๖ นิทานเรื่องกาหลอกกินลูกหงส์

ข้าแต่ท่านผู้เปนพระยาพาลมฤคราชอันประเสริฐ โดยบุรพาจารย์เจ้ากล่าวว่า ยังมีพระไทรใหญ่ต้นหนึ่งประกอบด้วยกิ่งก้านสาขาพิศาล แลมีปริมณฑลฉายา เปนมหานิโครธใหญ่ ครั้งนั้นมีกาตัวหนึ่งเห็นหงส์ทั้งหลายมาทำรังอยู่บนต้นไทรนั้น คลอดฟองไว้ในรังบ้างก็ออกฟองเปนหงส์โปดกเปนอันมาก กาก็คิดอ่านว่าถ้าเราจะลักลอบกินหงส์โปดกบัดนี้ หงส์ทั้งหลายเห็นก็จะกลุ้มกันพิฆาฏฆ่าให้สิ้นชีวิต อย่าเลยเราจะทำเพโทบาย จะเอาฝูงหงส์โปดกเปนอาหารจงสิ้น ครั้นกาคิดแล้วก็ทำปลอกใส่ปากไปจับอยู่ ประเดี๋ยวกระทำเคารพ อยู่ในกิ่งพระไทรสาขาฝ่ายประจิมทิศนั้น ครั้นพระอาทิตย์รุ่งอโณทัย ส่วนหงส์ทั้งหลายเห็นกาจึงถามว่า ท่านประพฤติการดังนี้จะประสงค์สิ่งใด กานั้นก็นิ่งมิบอก หงส์ทั้งหลายก็ทูลแก่พระยาราชหงส์ ๆ ก็มาดูเอง จึงถามว่าท่านประพฤติการดังนี้ทำเปนไฉน กานั้นก็มิบอกนิ่งอยู่ พระยาราชหงส์จึงถามถึงสองครั้งสามครั้ง กานั้นจึงว่าเราทำตะบะนี้ชื่อว่าทำมังกะโรน แลอดอาหารอยู่ดังนี้ ฤๅษีมุนีทั้งปวงกระทำตะบะ ก็ย่อมกินลมเปนภักษาหาร เรานี้ก็ทำเหมือนดังนั้น พระยาราชหงส์กับบริวารทั้งปวง ก็เข้าใจว่ากากะปักษีนี้อยู่ในศีลจริง ครั้นว่าหงส์ทั้งหลายไปหาอาหารสิ้นแล้ว กาก็ถอดปลอกออกจากปาก แล้วกินหงส์โปดกทุกวัน

ฝ่ายว่าหงส์ทั้งหลายก็ติโทษแก่กันวุ่นวาย จึงไปทูลแก่พระยาราชหงส์ ๆ ก็ให้หาหงส์สี่ตัว ไปสอดแนมคอยดูตามอำเภอตัว จึงเห็นกากินฟองแลโปดกแห่งหงส์ทั้งหลาย แลหงส์ทั้งสี่จึงว่าแก่กานั้น ว่าท่านย่อมอยู่ในศีลแลตะบะ เปนไรจึ่งกระทำฉนี้เห็นดีแล้วฤๅ กานั้นก็บินหนีไป

นางราชสีห์จึงว่าอันเจ้ากูให้ศฤงคาลมาอยู่ใกล้พระองค์ดังนี้เห็นผิด พระยาราชสีห์จึ่งว่าเนาเถิดหาเปนไรไม่ ส่วนสังขัวทันแลบริวาร ก็อยู่เลี้ยงชีวิตในที่นั้นเปนสุขมา

ครั้นนานมาสังขัวทันจึ่งคิดคด ว่าเราจะลวงราชสีห์ให้สิ้นชีวิต แล้วเราจะได้นางราชสีห์เปนภรรยา ครั้นรำพึงแล้วจึงสังขัวทันก็ทูลแก่พระยาราชสีห์ว่า แต่ข้าพเจ้าพาบริวารมาเปนข้าพระองค์อยู่ฉนี้ หมู่สัตว์ทั้งหลายดูถูกข่มเหงตูข้ายิ่งนัก พระยาราชสีห์จึงสั่งว่าถ้าแลสัตว์ทั้งหลายดูถูกท่านไซ้ เราจะให้มนต์อันมืเดชแก่ท่าน ๆ จงร้องตวาดสัตว์ทั้งปวง ให้พินาศฉิบหายไปเถิด สังขัวทันจึงกราบไหว้พระยาราชสีห์ ว่าพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดข้าพเจ้าเถิด พระยาราชสีห์จึงประสิทธิมนต์อันวิเศษให้แก่สังขัวทันแล้ว มนต์นั้นมิได้สิงแก่พระยาราชสีห์เลย ก็เสื่อมสูญหายตั้งแต่นั้นมา ราชสีห์หาฤทธิ์อำนาจอานุภาพมิได้ จะกระทำสิงหนาทแก่สัตว์ทั้งปวงมิได้พินาศแล สังขัวทันแลบริวารทั้งปวงไม่ได้กินเดนพระยาราชสีห์ก็อดอยากนัก สังขัวทันนั้นเห็นช้างสารตัวหนึ่งใหญ่มหึมาอยู่ในป่าอันหนึ่ง จึ่งคิดว่าราชสีห์ก็หาอานุภาพมิได้แล้ว เราจะยุยงช้างสาร ให้ฆ่าพระยาราชสีห์เสียเถิด เราจะได้กินเนื้อราชสีห์ คิดแล้วสังขัวทันจึ่งเข้าไปกระทำไมตรีด้วยช้างสารจนคุ้นเคยแล้วก็บอกว่า บัดนื้พระยาราชสีห์ประสาทมนต์อันมีสิงหนาทให้แก่ข้าพเจ้าแล้วมนต์นั้นก็เสื่อมสูญ ไม่สิงแก่ราชสีห์ ๆ หาสิงหนาทอานุภาพมิได้แล้ว ช้างสารจึงถามว่าทำไฉนท่านจึงรู้ สังขัวทันจึงว่าข้ารู้เพราะราชสีห์ไปกระทำสิงหนาทสรรพสัตว์ทั้งปวงไม่ตายดังกาลก่อน คชสารจึงว่าดีแล้ว เราปราถนาจะฆ่าราชสีห์ จึงให้สังขัวทันพาไปจนถึงรัตนคูหา ส่วนสังขัวทันก็เข้าไปบอกแก่พระยาราชสีห์ว่า ข้าพเจ้าเห็นช้างสารตัวหนึ่ง มาเลียบมองอยู่แทบคูหานี้ ส่วนพระยาราชสีห์ได้ฟังก็โกรธ โลดโผนโจนออกมา จากรัตนคูหาถ้ำแก้ว แล้วก็ทำสิงหนาท ร้องตวาดแผดเสียง หมอบมองเมียงคำรณ ฤทธิมนต์เสื่อมสูญหาย ช้างมิตายต่อยุทธ อุตลุดไล่แทง ช้างสารแรงเรืองฤทธิ์ โจนจ้วงขวิดสอยเสย ราชสีห์เคยขบขา ถกงวงงาฅอหงาย ราชสีห์ตายตักไษย เพราะตัวไซ้สอนยาก มิฟังปากวาที นางราชสีห์ออกมา ช่วยภัศดาผัวรัก ช้างแทงสักซ้ำตาย ชีวาวายทั้งสอง สังขัวทันคะนองดีใจ ได้บริวารไซ้ทั้งสิ้น ชวนกันกินมังสัง ราชสีห์ทั้งสองนั้น พากันสู่ในถ้ำแก้ว อันวาวแววรังษี ที่บุตรีสิงหราช อยู่อาสนบัลลังก์ ศฤงคาลขึ้นนั่งเหนืออาสน์รัตนมณี ที่ราชสีห์เคยนั่ง เล่าให้ฟังถ้วนถี่ ว่าปัดนี้บิดาเจ้าอาสัญ มารดานั้นก็ตาย ให้พี่ชายครอบครอง อยู่ด้วยน้องนารี ในที่นี้ด้วยกัน นางสิงหราชนั้นคิดว่า ศฤงคาทรยศ เปนกระบถเสียสัตย์ ครั้นเราจะขัดแขงไว้ มิชอบไซ้ชั่งคิด ศฤงคาลผิดแผกผัน จะล้างมันให้มอดม้วยวายชีวิต นางจึงคิดฬ่อลวง ว่าท่วงทีท่านอย่าหันหวนใจ บิดาให้ข้านี้ แก่สวามีฉนั้น อยู่ด้วยกันแผ่ผล เปนมงคลข้างหน้า ช้าขอลาท่านไป บอกกล่าวตายาย ญาติทั้งหลายมาช่วย ให้เอออวยประสาท พรโอวาทแก่เรา ทั้งสองเนาสวัสดี จำเริญศรีสุขา สังขัวทันธิบดี กล่าววาทีตอบสาร ตาของท่านอยู่ที่ไหน ไกลหรือใกล้นะเจ้าพี่ นางราชสีห์ว่าไกล ท่านอยู่ในถ้ำแก้ว เพริฬพรายแพร้วสุรกาญจน์ สุดเขาด่านเหนือนา ศฤงคาลานุญาต นางสิงหราชไปบอก เนื้อความออกถ้วนถี่ ตาราชสีห์ได้ฟัง โกรธกริ้วชังคามพา สองสิงหราเร่งรีบ ตาหลานถีบโถมถึง ถ้ำแก้วซึ่งสิงหราช ศฤงคาลอาสน์อาไศรยใน ราชสีห์ไล่โลดลัด แผดเสียงตรัสเปรี้ยงปราบ ศฤงคาสราบด้วยฤทธิ์ สิ้นชีวิตวอดวาย ทั้งบ่าวนายหมดสิ้น เพราะว่าจินตนาผิด มิฟังมิตรห้ามปราม มีเนื้อความว่ามา โขมดมายาทูลไข ท้าวกัลปประลัยปิศาจ ซึ่งนางนาฎมนุษย์ รักที่สุดแสนทวี เปนมเหษีมิชอบ ผิดระบอบบุราณ พระยาผีพาลปิศาจ มิฟังราชมนตรี จึงให้เสนีสนองโอษฐ โขมดดาลพลวงไปเล่า ว่าท่านท้าวให้พา นางมนุษย์สุดาองคนี้ เปนมเหษีสุดา เราปราถนานางมนุษย์ มนตรีหยุดทูลสนอง ว่าผิดคลองบุราณไป เจ้ากูไซ้ภูตปิศาจ ส่วนนางนาฏเปนมนุษย์ ท้าวจงหยุดยับยั้ง ข้าได้ฟังธรรมเนียมมา มีบุรพกานิยาย ขอเล่าถวายบัดนี้

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ