๏ มาจะกล่าวบทไป ถึงอสุรปานันยักษา
เป็นทหารของท้าวอสุรา มัตตะริมมะยุมาเป็นเจ้านาย
ใจบาปหยาบช้าห้าวหาญ รี้พลบริวารมากหลาย
พระยายักษ์ตั้งไว้ให้เป็นนาย มีค่ายคูป้อมล้อมวง
แม้นใครเข้ามาในเขตขัณฑ์ ชีวันมิได้หลอหลง
เคยไปเที่ยวไพรในดง พร้อมด้วยจัตุรงค์โยธา
ครั้นเพลาบ่ายชายแสง จัดแจงพร้อมพลถ้วนหน้า
ล้วนถืออาวุธสาตรา เที่ยวล่าตระเวนด่านดง ฯ

ฯ กราว ๘ คำ ฯ

๏ เที่ยวเอยเที่ยวไป ในไพรพฤกษาระหง
แลเห็นมนุษย์สององค์ เดินตรงเข้ามาที่ในแดน
น้อยน้อยโฉมเฉิดเพริศเพรา จะเป็นเหยื่อของเรามั่นแม่น
มาทำจู่ลู่ดูแคลน ขัดแค้นแน่นใจอสุรี
ร้องบอกไพร่พลบริวาร จงล้อมกุมารทั้งสองศรี
ต่างคนสำแดงฤทธี ยักษีเข้าล้อมรอบไป ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันรัศมีศรีใส
ครั้นเห็นหมู่ชาญชัย ล้อมไว้ทำอิทธิฤทธี
จึ่งถอดธำมรงค์ที่ทรงมา ขององค์พระมารดาโฉมศรี
ชูขึ้นให้ดูทันที แล้วมีพจนารถว่าไป
เราเป็นพระราชบุตรา องค์มะยุมาศรีใส
ชนนีพระยามารชาญชัย ให้ธำมรงค์มาเป็นสำคัญ
สั่งมาแม้นว่าพบพาน จงส่งข้าให้พ้นด่านไพรสัณฑ์
ไม่เชื่อก็ไปด้วยกัน บังคมคัลสมเด็จพระชนนี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น อสุรปานันยักษี
ครั้นเห็นธำมรงค์รูจี จึ่งห้ามพวกรี้พลบรรดามา
พร้อมกันยอกรกราบไหว้ เห็นแท้แน่ใจเป็นหนักหนา
ด้วยโฉมยงองค์นางมะยุมา เป็นพระมารดาของกุมภัณฑ์
จึ่งทูลทั้งสองกุมาร ที่จะไปในด่านพนาสัณฑ์
จนสิ้นมรคาพนาวัน ข้าจะนำทรงธรรม์ลีลา
ขอเชิญหยุดพักก่อนพอคลายร้อน ในด่านนครยักษา
ให้สบายพระทัยจึ่งไคลคลา ตัวข้าจะส่งพระองค์ไป ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันรัศมีศรีใส
ได้ฟังขุนมารชาญชัย มีใจชื่นชมภิรมย์นัก
จึ่งมีสุนทรวาจา ซึ่งท่านเมตตาก็ประจักษ์
มรคาจะไปยังไกลนัก หยุดพักจะช้าท่วงที
ตัวข้าจะลาท่านไป จงส่งให้พ้นแดนยักษี
แม้นข้ากลับมาทางนี้ จึ่งจะเข้าบูรีขุนมาร ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น อสุรปานันห้าวหาญ
ได้ฟังทั้งสองพระกุมาร จึ่งขับทหารเข้าไป
แต่ตัวปานันอสุรี นำสองภูมีเข้าป่าใหญ่
ด้วยเจนมรคาพนาลัย มิได้ลำบากอินทรีย์ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทั้งสองพระกุมารโฉมศรี
ไปด้วยปานันอสุรี สุขกระเษมเปรมปรีดิ์ทั้งสองรา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เดินในหิมวาป่าใหญ่ ชี้ชมมิ่งไม้หรรษา
รื่นรวยด้วยกลิ่นมาลา ห้อยย้อยระย้าดอกดวง
ลมพาพานพัดระบัดใบ ดอกไม้หอมโหยโรยร่วง
แคฝอยห้อยย้อยเป็นพุ่มพวง กิ่งค้อมน้อมหน่วงเหนี่ยวโน้ม
พฤกษาดั่งว่าระรวมรัก ใบสะเทือนเหมือนว่าทักเชยโฉม
ไม้พะยอมเหมือนจะเย้าเล้าโลม ชมพลางทางโสมนัสนัยน์
ลิขิตขนิษฐาทูลถาม ดอกอะไรนั้นงามสุกใส
นั่นแก้วเกดไม้เทศเทียนไทย นี่นมสวรรค์นั่นไม้โมกมัน
ดอกอะไรนั่นน้องแคลงไม่แจ้งจิต ยิ่งพิศก็ยิ่งงามเฉิดฉัน
นั่นสร้อยฟ้ามหาหงส์เรียงรัน สกุณาจับขันคู่เคียง
นั่นนกอะไรคลอเคล้า กระเหว่าฤๅกระวานประสานเสียง
นั่นโกญจาวายุภักษ์ม่ายเมียง โพระดกหลีกเลี่ยงเร่ร้อง
นกอะไรเคียงคู่บนภูผา เสียงสนั่นลั่นมากึกก้อง
นั่นมยุรารํ่าร้อง บอกน้องแล้วรีบไคลคลา ฯ

ฯ เชิด ๑๔ คำ ฯ

๏ มาจะกล่าวบทไป ถึงวายุกันยักษา
เป็นทหารของท้าวอสุรา มีอิทธิฤทธาเกรียงไกร
ตั้งไว้อยู่รักษาด่าน ขุนทหารตระเวนป่าใหญ่
ครั้นเช้าชวนบ่าวทันใด เที่ยวไปที่ในพนาวา ฯ

ฯ เชิด ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น อสุราปานันยักษา
แลเห็นวายุกันอสุรา ยักษาร้องเรียกไปแต่ไกล
ฝ่ายยักษาวายุกันก็เข้ามา ยอกรวันทาประณมไหว้
เห็นสองกุมารก็ดีใจ คิดว่าจับได้พาตัวมา
ถามว่าท่านได้มาแต่ไหน เป็นมนุษย์ฤๅไรยักษา
รูปโฉมประโลมโลกา ขอให้ข้าคนหนึ่งเป็นไร ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น อสุรปานันทหารใหญ่
จึ่งบอกวายุกันทันใด เจ้านายเราไซร้ท่านใช้มา
ลูกนางมะยุมาโฉมศรี ซึ่งเป็นชนนีท้าวยักษา
นางให้เจ้าไปพารา ให้ธำมรงค์มาเป็นสำคัญ
ตัวท่านจงส่งต่อไป ให้สิ้นแดนไพรพนาสัณฑ์
จนถึงนันทสูรกุมภัณฑ์ บอกกันให้ส่งต่อไป ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น วายุกันประจักษ์ไม่สงสัย
บังคมกุมารชาญชัย กราบไหว้ธำมรงค์ที่ทรงมา
แล้วทูลทั้งสองโฉมยง ขอพระองค์จงโปรดเกศา
ไม่รู้ว่าเป็นพระลูกยา องค์นางมะยุมาทรามวัย
อันเป็นสมเด็จพระมารดา เจ้านายของข้าไม่สงสัย
ขอเชิญทั้งสองภูวไนย หยุดพักพอให้สำราญก่อน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันชาญณรงค์ทรงศร
ได้ฟังปรีดาถาวร จึ่งมีสุนทรตอบไป
ซึ่งท่านจะให้หยุดพัก เห็นจะช้านักไม่อยู่ได้
ตัวข้าจะลาคลาไคล รีบไปให้เปลืองมรคา
จึ่งสั่งปานันทันใด จงกลับคืนไปยังเคหา
วายุกันก็นำมรคา ปานันอสุราก็กลับไป
ล่วงเข้าด่านแดนนันทสูร วายุกันจึ่งทูลแถลงไข
ด่านนี้ตั้งนันทสูรไว้ ถึงแล้วจะได้พบกัน ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ มาจะกล่าวบทไป ถึงนันทสูรแข็งขัน
เป็นทหารของท้าวกุมภัณฑ์ ตั้งค่ายคูมั่นอยู่ด่านไพร
กุมภัณฑ์รักษาปลายแดน สามแสนตระเวนป่าใหญ่
โห่ร้องกึกก้องสนั่นไป เที่ยวตระเวนในไพรพนาวา ฯ

ฯ พิลาป ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น วายุกันออกยืนขวางหน้า
กวักเรียกนันทสูรอสุรา ซึ่งมาหน้าพลสกลไกร
ฝ่ายนันทสูรวันชุลี เห็นกุมารสองศรีก็สงสัย
ครั้นจะไถ่ถามก็ขามใจ พิศดูมิได้วางตา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันชูนิ้วพระหัตถา
จะดูฤทธิ์ธำมรงค์ที่ทรงมา ยักษาจะว่าประการใด
ฝ่ายนันทสูรเห็นธำมรงค์ เรียกพวกจัตุรงค์ให้กราบไหว้
เกรงกลัวคร้ามครั่นพรั่นใจ นิ่งอยู่มิได้จำนรรจา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น วายุกันชัยชาญหาญกล้า
จึ่งบอกว่าสองกุมารา เป็นโอรสาของทรามวัย
องค์นางมะยุมาโฉมศรี ชนนีกุมภัณฑ์เป็นใหญ่
นางใช้ให้ไปกรุงไกร จงส่งให้พ้นแดนอรัญวา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น นันทสูรได้ฟังยักษา
จึ่งว่าทั้งสองกุมารา จะพาไปให้พ้นแดนดง
ตัวท่านจงกลับคืนไป ไว้ธุระข้าไซร้จะไปส่ง
จึ่งชวนกุมารโฉมยง วายุกันลาองค์พระภูวไนย
ต่างองค์ต่างออกจากกัน ดัดดั้นเข้าในป่าใหญ่
ทั้งสองกุมารชาญชัย ไปตามนันทสูรอสุรา
ไปได้สามคืนสามวัน สิ้นแดนเขตขัณฑ์ยักษา
เกือบใกล้ฝั่งนํ้าคงคา สุดสิ้นแดนป่าพนาวัน
จึ่งทูลถามกุมารสองรา ตัวข้าจะลาผายผัน
ขอเชิญเสด็จจรจรัล ด้นดั้นเข้าไพรแต่ลำพัง[๑]
อันซึ่งแม่นํ้าพระคงคา แลสุดสายตาไม่เห็นฝั่ง
กว้างขวางลึกล้นพ้นกำลัง ริมชลมีรังนกอินทรี
โตใหญ่อยู่ปลายพฤกษา จงระวังกายาทั้งสองศรี
สั่งแล้วนันทสูรอสุรี ลาพระภูมีกลับไป ฯ

ฯ เชิด ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันรัศมีศรีใส
ครั้นนันทสูรคลาไคล พอพระสุริย์ใสนั้นเย็นรอน
สกุณาเข้าหารวงรัง เงียบทั้งพนัสสิงขร
ลำบากยากที่จะบทจร ภูธรจึ่งชวนอนุชา
เข้านั่งยังร่มพระไทรทอง ทั้งสองภิรมย์หรรษา
พระพายพัดกลิ่นมาลา หอมฟุ้งนาสาชื่นใจ
ลิขิตหักกิ่งพฤกษา เอามาปูลาดเป็นอาสน์ให้
แล้วปรนนิบัตินวดฟั้นภูวไนย บรรทมหลับไปทั้งสองรา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ มาจะกล่าวบทไป ถึงนกอินทรีปักษา
โตใหญ่ไพบูลย์มหึมา ศักดาอานุภาพเกรียงไกร
อินทรีมีบุตรสุดที่รัก ปีกยังอ่อนนักไม่บินได้
ครั้นพวยพุ่งรุ่งแสงอโณทัย เพลาจะไปหิมพานต์
จึ่งสั่งลูกรักดวงใจ ว่าแม่จะไปไพรสาณฑ์
อยู่รังนั่งนอนให้สำราญ ได้อาหารแล้วจะกลับมา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งลูกอินทรีปักษา
ได้ฟังแล้วสั่งมารดา แม่ไปอย่ามาให้เย็นนัก
ลูกรักจะอยากน้ำท่า ใครเลยจะมาช่วยตัก
ด้วยแสงทินกรร้อนนัก อดน้ำลูกรักจะวายปราณ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เจ้าเอยเจ้าแม่ สุดแต่ไปหาได้อาหาร
แมไปไม่อยู่ให้นาน รักเจ้าเปรียบปานดั่งดวงใจ
ครั้นว่าไม่ไปก็จะอด สุดที่แม่จะงดได้
จำเป็นจำจากเจ้าไป แม่ไม่ทิ้งเจ้านะลูกน้อย
ว่าพลางทางปลอบลูกรัก แม่ไปไม่ช้านักอย่าเศร้าสร้อย
สั่งแล้วโผผินบินลอย ลมพลอยพัดส่งไปหิมพานต์ ฯ

ฯ เชิด ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันฤทธากล้าหาญ
กับเจ้าลิขิตชัยชาญ ครั้นแสงสุริย์ฉานส่องฟ้า
ตื่นจากบรรทมที่ร่มไทร ภูวไนยชวนองค์ขนิษฐา
ออกจากพระไทรไคลคลา มรคายากแค้นแสนกันดาร
ข้ามเถื่อนเนินเขาเข้าดง แล้วก็ลงโกรกกรอกซอกละหาน
ทินกรร้อนพ้นจะทนทาน พระภูบาลถึงรังนกอินทรี
ครั้นเห็นร่มงิ้วก็หยุดพัก ไมรู้ว่าสำนักปักษี
ทำรังอยู่บนยอดฉิมพลี สองศรีอาศัยไม่สงกา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งนางลูกนกปักษา
ร้อนแรงด้วยแสงสุริยา คอยหามารดาเห็นช้าไป
ให้อยากชลธีเป็นสุดคิด ปิ่มประหนึ่งชีวิตจะตักษัย
ร้อนรนสกนธ์กายภายใน แลไปยังพื้นพสุธา
จึ่งเห็นมนุษย์สองศรี ความอยากชลธีก็ร้องว่า
เอ็นดูช่วยตักชลธา ให้ข้าสักหน่อยพระภูวไนย
แม่ข้าไปหิมพานต์ ช้านานแล้วหามาไม่
ข้าอยากน้ำนักจักบรรลัย ช่วยชีวิตข้าไว้เถิดราชา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันเฉิดโฉมเสนหา
ได้ฟังลูกนกร้องมา มีความเมตตาเป็นพ้นใจ
อนิจจาปักษานี้อยากนํ้า จำเราจะคิดแก้ไข
มาตรแม้นไม่ช่วยจะบรรลัย เอ็นดูอย่าให้มรณา
พระพี่น้องจึ่งหาปล้องไม้ ไปได้โดยดั่งปรารถนา
ลงไปยังฝั่งคงคา ตักน้ำขึ้นมาทันที
แลเห็นเถาลัดาวัลย์ เลี้ยวพันริมรังปักษี
จึ่งผูกกระบอกนั้นทันที เรียกลูกสกุณีให้ชักไป ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ลูกนกยินดีจะมีไหน
เอาเท้าเกี่ยวปากเหนี่ยวขึ้นไป บัดใจถึงรังมิทันนาน
ดื่มกินจนสิ้นวารี มีความยินดีกระเษมสานต์
แล้วว่าแก่สองพระกุมาร พระคุณปานบิตุเรศชนนี
ไม่มีแก้วแหวนเงินทอง จะสนองพระคุณทั้งสองศรี
ช่วยไว้ให้รอดชีวี ข้านี้จะขอถามภูวไนย
ซึ่งสองพระองค์จำนงมา มีธุระกิจจาจะไปไหน
ไพรสาณฑ์กันดารเป็นพ้นไป มาไยให้ลำบากกายา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันได้ฟังปักษา
นกนี้รู้จักเจรจา จึ่งกล่าววาจาตอบไป
ตัวเราจะไปอุเรเซน ยากเย็นเดินมาในป่าใหญ่
ไม่รู้ว่าจะอยู่ใกล้ไกล มรคาจะไปก็กันดาร
พระสุริย์ใสร้อนแสงก็หยุดพัก หายเหนื่อยแล้วจักลาท่าน
เราจักใคร่ข้ามมหานทีธาร เหตุการณ์เท่านี้จงแจ้งใจ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ลูกนกจึ่งแจ้งแถลงไข
ซึ่งว่าจะข้ามคงคาลัย ยากนักที่จักไปพระภูมี
กว้างขวางลึกล้นพ้นประมาณ จะมอดม้วยวายปราณทั้งสองศรี
ได้ทำคุณตัวข้าครานี้ ภูมีอย่าร้อนอาวรณ์ใจ
แม่ข้ากลับมาแต่หิมพานต์ จะอ้อนวอนว่าขานแถลงไข
จะให้ช่วยข้ามส่งภูวไนย พระไปซ่อนอยู่ให้ลับตา
แม้นได้ยินเสียงเรียกไป เชิญเสด็จคลาไคลออกมาหา
เวลาเย็นแล้วแม่จะมา รักษาซ่อนกายให้จงดี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันทรงสวัสดิ์รัศมี
ฟังลูกปักษินก็ยินดี จะได้ข้ามนทีดั่งจินดา
ชวนเจ้าลิขิตฤทธิรอน ลานกไปซ่อนอยู่ในป่า
คอยฟังแยบคายสกุณา แฝงพุ่มพฤกษาพนาลี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งนางนกราชปักษี
เที่ยวหาอาหารในพงพี ลืมคำบุตรีที่สั่งมา
ชมป่าหิมพานต์หลงไป สุริย์ใสเย็นลงนักหนา
รำลึกตรึกถึงลูกยา ปักษาบินมาสู่รัง
ถึงต้นฉิมพลีที่ลูกอยู่ วางวู่ลงจับดั่งใจหวัง
เห็นลูกโกรธล้นพ้นกำลัง ร้อยชั่งขัดใจว่าไปช้า
ปีกประคองป้องปลอบลูกแก้ว โทษแม่ผิดแล้วเป็นนักหนา
สารพัดอาหารแม่ได้มา แก้วตากินเถิดอย่าน้อยใจ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ฟังเอยฟังแม่ว่า ลูกทำโกรธาแถลงไข
วันนี้แม่ย่อมแจ้งอยู่แก่ใจ สุริย์ใสร้อนยิ่งกว่าทุกวัน
ลูกนี้อยากน้ำเป็นสุดคิด แทบประหนึ่งชีวิตจะอาสัญ
แม้นลูกมิได้กินนํ้านั้น ชีวันจะม้วยมรณา
แม่มาจะเห็นแต่ซากผี ข้านี้น้อยใจเป็นนักหนา
แล้วกลับมาว่าลูกโกรธา มารดาทิ้งเสียไม่อาลัย ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ฟังเอยฟังลูกว่า ปักษาก็คิดสงสัย
จึ่งถามลูกน้อยกลอยใจ เหตุไฉนจึ่งได้กินคงคา
คือใครจงรักมาตักให้ แม่นี้สงสัยเป็นหนักหนา
เจ้าจงบอกเล่าแก่มารดา มาแต่แห่งหนตำบลใด
แม้นใครมีคุณแก่ลูกยา ถึงจะเอาดวงตาจะควักให้
ขอบคุณท่านนั้นเป็นพ้นไป ดวงใจเจ้ารอดชีวา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ได้ฟัง แม่ว่าสัจจังไม่กังขา
ลูกนกจึ่งมีวาจา บอกแก่มารดาแต่จริงไป
ยังมีพระกุมารพี่น้อง ทั้งสองเที่ยวมาในป่าใหญ่
จะไปอุเรเซนเวียงไชย แวะมาอาศัยอยู่ใต้รัง
อยากน้ำลูกร้องลงไป ช่วยตักนํ้ามาให้ดั่งใจหวัง
พระคุณเป็นพ้นกำลัง เธอยังซ่อนอยู่ทั้งสองรา
ว่าแล้วลูกนกอินทรี ร้องเรียสองศรีเสนหา
เชิญเสด็จสององค์ไคลคลา เสด็จมานี่เถิดพระภูมี ฯ

ฯ ร่าย ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันฟังลูกปักษี
ชวนเจ้าลิขิตจรลี ออกหาสกุณีทันใด ฯ

ฯ เสมอ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น นางนกสกุณีก็ผ่องใส
เห็นโฉมเฉิดเลิศฟ้ายาใจ จะรักใคร่พันผูกเป็นลูกยา
ปักษินโบยบินลงไป เข้าใกล้ด้วยใจหรรษา
ซึ่งจะไปอุเรเซนพารา มารดาจะส่งอย่าร้อนใจ
มีคุณลูกข้าครานี้ ชีวีไม่ม้วยตักษัย
แม่จะรักเป็นลูกดวงใจ ความสัตย์แม่จะให้ลูกยา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันได้ฟังก็หรรษา
กับเจ้าลิขิตอนุชา ยอกรวันทาแม่อินทรี
มารดาว่ามาทั้งนี้ไซร้ จะใส่ไว้เหนือเกล้าเกศี
ส่งให้ลูกพ้นชลธี พระคุณพ้นที่จะพรรณนา
ข้าจะเป็นลูกของแม่ไป กว่าจะม้วยบรรลัยสังขาร์
อย่าได้คลางแคลงวิญญาณ์ สัจจาจะให้ชนนี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น อินทรีมีความกระเษมศรี
เชิญสองกระษัตริย์ธิบดี ขึ้นหลังสกุณีฉับพลัน
ระวังพระองค์ให้จงดี ยึดขนปักษีไว้ให้มั่น
แล้วบินโบยขึ้นโดยเมฆัน เสียงปีกสนั่นลั่นฟ้า
รวดเร็วประหนึ่งจักรพัด สองกระษัตริย์ทรงราชปักษา
บินข้ามสายชลพ้นมา ด้วยฤทธิ์สกุณานกอินทรี ฯ

ฯ กราว ๖ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงฟากฝั่งมหรรณพ บินตรลบลงหยุดยังไทรศรี
ใกล้กรุงอุเรเซนบูรี สกุณีจึ่งมีวาจา
มารดาระลาคลาไคล เมื่อไรจะให้กลับมาหา
ลูกรักจงให้สัญญา แม่จะได้มารับภูวไนย ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันรัศมีศรีใส
จึ่งตอบปักษาทันใด ลูกไปไม่อยู่ช้านัก
ประมาณสักสามเดือนตรา กว่าจะได้ปักษาอันมีศักดิ์
แม่จึ่งกลับมารับลูกรัก จักได้ข้ามมหาวารี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น อินทรีมีศักดิ์ปักษี
รับรสพจนาวาที แล้วลาภูมีกลับมา ฯ

ฯ กลม ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันลิขิตขนิษฐา
คลาไคลไปตามมรคา พบคนเดินมาเดินไป
พูดจาปราศรัยกันต่างต่าง บ้างว่าจะเข้าไปกรุงใหญ่
ดูการสมโภชในเวียงไชย มีงานมาได้หกวัน
พรุ่งนี้จะดูให้หนักหนา บ้างพาลูกเมียผายผัน
ชวนกันรีบรัดจรจรัล เข้าในเขตขัณฑ์พารา
โฉมองค์ยุขันกับลิขิต ได้แจ้งจิตใสโสมนัสา
จรดลตามคนทั้งปวงมา ถึงในนคราทันใด
จึ่งแลเห็นสวนอุทยาน ผลไม้ตระการอยู่ไสว
ทุกสิ่งสารพันดั่งสรรไว้ จึ่งเสด็จเข้าไปมิได้ช้า ฯ

ฯ ชมไพร ๑๐ คำ ฯ

๏ พระชมรุกขชาติหอมหวล ชี้ชวนองค์พระขนิษฐา
พลางเด็ดพุ่มพวงดวงผกา ยื่นให้อนุชาผู้ร่วมใจ
ทั้งดอกสร้อยฟ้าจำปาสวรรค์ ลำดวนมะลิวัลย์มาทัดให้
กลิ่นตรลบอบอวลยวนใจ ดั่งดอกไม้ทิพอันโอฬาร
พิกุลเกดแก้วกาหลง ประยงค์ส่งกลิ่นหอมหวาน
สายหยุดพุทธชาดตระการบาน ฟุ้งซ่านเสาวคนธ์ขจรมา
ซ่อนกลิ่นกุหลาบนางแย้ม รสแกมซับซาบนาสา
เรียบเรียงเคียงกันเป็นหลั่นมา ล้วนพรรณบุปผามาลัย
มีตำหนักน้อยในอุทยาน รโหฐานเป็นที่อาศัย
สองพระองค์ชื่นบานสำราญใจ เก็บพรรณมิ่งไม้นานา
โน้มหน่วงช่วงชักหักกิ่ง ต่างช่วงชิงกันด้วยหรรษา
แม้นเจ้าของมาเราสองรา จะว่ายังไรดีนะน้องรัก
ลิขิตจึ่งทูลพระเชษฐา แม้นเจ้าของบุหงาแจ้งประจักษ์
น้องเห็นจะไม่เป็นไรนัก แต่จักต้องเฝ้าสวนมาลี
ยุขันแย้มยิ้มกระหยิ่มใจ ไม่รู้ว่าของใครนะเจ้าพี่
เราจะอยู่อาศัยในที่นี้ ให้เปรมปรีดิ์เป็นสุขทั้งสองรา ฯ

ฯ ร่าย ๑๖ คำ ฯ


[๑] ต้นฉบับว่า “ด้นดั้นเข้าไปในไพรวัน” แต่สัมผัสไม่ส่งตามบังคับ ในการตรวจชำระครั้งนี้จึงปรับแก้เป็น “ด้นดั้นเข้าไพรแต่ลำพัง”

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ