ฐานะของไทย

อดีต กับ ปัจจุบัน

สยามเมื่อยังตั้งอยู่ได้โดยลำพัง

(ภุชงคประยาตฉันท์)

สยามในสมัยเมื่อ ประเทศเพื่อพสกไทย
เสมือนหับทวารไอ- ศวรรย์ลำพังเรา[๑]
อุดมโภชนาหาร อุฬารถิ่นทำเลเสา-
วภาพแผ่นพิภพเนา พะนอสุขสนุกครัน

คนไทยเจริญพอกับประเทศ

สยามรัฐก็ชัดว่า มิใช่ป่าพนารัญ
ประเทืองชาติศาสน์อัน อำรุงอักขระอักโข
อมาตย์ศรีกวีเปรื่อง[๒] เมลืองรัฐภิญโญ
ประเทศราชบรมโพ- ธิสมภารก็พ่านไป
เขมรมอญมลายู ทวาย สู่อำนาจไทย
สยามเขตต์ประเทศไข อุทัยทิศเถลิงศรี[๓]
สำเภาท่องทะเลค้า สมุทรพ่าหนาวี[๔]
สยามสร้างสยามมี สยามตั้งลำพังเอง
ฉะนี้ไทยมิใช่ว่า มนุษย์ล้าสมัยเพรง[๕]
ประชาชื่นคะครื้นเครง บ่อดตายบ่ไร้งาน
มิไยทาษกรรมกร มิเดือดร้อนเพราะอาหาร
และนายบ่าวก็เอาภาร เพราะภักดีพลีกัน[๖]

สยามเมื่อเกี่ยวข้องกับโลก

สมัยนี้พิธีแตก ทวารแหกกำแพงหั่น
เพราะเปิดหล้าพนารัญ บำเรอโลกบำรุงรวม[๗]
ก็อู่ข้าวและขอนสัก สำคัญจักประสิทธิ์สวม
พณิชย์การขนานท่วม ทะลักข้ามทำนบขัง[๘]
ฝรั่งแขกขยันคู่ กะจีนผู้ชำนาญดัง
จะรับมอบประเทศทั้ง พณิชย์เศรษฐกรรมไทย[๙]
ทวีของทวีค่า ทวีสารพัตรไป
อนาถไทยเพราะไทยไม่ สมัครสู้เสมือนหมาย[๑๐]

คนไทยกลับล้าหลังประเทศ

ก็สมควรเพราะไม่คุ้น และใจบุญบ่วุ่นวาย
มิดิ้นรนมิขวนขวาย มิถือเราฤถือเขา[๑๑]
สงบไว้วิสัยราษฎร์ พระทรงราชย์ ธ ช่วยเรา[๑๒]
จะร้อนรนก็ทนเอา อุดมธรรมขันตี
ผิเขาสงเคราะห์พวกเขา ก็เราสงเคราะห์เขาซี
ผิไทยเสื่อมสยามนี้ เจริญแน่มิแปรผัน[๑๓]
หทัยไทยสมัยนี้ ฤหลีกลี้ ณ เบื้องบรรพ์
สยามเปลี่ยนสยามพลัน ผละทิ้งราษฎร์ ณ เบื้องหลัง[๑๔]
ประชาล่ามิน่าเล่า สหายเข้าตะลุยรัง
มิช้านานจะม้านหวัง ลำพังราษฎร์มิรอดเลย
จะฉุดคร่าประชาไทย ไฉนไยจะเฉยเมย[๑๕]
อนาถโอ้! สยามเอ๋ย! จะเปลี่ยนเลือดกระนั้นหรือ

โอสถ ๔ ขนาน

ผิยังไทยก็ไทยทัน สมัยกันเพราะฝึกปรือ
จะต้องเพ่งริเร่งมือ และลงทุน ณ​ ศึกษา
เสมือนมอบสมองให้ สมรรถใช้สุวิชชา
อนึ่ง ทุนทรัพย์ถ้า จะเทียบเท่ากะเครื่องมือ
วิธีก่อกำเนิดงาน สำคัญการจะฝึกปรือ
มิง่ายเท่าเข้ายึดถือ กระทำสืบสกุลมา[๑๖]
วิธีช่วยกระทำชอบ ก็มือมอบกะมังหนา
อนึ่ง อีกขนานยา ทวีสำมะโนครัว
ประเทศใหญ่ผิไทยน้อย จะไทยต้อยมิรอดตัว
สยามเลิศและไทยหลัว ก็ร้อนจิตต์เพราะอิสสา[๑๗]
จะต้องอวยอนามัย ทวีไทยทวีภา-
ระ รวมสี่ขนานยา ผิไม่หายก็ตายแล

ประเทศยิ่งก้าวหน้า คนไทยยิ่งล้าหนักเข้า

บำรุงรัฐเลิศลอย สหาย[๑๘]พลอยจะแผ่แพร่
สมุน[๑๙]เราก็ยิ่งแย่ เพราะยิ่งล้าสมัยใหญ่
นิสัยชาติเปลี่ยนช้า ประเทศพาเตลิดไป
ตะวันตกตะลุยไล่ ตะวันออกตะลึงหลง[๒๐]
ยุโรปท่วมสยามดุจ สมุทรท้นนทีทรง
ฤน้ำคลองละล่องลง ระดับบ่อชะลอกัน[๒๑]
ฉะนี้แรงสภาพรุก สยามทุกทิวาวัน
ก็แรงรัฐบาลนั้น จะช่วยรุกฤแก้ไข
ผิช่วยเขาก็ช่วยรุก ผิช่วยเราก็รอดภัย
มิใช่บุตรจะสงสัย บิดาเล่าก็เปล่าหนอ
บิดาย่อมถนอมบุตร บำรุงเลี้ยงเจริญพอ
รำพันเพื่อเผยอข้อ สำคัญซึ่งมิพึงคอย

๑๖ ธันว์. ๗๑


[๑] ......เรา ในสมัยเมื่อประเทศไทยสำหรับคนไทย การคมนาคมระหว่างประเทศยังไม่เจริญ ยุโรปและอเมริกายังอยู่ไกล ทุกประเทศเหมือนมีกำแพงกั้นปิดประตูลั่นดาน เข้าภาสิตที่ว่า “บ้านใคร ใครอยู่ อู่ใคร ใครนอน” ฉะนั้น

[๒] ......เปรื่อง เรามีคนสำคัญๆ เช่น พ่อขุนรามคำแหงมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระมหาราชครู นรินทร์อินทร์ ศรีปราชญ์ สุนทรภู่ สมเด็จฯ กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ฯลฯ

[๓] ......ศรี อาณาเขตต์สยามทั้งสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยา ได้เคยแผ่ไปทางใต้ตลอดดินแดนแหลมมะลายู ทางตะวันออกเขมรก็เคยเป็นประเทศราชของเรา สยามได้เป็นประเทศสำคัญอยู่ในทิศตะวันออกแต่สมัยที่ไทยได้เข้ามาเป็นเจ้าของแล้ว

[๔] ......นาวี กองทัพเรือทะเลเรามีมานานแล้วทั้งเรือพายเรือใบ จึงได้ขยายเขตต์ในอ่าวสยาม ตลอดลงไปถึงช่องมะลากาทางสิงคบุรี (สิงคโปร์) ในรัชกาลที่ ๓ เรามีเรือสำเภาของเราค้าขายกับประเทศจีนด้วย

[๕] ......เพรง ไทยโบราณไม่ใช่ชาติล้าหลังสมัยสำหรับความเป็นไปในแถบตะวันออกสมัยนั้น

[๖] ......กัน ถึงแม้ประเพณีจะนิยมใช้ทาษ แต่นายกับบ่าวก็ยังสนิทและเป็นกันเองมากเสียกว่านายจ้างกับลูกจ้างสมัยนี้ นายมีอำนาจเฆี่ยนตีบ่าวเหมือนพ่อแม่มีอำนาจเฆี่ยนตีลูก และนายกับบ่าวรักและรู้สึกความรับผิดชอบต่อกันเหมือนพ่อแม่กับลูก นายที่ใจโหดร้ายก็ย่อมมี ดุจพ่อแม่ที่โหดร้ายต้องถูกศาลลงโทษบ่อยๆ ในสมัยนี้

[๗] ......รวม คมนาคมทางทะเลและทางบกเข้ามาช่วยให้ประเทศทั้งหลายในโลกเกี่ยวข้องถึงกัน ติดต่อกัน และจำเป็นต้องเปิดตะลุยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน คือโลกเดียวกัน

[๘] ......ขัง ความต้องการและความแลกเปลี่ยนเป็นเหตุให้การค้าขายบ่าไปทั่ว ไหลล้นข้ามทำนบ คือเขตต์แดนดุจกำแพงป้องกันระหว่างประเทศ

[๙] ......ไทย คือราวกับคนต่างด้าวเหล่านั้น จะรับทำการค้าขายและเศรษฐกิจแห่งเมืองไทยให้แก่คนไทยทั้งหมด

[๑๐] ......หมาย ประชาสามัญของเราเมื่อถูกชาวต่างประเทศแย่งงานก็ปล่อยให้เขาง่ายๆ แม้การเร่ขายขนมและน้ำอบไทย ชาวต่างประเทศก็แย่งได้ อย่างที่ผู้ถูกแย่งหรือผู้ซื้อก็ไม่รู้สึกอะไรเลย

[๑๑] ......เขา Nationalism คือ การถือชาติของเราเบาบางมาก ผู้ซื้อน้ำอบไทยจากแขกหรือจีนหรือไทยผู้เร่ขาย ก็ดูแต่น้ำอบไม่ดูคนขาย

[๑๒] ......เรา เรามีนิติธรรมที่ลือกันเคร่งครัดว่า พระราชาธิบดีทรงรับเป็นพระราชภาระในอันจะทำนุบำรุงบ้านเมืองและราษฎร อาศัยนิติธรรมข้อนี้ราษฎรไทยจึงเป็นผู้สงบ ทำให้สยามได้ชื่อเมื่อครั้งโลกปั่นป่วนภายหลังสงครามโลกว่า “มุมสุขที่สุดในโลก”

[๑๓] แปรผัน ชาวสยาม นอกจากเลือดไทย ยังมีเลือดอื่นๆ เช่น เลือดจีนและเลือดแขก แม้พวกเหล่านี้เสื่อมไปด้วย สยามก็อาจเจริญได้ด้วยคนต่างชาติเข้ามาเป็นชาวสยามตามแบบอเมริกา

[๑๔] ......หลัง ภาวะของประเทศเปลี่ยนได้เร็วกว่าความรู้ และนิสัยของคนดังเห็นได้ในสยามทุกวันนี้ แต่ความรู้และนิสัยของคนก็อาจเปลี่ยนตามสมัยได้เหมือนกัน ดังเห็นได้ในชาวสยามชั้นสูงกับชั้นรองลงมา คนไทยจึงมีหวังในการศึกษาว่าจะช่วยได้มากกว่าอะไรทั้งหมด

[๑๕] ......เฉยเมย เราลงทุนทางการศึกษาเพียงร้อยละ ๓ จากรายได้ของประเทศ แม้พม่าและฟิลิปปินส์ซึ่งขนาดพอๆ กัน ก็ลงทุนมากกว่าเราตั้ง ๔-๕ เท่า จริงอยู่เขาเป็นประเทศราชไม่ต้องมีกองทัพ แต่นั่นไม่ใช่เหตุที่จะให้เฉยเมย

[๑๖] ......มา ฝรั่ง แขก จีน ตั้งการค้าขายในสยามได้เป็นปึกแผ่น เพราะเขาอาศัยนั่งร้านเดิมในพวกของเขาทั้งทางประเทศเขาและประเทศเรา ที่เรารู้สึกเพียงว่า ‘เขาอุดหนุนกัน’ แต่คนไทยไม่เคยมีปึกแผ่นทางการพาณิชย์ เราเป็นกสิกรโดยนิติธรรม เราต้องก่อโครงการพาณิชย์และอุตสาหกรรมด้วยปราศจากนั่งร้าน จึงต้องอาศัยบ้านเมืองทำนั่งร้านให้ด้วย การจับมือให้ทำเหมือนครูจับมือศิษย์สอนให้เขียน

[๑๗] ......อิสสา อิจฉา ริษยา ความหึงหวง

[๑๘] สหาย ชายต่างด้าวที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร

[๑๙] สมุน คนหรือสิ่งที่ใกล้ชิดเป็นภายในเช่น ‘ลูกสมุน’ คือคนใช้ของเราเอง ‘สมุนไพร’ เครื่องยาที่เกิดขึ้นในป่าของเราเอง ต่างกับเครื่องเทศที่มาแต่อื่น ในที่นี้หมายเอาประชาไทย ไม่ใช่ชนต่างด้าวหรือชาวต่างประเทศ

[๒๐] ......หลง อารยธรรมใหม่ มีแดนเกิดทางยุโรปซึ่งสมมุติเรียกเป็นตะวันตก การศึกษาและวิทยาศาสตร์เจริญมาก จนชาวยุโรปขึ้นหน้าและนำความรู้พร้อมทั้งวิธีการทั้งหลายมาเผยแผ่ให้แก่ชาวตะวันออกในทวีปเอเชีย ผู้ยังทรงอยู่ในอารยธรรมเก่า จนพวกเราพากันตะลึงลานด้วยความพิศวงงงงวย และหันตามอย่างเขาละล้าละลัง

[๒๑] ......กัน อารยธรรมใหม่เข้าท่วมอารยธรรมเก่า ประดุจน้ำทะเลไหลขึ้นดันเอาน้ำในแม่น้ำเอ่อสูง หรือประดุจน้ำในคลองไหลเข้าท่วมบ่อสระในที่ลุ่มจนระดับน้ำสูงเสมอกัน

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ