๏ มาจะกล่าวบทไป ถึงยุขันเฉิดโฉมเสนหา
แต่พรากพรัดกำจัดพี่ยา ต่างแยกมรคาพนาลี
องค์เดียวเปลี่ยวเปล่าเศร้าใจ แสนเทวษร่ำไห้หมองศรี
เอกามาในพนาลี มิได้มีความสุขสักเวลา ฯ

ฯ โอด ๔ คำ ฯ

๏ โอ้ว่าอนิจจานะอกเอ๋ย ไฉนเลยจะแจ้งเหตุพระเชษฐา
จะกลับคืนไปยังพารา หรือว่าจะด้นไปหนใด
จะหลงลัดป่าชัฏแนวเนิน จะด้นเดินอยู่ในป่าใหญ่
หรือจะสิ้นชีวันบรรลัย ด้วยสิงห์สัตว์ร้ายในดงดอน
ร่ำพลางทางเสด็จจรลี ข้ามคีรีห้วยธารสิงขร
ได้ยินเสียงปักษาทิชากร ให้อาวรณ์วิเวกที่ในดง ฯ

ฯ โทน ๖ คำ ฯ

๏ เห็นหมู่มฤคาเล็มระบัด ท่องเที่ยวเลี้ยวลัดไพรระหง
แสวงหากวางทองยองยง ฝูงกระจงชมคู่อยู่มากมี
อีกหมู่ชะมดหมูเม่น กระต่ายเต้นตามแนวพนาศรี
คชสารเรียกมันคีรีมี จามรีลำโองกิเลนลา
ราชสีห์เสือสิงห์กระทิงไพร ไกรสรโคเพลาะมหิงสา
สารพัดมีในหิมวา ฝูงวานรเผ่นอเนกนันต์
ต่างกินเป็นหมู่คู่เคียง ระมาดเมียงมองหมายผายผัน
พิศเพลินจำเริญใจในไพรวัน ค่อยคลายโศกศัลย์โศกี
ล่วงเข้าแว่นแคว้นแดนเขต พระรักขิตทรงเดชฤๅษี
เห็นเสาธงปักหลักกุฎี ภูมีหยุดยั้งชั่งคิด
อักษรที่หลักจารึกไว้ ว่าจะพบท้าวไท้พระรักขิต
เธอเป็นบรมสมมิศร ทรงกิจฤทธิ์เดชประสิทธิ์นัก
จะไปมัสการกราบไหว้ ถามมรคาลัยให้ประจักษ์
แล้วจะเรียนศิลป์ไชยในสำนัก คิดแล้วทรงศักดิ์ก็เข้าไป
ครั้นถึงขอบคันธกุฎี เห็นพระฤๅษีก็ผ่องใส
จึ่งค่อยก้มคลานเข้าไป ครั้นใกล้ก็กราบกับบาทา ฯ

ฯ ๑๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น องค์พระรักขิตฌานกล้า
เห็นกุมารหนุ่มน้อยโสภา นรลักษณ์พักตราน่าพึงใจ
วินิจพิศดูแล้วไถ่ถาม ประสกงามเจ้ามาแต่ไหน
มีธุระกังวลสิ่งใด นามกรชื่อไรจงบอกมา
ถิ่นฐานบ้านเมืองอยู่ไหน สุริย์วงศ์พงศ์ใครในแหล่งหล้า
องค์เดียวเที่ยวซัดสัญจรมา ไม่กลัวมรณาฤๅว่าไร ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันรัศมีศรีใส
กราบลงกับบาทท้าวไท พระอัยกาจงได้ปรานี
หลานนี้ทรงนามชื่อยุขัน สุริย์วงศ์พงศ์พันธุ์เรืองศรี
องค์ท้าวอุรังยิดธิบดี เกิดเกล้าเกศีของนัดดา
ท้าวจะใคร่ได้นกหัสรังสี หลานนี้ทูลรับอาสา
กับองค์ยุดาหวันพี่ยา ให้มาด้วยกันที่ในไพร
พี่น้องสองคนเป็นเพื่อนยาก ผลกรรมวิบากมาซัดให้
พบหลักศิลาจารึกไว้ สองคนมิให้บทจร
บัดนี้พระพี่แยกไป ตามอักษรมีไว้ที่สิงขร
ต่างองค์โศกาอาวรณ์ หลานจรข้ามเขาลำเนามา
ได้พบพระองค์ทรงเดช จะถามเหตุที่จงปรารถนา
ด้วยเมืองอุเรเซนพระพารา ไม่แจ้งว่าจะไปทางทิศใด
พระองค์จงได้ปรานี ช่วยชี้บอกมรคาให้
ยังอีกมากน้อยเท่าใด ยากเย็นเป็นไฉนพระอัยกา ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พระรักขิตทรงญาณฌานกล้า
ให้มีพระทัยเมตตา นัดดาว่าจะไปอุเรเซน
ที่ไหนหลานรักจะไปได้ มรคานั้นไปแสนเข็ญ
ยักษ์มารด่านทางไม่วางเว้น ยากเย็นสุดที่จะพรรณนา
ต่อไปไม่รู้ที่จะร่ำ แม่น้ำกั้นทางขวางหน้า
กว้างยาวลึกล้นคณนา ยากนักยิ่งกว่าเมื่อแรกไป
ตาเห็นเป็นน่าเอ็นดูนัก ได้มาพึ่งพักอาศัย
เชษฐาก็มาพรัดกำจัดไป จะชุบให้เป็นองค์อนุชา
แต่พอเป็นเพื่อนเดินหน พี่น้องสองคนได้เห็นหน้า
ปรึกษาปรองดองกันสองรา กว่านัดดาจะถึงเวียงไชย ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันทูลสนองด้วยผ่องใส
พระอัยกาตรัสมาทั้งนี้ไซร้ เหมือนได้เห็นหน้าพระพี่ยา
ทรงพระคุณลํ้าล้นพ้นประมาณ ให้เป็นเพื่อนหลานไปในป่า
ยากเย็นจะได้เห็นกันสองรา พระอัยกาจงได้ปรานี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พระรักขิตฟังกิจจาถ้วนถี่
จึ่งหยิบแผ่นกระดานมาทันที พระมุนีเขียนรูปกุมารพลัน
ครบเครื่องประดับสำหรับองค์ ทรวดทรงเพราเพริศเฉิดฉัน
สมควรเป็นพี่น้องกัน กับองค์ยุขันเรืองไชย
ครั้นเขียนสำเร็จเสร็จแล้ว คลาดแคล้วออกหน้าศาลาใหญ่
จึ่งทำด้วยฤทธิ์พิธีไชย หยิบเอารูปใส่ในอัคคี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ พระอาจารย์โอมอ่านมนตรา พระคาถาตามเพทฤๅษี
ล้วนครบคำรบได้เจ็ดที เปลวอัคคีขึ้นกลุ้มอากาศไป ฯ

ฯ ตระบองกัน ๒ คำ ฯ

๏ แล้วเสกคงคามหาระงับ พรมดับเพลิงแดงแสงไสย
ก็สงบลงพลันทันใด เห็นกุมารเกิดในอัคคี ฯ

ฯ สาธุการ ๒ คำ ฯ

๏ แล้วพระรักขิตสิทธิศักดิ์ จูงกรหลานรักโฉมศรี
มายังพระคันธกุฎี พระมุนีชื่นชมปรีดา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันเฉิดโฉมเสนหา
ครั้นเห็นองค์พระอนุชา มีความเสนหาดั่งดวงใจ
กอดจูบลูบทั่วทั้งกายา นรลักษณ์พักตราจะหาไหน
จะได้เป็นเพื่อนพี่ที่ในไพร มิให้อนุชาอนาทร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น รูปนิมิตมีจิตสโมสร
ได้ฟังบัญชาพระภูธร ประณมกรแล้วทูลสนองไป
น้องรักกำเนิดเกิดมา บิตุเรศมารดาหามีไม่
พระทรงญาณประทานชีวาลัย จึ่งได้เป็นรูปกายมา
ขอเป็นบาทบงสุ์พระทรงเดช เป็นที่ก่อเกศเกศา
ตัวน้องขอรองพระบาทา ไปกว่าจะม้วยบรรลัย ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พระรักขิตมีจิตผ่องใส
ได้ฟังสองหลานสำราญใจ ปราศรัยสนทนาว่ากัน
พระมีจิตยินดีปรีดา ในสองกุมาราหลานขวัญ
จะให้พระนามตามเขียนนั้น พระทรงธรรม์ดำริตริคิด
แล้วพระอาจารย์ฌานกล้า จึงให้นามนัดดาชื่อลิขิต
ให้ขจรฟุ้งเฟื่องเรืองฤทธิ์ ประจามิตรอย่าต้านทานทัน
ครั้นแล้วจึงองค์พระรักขิต ชุบศรประสิทธิ์ให้ยุขัน
อีกทั้งพระขรรค์แก้วแพรวพรรณ นั้นให้ลิขิตฤทธิไกร ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันยินดีจะมีไหน
ทั้งเจ้าลิขิตชาญชัย ประณมไหว้กราบพระอัยกา
รับเอาศิลป์ศรพระขรรค์ไชย มีใจแสนโสมนัสา
สมดั่งพระทัยจินดา แล้วทูลพระอัยกาไป
พระคุณล้ำล้นคณนา จะอยู่รองบาทาก็ไมได้
จำเป็นนัดดาจะคลาไคล ห่วงใยอยู่ด้วยสกุณี
แม้นไปสำเร็จปรารถนา จะกลับมารองบทศรี
พระองค์จงอยู่สวัสดี อย่ามีทุกข์โศกโรคภัย ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พระอาจารย์ฟังสารแถลงไข
เอ็นดูจะจากพรากไป เสนหาอาลัยแสนทวี
ลูบหน้าลูบหลังแล้วสั่งสอน ให้อาวรณ์ร้อนใจพระฤๅษี
จำเป็นจำใจจรลี พระมุนีแสนรักหักใจ
จึ่งว่าพี่น้องสองหลาน อัยกาฟังสารนํ้าตาไหล
ไพรสาณฑ์กันดารเดินไป จะได้ยากลำบากกายา
ยังทางข้างหน้ายังไกลนัก แดนมารด่านยักษ์หนักหนา
ลิขิตป้องปิดพี่ยา เชษฐาจงระวังน้องชาย
อย่าประมาทพลาดพลั้งทั้งสององค์ ลุ่มหลงด้วยคนทั้งหลาย
อย่าลามลวนสงวนเชื้อชาย อย่าทอดกายแปดปนด้วยคนพาล
สอนเจ้าเท่านี้จงจำไว้ สวัสดีมีชัยทั้งสองหลาน
ให้ชัยชนะแก่หมู่มาร จงไปถึงสถานอุเรเซน
ให้ได้นกหัสรังสี ปราศจากไพรีอย่าเคืองเข็ญ
จำเริญสุขไปทุกเช้าเย็น จงเป็นศรีสวัสดิ์แก่นัดดา ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ยุขันสุริย์วงศ์พงศา
กับเจ้าลิขิตอนุชา ก้มเกล้าวันทาพระอาจารย์
ยอกรรับพรพระอัยกา สองราปรีดิ์เปรมกระเษมสานต์
พระคุณลํ้าล้นพ้นประมาณ หลานรักจักถวายบังคมลา
ยุขันทรงศรขจรฤทธิ์ ลิขิตทรงพระขรรค์แกล้วกล้า
พระอาจารย์พาหลานทั้งสองรา มายืนยังหน้าศาลาลัย
ชี้ทิศให้ไปอุเรเซน แลเห็นเขานั้นสำคัญใหญ่
เดินยากลำบากบุกไพร พ้นเขาไปหน่อยหนึ่งจึ่งค่อยคลาย ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สองกุมารเพราเพริศเฉิดฉาย
จำทิศไม่ผิดบรรยาย แล้วถวายอภิวันท์อัญชุลี
ทักษิณสามรอบนอบนบ คำรบจบบาทบทศรี
ทั้งสองพระองค์ทรงโศกี แล้วลาจรลีไปตามทิศ
เดินทางมาหว่างหิมเวศ เลี้ยวลับขอบเขตพระรักขิต
บดบังทั้งแสงพระอาทิตย์ ทรงฤทธิ์ก็เสด็จไคลคลา
เข้าป่าระหงดงชัฏ เลี้ยวลัดระนามหนามหนา
สองเจ้าเคล้ากันดำเนินมา พฤกษาบังแสงทินกร
ร่มรื่นชื่นชวยรวยประทิ่น บุปผาทรงกลิ่นเกสร
ยมโดยโหยหอมขจายจร มะลิซ้อนซ่อนกลิ่นกระถินดง
มะกล่ำจำปาการะเกด ฝ้ายเทศรกฟ้ากาหลง
เก็บดอกนางแย้มแซมทัดทรง ให้องค์พระศรีอนุชา
คัดเค้าสาวหยุดพุทธชาด ตกกลาดล้วนพรรณบุปผา
ตูมบานตระการลานตา เดินมาถึงเขาลำเนาธาร
ที่สูงก็สูงดูชะโงก ที่เป็นโตรกตรวยห้วยละหาน
ที่ลึกก็แลลายลาน ท้องธารเซาะเชี่ยวเป็นเกลียวชล
ทั้งสองพระองค์ก็ลงเล่น นํ้าพุฟุ้งกระเซ็นเป็นฝอยฝน
แสนสบายคลายร้อนผ่อนปรน สององค์สรงชลเปรมปราย
แล้วเก็บกรวดในท้องธาร เหมือนเนาวรัตน์ชัชวาลแสงฉาย
วาวแววล้วนแก้วศิลาลาย พลอยพรายมรกตรจนา
บ้างเป็นนิลรัตน์ปัทมราช ดูสะอาดชมเล่นหรรษา
เย็นรอนอ่อนแสงพระสุริยา ลีลาตามเขาลำเนาไพร
แรมรอนนอนป่ามาช้านาน สินธุ์ธารโกรกเกรินเนินไศล
ล่วงเข้าแดนมารชาญชัย แต่ยังไม่ถึงบูรี ฯ

ฯ ช้า ๒๔ คำ ฯ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ