แพ้รู้

เช้าวันหนึ่งครูใหม่ไปโรงเรียนผ่านวงเวียนท้ายวัดถัดบ้านใหญ่
พบหนูแดงดูถนนค้นอะไรพลางร้องไห้เช็ดน้ำตาหน้าเปียกปอน
นึกสงสารจึงสมานไมตรีถามว่า “หนูตามหาอะไรร้องไห้อ้อน”
หนูแดงแหงนดูหน้าท่าวิงวอนเช็ดน้ำตาแล้วถอนหทัยแค้น
“หนูเดินมาดีดีถึงที่แอ่งสตางค์แดงตกหายหาไม่เห็น”
ครูลูบเศียรเพียรให้ทำใจเย็นควักสตางค์ให้เป็นเครื่องทดแทน
เด็กรับให้ขอบใจแต่ไม่วายเที่ยวค้นหาสตางค์หายซึ่งหวงแหน
ครูเข้าใจเห็นใจให้คะแนนว่า “หนูแสนถ้วนถี่ดีจริงจริง”
กล่าวพลางเดิรทางไปทำงานจนถึงบ่ายกลับบ้านสบายยิ่ง
เห็นหนูแดงแฝงบันไดไม่ไหวติงพอเห็นวิ่งเข้ามาหาท่าดีใจ
ยิ้มพลางแบมือถือสตางค์อันละข้างซ้ายขวาหน้าผ่องใส
ยืนมือขวาบอกว่า “นี่ยังไงฉันหาได้ข้างท้องร่องกระป๋องทับ”
“อีอันนี้ของก๋งฉันส่งคืน”มือขวายื่นส่งให้ไม่ชักกลับ
ส่วนมือซ้ายกำใส่กระเป๋าปั๊บท่านครูจับใจจริงยิ่งเอ็นดู
“เอาไปเถิดก๋งให้ไม่เอาละ”ซ้ำล้วงกระเป๋าควักอีกสักครู่
สตางห้าสตางค์สิบหยิบพรั่งพรูยกอันห้ามาชูให้หนึ่งอัน
บอกว่า “นี่ดูซิส่วนก๋งแถมจงยิ้มแย้มรับชีขมีขมัน
เจ้าซื่อตรงก๋งใคร่ให้รางวัลรวมด้วยเก็บไว้ให้จงดี”
หนูแดงรับลากลับพร้อมกับไหว้ท่านครูยิ้มอิ่มใจกะไรนี่
คำนึงความตามไซคอลอจีเห็นว่ามีแยบคายชวนให้คิด
สตางค์แดงแต่ละอันนั้นผู้ใหญ่เห็นค่าไม่มีแปลกหรือแผกผิด
แต่หนูแดงแบ่งดังต่างชนิดและตั้งจิตต์ผูกพันอันของตัว
จนถึงไม่ไยดีอันที่ให้หาของตัวจนได้น่าใคร่หัว
คืนอันใหม่ให้เจ้าของไม่หมองมัวจึงจำยั่วให้รู้จักรักเก็บเงิน
ลำดับกาลผ่านมาถึงสายัณห์ที่วงเวียนแห่งนั้นไม่นานเนิ่น
ครูได้เห็นหนูแดงโดยบังเอิญกำลังเดิรหาสตางค์พลางโสกา
บุรุษเดิรผ่านไปให้สตางค์เหมือนอย่างตัวเคยให้ไม่กังขา
พอผู้ให้พ้นไปอีกไม่ช้าก็วิ่งไปบอกว่าหาได้แล้ว
และหยิบยื่นคืนสตางค์ที่เขาให้กลับได้ใหม่อันละห้ามาคล่องแคล่ว
หนังเรื่องเดียวฉายซ้ำประจำแนวใจครูแป้วป่วนจิตต์วิทยา
พบหน้าเด็กอยากเขกหัวสักหน่อยจึงสวนรอยไปจนประจันหน้า
เด็กดอดเห็นก๋งแล้วตลอดเวลาแต่ทำหน้าที่อยู่จึงสู้เมิน
พอพบกันไม่ทันให้ก๋งถามแบมืออวดสตางค์งามมิขามเขิน
มีแดงสามขาวสองมองเพลิดเพลินไม่ขาดเกินรวบสิบสามพองามพก
“ก๋งสั่งไว้ว่าให้เก็บจงดีหนูก็เก็บทุกทีไม่ทำตก”
ครูเขกหัวบอกว่า “แน่ะ ทารกการโกหกโทษมันนั้นอย่างนี้”

๑๓ พฤษภ. ๘๒

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ