๏ บัดนั้น ยายมาลีเห็นรุ่งสุริย์ใส
ถือกระบะไปเก็บดอกไม้ หาไปทุกต้นมาลา ฯ

ฯ ช้า ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น โฉมยงองค์ยุขันใฝ่ฝันหา
ว่าโฉมประวะลิ่มเจ้าลอบมา ร่วมสนิทนิทราบรรทมใน
พระกรกอดองค์อนุชา จะรู้สึกกายาก็หาไม่
สำคัญว่ายอดดวงใจ กอดจูบลูบไล้ด้วยยินดี
เกี่ยวกระหวัดรัดรึงตรึงตรา กายาแนบน้องกระเษมศรี
พระละเมอเพ้อพูดพาที เทวีเจ้าอย่าหนีพี่ชาย
ปลุกน้องว่านางยั่งยืน ครั้นอนุชาตื่นก็ใจหาย
สะเทิ้นเขินขวยด้วยน้องชาย เร่งคิดละอายในพระทัย
ค้นคว้าหาทั่วพระตำหนัก ไม่เห็นองค์นงลักษณ์ละห้อยไห้
โอ้เจ้าพุ่มพวงดวงใจ ควรหนีพี่ได้ไม่เมตตา
เมื่อกี้พี่แนบประคองนวล กลิ่นหอมซับซาบนาสา
โฉมเฉลาเยาวยอดกัลยา แก้วตาไปแฝงอยู่แห่งใด
แล้วกลับมาถามอนุชา เห็นแก้วแววตาพี่ไปไหน
นอนอยู่กับที่แล้วหายไป เห็นบ้างฤๅไม่พระอนุชา ฯ

ฯ โอด ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ลิขิตเห็นผิดนักหนา
จึ่งบังคมทูลพระพี่ยา ผิดทีนางจะมาพระอย่าคิด
พี่น้องเรานอนอยู่ด้วยกัน พระนิมิตฝันรัญจวนจิต
นางจะออกมาไยพระทรงฤทธิ์ จงคิดระงับดับใจ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เจ้าเอยเจ้าพี่ ว่ามาทั้งนี้พี่สงสัย
พี่ยังคลางแคลงแหนงใจ เอะใครเล่าไฉนอนุชา
ชวนน้องมองหาว่าเทวี พระภูมียินดีเป็นนักหนา
เห็นรางรางยังไม่รุ่งพระสุริยา สองราเมียงมองที่ช่องรก
ยายเห็นตะคุ่มก็แล่นไป จนกระบะดอกไม้พลัดตก
ความกลัวตัวสั่นงันงก มาลานั้นตกหกล้มไป ฯ

ฯ ช้า ๖ คำ ฯ

๏ พระกุมารก็ตามร้องเรียก ยายวิ่งตะเกียกว่าเสือไล่
ทันเข้าสองเจ้าก็ยุดไว้ บอกไปกับยายว่าอย่ากลัว
ยายว่าอนิจจาข้าตกใจ มาหลอกหลอนยายไยพ่อทูนหัว
ขวัญหนีไม่มีอยู่กับตัว ยายกลัวว่าเสือมันไล่มา ฯ

ฯ ช้า ร่าย ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สององค์ทรงธรรม์ก็หรรษา
สำรวลสรวลสันต์กันไปมา แล้วมีวาจาปราศรัยยาย
ตัวข้ามิได้หลอนหลอก ข้าจะช่วยเก็บดอกไม้ถวาย
ขอสมาเสียเถิดนะท่านยาย ว่าพลางผันผายพายายมา ฯ

ฯ ชมรัง ฯ

๏ เที่ยวหามาลีที่ตกลง ทั้งสององค์ช่วยเก็บบุปผา
บ้างตูมบ้างบานตระการตา มาลาหอมฟุ้งจรุงใจ
ภุมรินบินร่อนว่อนวู่ เชยรสเรณูอยู่ไสว
แย้มกลีบส่งกลิ่นมาแต่ไกล เจ้าของอยู่ไหนจึ่งไม่มา
แม้นแก้วแววตาพี่มาด้วย จะได้ช่วยกันเก็บบุหงา
จะสุขกระเษมศรีปรีดา ด้วยมาลาหลายหลากมากมี
พี่มาเก็บอยู่เดียวเปลี่ยวใจ เมื่อไรจะพบนางโฉมศรี
เก็บพลางทางคะนึงถึงเทวี ภูมีครวญใคร่ไปมา
ครั้นได้มาลีหลายพันธุ์ ชวนกันกลับมายังเคหา
จึ่งมีสุนทรวาจา แก่ยายมาลาไปทันใด
วันนี้ยายอย่าร้อยมาลัยเลย หลานเคยร้อยอยู่จะร้อยให้
ครั้นแล้วยายจึ่งเอาเข้าไป ถวายองค์อรไทพระธิดา
วันนี้เห็นจะมีลาภครัน รางวัลเงินทองเสื้อผ้า
ว่าแล้วพระแก้วร้อยมาลา เป็นปริศนาแสนเสเล่ห์กล ฯ

ฯ ช้า ๑๔ คำ ฯ

๏ มาลาหลายหลากร้อยนาคเกี้ยว เลื้อยเลี้ยวเคล้าคู่อยู่สับสน
เอามะกล่ำทำตากัมพล นิลบลเป็นลิ้นเลียกัน
มะลิวัลย์นั้นเขี้ยวแก้ว พรรณรายพรายแพรวเฉิดฉัน
หงอนไก่เป็นหงอนสอดซ้อนกัน กาบอังชันนั้นครอบเป็นขอบตา
เอาทองสิบชั่งกับนางแย้ม แก้วแกมการะเกดบุปผา
ร้อยเป็นสร้อยสนรจนา มะลิซ้อนมะลิลาชะบาแกม
จำปานั้นร้อยเป็นสร้อยเก็จ ทำเป็นกลเม็ดหลักแหลม
จงกลสร้อยสนยี่สุ่นแซม ซ่อนชู้ดูแฉล้มแกมกัน
ร้อยไปให้คิดเป็นปริศนา หวังจะแจ้งกิจจาสาวสวรรค์
แล้วส่งมาลัยให้ฉับพลัน ยายทูลผ่อนผันว่าร้อยเอง ฯ

ฯ ร่าย ๑๐ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ยายเฒ่าเห็นมาลัยเหมาะเหม็ง
เออพ่อยายจะทูลว่าร้อยเอง เจ้าอย่ากลัวเกรงว่าจะถึงตัว
ว่าพลางอาบน้ำนุ่งผ้า ทาแป้งใส่น้ำมันแล้วเสยหัว
ฉวยได้กระทายสำหรับตัว สั่งผัวดูเรือนแล้วคลาไคล ฯ

ฯ ชม ช้า ๔ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงปราสาทพระธิดา ก้มเกล้าวันทากราบไหว้
จึ่งถวายพุ่มพวงมาลัย ที่ในท่ามกลางนางกำนัล ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น โฉมประวะลิ่มเลิศเฉิดฉัน
เห็นยายมาลาเข้ามาพลัน แจ่มจันทร์เบิกบานสำราญใจ
จึ่งรับเอาพวงมาลัยทรง นางพินิจพิศวงสงสัย
งามยิ่งทุกสิ่งเป็นพ้นไป มิใช่ฝีมือยายมาลา
แต่ตริตรึกนึกในจะใคร่ถาม กลัวความจะแพร่งพรายภายหน้า
คิดแล้วจึ่งมีวาจา มาลาเหลือปลีกสักเท่าใด ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สันหยาผู้เป็นพี่เลี้ยงใหญ่
ยิ้มอยู่รู้กลนางทรามวัย นางจะซักไซ้ถามความยาย
ดีร้ายพระกุมารวานนี้ แกล้งร้อยมาลีมาถวาย
นางคิดกลัวความจะแพร่งพราย ทั้งอายสาวสรรกำนัลใน
คิดแล้วจึ่งว่าไปทันที พี่เลี้ยงกำนัลอย่าอยู่ใกล้
นางจะสอนทรงร้อยมาลัย ยังไม่เคยจะอายเร่งไปพลัน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พระพี่เลี้ยงแลนางสาวสรร
ชวนกันลุกพรูออกมาพลัน จากปรางค์สุวรรณพรรณราย ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระบุตรีงามเลิศเฉิดฉาย
กับพี่เลี้ยงสรวลเสเพทุบาย แย้มยิ้มพริ้มพรายสบายใจ
พี่เจ้าของน้องผู้ร่วมจิต ความคิดปัญญาจะหาไหน
ธำมรงค์ทรงถอดประทานไป น้องทำขวัญให้ด้วยปัญญา
แล้วนางจึ่งถามไปทันที มาลีใครร้อยจงเร่งว่า
ร้อยเองหรือยายมาลา หรือว่าผัวร้อยจงบอกไป ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ได้เอยได้ฟัง ยายเฒ่าช่างทูลแก้ไข
อันว่าพุ่มพวงดวงมาลัย ข้าไซร้ร้อยถวายพระบุตรี ฯ

ฯ ช้า ร่าย ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางประวะลิ่มโฉมศรี
จึ่งมีสุนทรวาที แก่ยายมาลีมิทันช้า
จริงหรือยายร้อยยังนี้เป็น แล้วลวงเราเล่นกระมังหนา
แม้นไม่เหมือนปากเจรจา จะสัญญาอย่างไรให้ว่าไป
ถ้ายายร้อยใหม่ให้เหมือนอย่าง เงินทองนั้นจะรางวัลให้
มาตรแม้นไม่ได้มาลัย เหมือนพวงนี้ไซร้จะเป็นกัน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ยายมาลีตระหนกอกสั่น
ขยี้หูตาตะบี้ตะบัน ทูลกระหม่อมเอ๋ยคันเป็นสุดใจ
แดดกล้าหูตาทำไม่รอด ไม่เห็นเลยที่จะสอดเข็มด้าย
ตะวันคล้อยสักหน่อยจะคลาไคล จะกรองใหม่มาถวายเยาวมาลย์ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ยายเอยยายเฒ่า ปดเปล่าประดิษฐ์คิดอ่าน
ใครสอนให้ว่ายายสาธารณ์ จะกลับไปบ้านไม่ให้ไป
เร่งทำให้ได้บัดเดี๋ยวนี้ มิได้จะเกิดกุลีใหญ่
จึ่งให้เอาตัวคุมไว้ แล้วสั่งให้พี่เลี้ยงมาถามดู ฯ

ฯ ๔ ฯ

๏ บัดนั้น สันหยาโฉมศรีไม่มีคู่
รับสั่งนวลนางโฉมตรู แกล้งทำขู่เข็ญถามไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ยายเอยยายเฒ่า อย่าเอามุสามาแก้ไข
จงว่าแต่ตามจริงไป คือใครช่างร้อยมาลา
ยายอย่าปิดบังคนรู้ไว้ ลูกหลานฤๅไรให้เร่งว่า
ที่ประดิษฐ์คิดร้อยมาลา ใครมาแต่ไหนให้ว่าไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ยายมาลีตกใจจะมีไหน
มิรู้ที่จะแก้ประการใด กลัวจะต้องภัยโบยตี
จนจิตบิดเบือนไม่ได้ บอกตามจริงไปถ้วนถี่
มีผู้มาอยู่กับข้านี้ ทั้งพี่ทั้งน้องมาแต่ไกล
ขอเข้าช่วยร้อยมาลา ตัวข้าเบาความก็ส่งให้
ขอประทานโทษาข้าไซร้ จงได้เมตตาปรานี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น นางสันหยาแจ้งใจถ้วนถี่
จึ่งกราบทูลองค์นางเทวี ยายเฒ่ากาลีแกให้การ
ว่ามีผู้มาอาศัยสองคน ดั้นด้นมาแต่ไพรสาณฑ์
ช่วยร้อยมาลาอันตระการ ถวายองค์เยาวมาลย์มาวันนี้ ฯ

ฯ ช้า ร่าย ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ประวะลิ่มนิ่มเนื้อนวลศรี
ได้ฟังพี่เลี้ยงทูลคดี เทวีแย้มยิ้มพริ้มพราย
จึ่งเสด็จเข้าในห้องแก้ว แล้วเรียกพี่เลี้ยงเข้ามาใกล้
รู้แท้ว่าองค์พระทรงไชย จะคิดไฉนนะพี่อา
ร้อยนาครวบรัดกระหวัดไว้ แกล้งให้มาเป็นปริศนา
จะภิรมย์สมศรีปรีดา จะเป็นคู่เหมือนยังนาคานี้
เห็นจะดูท่วงทีปัญญาเรา ครั้นจะมิตอบเล่าก็ใช่ที่
พี่เจ้าจะคิดฉันใดดี ให้ต้องตามที่เธอทำมา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งโฉมนวลนางสันหยา
คิดได้ด้วยไวปัญญา มิช้าตอบไปทันใด
เราทำกริ้วโกรธยายมาลา จึ่งจะแก้ปริศนาของเธอได้
เอาแป้งขาวทาตัวยายมาลัย แล้วขับแกออกไปอย่าได้ช้า ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ประวะลิ่มนิ่มนวลเสนหา
จึ่งเสด็จยุรยาตรคลาดคลา ออกมาจากห้องบรรทมใน
ครั้นถึงจึ่งว่ายายมาลี มุสาพาทีก็เป็นได้
นางทำเป็นกริ้วโกรธเป็นพ้นไป ยายช่างใส่ไคล้พาที
สับปลับกลับกลอกไม่ยืนคำ กูจะทำให้อายแก่สาวศรี
สั่งให้เอาแป้งที่ขาวดี ชโลมยายมาลีให้ทั่วตัว
หน้านวลแต่ล้วนแป้งแก้ว เห็นแต่ตาแววแววเป็นน่าหัว
ไปประดิษฐ์ร้อยใหม่มาแก้ตัว ผัวหนุ่มจะคอยอย่าอยู่ช้า ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ยายมาลัยโกรธใจเป็นหนักหนา
น้อยจิตคิดมิใคร่จะไคลคลา บังคมลาองค์นางนงคราญ
ลุกเดินก้มหน้าดุ่มดุ่มไป กรรมเวรอะไรมาล้างผลาญ
ช่างร้อยทำได้ให้รำคาญ แกโกรธงุ่นง่านเดินไป
ทั้งอายทั้งแค้นแสนสาหัส เดินลัดหาตรงทางไม่
เร่งรีบลีลาคลาไคล เด็กไล่ตามโห่ออกมา ฯ

ฯ เชิด ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ลิขิตเฉิดโฉมเสนหา
ครั้นแลไปเห็นยายมาลา ชโลมแป้งขาวทาทั่วไป
จึ่งมาต้อนรับถามเหตุการณ์ ได้ประทานเงินทองฤๅหาไม่
ยายเฒ่าโกรธาร้องว่าไป พี่ชายช่างร้อยมาลัยดี
ถึงเรือนกระแทกกระทายลง ส่งเสียงร้องหาพระโฉมศรี
งามแล้วช่างกรองมาลี ทีนี้ได้รางวัลถนัดใจ
รู้ช่างประจานทำเล่น ตรัสว่าเช่นนี้ยังระร้อยได้
รับสั่งให้รอยต่างต่างไป จะทำไฉนดีให้เร่งคิด ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันแย้มสรวลสำรวลจิต
พระองค์ตรองตริดำริคิด ซึ่งปริศนาของทรามวัย
ทำขาวกระจ่างมาอย่างนี้ เห็นจะรับไมตรีของพี่ได้
แกล้งคิดประดิษฐ์ความใน มิให้ฟุ้งซ่านเป็นการลับ
แป้งขาวนั้นเปรียบจันทร์แจ่ม ให้งดข้างแรมต่อเดือนดับ
มิให้ยายตารู้ความลับ เห็นนางรับรักแล้วพระดีใจ
จึ่งว่าแก่ยายมาลีพลัน ข้าจะคิดผ่อนผันร้อยใหม่
นางหลอกเล่นดอกอย่าถือใจ เจ็บปวดอะไรกับแป้งทา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ยายมาลีได้ฟังก็หรรษา
ยินดีด้วยรสวาจา ที่ความโกรธาก็หายไป
แล้วชำระสะสางล้างตัว ชวนผัวหาพร้าจอบใหญ่
เที่ยวขุดเที่ยวบั่นฟันไม้ สองกุมารตามไปด้วยพลัน ฯ

ฯ ช้า ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ประวะลิ่มเลิศเฉิดฉัน
ขับยายไปจากปรางค์สุวรรณ ผายผันเข้าที่บรรทมใน
แต่อักอ่วนป่วนใจไปมา กัลยารำจวนครวญใคร่
แสนคะนึงถึงองค์พระทรงไชย ให้อาวรณ์ร้อนใจไปมา
ยอกรขึ้นเหนือพระเขนย เกศเกยหมอนทองแล้วครวญหา
ลืมเฝ้าบิตุรงค์แลมารดา ลืมสรงคงคาอ่าองค์
ลืมชมนกหัสรังสี อันแขวนไว้ข้างที่ก็ลืมหลง
ลืมอ่านพระเวทที่เคยทรง โฉมยงเจ้าลืมสติไป ฯ

ฯ ช้า ร่าย ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น นกหัสรังสีศรีใส
เห็นนางเร่าร้อนอาวรณ์ใจ ไม่ไปเล่นยังที่นั่งเย็น
หลากนักวันนี้เจ้าแม่เอ๋ย ไม่เยี่ยมมาเลยที่เคยเล่น
นิ่งสนิทนิทรามาจนเย็น เห็นแล้วปักษาก็ทูลไป
วันนี้เป็นไฉนเจ้าแม่ ไม่ไขแกลแต่ถอนฤทัยใหญ่
ไม่สังวัธยายมนต์กลใด ฤๅโรคภัยสิ่งใดมาบีฑา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ประวะลิ่มสะดุ้งใจด้วยปักษา
เผยนกออกแอบแนบอุรา แล้วว่าแม่นี้รำคาญใจ
ให้ร้อนรุ่มกลุ้มทรวงดวงจิต แม่คิดกินแหนงสงสัย
วันนี้ยายเฒ่ามาลัย แกร้อยดอกไม้ประหลาดมา
ผิดฝีมือยายดีร้ายใคร แกล้งให้เป็นปริศนา
แม่โกรธลงโทษยายมาลา ปักษาเจ้าอย่าไปเล่าใคร
แม่จะใคร่ได้เหตุยายมาลี อาสาชนนีไปจงได้
ไปดูให้รู้ประจักษ์ใจ จะมีใครมาอยู่ด้วยตายาย ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น หัสรังทูลไปดั่งใจหมาย
ลูกจะไปให้รู้ดูแยบคาย ประณมปีกขึ้นถวายบังคมลา
บินริบพริบตามาถึงสวน เห็นสองเฒ่าชวนกันถากหญ้า
สกุณีจับไม้ให้ลับตา แลมาก็เห็นพระภูมี
ปักษีมีจิตพิศวง งามประเสริฐเลิศทรงทั้งสองศรี
นี่แหละกระมังช่างมาลี ร้อยเป็นนาคีทั้งคู่ไป
ปักษีดำริตริตรอง พระพี่น้องนี้มาแต่ไหน
ชาติเชื้อสุริย์วงศ์พงศ์ใด จึ่งทรงโฉมวิไลเลิศลบ
ตัวกูอยู่ป่าก็เที่ยวสิ้น ทุกบุรินทร์น้อยใหญ่ก็ไปจบ
ลูกท้าวด้าวใดในไตรภพ ไม่งามลบถึงสองพี่น้องนี้
ทรงโฉมประโลมโลกา ลํ้าเทพเทวาในราศี
ถ้าแม้นได้กับเจ้าแม่ของเรานี้ ศักดิ์ศรีสองสมภิรมย์กัน
อย่าเลยจะถามพระนามดู คิดแล้ววางวู่โผผัน
ทำเป็นบินเล่นในไพรวัน จับไม้ลงพลันแล้วร่ายไป ฯ

ฯ เพลง ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันเฉิดโฉมพิสมัย
เห็นนกเลิศล้ำอำไพ ภูวไนยยอบองค์ลงเพ่งพิศ
นกนี้เห็นอยู่ในกรงแก้ว ปล่อยมานี้แล้วเจ้าลิขิต
บุญเราจะสมอารมณ์คิด สร้อยกำไลใส่ติดตัวมา
ทำกระไรจะได้นะเจ้าพี่ ปักษีนี้งามเป็นหนักหนา
อย่าไปให้ใกล้สกุณา จะบินหนีเข้าป่าพนาลัย
ไปหาด้ายหาไหมมาดีกว่า เราจะคล้องปักษาให้จงได้
ลิขิตฟังพี่ก็ดีใจ วิ่งไปบนเรือนยายตา
ค้นคว้าหาไหมในเรือนยาย ไหมเผือนวุ่นวายเป็นหนักหนา
ทึ้งได้แล้วพาวิ่งมา ส่งให้พระเชษฐาทันใด
ชื่นชมโสมนัสยินดี ปักษีนี้จับเอาให้ได้
แล้วทำบ่วงพันปลายไม้ เข้าใกล้แล้วคล้องสกุณา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งหัสรังสีปักษา
กระหยับปีกหลบบ่วงหลายครา สกุณามิให้ต้องตัว
แล้วทำเป็นเดินอยู่หลบหลบ ปรบปีกหลีกหลบแล้วยิ้มหัว
จึ่งร้องว่าไปเราไม่กลัว ตัวท่านอยู่ไหนมาคล้องเรา
มาอาศัยสวนแล้วมิหนำ ซํ้าคล้องเจ้าของอีกเล่า
สวนนี้เป็นของเจ้าแม่เรา จับเอาตัวไปประเดี๋ยวนี้ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันแย้มสรวลปักษี
ฟังนกเจรจาก็ยินดี ภูมีร้องตอบสกุณา
เราไม่ตระหนักทักแท้ ว่าสวนเจ้าแม่ของปักษา
ผลไม้ได้เก็บเป็นหลายครา เราทั้งสองราพากันกิน
เร่งจับตัวเราไปบัดนี้ ถวายองค์ชนนีปักษิน
ดีใจดั่งได้วิมานอินทร์ เชิญลงมาดินก็เป็นไร
ข้าจะขอถามเจ้าอย่าโกรธา ปักษามีคุณพ่อฤๅหาไม่
เจ้าอยู่กรงแก้วอำไพ มาไยถึงสวนอุทยาน ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น นกหัสรังได้ฟังสาร
หลากนักด้วยสองพระกุมาร รู้จักถิ่นฐานที่ตรงใน
ได้ถามแล้วจำจะบอกความ แล้วจะย้อนไถ่ถามเธอให้ได้
คิดแล้วจึ่งร้องตอบไป ลาเจ้าแม่ได้ก็ออกมา
เราจะเที่ยวเล่นให้สบายใจ ไปไหนก็ได้ทุกทิศา
อันตัวเจ้าพ่อสกุณา ยังหามีไม่พระพันปี
ข้าจะขอถามพระภูธร นามกรชื่อไรทั้งสองศรี
ดัดดั้นอรัญวามานี้ พระภูมีประสงค์สิ่งใด ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันพิศวงสงสัย
นกนี้น่าจะมีคนใช้ จำนงจงใจให้มาดู
แม้นเราจะมิบอกไปบ้าง เหตุไม่รู้ถึงนางจะลับอยู่
ครั้นจะเล่าความให้นกรู้ สกุณีจับอยู่นั้นไกลนัก
จึ่งเรียกปักษาเจ้ามานี่ เราจะแจ้งคดีให้ประจักษ์
สกุณาตอบว่าเห็นใกล้นัก ทรงศักดิ์คิดจะจับเอาข้าไป ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ พระแย้มสรวลสำรวลแล้วร้องว่า ลงมาเถิดข้าหาจับไว้ไม่
หัสรังได้ฟังก็ไว้ใจ โผลงมาใกล้พระราชา
พระอุ้มสกุณามาแนบชิด พิศทั่วสารพางค์ปักษา
กอดจูบลูบชมสกุณา แจ้งกิจจาทั้งปวงไปทันที
เนื้อความจะเล่าให้เจ้าฟัง ยังค่ำไม่สิ้นเจ้าปักษี
ทูลแก่เจ้าแม่จงดี อย่าให้เทวีโกรธา
ว่าเราชาวดงพงพี ตั้งใจภักดีมาอาสา
มากนักซึ่งจักพรรณนา จะเลขาให้เป็นอักษรไป
ว่าพลางทางเด็ดเอายอดตอง ลิขิตจำลองแล้วส่งให้
กับพระธำมรงค์อำไพ เจ้าเอาไปถวายนางเทวี ฯ

ฯ ร่าย ๑๐ คำ ฯ

๏ บัดนั้น นกหัสรังปักษี
รับสารธิบดินทร์ด้วยยินดี รีบรี่มาจับที่บัญชรไชย
จะถวายก็เห็นพี่เลี้ยง นั่งเคียงกันอยู่ไม่ให้ได้
ไซ้ขนซนซ่อนอักษรไว้ แล้วประคองปีกไหว้กัลยา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น นวลนางพี่เลี้ยงสันหยา
ถามปักษีไปมิได้ช้า นั่นอะไรได้มาประหลาดนัก
ปักษีบินหนีไม่ส่งให้ พี่เลี้ยงจะใคร่แจ้งประจักษ์
พระองค์จึ่งเรียกลูกรัก หรือมิให้ตระหนักก็แล้วไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ประวะลิ่มยิ้มพลางทางปราศรัย
ถามเจ้าหัสรังสีว่าสิ่งใด ไหนเอามาแม่จะขอดู
หัสรังส่งให้ทันที คลี่ออกเห็นมีอักษรอยู่
กำไว้มิให้พี่เลี้ยงดู โฉมตรูเยื้อนยิ้มอยู่ในพักตร์ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สันหยาปัญญาแหลมหลัก
เห็นนางโฉมยงนงลักษณ์ พริ้มพักตร์ก็แจ้งในกิริยา
จึ่งว่ากับหัสรังสี เพียงนี้ฤๅควรพลางข้า
จะอยู่ไยให้ขัดอัธยา ทำเป็นวันทาจะคลาไคล ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ประวะลิ่มเยาวยอดพิสมัย
กุมกรพี่เลี้ยงไว้ทันใด ว่าไปแก่หัสรังพลัน
ใบตองของใครที่ให้มา เจ้าอย่าป้องปิดบิดผัน
ฤๅไปพบใครในสวนนั้น เล่าเถิดกันเองจะเป็นไร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น หัสรังได้ฟังแถลงไข
จึ่งประคองปีกทูลอรไท ลูกไปเที่ยวทั่วอุทยาน
พบพระกุมารสององค์ ดั้นดงมาอยู่ในสถาน
คล้องข้าทั้งสองกุมาร ว่าขานตอบโต้กันหลายคำ
ว่าจะมาอาสาในเจ้าแม่ กระแสความจะเล่าก็พอค่ำ
เรื่องราวยาวยืดพ้นที่จะจำ เธอทำอักษรให้ข้ามา
คำแสดงแจ้งอยู่ที่ในสาร ให้พระองค์ทรงอ่านที่เลขา
ลูกไม่เข้าใจในสารา ทรงแล้วอย่าว่าให้อึงไป ฯ

ฯ ช้า ร่าย ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น โฉมนางประวะลิ่มศรีใส
จึ่งคลี่สาราออกทันใจ ทรามวัยเพ่งพิจารณา ฯ

ฯ ช้า ๒ คำ ฯ

๏ ในศุภอักษรสารสวัสดิ์ หน่อบรมจักรพรรดินาถา
ครอบครองอุรังยิดนครา พระบิดาจะให้ครองโภไคย
แต่ยังไร้องค์พระมเหสี ที่จะร่วมภิรมย์พิสมัย
ได้ยินข่าวท้าวน้องขจรไป ว่าทรงโฉมวิไลลักขณา
พี่แสนเร่าร้อนอาวรณ์ถวิล แดดิ้นโดยด้วยความเสนหา
สุดที่พี่จะทนทรมา จึ่งทูลลาสมเด็จพระบิตุรงค์
ข้ามสมุทรเขาขันธ์อรัญเวส ทนทุเรศมาในไพรระหง
สุดแสนลำบากยากองค์ ปิ่มจะปลงชนม์ชีพชีวา
พี่ตั้งสัตย์ปฏิญาณเอาความหลัง สวาดิหวังวรนุชเสนหา
จึ่งบรรลุถึงกรุงนครา เหมือนเทวาชูชีพให้คืนคง
มาพบตายายที่อุทยาน ได้ดูงานดูน้องต้องประสงค์
ถึงได้เสวยสวรรค์ชั้นอินทร์องค์ มิเท่าเห็นโฉมยงที่พลับพลา
ซึ่งพี่ร้อยมาลานาคาสม หวังภิรมย์ชมนุชเสนหา
ด้วยอาวรณ์ร้อนเร่าในวิญญาณ์ จะฝากชีวาที่ในน้อง
ขอร่วมทุกข์สุขแลบรรถร ร่วมร้อนร่วมรักได้เป็นสอง
ร่วมภิรมย์สมสู่เป็นคู่ครอง นวลละอองจงเห็นในอุรา
เรียมจากนิเวศเขตขัณฑ์ ไม่มีแผ่นสุวรรณเลขา
เอาใบตองจำลองอักขรา แต่พอให้วนิดาแจ้งใจ
วรนุชสุดสวาดิอย่าขุ่นหมอง พี่จะเขียนต่างแผ่นทองจำลองให้
ธำมรงค์วงนี้ที่ให้ไป จะขอเปลี่ยนสไบของกัลยา ฯ

ฯ ช้า ร่าย ๒๐ คำ ฯ

๏ ครั้นทรงเสร็จสิ้นในอักษร ให้อาวรณ์ในความเสนหา
ถ้อยคำช่างรํ่าพรรณนา ปรายเปรียบเทียบมาน่าเอ็นดู
แล้วพิศดูธำมรงค์วงน้อย สอดก้อยแล้วอายอดสู
ป่วนจิตคิดถึงพระโฉมตรู นิ่งนึกตรึกอยู่ในวิญญาณ์
แม้นจะไม่ตอบรสพจมาน จะเนิ่นนานในความเสนหา
จะตอบไปก็อายในวิญญาณ์ ดั่งคนชั่วช้าเป็นพ้นไป
แต่อักอ่วนป่วนใจในบรรถร ให้เร่าร้อนด้วยความพิสมัย
จึงเอาแผ่นสุวรรณอันอำไพ ลิขิตถามในข้อคดี
ครั้นเสร็จวรลักษณ์อักษรทรง เปลื้องสไบจากองค์โฉมศรี
หอมตรลบอบกลิ่นมาลี แล้วห่อสารศรีเข้าทันใด
จึ่งส่งให้กับหัสรังสี จงรีบเอาสารนี้ออกไปให้
แล้วนางสั่งซ้ำเป็นคำใน ว่าผ้านี้เราให้ประทานมา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น นกหัสรังสีหรรษา
ประณมปีกรับสารา แล้วบินลงมาฉับไว ฯ

ฯ เชิด ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงซึ่งสวนมาลี ปักษีผู้มีอัชฌาศัย
ลัดแลงแฝงไม้เข้าไป ใกล้องค์ภูวไนยด้วยยินดี
จึ่งถวายลายลักษณ์อักขรา แล้วทูลกิจจาถ้วนถี่
สไบทรงรอยองค์นางเทวี มีพระทัยโปรดปรานประทานมา
ซึ่งพระองค์จงรักภักดี พระแม่มีความหรรษา
อันซึ่งถ้อยคำจำนรรจา ว่ามาในสารมากมี ฯ
๏ เมื่อนั้น ยุขันผู้เฉิดโฉมศรี
รับสารมาจากสกุณี แล้วคลี่สไบที่ให้มา
กลิ่นตรลบอบอวลยวนจิต ให้คิดรัญจวนครวญหา
ดั่งได้สมบัติในฟากฟ้า เสนหาเร่าร้อนอาวรณ์ใจ
ครั้นแล้วจึ่งคลี่สารา อักษรกัลยาพิสมัย
จะตอบต่อข้อความประการใด ภูวไนยวินิจอักขรา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ในลิขิตศุภลักษณ์อักษรศรี ภูมีจำนงเสนหา
สู้เสียสมบัติขัตติยา ทรมาลำบากอินทรีย์
เพราะทรงเมตตาการุณย์ พระคุณใส่ไว้เหนือเกศี
แม้นสวาดินาฏน้องนารี ก็จะมีศุภลักษณ์อักษรมา
ให้ทูตานุทูตมาทูลสาร มาว่าขานก็จะสมปรารถนา
นี่เสแสร้งแกล้งกล่าววาจา ไม่เห็นว่าจริงจังดั่งวาที
แต่มาอาศัยอยู่สวนเราแล้วมิสา ยังซ้ำพจนาจะสมศรี
จะเกรงใจใครบ้างก็ไม่มี แม้นท้าวทรงธรณีเธอรู้ไป
จะพิโรธโกรธกริ้วโกรธา เห็นว่าชีวาจะตักษัย
อันจะรับไมตรีภูวไนย จนใจไม่รู้ที่จะคิด
จะโลมเล่นเช่นชู้เชยสวาดิ สมมาดแล้วจะเลี่ยงเบี่ยงบิด
จะได้อัปยศทศทิศ ทรงฤทธิ์ตรึกไตรให้จงดี
แม้นพระเสนหาอาลัย จงกลับคืนไปยังกรุงศรี
ทูลพระชนกชนนี ให้มีศุภลักษณ์อักษรมา
จึ่งจะเห็นว่าแสนสวาดิน้อง จะสมปองสำเร็จปรารถนา
ซึ่งพระองค์ให้ธำมรงค์มา จะขอเปลี่ยนกับผ้าสไบทรง
น้องสนองพระคุณที่กรุณา จึ่งให้มาตามราชประสงค์
พระองค์เป็นเอกอัครสุริย์วงศ์ จงดำริตริตรงให้จงดี ฯ
๏ ครั้นอ่านสิ้นสารนงลักษณ์ พระทรงศักดิ์ปรีดิ์เปรมกระเษมศรี
ประดิษฐ์ติดต่อข้อคดี พระภูมียิ่งแสนสวาดินัก
แล้วจึ่งลิขิตอักขรา ซ้ำสลักหลังมาให้ประจักษ์
ในสุนทรอ่อนหวานด้วยความรัก แล้วทรงศักดิ์ให้ปักษาทันใด
สั่งความนอกนั้นมาหลายข้อ ติดต่อด้วยความพิสมัย
ห้ามมิให้แจ้งแพร่งพรายไป พลางชมสไบของเทวี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งนกหัสรังปักษี
รับสารแล้วลามาทันที บินรี่เร็ววับมาฉับไว ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงบัญชรนางกัลยา ปักษาประณมปีกไหวั
จึ่งถวายสารศรีแก่อรไท ทูลไปแต่ต้นจนปลายมา
ว่าพระคุณเจ้าแม่พ้นกำลัง จารึกสลักหลังมาหนักหนา
สั่งลูกให้ทูลพระมารดา ว่าให้เชิญเสด็จไปอุทยาน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น โฉมนางประวะลิ่มกระเษมสานต์
กับพี่เลี้ยงพักตร์เพียงบัวบาน ทรงอ่านสาราฉับพลัน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ อักษรสุนทรบรรจงสนอง ปูนปองประโลมโฉมสวรรค์
มาถึงยาหยีเจ้าแจ่มจันทร์ พี่นั้นจำนงฤทัยมา
ใช่ว่าจะหมิ่นแคลนแสนสุดรัก ลอบลักทำตามวิสา
ครั้นจะแต่งบรรณาการมา จนอยู่ด้วยมหาสมุทรไทย
พี่เสี่ยงวาสนาพยายาม ได้อินทรีขี่ข้ามจึ่งมาได้
แต่พี่น้องสองคนก็จนใจ จึ่งมิได้ทำตามประเพณี
ซึ่งพสุธานั้นต่างแผ่น แม้นว่ายอดสุดาเมตตาพี่
ช่วยถมพระมหาวารี ธานีจะเป็นทองแผ่นเดียวกัน
เอ็นดูพี่เถิดดวงสมร ให้คลายร้อนเศร้าโทรมนัสศัลย์
พี่ขอเชิญสุดาดวงจันทร์ ขวัญเมืองแม่มาชมมาลี
พี่จึ่งจะแจ้งไม่แคลงจิต เหมือนน้องช่วยชูชีวิตพี่
จะซ่อนอยู่ในห้องยายมาลี พี่ขอชมเทวีให้อิ่มใจ ฯ

ฯ ช้า ร่าย ๑๒ คำ ฯ

๏ อ่านพลางกับนางพี่เลี้ยง แอบเคียงกันสรวลครวญใคร่
ที่ไหนข้อขำอ่านซ้ำไป ที่ไหนชอบใจเย้าเย้ยกัน
พี่เอยจะคิดไฉนดี จะให้น้องนี้ไปสวนขวัญ
มิไปว่าไม่แจ้งสำคัญ แล้วจะลวงล่อกันให้ได้อาย
ครั้นว่าจะไปก็ไม่ดี น้องนี้อดสูคนทั้งหลาย
เป็นสตรีจะรี่ไปตามชาย ความอายจะอยู่แก่น้องไป ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พระพี่เลี้ยงจึ่งทูลแถลงไข
เธอได้เชิญเสด็จคลาไคล ออกไปเถิดแม่ให้เป็นที
แต่อย่าขึ้นตำหนักเคหา ภายหลังจะนินทาเราถ้วนถี่
เราไปทำเก็บมาลี อยู่ที่ริมเรือนยายตา
เธอจะซ่อนอยู่บนเรือนยาย เราชายเล่นแต่นอกเคหา
เที่ยวไปสองคนกับพี่ยา ทั้งนั้นเราอย่าให้เข้าไป ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ