บท ๒๒ เริศร้าง

ความขุ่นแค้นแน่นใจไม่หายได้ง่ายเลย, จนกลับมาบ้านแล้ว ความขุ่นหมองหมกมุ่นมีแทบนอนตาไม่หลับ.

นี่คือแม่ปรุงเข้าโรงเจ๊กครู่เดียวกับชู้ชาย สู่ที่อันสกปรกได้ไม่รังเกียจ ซ้ำถูกปอกลอกโดยคนทรชนนั้น ซึ่งบังอาจกล้าหาญนักแทบจะขี่ช้างเลื่อยงา ขี่มหิงสาถอดเขาได้ดี ๆ.

ในราตรีเดียวนี้ ข้าพเจ้าได้เปนพยานในการร้ายหลายอย่าง สิ่งไม่เคยเห็นได้เห็น ที่ไม่เคยพบได้พบ, เปนสิ่งแลเปนที่ ๆ น่ารังเกียจทั้งสิ้น, อ้ายชายมันสอนให้แม่ปรุงล่อลวงหญิง แล้วมันเองข่มขืนหญิงนั้นอิกต่อ สิ่งซึ่งข้าพเจ้าไม่ชอบไม่เห็นสนุกด้วย ทั้งมารู้สึกว่าแม่ปรุงซึ่งอยู่ใกล้ชิดข้าพเจ้านั้น มาได้สำมะเลเทเมากับผู้ซึ่งทรชนแลทรามไปกว่าเคยนึกได้ แลหล่อนนั้นผู้เรานับถือแลยกย่องเชิดชูยังได้ถูกนำไปสู่ในที่อย่างเลว ๆ แลซ้ำถูกข่่มหมูในที่เลว แลถูกปอกปลิ้นโดยอาการเลวในที่เลวด้วย.

เสียงท่านชายในห้องข้างซ้ายแลเสียง “ท่านหญิง” ของเขายังแว่วหูข้าพเจ้าอยู่ร่ำไป ข้าพเจ้าผู้ไม่เคยนึกถึงสถานลามก ข้าพเจ้าผู้ชังชิงต่อการลามก เสียงแว่วนั้นแสดงให้รู้ว่าคนเรามันมักง่ายนี่กระไร แลไม่ใคร่มียางนี่กระไร ยังซ้ำเข้าบังคับถูกเกณฑ์์ให้เปนพยานในการฉุดคร่าข่มขืน ซึ่งได้ยินเสียงเขาปล้ำปลุกแว่วหูอยู่ไม่หาย แลภรรยาข้าพเจ้าได้ไปใกล้ชิดในการร้าย แลในสถานร้ายเหล่านี้ทั้งนั้น ข้าพเจ้าก็นอนหวั่นใจหาย รู้สึกว่าโชคร้ายแลความอัประมาณ ซึ่งได้เขย่าให้ข้าพเจ้าเศร้าสร้อยนั้น บัดนี้ได้สำนึกว่าการอาเภทได้เขย่าคลอนข้าพเจ้าตลอดกายแลวิญญาณ.

เวลานอนตื่นขึ้นดึกดื่นก็ใจหาย ร้องไห้แลร้อนใจ เวลาเช้าตื่นขึ้นก็รู้สึกอ่อนเพลียไป ด้วยความรู้สึกทรมาน แลความรู้สึกว่าในโลกนี้เต็มไปด้วยทุกข์ แลเต็มไปด้วยคนที่ก่อทุกข์ก่อลามกมากนี่กระไร.

เมื่อต่อมาอิกไม่กี่วัน หลวงดำริห์มาเยี่ยมไม่พบปะแม่ปรุง เห็นแต่ข้าพเจ้าหงิมเหงาอยู่ในบ้าน ท่านจึงถามความว่าโศกเศร้าอะไร? จึงไม่ไปเที่ยวกับเมีย มีแต่อยู่กะบ้านหน้าเหงา แลหมู่นี้ก็ได้ทราบว่าไม่ใคร่ไปเที่ยวกับเมียเรื่องราวอะไร? ข้าพเจ้านั้นเห็นว่ามีคนหนึ่งในโลกนี้ ซึ่งเอนดูแก่ข้าพเจ้าบ้าง มาถามปัญหาเช่นนี้ ข้าพเจ้าก็อดกลั้นน้ำตาไม่ได้ หลวงดำริห์ปลาดใจก็ซักไซร้ไล่เลียง จึงได้รู้ความว่าแม่ปรุงเขาโกรธเขาน้อยใจข้าพเจ้าไปมีชู้สู่ชายประชดผัวเล่นเช่นนั้น.

ทีแรกท่านปลาดใจเปนอันมาก แลสงสารข้าพเจ้านัก แล้วท่านหวนคิดมุโกรธบุตรสาวยิ่งนัก คล้ายได้สำนึกความเสียหายต่าง ๆ ทุกอย่างไปทลักออกมาทันที บังเอินแม่ปรุงกลับมาบ้าน ฉะเภาะคราวบิดาหล่อนกำลังมุโกรธเปนกำลังอยู่ด้วย ท่านก็ใส่เอาแม่ปรุงใหญ่ ท่านได้ดุว่าเปนอันมาก แทบจะเกิดทุบตีหล่อนใหญ่โต หากข้าพเจ้ายุดยื้อห้ามปรามไว้ ท่านก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพูดว่า “ปรุงนะ, มึงนะ ถ้าเองชั่วช้าเช่นนั้นได้ก็อย่าขึ้นเรือนข้าเลย.”

คุณหลวงดำริห์ได้กลับสวนด้วยหน้าที่เคยเบิกบานกลายเปนเหี่ยวแห้งด้วยความทุกข์แค้น แม่ปรุงนั้นถูกท่านดุว่าก็จาบัลย์น้ำตาไหลร่วงสอื้นแค้นอกตรม ไม่ถอยหนีเมื่อบิดาจะทุบตี คล้ายจะว่าไม่ชอบแล้วก็ฆ่าให้ตายเสียเถิด เมื่อบิดาหล่อนกลับแล้ว หล่อนยิ่งสอื้นอ้อนไปตลอดราตรี.

หล่อนน้อยใจข้าพเจ้าเต็มที ด้วยว่าข้าพเจ้าไม่เลี้ยงดูหล่อนแล้ว ก็ยังฟ้องบิดาหล่อนจนให้ท่านดุว่าแสบไส้เหลือพรรณา ! แลหล่อนสำนึกว่าข้าพเจ้าหมิ่นประมาทหล่อนนัก ที่หาความว่าหล่อนมีชู้ทำชั่ว.!

ความน้อยใจอันยิ่งของหล่อน แลคำโต้ตอบกับข้าพเจ้าโดยแรง ไม่อาจจะทำให้หล่อนยังจะมีหน้าใกล้ชิดหรือรอหน้าข้าพเจ้าต่อไปได้ เพราะฉนั้นหล่อนก็เก็บเข้าของออกจากบ้านเราไป – ไปอยู่ที่อื่นเสีย!

นั่นเปนคราวที่ข้าพเจ้ารู้สึกอ้างว้างมากที่สุด ศพมารดายังคาเรือน ศพพ่อหนูแลศพบิดาข้าพเจ้ายังตั้งไว้บูชาที่กุฎีณอาราม บัดนี้แม่ปรุงไปหายหน้า เร่งทำให้เหมือนอย่างลมร้ายที่หัวด้วนมาปัดใจ.

บัดนี้หล่อนแลลับแล้ว.

เมื่อหล่อนอยู่นั้นถึงว่าไม่ปรองดองกันก็จริง แต่ยังได้กลิ่นได้ไอเห็นหน้าหล่อน พอนำความสุขแต่เก่าก่อนมาให้สำนึกในหทัยได้บ้าง รูปแลเสียงของหล่อนยังมีเงาเปนเพื่อนกายข้าพเจ้าอยู่ แต่บัดนี้หล่อนโกรธแล้ว หล่อนแลหายไปแล้ว ทั้งข้าพเจ้าซึ่งหล่อนได้ย้อมให้ดำไปตลอดศีร์ษะตลอดเท้าด้วยความวิโยคทุกข์ยากแลทรมาน หล่อนผู้ผลาญความสุขหมดสิ้นแล้วก็หนีไปหายหน้า น่าอนาถใจ หล่อนเคยเปนที่สุดสวาทของข้าพเจ้า ถึงอยู่ใกล้พอได้กลิ่นไอแต่น้อย ก็ยังพอให้มีภาพของความงามมาประทะสายตา ทำให้ใจเตือนถึงสมัยยุคที่ได้เคยเสพย์รสหวานของความสุขได้ บัดนี้หล่อนแลลับเสียแล้ว อากาศว่างดูเหมือนมืดมนท์ไปด้วยความทุกข์ ข้าพเจ้าไม่สุขลักขณะเดียวเลย.

ข้าพเจ้านอนอกโอ้อยู่เดียวดาย ร้องไห้ทุกค่ำคืน ใจหายที่คนตาย ๆ จาก คนเปนจำพราก อาไลยในนามของหญิงสวยทั้งหลายที่ถูกระเหระหน แลถูกประจานตัวยิ่งไป ใจหายวาบ ๆ ที่รู้สึกว่านุชอันเคยนิ่มเนื้อจะตกอับยับย่อย ถูกคนถ่อยทำหยาบหยาม ข้าพเจ้ารู้สึกน้อยใจตัวที่จะไม่ได้เห็นหล่อนอิกแล้ว ภาพอันงามนั้นมีผู้ฉีกทิ้งไม่ให้แลเห็นปลื้มตาอิกแล้ว.

ยามเช้าไม่มีใครจัดเครื่องนุ่งห่มหยิบฉวยมาให้แต่งกายไปทำการ อาหารที่ทำมาให้ก็เปนอาหารเลว ซ้ำ ๆ ซาก ๆ หมดรสชาติ ถ้วยชามเคยสอาดก็สกปรกเต็มที ยามเย็นก็กินอาหารเหมือนอย่างเช้าซ้ำอิกที น้ำพริกซึ่งเปนน้ำตาแล้วนั้นยกมา “เซีฟ” ให้ใหม่อิกครั้ง น้ำตาเราเองก็ไหลหลั่งคาถ้วยน้ำพริกนั้นเอง ยามค่ำนอนที่นอนซึ่งแต่ก่อนเคยหอมเคยสอาด บัดนี้มานอนที่นอนซึ่งผ้าปูนั้นขาด มุ้งไม่ได้อบให้หอมหวน เสียงในห้องต่อกันนั้นเงียบเชียบไม่กระตุกกระตาก ไม่เตือนใจว่าเจ้าของเสียงนั้นมีรูปโฉมเปนภาพของความดับทุกข์ ทำให้ใจยิ่งทวีทุกข์ไม่มีสิ่งคอยลบล้างให้เสื่อมคลาย หากจะคิดถึงเจ้าของห้องเต็มที่ ค่ำก็ดี เช้าเย็นก็ดี หากจะย่องไปมองดูห้องแล้วก็ใจหาย ในห้องนั้นร้างว่างเปล่า โอ้ แม่ปรุงไปแล้ว จนชั้นของเข้า — ของหล่อนก็ไม่ทิ้งไว้เปนสัญญาได้ปลื้มบ้างเลย.

ใจหาย – ใจหายแทบตะกายออกนอกห้องไม่ทัน ได้แต่โศกาจาบัลย์อยู่ในห้องอันร้างเจ้าของ แลว่างจากพัศดุของหล่อน เตือนใจว่าหล่อนนั้นไปลับลิบเสียแล้ว.

แลดูอะไรไม่ชวนชื่นเลย โอ้ ทำไมข้าพเจ้าได้ประมาท ไม่ถนอมของรักไว้แลเอาใจหล่อนทุกอย่าง, โอ้ แม่ยอดอาไลย ทำไฉนรีบหนีไปให้แลลับ อกใจกำซาบด้วยโศกระทม เรือนชานดูรกไปหมด ที่บ้านช่องดูคลุ้มวังเวง สวนดอกไม้ปลูกไว้ด้วยมือแม่เองนั้นมีแต่จะทิ้งไว้ให้สวนกลายเปนพง ต้นไม้อันปลูกด้วยมืออันอ่อนงามของหล่อนซึ่งเคยถนอมยิ่งสัตว์เลี้ยง, มีแต่จะเหงาหงอยไป ด้วยข้าพเจ้าไม่มีสัญญาว่ามันเปนสัตว์เลี้ยงอย่างประเสริฐ มีก็แต่จะให้เกิดสังเวชนี่กระไร ทั้งบ่อสระแลดูไป คล้าย ๆเปนทเลวน มีน้ำอันซึ้งยิ่งเตือนใจให้หาย ซึ่งเตือนใจว่าหล่อนพลัดพรากจากไปไกลตาแล้ว เปนสุดมือสุดอำนาจคนที่จะหยิบฉวย — ช่วยให้หล่อนได้กลับมาเห็นหน้าใหม่อิก เสมือนน้ำทำให้แลไปเห็นเปนทเล แลหล่อนนั้นได้ข้ามหนี หรือจมไปแล้วในห้วงมหาสมุทสุดที่จะได้เจอหน้าแม่น้องรักอิกได้.

ข้าพเจ้ารู้สึกเศร้าสร้อยนี่กระไร แลรู้สึกว่าไม่มีอะไรจะดับโศกได้เลย มีแต่นอนครางอ้างว้างใจ น้ำตาไหลอาบหน้าให้รู้สึกเสียวใจในวิญญา ยิ่งตั้งหน้าชะแง้หาหล่อนผู้แลลับ, ยามดึกนึกถึงหนักแทบอกจะแตกตาย ได้แต่มองรูปฉายของหล่อนที่แสงไฟ หน้าแฉล้มยิ้มอันอ่อนโยนของหล่อนทำให้ค่อนทรวงยิ่งร้องไห้ รู้สึกเทวดาท่านเยาะให้เสียแล้ว, เมื่อได้พบหล่อนอันเสนหาน่ารัก แลบันดาลให้ตัดรักพรากไปจากกัน หน้าชื่นในรูปของหล่อนนั้น นำมาให้รู้สึกยิ่งวิโยคโศกสุด ตัวแม่น้องนุชไม่ได้มาอยู่เปนเพื่อนกาย เพื่อนใจเสียแล้ว, เร่งจะทำให้คนึงหาหล่อนไม่วายน้ำตา.

โอ้, แม่ปรุงจ๋า ชวนรักชวนชมยังไม่ทันคลายสวาท ช่างลับลี้หนีหายไปเสียได้ มาทิ้งฉันไว้ให้ทุเรศคนเดียว เหลือที่จะแลเหลียวแล้วแม่เอ๋ย ความชอบความดีของพี่มีเปนกอง แม่นั้นไม่คิดถึงบ้างเลย พี่เคยได้เห็นหน้าแม่งามปลื้ม ไฉนแม่ทำลืมอาไลย ไม่นึกถึงครั้งในสวนบางไส้ไก่ อันใจอ่อนหนาวเพียงไร บัดนี้ใจพี่ยิ่งหนาวกว่าเพียงนั้น !

ข้าพเจ้ารำพรรณในใจ, ข้าพเจ้ารำพรรณดัง ๆ เสียงพึมพำ เสียงดังเองเข้าหูตัวเอง เปนเสียงกลวงเหมือนออกมาจากปากเงา รู้สึกตัวเข้ายิ่งสท้านใจท้อ อ้อป่านนี้จะไกลเห็นหน้าแม่น้องนุชสุดสวาท นับวันๆ จะแลหายแล้วใครเลยจะทำให้เห็นรูปชวนชื่นบานได้, ชาตินี้มิมีแต่รัญจวนครวญคร่ำร่ำไรไปตลอดชาติหรือ.?

ข้าพเจ้าโศกกำศรด นายขบวนก็ทราบ เธอไม่รู้ว่าจะช่วยข้าพเจ้าอย่างไรได้ ข้าพเจ้าไม่ใคร่มีใจมีวิญญาณ สนทนากับสหายก็อ้าปากงับ ๆ ไปกระนั้น ทำงานการก็ทำงุยไปอย่างตัวเปนเครื่องจักร กินอาหารก็มีแต่เคี้ยวกลืนไม่ออกรส ร่างกายก็ไม่ผ่องใส ไม่มีใครจะจัดให้, ไม่มีใครจะชวนชื่น.

ข้าพเจ้าต้องจัดให้เขายกศพคุณแม่ไปยังกุฎีรวมที่กันไว้กับหีบอื่น เมื่อไปบูชาศพณที่กุฎีนั้น มันโยงให้ใจยิ่งเหงาง่วง ท่านผู้เปนพยานของความสุขข้าพเจ้าได้ล่วงลับแล้ว เด็กที่เปนแลของความสุขก็ได้กาย บิดามารดาตาย ลูกก็ตาย เมียก็หาย, ได้คิดอิกว่าในกุฎีนี้หล่อนเคยมาเยี่ยมหีบแห่งบุตรสุดสวาท บัดนี้ทิ้งให้เรามาเยี่ยมโดยใจเปลี่ยวเดียวดาย ทำให้ที่นั่นยิ่งเกิดสังเวชวังเวงใจ แม่ปรุงได้หายหน้าไป ไม่มาช่วยชวนใจให้ชื่นด้วยรูป, ด้วยเสียง, ด้วยกลิ่น, ด้วยรส, ไปกุฎียิ่งมีใจอ้างว้าง กลับมาบ้านยิ่งรำคาญ ขมขื่นด้วยรสของทุกข์ตรอม ข้าพเจ้าก็ซูบผอมเศร้าสลดไม่วายเวลา.

ข่าวซึ่งคุณภักตร์ล้มละลายนั้น อื้อฉาวไปทั่วแห่ง ใครๆ ก็ย่อมรู้ว่าถิ่นฐานบ้านช่องถูกยึด, สมบัติพัศถานของเขาไม่มีเหลือ เขาจนนักแทบจะอดอาหารเสียอิก เพื่อนฝูงย่อมไม่มีใครเกื้อหนุนได้เปนธรรมดา, ความเสียหายเช่นนี้เกิดเพราะสุรานารีแลความหลงในการรื่นเริงแลการสุรุ่ยสุร่ายของเขา ผู้ซึ่งไม่เคยสะสมเงินทอง ได้แต่ปกครองทรัพย์สมบัติของบิดาซึ่งมอบไว้ให้ ก็ย่อมเสียหายโดยอาการเช่นนี้มีมามากแล้ว.

ข้าพเจ้านั้นคิดถึงแม่ประไพ มีใจสงสารหล่อนอยู่มาก น่าที่หล่อนต้องระเหระหนต้องทนทุกข์ที่จากบ้านถิ่นเคยสบายให้ไม่สบาย, เคยมีต้องกลับจน จะต้องพึ่งบุญผู้หนึ่งผู้ใดซึ่งจะไม่ปรานีหล่อนเท่ากับความพอใจ ไม่อยู่ดีกินดี นอนสบายจะต้องนอนกับดินกินกับหญ้าหาที่อาศัยอย่างขัดแคลน ยิ่งคิด ๆ น่าเอนดูน่าสมเพชนี่กระไร ข้าพเจ้าก็ยิ่งไม่ใคร่สบายใจ ยิ่งทุกข์ยิ่งเศร้าโศกตรอมแสนจะแค้นเคืองเขญ เปนอันสุดสิ้นที่จะทุกข์จะทนหม่่นไหม้ได้.

เมื่อความทุกข์ระทมมีถึงเพียงนี้ ก็รู้ได้ดีๆ ว่าจะพึ่งใครให้สุขใจมิได้ แต่ที่พึ่งซึ่งเราไม่นึกถึงนั้นอาจจะเปนที่พึ่งอันใหญ่ก็ได้ หรือว่าความสำราญอันรู้ได้ว่าจะไม่เกิดขึ้นนั้นอาจจะเกิดมาลอยๆ ก็ได้.

คือเจ้าคุณแห่งกระทรวง ท่านจัดแจงเสนอความชอบข้าพเจ้า ให้ข้าพเจ้าได้รับที่หลวงนามหนึ่ง อันถึงซึ่งศักดินามากได้ตามสัญญาของท่าน เปนตำแหน่งแทนบิดาของข้าพเจ้า ถ้าภรรยาข้าพเจ้าอยู่เปนปรกติกัน ข้าพเจ้าจะยินดีนี่กระไร, หล่อนจะดีใจนี่กระไร, ความดีใจของหล่อน ย่อมนำความปลื้มมาให้ข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าได้ลาภในระหว่างภรรยาไม่มีช่วยแบ่งรับเอาความปลื้มด้วยนั้น ย่อมไม่ทำลาภซึ่งเราได้ให้เสพย์ชูรสเหมือนอย่างครอบครัวอยู่เปนปรกติเลย แลเครื่องดนตรีมโหรีวงที่สาม เขามาเร่งเตือนให้ข้าพเจ้าฉลองสัญญาบัตร ข้าพเจ้ารู้สึกว่าเราจะทำการครึกครื้นโดยไม่มีภรรยามาช่วยเปนเพื่อนการสนุก แลทำในระหว่างใจทุกข์เช่นนี้ ก็มีแต่นำมาซึ่งความอาวรณ์เร่งจะให้คิดถึงคู่ชีวีที่เรารักติดใจอันจากไปเสียแล้วนั้นทวีขึ้น ข้าพเจ้าจึงปฏิเสธขอให้งดการฉลองเสียที.

ขณะนั้นข้าพเจ้าอยากจะทราบข่าวคราวถึงแม่ประไพอยู่ที่ไหน ทั้งใครๆ หมดของพวกนี้ว่าพากันไปอยู่ที่ไหนก็ไม่ใคร่ได้ความชัด ถึงนายขบวนก็ยังไม่ทราบแน่ เช่นนายภักตร์นั้น อาจจะอาศัยขอเข้าเขากินณที่ใดที่หนึ่งก็ได้ แต่ก็ยังมีข่าวว่ามีเย่าอาศัยอยู่ในเขตบ้านที่ติดต่อกับบ้านตึกใหญ่ของเขา กล่าวคือยังอยู่ในบริเวณที่ซึ่งเคยเปนสถานีสุรานารี แต่อยู่ในกระท่อมหลังหนึ่ง ฝ่ายแม่ปรุงนั้นไม่ปรากฎว่าอยู่แห่งใด ฝั่งนี้หรือฝั่งโน้น แต่ก็คงมาเยี่ยมชู้บ้าง แม่ประไพนั้นไม่ได้อยู่กับป๋า แลไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่แห่งใดด้วย.

ข้าพเจ้ามีความวิตกแลสงสารแม่หนูยิ่งนัก ก็ให้นายขบวนช่วยสืบสวน ก็ยังไม่ได้ความว่าแม่สาวน้อยไปตกอยู่ที่ใด นายขบวนมาหาทีไร ข้าพเจ้าก็ถามเขาทุกที แต่เขาก็ไม่รู้ว่าแม่ประไพอยู่ที่ไหน เพราะไม่มีใครคนอื่นที่รู้ด้วย เปนเช่นนี้เดือนกว่า มีแต่ข่าวเจ้าหนี้นายภักตร์ทวีมากคนขึ้นทุกที แลข่าวว่าเขาล้มละลายป่นเลอียดจนชั้นสตางค์แทบจะติดตัวก็ไม่มี แต่ข่าวของบุตรีเกลอนั้นเงียบเชียบ เราไม่รู้ข่าวได้เลย ข้าพเจ้ายิ่งทวีความวิตกมากขึ้นทุกอาทิตย์.

เวลาค่ำวันหนึ่งนายขบวนมาหาข้าพเจ้า, เพื่อนรีบตลีตลานมาหา พบข้าพเจ้าเธอดีใจ พูดว่าหมายจะไม่พบเสียแล้ว ๆ เธอบอกว่ามีคนพบแม่ประไพ มาบอกเธอ ๆ จึงรีบมาหาข้าพเจ้า.

ข้าพเจ้าถามว่าเขาพบหล่อนที่ไหน?

นายขบวนตอบว่าเพื่อนของบ่าวเธอนั้นเห็นแม่ประไพไปดูหนังกับท่านชายผู้ใหญ่สองคน บัดนี้ยังดูหนังฉายอยู่ ถ้าเราจะให้พบตัวหล่อน เราต้องรีบไปที่โรงหนังเขาตีตั๋วราคาสูง.

ข้าพเจ้าก็รีบแต่งตัว เอาใบแบงก์ยัดใส่กระเป๋า เผื่อว่าแม่ประไพขัดแคลนจะได้ให้หล่อนเอาไปใช้สรอย จึงรีบออกมาน่าบ้าน ดีใจจะได้พบหล่อนก็ดีใจ วิตกกลัวจะเห็นหล่อนโศกเศร้าทุกข์ยากก็วิตก พอเห็นรถลากของนายขบวนคอยอยู่น่าบ้าน ข้าพเจ้าจึงว่าทำไมไม่เช่ารถม้ามา? นายขบวนตอบว่าเช่ารถไม่ทันเพราะรีบมา กับทั้งกลัวจะไม่พบข้าพเจ้าจะเสียเที่ยว เรารีบไปเช่ารถม้าที่ใกล้ ๆ ก็ได้.

เราจึงรีบขึ้นรถลากมาลงที่โรงรถ, รีบเช่ารถขึ้นขี่มายังโรงหนังฉายนั้น เมื่อเรามาถึงเปนเวลาสี่ทุ่มเสียแล้ว นายขบวนบอกว่าจะตีตั๋วราคาสลึงเข้าไปดู เมื่อไฟฟ้าเปิดเธอจะตรวจดูตามที่นั่งราคาสูงนั้นๆ ว่าจะมีแม่ประไพอยู่หรือไม่ที่ไหนแน่.

แล้วเธอก็ตีตั๋วเข้าไปในโรงหนังฉายสักครู่ แล้วออกมาบอกกับข้าพเจ้าด้วยความดีใจที่ได้เห็นแม่ประไพอยู่จริง แลมอบตั๋วฉีกให้ข้าพเจ้าเปลี่ยนตัวเข้าไปดู ข้าพเจ้าไปในโรงนั้นหนังกำลังฉายชุดยาวอยู่ไฟฟ้ายังไม่เปิด ข้าพเจ้าต้องทนดูหนังไปจนหมดม้วน พอไฟฟ้าเปิดขึ้นข้าพเจ้าก็มองไปยังที่นั่งราคาสูงตามที่นายขบวนบอก ข้าพเจ้าก็เห็นหล่อนจริง ๆ.

ข้าพเจ้าแลดูด้วยความยินดี แต่นึกเอนดูแลสงสารเปนอันมาก ด้วยหล่อนแสดงอาการหงิมหง็อยสร้อยเศร้าหน้าตาสลดไม่ใคร่แช่มชื่น หล่อนไม่เห็นข้าพเจ้า ๆ แลเห็นหล่อนได้ถนัด แลนั่งอยู่ข้างขวานั้นคือป๋าตัวลือของหล่อน แลข้างซ้ายหล่อนนั้นคือคุณพระผู้มีอายุสามเท่าของแม่ประไพ แต่น้ำใจหนุ่มเท่าอายุของหล่อน.

ข้าพเจ้าออกมาบอกนายขบวนว่าเห็นเขาทั้งสามแล้ว แลอยากจะดูต่อไปว่าเขาจะพากันไปไหน, ถ้าแม่ประไพมากับป๋าหล่อนคนเดียวแล้ว เราก็จะพบปะทักทายแลถามไถ่ดูได้ว่าหล่อนอยู่ที่ไหน เขาอยู่ที่ไหน แต่นี่หล่อนมากับเสือเถ้าด้วย เพราะฉนั้นเราจะด้อมดูว่าเขาจะกลับทางไหนจะไปไหน ถ้าเขาแยกทางกันเราจึงค่อยไปพบปะกับแม่ประไพ.

นายขบวนเห็นชอบด้วยในการที่จะด้อมดูเขา แต่ยังแคลงอยู่ว่าจะคอยสกดรอยเขาในที่ใดดี ถ้าเรามัวไปดูหนังเสีย หากเขาลุกไปเสียในเวลาดับไฟฟ้าฉายหนัง เราก็จะคลาศเขาไป จึงตกลงกันว่าจะคอยแอบอยู่ที่ใกล้ประตูซึ่งเขาจะออก จะได้สกดรอยตามเขาต่อไปมิให้คลาศกัน.

เราจึงแอบอยู่ที่ใกล้ ๆ นั้น คอยผลัดกันตั้งใจดูช่องทางที่เขาจะออกมา มิได้ประมาทที่จะให้เล็ดลอดไปได้ ต่อมามีบางคนได้ออกมาจากที่นั้นบ้าง แลต่อมาเขาทั้งสามก็ได้ออกมาก่อนที่หนังจะเลิก.

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ