ฉลามกินคน

จะกล่าวถึงปลาฉลามนามกะเดื่องซึ่งเกิดเรื่องกินคนขนลุกซ่า
ที่ริมหาดอากาศดีศรีราชาเมื่อไม่ช้านี้เองครื้นเครงนัก
กินชายแล้วมิหนำซ้ำกินหญิงจะกินหมดเมืองจริงให้ประจักษ์
ศรีราชาร้างแน่แย่ตาลักฉลามจักเป็นเจ้าเข้ามาครอง
เรื่องจริงนั้นมีชายชื่อนายแฉล้มเร่ร่อนแรมค้างนอนค่อนข้างคล่อง
จากพนัสตัดมาหาพวกพ้องโดยลำลองเหลือดีมีความรู้
เช้ามาถึงเย็นจึงลงเล่นน้ำว่ายโผดำจากบันไดไม่กี่ครู่
เสียง ‘ช่วยด้วย’ ฉลามฉวยหกหางชูแล้วคาบลู่ลัดไปใต้พื้นน้ำ
คนแลเห็นแต่เป็นอันจนใจช่วยไม่ได้ล้วนใจหายใจคว่ำ
ต่อรุ่งขึ้นจึงพบศพแม่นยำเหลือแต่เศียรกับเบื้องต่ำคือปลายเท้า
มาเกยหาดน่าอนาถ ณ ใต้ถุนเรือนถัดไปใจครุ่นเคราะห์ของเจ้า
เธอมุ่งมาสมัครงานการเพาะเชาน์เพื่อขอเข้าเป็นครูประชาบาล
ควรหรือกลับเป็นเหยื่อเพื่อฉลามระบือนามศรีราชาคราต้องหาน
เกิดมากศพมากรายหมายประจานหรือเพียงการโฆษณาหาครื้นเครง
แต่ชาวศรีราชาหาพรั่นไม่ประกอบอาชีพไว้ไม่โฉงเฉง
เขาดำโป๊ะตีอวนถ้วนทุกเพลงไม่ยำเกรงเช้าค่ำเป็นธรรมดา
เขาเชื่อว่า “ปลาเจ้า” รับใช้เจ้าถึงคราวเข้าต้องพลีมีคุณค่า
ชีวิตใครถึงฆาตอาจมรณาจึงไม่น่ากลัวอะไรในทะเล
เมื่อหลายปีปลานี้เคยติดอวนเป็นปลาใหญ่ไม่ควรจะสนเท่ห์
เขาผูกด้ายแดงบูชากันฮาเฮแล้วเอาคืนลงทะเลปล่อยตัวไป
นับว่าว่าเป็นปลาที่หายากคือชนิด “เฮวลชาค” ตัวยาวใหญ่
มีลายเด่นเรื่อแดงดังแสงไฟเขาจึงให้ชื่อว่า “ตะเพียนทอง”
จระเข้เจ้าประจำตามวังวนฉลามเจ้าประจำหนทะเลห้อง
ฉลามอื่นขึ้นตลาดกลาดเกลื่อนกองงานใครต้องใครทำไมคร้านกัน
ผู้ร้อนใจใคร่จับฉลามผลาญคืออาณาประชาบาลผู้แข็งขัน
ออกประกาศสินจ้างให้รางวัลกับวางเบ็ดจับมันไว้มากมาย
ฉลามเจ้าไม่เข้ามากินเบ็ดสุนัขเด็ดดอดเห็นเป็นเหยื่อหมาย
พอน้ำลดกินเล่นเห็นสบายแต่กลับว่ายร้องเอ๋งหมดเก่งเอย

๒๓ กรกฎ. ๘๐

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ