาสนาเป็นสำคัญ และพระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นพุทธศาสนูปถัมภก จะทะนุบำรุงการเล่าเรียนพระปริยัติธรรม ยกย่องพระสงฆ์ สามเณร แต่งตั้งให้มีสมณศักดิ์เป็นผู้มีคุณวุฒิสูงขึ้น (ในสังฆมณฑล) โดยการสอบ “ปริยัติธรรม” หรือ “การแปลหนังสือ” กำหนดหลักสูตรไว้ ๙ ประโยค การสอบในปีหนึ่งๆ เคยกำหนดสอบ ณ วัดที่สถิตของสมเด็จพระสังฆราช หากคราวใดทรงพระราชศรัทธาจะทรงฟัง จึงโปรดให้เข้ามาประชุมสอบในพระบรมมหาราชวัง

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ