บท ๘ พระกับมาร

เมื่อข้าพเจ้าพบกับคุณภักตร์ใหม่ ข้าพเจ้าถามเขาว่า “พากันไปหาตัวพี่เลี้ยง, ทำไมไม่เห็นพี่เลี้ยงเล่า.?”

เกลอตอบว่า “แม่ประไพนั่นแหละเปนพี่เลี้ยง, ทำไมแกไม่กะไม่เกณฑ์, ไม่เกี้ยวพามาเลี้ยงลูกแกเล่า.?”

ข้าพเจ้าไม่อยากจะว่ากล่าวในปัญหาข้อนี้ต่อไป ก็นิ่งเสียไม่อยากว่าอะไรอิก.

ครั้นแม่ปรุงพ้นกำหนดอยู่ไฟแล้ว เราก็ไม่ไร้พี่เลี้ยงนางนมอะไรที่จะหาให้เด็กได้ เด็กนั้นน่ารักนี่กระไร ท่านย่าแลมารดาบิดาของมัน รักใคร่ยิ่งยวดเพียงใด ท่านก็ย่อมทราบดังได้กล่าวแล้ว แต่แม่ปรุงนั้นรักพ่อแดงจะหาที่เปรียบไม่ใคร่ได้ ด้วยเด็กนั้นเปนเลือดเนื้อแท้ของหล่อน แลอ้วนพีน่าชม จิ้มลิ้มน่ารัก หล่อนตัดเสื้อผ้าให้ทุกแบบ หาหมวกต่างๆ ให้หลายใบ อะไรๆ ก็หาให้เด็ก ดูเหมือนทุกอย่างหล่อนคอยดูแลมิให้พ่อแดงอนาทร แลเมื่อข้าพเจ้ากลับจากทำการ เคยเห็นหล่อนนั่งเชยชมอุ้มชูหยอกเอินบุตร์ในไส้ของหล่อนด้วยความตั้งใจ ยิ่งทำให้ความรักในเด็กปรากฎเห็นชัดได้มาก ๆ แลในการที่คอยฟังเลี้ยงโดยหูไวคอยไต่สวนว่าเด็กถูกอุ้มอย่างไร ถูกนำเอาไปไหน แลโดยหล่อนชอบชิงการประคับประคองแทนพี่เลี้ยงนางนมบ่อยๆ มีช่วยอาบน้ำให้ ป้อนเข้าให้บ่อยๆ เช่นนี้ เปนต้น บางคราวเมื่อข้าพเจ้าไม่อยู่ หล่อนยกเอาทั้งเบาะมาวางบนที่นอนใหญ่หล่อนก็นอนเคียงเล่น หรือเมื่อเด็กหลับก็นั่งมองดูเล่นเช่นนี้ เมื่อข้าพเจ้ากลับมาก็เห็นอยู่แก่ตาบ่อย ๆ ทำให้รู้สึกในความรักของหล่อน.

ท่านย่านั้นรักแม่เพียงใด เร่งขวนขวายบังคับบัญชาให้การเลี้ยงลูกเปนไปโดยเรียบร้อย ท่านรักลูกทันๆ แม่ ท่านปรนิบัติลูกทันๆ แม่ ทั้งหลวงดำริห์ซึ่งเปนตา ได้มาเยี่ยมเห็นเรายิ่งอยู่สุขสบายยิ่งมีหน้าตาเบิกบาน ท่านอุ้มพ่อแดงด้วยความรัก แลกล่าวว่างามเหมือนแม่นั้นหนักหนา เพราะฉนั้น ท่านตาก็รักหลานมาก ไม่น้อย.

ในปีที่สองนี้จึงเปน “เมฆสว่าง” ของชีพ, เรามีแต่รัก มีแต่สามัคคีถ้วนหน้า มีสุขสำราญตลอดทั้งวงศาคณาญาติผู้ยินดีในความสุขของเราทั้งสามีภรรยา กับทั้งมีบุตร์โสภาน่ารักอันอยู่เปนสุขสบาย.

แม่ปรุงมีสหายชายหญิงมากกว่าเก่า หล่อนมีความอิศรภาพมากกว่าเก่า มี่ที่ปลื้มใจนอกจากคู่ผัวตัวเมีย ยังได้ปลื้มจากบุตร์สุดสวาท หล่อนมีท่าทางเริงร่ากว่าเก่า เพราะฉนั้น ดูงามตามากกว่าเก่า ธรรมชาติอันจิ้มลิ้มพริ้มพราย ได้ขยายออกให้ปรากฎเต็มที่ ความตระหนี่ไนยตาชำเลืองได้สุรุ่ยสุร่ายออกมากวาดทัศนาชายหนุ่มหญิงสาว ให้เค้าเงื่อนหน่วยก้านอันน่ารักน่าชมฉายออกมาไม่แง้มระงับการตระหนี่ปากคำอำพราง, ถ้อยฉลาดแลถ้อยอันหวานได้หว่านมากกว่าเก่า ตามสภาพได้รับอิศรภาพมากกว่าเก่า หน้าหวานจึงไม่ปกคลุมด้วยความตระหนี่หน้า กิริยาอัธยาศัยจึงไม่ปกคลุมด้วยความยำเยงเกรงจะวางท่าให้เกินสาว หล่อนช่างขาวช่างขำเปนน้ำนวลนี่กระไร จะแย้มจะสรวลน่าสงวนไว้ใกล้กาย จะพิเปรยพิปรายเปนที่น่าปรับทุกข์ร้อน.

ข้าพเจ้าได้สุขสำราญด้วยความพอใจในทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งหล่อนนั้นรู้จักหมั่นบำรุงลูกผัวแลบ่าวไพร่ โดยได้ฝึกปรือรู้ท่าทางของบ่าวไพร่แลคนทั้งหลาย รู้จักกิจการบ้านเรือน รู้จักเอาอกเอาใจผู้ที่รัก หล่อนจึงน่ารักเปนสองเท่าทวี ด้วยว่าปีกลายนั้นแสงสง่าราษีหล่อนพึ่งจะแย้ม หล่อนมีสุภาพสำนึกเปนภรรยาแลแม่เรือน ปีนี้ราษีรัศมีหล่อนบานขยายไม่ปกคลุมชุ่มรสอิศรภาพ ชุ่มรสอันรู้สึกมีผู้กรุณารักใคร่สนับสนุนรอบข้าง ชุ่มรสรู้จักท่าทางของชีพคนชั้นสูงต่ำ ทั้งได้สำนึกความเปนมารดานอกจากความเปนภรรยาจึงเปนสองความรู้.

ปีนี้เราอยู่สุขสบาย ร่วมใจกันมาก. บางคราวคุณภักตร์ให้รถยนต์เรายืมขี่พร้อมทั้งคนขับ. บางคราวเกลอนั่งใกล้คนขับ หรือขับให้เราสองคนไปเที่ยวไกล ได้ตากอากาศ เกลอชวนเราไป “ปิกนิก” เลี้ยงดูกันสองครั้ง ครั้งหลังจำได้ว่าข้าพเจ้า, แม่ปรุง, กับพ่อแดง, แลแม่นมก็ไปด้วย, กับทั้งคุณภักตร์ แม่ประไพ, นายพิศ, นายขบวนก็ไปด้วย, บ๋อยจีนเปนผู้ช่วยจัดการเลี้ยงดู.

ครั้งหนึ่งคุณภักตร์ซึ่งชวนให้เราไปถ่ายรูปหลายหนแล้วนั้น ได้ผลสำเร็จโดยเอารถยนต์มารับเราไปได้ก็ฉายรูป “แคบบิเน็ต” รวมพ่อ, แม่, ลูก, เสร็จแล้วเปนที่พอใจหล่อน แต่คุณภักตร์ไม่พอใจแต่เพียงนั้น แม่ปรุงจึงนั่งฉายอุ้มบุตร์อิกท่าหนึ่ง แต่คุณภักตร์ไม่พอใจในสองท่าถ้วน เขาชวนแม่ปรุงให้ฉายเดี่ยวท่าหนึ่ง, ท่าสอง,ท่าสาม, ได้อิก รวมสามท่า แล้วจึงพอใจให้รถมาส่งเรา เกลอรับคำว่าจะจัดเสียค่าถ่ายให้ แลขอตัวกลับบ้านโดยรถราง.

ผลของความหวังใจให้ถ่ายรูปหลายท่านี้ ผุดมีปรากฎขึ้นภายหลังโดยเมื่อเกลอจัดส่งรูปเมื่อถึงวันทำเสร็จแล้วนั้นมาให้เรา, ข้าพเจ้าพึ่งรู้ภายหลังว่าเกลอฉกเอาเปนประโยชน์ตนเอง—ด้วยเงินตนเอง—ไปมากมายหลายรูปทุกท่า เจอเหตุในคราวซึ่งแม่ปรุงพบแม่ประไพครั้งหนึ่งก่อน แล้วแม่ประไพมาหาแม่ปรุงบ้าง.

โดยคุณภักตร์ชวนให้เราไปยังบ้านของตน ข้าพเจ้ากับภรรยาเปนคราวแรกที่ได้ไปด้วยกัน แลไปในเวลากลางวัน เขตบ้านนั้นใหญ่กว้าง มีสวนมี “ป๊าก” งดงาม เปนของบิดาคุณภักตร์ซึ่งล่วงลับแล้ว คุณภักตร์ก็ได้จัดปรุงแต่งเขตบ้านให้งามสง่า ทั้งสนาม, ทั้งสวนต้นไม้, แลทั้งทางเดินเล่น, กับทั้งมีคู, มีสระน้ำ, สระบัวด้วยอิกงามแม่นแท้, แต่ยังไม่เปนไปโดยประณีตทุกแห่ง เพราะฉนั้น จึงเปนการน่าวิเวกมากกว่า เพราะลักษณะสวนเดิมปรากฎอยู่บ้าง เร่งชวนใจให้วิเวกวังเวงแลเพลิดเพลิน.

แม่ประไพมาหา แม่ปรุงต้อนรับเปนอันดี, หล่อนคงได้สังเกตรูปโฉมแม่ปรุง ด้วยความพิศวงในความงามของแม่ปรุง คงเกิดความฤษยาในรูปโฉมแห่งภรรยาข้าพเจ้าแน่แท้ แต่หากว่าเปนหญิงด้วยกัน เมื่อพบกันโดยฉันสุภาพ แลปล่อยลิ้นเจรจาประสาหญิง วิ่งถ้อยคำทัน ๆ กัน ไม่ช้าก็ชวนกันยิ้มสรวลสืบสัมพันธมิตร์ติดอกติดใจกันโดยสิ้นความกินแหนง.

ขณะนั้นข้าพเจ้าอยากจะดูลาดเลา ว่าค่ำวันนั้นข้าพเจ้าถูกบวช โดยคุณภักตร์นำเข้ามายัดส่งตัวทางหลังบ้านเข้าห้องพักเย็นนั้น ที่ทางเข้าอยู่ทางไหน แลตึกน้อยสำหรับพักเย็นอยู่ที่ไหน ข้าพเจ้าจึงเลี่ยงมาคนเดียวทำประหนึ่งว่ามาชมสวน หลงเพลินอยู่คนเดียว ข้าพเจ้าเดินตามทางวกวนได้หน่อย ก็เห็นตึกน้อยนั้นรู้แน่ว่าในตึกนี้เรากลัว “ทุศีลกาเม” จนเปนลมหน้ามืด ข้าพเจ้าก็เดินเข้าไปใกล้สังเกตดูเสาโคมแลพุ่มไม้สนามหย่อมน้อย แล้วข้าพเจ้าเดินฝ่าชานปูนสิเมนต์เข้าไปถึงประตู ประตูเปิดอยู่ทั้งน่าทั้งหลัง น่าต่างเปิดอยู่ทุกบาน ดวงไฟฟ้าแลโต๊ะเก้าอี้แลฉากยิ่ปุ่นยังอยู่คงที่ เก้าอี้นวมยาวก็ยังอยู่ที่เก่า ซ้ำมีช่อดอกไม้ปักแจกันเจียรไนยอยู่ยังสดชื่น แลซ้ำมีหนังสือเปิดคว่ำอยู่บนเก้าอี้ยาว ผิดแต่เปนหนังสือใบปกแข็งแลผิดซึ่งมีลูกไม้ถักค้างวางอยู่, นอกจากนั้นเหมือนอย่างข้าพเจ้าได้เห็นในราตรีวันโน้นแล้ว.

เห็นที่เหมือนได้เห็นเจ้าของห้องด้วย เสียงลมพัดฟังได้ยินเหมือนเสียงหวานของแม่รุ่นดรุณี กลิ่นหอมดอกไม้เหมือนอย่างทำให้รู้สึกว่าหล่อนมายื่นช่อให้ชมดม ข้าพเจ้ารู้สำนึกถูกส่วนกายซึ่ง “นางไม้แห่งราตรีวันนั้น” ได้มาสัมผัศข้าพเจ้า ๆ ก็สท้านใจ คล้ายจะรู้สึกว่าได้ลงนรกครั้งหนึ่ง แล้วมาพบนรกนั้นเข้าอิกประจักษ์ตาอิกซ้ำ ข้าพเจ้าใจหายรู้สำนึกว่าชายอื่นที่ไหนจะอดใจมิให้งวยงงหลงใหลได้ ถ้าข้าพเจ้าได้มีใจอสัตย์ต่อภรรยาเหมือนผู้ไม่ “แคร์” ทั้งหลาย ป่านนี้จะเสียใจยิ่งซ้ำที่ได้ล่วงเลมิดความรักจากภรรยา ได้ปดโป้ต่อภรรยาว่าไม่รักไม่เสพย์อื่นไกล, กลับได้ล่วงสิ่งซึ่งภรรยาหวงห้าม ได้กระทำทุจริตต่อภรรยา ผู้ซึ่งข้าพเจ้าเอาใจทุกอย่าง ผู้ซึ่งข้าพเจ้ารักเท่าดวงชีวา, ถ้าหักรักล่วงทำลามกผิดจากความตั้งใจซื่อตรงต่อหล่อนเช่นนั้น ป่านนี้ข้าพเจ้าจะละเหี่ยเสียใจแทบสลบ ข้าพเจ้าไม่กล้าเข้าห้อง ข้าพเจ้าไม่กล้ามอง รู้สึกเงาของความลามกจะมายึดหน่วงจับกุมข้าพเจ้า ผลักเข้าเหวไฟ ข้าพเจ้าก็ตกใจกลัวตัวสั่นสท้านใจ ข้าพเจ้าอยากจะถอยหนีออกมาให้พ้นที่นั้นโดยพลัน.

แต่มีของซึ่งทำให้ข้าพเจ้ารีบถอยไม่ได้ ไนยตาข้าพเจ้าจับอยู่ณสิ่งนั้น ๆ !

นั่นคือในห้องนั้นซึ่งมีสี่ผนัง กำลังมีรูปใส่กรอบงามแขวนอยู่รวมแปดรูป แลรูปเหล่านั้นเปนรูปภรรยาข้าพเจ้า !

รูปยืนเดี่ยวของแม่ปรุงฉายครึ่งตัวนั้น ช่างแลดูน่าประโลมนี่กระไร ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกรวน ๆ ใจในประเภทภูมิประเทศนั้น รูปนั้นจ้องตาคมมาดูข้าพเจ้ายิ้มเยื้อนเหมือนจะชวนพูดด้วย น่าจะทำให้ใจชายอยากพบตัวจริง น่าทำให้เขาหมายว่าตัวบุคคลผู้มีชีวิตจะเปรียบทิพย์ได้ฉันใด.

รูปนั่งเดี่ยวครึ่งตัว หัวเราะเห็นฟันราย โอ้ น่าสวาท ความยิ้มแย้มช่างนำความปลื้มมาให้ชายชูใจนี่กระไร.

รูปยืนน่าเยื้องของหล่อนวางหน้าเฉย คล้ายว่าเปนผู้รู้สึกในทุกสิ่งของโลกย์ เปนผู้ซึ่งเราทั้งหลายควรปรับทุกข์ เปนผู้ซึ่งน่าใฝ่ให้หล่อนปลอบเพื่อลืมทุกข์.

รูปนั่งกอดบุตร์นั้น แสดงความรักเด็กแลมนุษบุถุชนทั้งสิ้น แสดงความสมเพชเวทนาแห่งอกชายซึ่งหม่นไหม้เตรียมตรมด้วยการงานเหนื่อยยาก แสดงความรักในสีหน้า, แสดงความรักอย่างสุทธิ, ใครดูให้เปนที่หลงใหลในธรรมรสของหล่อน.

โอ้ - มีรูปอื่นอิก พิมพ์เดียวกันเช่นนี้ รูปหนึ่งใหญ่สิบนิ้วขยายจากขนาดหกนิ้ว. นี่ข้าพเจ้ามายืนอยู่ที่ไหน! เห็นรูปช่างติดตาติดใจในที่วิเวกเช่นนี้ ในที่ซึ่งจั๊กกะแหล่นจะเกิดการร่วมสวาท ในที่ซึ่งข้าพเจ้ารู้สำนึกหอมหวานแลกลัวความหอมหวานนั้น ดังกลัวเหวซึ่งมีเพลิงอยู่ก้นอันจะไหม้กายคนให้เปนเท่าธุลี.

โอ้ แม่ปรุงทำไมช่างชวนใจให้ไปหา— หารูปซึ่งชวนรับขวัญ. โอ้ แม่ปรุงทำไมไปอยู่ในที่กระนั้น—ในที่ซึ่งข้าพเจ้าจะเก้าไปรับขวัญมิได้ โอ้ แม่ปรุงทำไมไปตกอยู่ที่ลามก ทำไมไม่ออกมาให้พ้นที่ซึ่งข้าพเจ้ารู้สึกขยะแขยง.

ข้าพเจ้าอธิบายความรู้สึกได้โดยยาก หัวข้อของความหลงใหลนั้น คือยิ่งกลุ้มกลัดในพิศวาศแม่เจ้าของรูป ยิ่งรักยิ่งรู้สำนึกสัตย์ซื่อ แต่ยิ่งแหยงห้องนั้น แหยงรูปเสียงกลิ่นรสของแม่ดรุณีผู้เจ้าของห้อง ซึ่งกำลังมีเสียงแว่วหูอยู่ กำลังให้รู้สึกความสัมผัศากายของหล่อนแก่ข้าพเจ้าอยู่.

อื้อ—ฮื้อ จะไม่ให้ข้าพเจ้าสั่นสท้านอย่างไร.

ข้าพเจ้าข่่มอารมณ์ก็ได้สติคืนมาได้ ค่อยมีแรงค่อยย่างเยื้องหนีที่นั้นมา. นึกไม่อยากจะให้รูปแม่ปรุงไปอยู่ในห้องนั้น แต่รู้สึกเกรงใจแม่เจ้าของห้อง ฯลฯ.

ข้าพเจ้ามาพบแม่ประไพสนทนาอยู่กับแม่ปรุงข้างเก้าอี้ที่สนาม ขณะนั้นเปนเวลาเย็นตวันรอน ข้าพเจ้าเห็นความรุ่นของแม่ประไพอันอมด้วยลักษณะสุทธิ แรกริเดียงษาพุ่งรัศมีสง่ามาหาแม่ปรุง ข้าพเจ้าเห็นแม่ปรุงอันน่ารักน่าพิศวาศชั้นเชิงชวนยวนยี พุ่งรัศมีมาให้แม่ประไพ คล้ายแม่ปรุงพุ่งความเปนจ่าบ้าน, ความรู้สำนึกอิศรภาพ, ความรู้เท่าทันโลกย์มนุษนั้นเปล่งเส้นรัศมีของหล่อนมาโอบอุ้มแม่รุ่นดรุณีไว้ ทำให้แม่น้องน้อยคล้อยตามความกรุณาของแม่ปรุง คล้ายหล่อนพินอบพิเทาฝากกายในความอารีรักของแม่ปรุง.

ข้าพเจ้ารู้สึกอย่างไร ข้าพเจ้ารู้สึกพลุ่งพล่านท่านทั้งหลายเจ้าข้าเอ๋ย อย่าให้ข้าพเจ้าต้องรำพรรณให้มากเลย ชั่วแต่ขอให้ทราบว่าข้าพเจ้ายืนตลึง ข้าพเจ้าหนีมาจากห้องซึ่งทำให้ตกประหม่ายังไม่หาย เปนห้องซึ่งมีรูปนางสวรรค์มาอยู่ในอากาศนรก. บัดนี้ข้าพเจ้ามาพบเจ้าของรูปที่ได้เห็นติดใจเมื่อกี้ เห็นทั้งเนื้อทั้งตัว, เห็นในตัวเดิมพร้อมด้วยชีพแลเลือดเนื้อโดยแท้ ทำให้ข้าพเจ้าหลงใหลไปในธรรมรสของ “แม่คุณ” ราวกะได้มาพบทิพย์ซึ่งใฝ่ถึงเข้าแล้ว แต่แม่คุณนั้นมานั่งใกล้ชิดกับแม่รุ่นซึ่งเปนมารจะนำให้ข้าพเจ้าลงนรกโดยทุศีลกาเม เปนเหตุที่จะทำทุจริตต่อภรรยาข้าพเจ้าอันเปนหัวข้อใหญ่ซึ่งทำอย่างไรๆ ข้าพเจ้าก็ไม่ทุจริตต่อภรรยายอดรักของข้าพเจ้าได้ แต่ถึงกระนั้นนางสวรรค์กำลังมานั่งปัวเปียอยู่กับมาร !

อย่าต้องให้พูดมากเลยเจ้าข้า ว่าแต่ข้าพเจ้าซึมเซ่อเพ้อไปกล่าวด้วยอ่อนหวานว่า “แม่ปรุง, ไปบ้านเถอะ, เย็นแล้ว.”

แต่คุณภักตร์เดินมาบอกว่าอย่าเพ่อไป ต้องชวนไปดูตึกใหญ่ซึ่งเกลออยู่เสียก่อน.

ทั้งพ่อลูกชวนเราไปชมตึกใหญ่เปนที่อยู่อันน่าสบาย มีห้องใหญ่, มีบันไดงาม, มีเครื่อง “เฟอนิเช่อ” งาม ๆ, มีรูปแขวนงาม, กรอบงาม, สอาดสอ้านทั้งข้างล่างข้างบน เราได้เห็นทุกห้อง ๆ ทั้งห้องนอน, ห้องเขียนหนังสือ, ปูพรมงามสอาดตาโอฬารใจ, ถ้าจะพรรณาเปนต้องร่ำกันยกใหญ่ เพราะงามวิไลยทั้งด้านหน้า, ด้านหลัง, ข้างล่าง, ข้างบน, ทั้งชาน, ทั้งเฉลียง, ทั้งสิ่งที่จัดวาง.

ดูห้องแล้วก็ลามา ยอมสัญญาว่าจะมาอิกก็ได้ตามขอร้อง.

ตึกเหล่านี้ตีตราประทับหัวใจเรามาก, ข้าพเจ้าเปนชายยังเพลิดเพลินหลงใหลไปในความสุขสบาย แลความมังคั่ง แม่ปรุงนั้นใจหญิงอันมีสง่าก็หลงใหลไปในตึกนั้นทุกอย่างทุกประการ ข้าพเจ้าน้อยใจที่ไม่มีตึกงามเช่นนั้นเองสำหรับภรรยาโฉมงาม แต่ภรรยาข้าพเจ้าจะไม่น้อยใจอย่างเดียว ตั้งแต่นั้นมาหล่อนรำพึงถึงสถานตึกกว้านใหญ่งามเสมอ, แลหวังว่าชีวิตไม่ตายคงจะได้อยู่ในที่ตระหง่านตา, ตระหง่านใจกับเขาบ้าง.

ขณะเมื่อเราขึ้นรถยนต์อันจะมาส่งเราทั้งสองยังบ้านนั้น แม่ประไพซึ่งมายืนอยู่น่าทวารใหญ่ใกล้บิดาทำตาชม้อยชม้ายเปนประกายมาให้ข้าพเจ้า ทำให้ข้าพเจ้ารู้สำนึกได้ ว่าขณะเมื่อแม่ปรุงหลงอยากได้ตึกงาม ๆ นั้น แม่ดรุณีน้อยชม้อยตาแสดงความเข้าใจว่าผู้ซึ่งได้ “ผูกรัก” กับหล่อน คือข้าพเจ้านั้นหลงคู่สู่สม, หลงชมความงามของคู่ไม่เหินห่าง เปนความคิดผิดไปบ้างจากการคะเณของแม่ประไพ เห็นว่าไม่ชะนะงาม, ไม่ชะนะความสวาท, ไม่ชะนะเกียรติยศ, ไม่ชะนะหัวใจข้าพเจ้า, ข้าพเจ้าผู้ซึ่งหล่อนพบในเวลาราตรีที่ท้ายสวน เปนคราวแรกซึ่งหล่อนได้เคยผเชิญหน้าชายใดในอาการเช่นนั้น เปนคราวแรกซึ่งหล่อนได้รับความเสี้ยมสอนหยั่งในหัวอกชายให้รู้ว่ามีคู่ก็รักคู่มั่นคงโดยสุทธิอย่างไร. ?

แม่ปรุงชวนชี้ชมทางมาเพลินจนกว่าจะถึงบ้าน แต่ข้าพเจ้านั้นเกิดมีข้อพิศวงหลายอย่าง ข้าพเจ้าเห็นรูปในตึกพักเย็นท้ายสวน เปนรูปของแม่ปรุงมากจำนวนนัก คุณภักตร์เปนผู้มาแขวนไว้ แลย่อมมาพักในตึกนั้นเพื่อพักเย็น มาพักเพื่อชมรูปของหล่อนโดยรอบข้าง กับทั้งเมื่อข้าพเจ้าไปชมห้องตึกใหญ่ซึ่งเขาอาศัยสำนักที่นั้น ห้องใด ๆ เขาเปิดให้ดูหมดพร้อมกันสี่คน แต่ห้องหนึ่งนั้นไม่เปิดให้ดูเลย ดูเหมือนใส่กุญแจไว้ด้วยซ้ำ แลข้อน่าปลาดใจที่สุดนั้น ในบ้านอันใหญ่กว้างนั้น ทำไมข้าพเจ้าไม่เห็นผู้คนคึกคัก เห็นคนทำสวนหนึ่งคน กับเห็นบ๋อยในตึกหนึ่งคนเท่านั้น, นอกจากนั้นทั่วบริเวณบ้านไม่เห็นมีใครเลย ข้อนี้เปนสิ่งน่าปลาดโดยแท้.

นายขบวนสหายเอกของข้าพเจ้าเปนผู้ลอบบอกข้าพเจ้าบ่อย ๆ ถึงความเปนอยู่ของบ้านนี้ซึ่งเขาได้ยินประปราย, เปนบ้านซึ่งมีหญิงสาวมากคน หลายเหล่า, หลายชนิด, ครึกครื้นด้วยความสนุกยั่วโลกีย์ มีแขกยามเฝ้าน่าประตู แต่นี่ไม่เห็นแขก ไม่เห็นสาวมีสักคน.

ความลึกลับในบ้านใหญ่นี้ นายขบวนลอบบอกข้าพเจ้ามากกว่านี้ แต่ข้าพเจ้าคิดเสียว่าบุคคลมีเงิน ถ้านิยมอะไรก็ทำไปตามสนุก จึงไม่ถือเอาเปนความลึกลับเสียแล้ว แต่คุณภักตร์สนิทมากกับภรรยาแลบุตร์ทารกของข้าพเจ้าจริงแลข้าพเจ้ายังไม่ได้บอกความมั่วสุมในบ้านนี้ให้แม่ปรุง ถ้าขืนบอกคงเห็นผิดกับคำบอกแน่ โดยได้เห็นบ้านนั้นเงียบเหงาอย่างนั้น.

แต่ข้าพเจ้าก็เข้าใจในนิสัยของเขาได้ดี แลเมื่อเขานำให้เราดูตึก, ดูห้องต่าง ๆ, เขาเดินใกล้แม่ปรุงมากเข้าทุกที, เขาลืมตัวมากขึ้นทุกที, เขากำเริบพูดเพ้อเจ้อมากขึ้นทุกที, จนถึงห้องนอนเล่นห้องหนึ่ง, มีเตียงมุก, ฟูกงาม, มุ้งหมอนงดงาม, แลของใช้แจ่มใสกว่าทุกห้อง, ดวงไฟฟ้าเปนกิ่ง, เปนตะเกียง, เปนเทียนก็ซื้อมาใหม่ เราดูจนเพลินใจ เขาบอกว่าห้องนี้จัดขึ้นใหม่ ๆ แล้วพูดโดยหัวร่อกำเริบใจว่า ถ้าได้นางเทวดามานอนด้วยจึงจะสมงามของห้องนี้.

สิ่งที่ปลาดใจยังมีอิกอย่าง ห้องหนึ่งเรายืนอยู่น่าประตู ดูแล้วเลยไป แต่ข้าพเจ้ายั้งอยู่ ยื่นมือเข้าไปยกรูปที่คว่ำอยู่บนโต๊ะอันใกล้ประตู เห็นแวบเดียวแล้วก็รู้ได้.

มันเปนรูปของแม่ปรุงขยายให้เขื่องหน่อย ซึ่งได้ปลดเอามาคว่ำหน้าไว้เพื่อเร้นจากการเห็น แลขอซึ่งสำหรับแขวนรูปที่ผนังนั้นยังว่างเปล่าอยู่.

ขอกล่าวเสียเพื่อให้หายฉงนใจ ว่าห้องซึ่งปิดไม่ให้เราดูนั้น นายขบวนสืบได้ความว่ามีรูปขยายให้เขื่องใหญ่ หน้าโตเท่าคน เปนรูปของแม่ปรุงฉายแค่หัวเข่า แขวนติดผนังไว้แลมีฐานรองอันงามดี.

ข้าพเจ้ารู้ได้ว่าเกลอปลดรูปแม่ปรุงออกเสียจากผนังหลายแห่ง แต่ห้องนี้ปลดยากจึงปิดประตู ข้าพเจ้าจึงรู้ความในใจได้แม่นแท้โดยไม่ผิดพลั้ง คือข้าพเจ้ารู้แน่ว่าคุณภักตร์นั้นรักแม่ปรุง. !

ข้าพเจ้ากล่าวเหตุนี้ช้าไป ข้าพเจ้ากล่าวล่าไปหลายแสนนาที พึ่งมากล่าวในบัดนี้ว่าคุณภักตร์รักแม่ปรุง. ! !

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ