สังเขปความในมัจฉชาดก

(สำเนา) พระธรรมโกษาให้ได้รับวันที่ ๙ ต.ค. ๒๓

ในอดีตกาล ที่สระโบกขรณีใกล้พระเชตวัน เปนธารน้ำอันหนึ่งล้อมรอบกอเครือวัล อยู่ในเมืองสาวัตถีแว่นแคว้นโกสล พระบรมโพธิสัตว์เกิดเปนกำเนิดแห่งปลา มีหมู่ปลาแวดล้อมอาไศรยอยู่ในธารน้ำนั้น ในกาลครั้งนั้นฝนไม่ตกในแว่นแคว้นนั้น เข้ากล้าของมนุษย์ทั้งหลายเหี่ยวแห้ง น้ำในที่ทั้งหลายมีบ่อเปนต้นแห้งแล้วบรรดาปลาแลเต่าเข้าสู่เปือกตมสิ้น ปลาทั้งหลายในธารน้ำนี้ เข้าสู่เปือกตมซ่อนเร้นอยู่ในที่นั้น ๆ นกทั้งหลายมีกาเปนต้นจิกด้วยจงอยปากแล้วนำไปเคี้ยวกิน พระบรมโพธิสัตว์เห็นความพินาศของหมู่ญาตินั้นแล้วทรงดำริห์ว่า ผู้อื่นที่จะสามารถเปลื้องทุกข์ของหมู่ญาติเหล่านั้นย่อมไม่มี นอกจากเรา เราจะทำสัจจะกิริยา แล้วจะยังฝนให้ตก จักยังญาติทั้งหลายให้พ้นจากทุกข์คือความตาย ครั้นดำริห์ดังนี้แล้ว จึงคุ้ยเปือกตมอันมีสีดำออกเปนสองซีก แล้วออกมาลืมในตาแลดูอากาส ให้เสียงแก่ปัชชุนนะเทวราชแล้วตรัสว่า ดูกรปัชชุนนะผู้เจริญ เราเปนทุกข์เพราะอาไศรยญาติทั้งหลาย เมื่อเราเปนผู้มีศีลลำบากอยู่ เพราะเหตุไรท่านย่อมไม่ยังให้ฝนตก ชื่อว่าความอันเราเกิดในที่เปนที่เคี้ยวกินซึ่งสัตว์ทั้งหลายผู้มีชาติเสมอกันแล้วเคี้ยวกินเปนต้นว่าปลา แม้ตัวประมาณเท่าเข้าสารขึ้นไปย่อมไม่มี แม้สัตว์มีชีวิตอื่นเราก็ไม่เคยฆ่า ท่านจงยังฝนให้ตกด้วยคำสัตย์นี้ จงเปลื้องหมู่ญาติของเราให้พ้นจากทุกข์ ตรัสดังนี้แล้วเมื่อทรงเรียกปัชชุนนะเทวราชนั้น ประดุจดังว่าพระราชาทรงบังคับข้ารับใช้ ตรัสคาถานี้ว่า ดูกรปัชชุนนะ ท่านจงยังฝนให้ตก จงยังกาให้พินาศ จงขับไล่กาให้หมด เพื่อให้พ้นความโศก แลท่านจงเปลื้องเราให้พ้นความโศกเถิด เมื่อพระบรมโพธิสัตว์ทรงเรียกปัชชุนนะ ประดุจดังว่าพระราชาทรงบังคับข้ารับใช้ ยังฝนให้ตกในสกลโกสลราษฐ์ ทรงเปลื้องมหาชนให้พ้นจากทุกข์คือมรณ

ในกาลเปนที่สุดรอบแห่งชีวิตร (คือสิ้นชีวิต)ไปแล้วตามยถากรรม.

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ