๓๐ นิทานเรื่องพรานหาปัญญามิได้

ยังมีพรานป่าคนหนึ่งชื่อคชลุทก วันหนึ่งพรานเที่ยวไปในป่าเห็นช้างพลายใหญ่ ก็ขึ้นน่าไม้เพื่อจะยิงช้าง พรานนั้นหาพิจารณามิได้เข้าแฝงข้างจอมปลวกอันหนึ่ง จอมปลวกนั้นมีอสรพิษอยู่ข้างนั้น พรานปองแต่จะยิงช้างนั้นเข้าใกล้จอมปลวก พรานยิงถูกช้าง ๆ นั้นก็ล้มลง วันนั้นฝนตกกลิ่นตัวพรานนั้นเข้าไปในรูอสรพิษ ๆ โกรธออกมาขบพรานนั้นตายล้มลงกับที่ พรานป่าเมื่อตายนั้นล้มทับอสรพิษลง อสรพิษก็ตายด้วย แลบุคคลหาความพิจารณามิได้ เอาตัวไปฉิบหายเสียเหมือนพรานป่านั้น บุคคลลุอำนาจแก่โทโสมากนักมิได้พิจารณาเล่า ก็ย่อมฉิบหายเสียเหมือนอสรพิษนั้น พระองค์จงทราบเถิด

ท้าวพาลราชฟังอำมาตย์ถวายนิยายธรรมเนียม ท่านจึงมีพระราชโองการแก่เสนาทั้งปวงว่า เราผู้เปนกระษัตริย์ดำรงแผ่นดินต้องถือจารีตบุราณกระษัตริย์ ผู้ใดดูหมิ่นมิได้นบนอบแก่เรา ๆ ต้องแต่งให้ทหารไปรบพุ่งเอาให้ได้ ถ้าการศึกนั้นหนักเหลือกำลังทหาร เราจะไปรบเองตามประเพณีกระษัตริย์แต่ก่อนสืบ ๆ มา เมื่อเปนกระษัตริย์แล้วหามานะมิได้ กระษัตริย์ผู้นั้นชื่อว่าละประเพณีกระษัตริย์แต่บุราณเสีย จะเรียกว่าสมมติเทวราชมิได้ เทวดาไพร่พลทั้งปวงมิได้สรรเสริญท่านจงรู้เถิด ท้าวพาลราชตรัสเท่าดังนั้นแล้ว สั่งให้ชุมพลทั้งปวง ให้ตรวจตราเครื่องสรรพอาวุธพร้อมเสร็จ แล้วท้าวพาลราชก็ยกทัพมาถึงแดนเมืองตรีนคร พอถึงทรายซึ่งพระดาบสให้เรี่ยรายไว้ ท้าวพาลราชก็หยุดทัพอยู่ที่นั้น เทพารักษรักษาแดนเมืองบันดาลไพร่พลทั้งปวงให้กระหนกตกใจกลัวนักจะเดิรไปมามิได้ ให้ปวดหัวเจ็บท้องให้ล้มตายเปนอันมาก เทพารักษก็บันดาลให้เห็นเปนผู้คนช้างม้าเปนมากมาย โห่ร้องอื้ออึงคนึงอยู่ ช้างม้าไพร่พลท้าวพาลราชก็ตื่นเปนโกลาหล หลงฆ่าฟันกันเองล้มตายเปนอันมาก

ฝ่ายผู้รักษาเมืองซึ่งขึ้นแก่เมืองตรีนคร จึ่งบอกหนังสือเข้ามาถึงเมืองหลวง ว่าบัดนี้ท้าวพาลราชยกทัพมาถึงแดนมืองตรีนคร เกิดความไข้ไพร่พลช้างม้าตายนักยับยั้งอยู่ปลายเขตรแดน ยังมิได้ยกเข้ามาในเขตรนครเทพารักษออกป้องกันอยู่ หมอเทพารักษให้ไพร่พลของท้าวพาลราชเปนไข้เจ็บวุ่นวาย แลบันดาลให้เห็นเปนผู้คนช้างม้าโห่ร้องมี่ก้องอยู่ ไพร่พลที่มานั้นตื่นกันวุ่นวาย หลงแทงฟันกันเองตายเปนอันมาก ไพร่พลที่ตายไปนั้น โขมดดารหลวงให้เก็บเอาไว้เปนอันมาก ท้าวพระยาหัวเมืองแลเทพารักษบอกเข้าไปนั้น เอาเนื้อความกราบทูลแก่ท้าวกฤษณุราช ๆ ให้แต่งทัพยกออกไปป้องกันเมือง ถ้าหนักเบาอย่างไรให้บอกเข้ามา พระเสื้อเมืองพระทรงเมืองรู้เหตุแล้วให้แต่งเทพารักษผู้ใหญ่ ให้ออกไปช่วยเทพารักษซึ่งอยู่รักษาเมือง สั่งว่าอย่าให้ท้าวพาลราชเข้ามาได้ อยู่มาวันหนึ่งท้าวกฤษณุราชเสด็จมายังศาลพระเสื้อเมืองทูลว่า บัดนี้ท้าวพาลราชยกทัพมาจะรบเอาเมืองเรา พระเสื้อเมืองตรัสว่าข้าพเจ้าทราบแล้ว ข้าพเจ้าได้ให้ทหารไปต้านทานอยู่แล้ว

ฝ่ายท้าวพาลราชเห็นหลากพระไทยนัก ก็ให้หาหมอภูตปิศาจทั้งปวงให้ป้องกัน หมอทั้งปวงป้องกันมิได้ ด้วยปิศาจเทพารักษมีฤทธิ์เรี่ยวแรงกว่าหมอมนุษย์มากนัก แลหมอมนุษย์ทำการป้องกันแก้มิได้ จึ่งเข้ามาทูลท้าวพาลราช ๆ ก็หาเสนาบดีทั้งปวงเข้ามาปฤกษาว่า เมื่อเหตุเกิดขึ้นดังนี้เราจะกลับฤๅ ๆ จะคิดประการใด เสนาทั้งปวงก็ทูลว่า ข้าพเจ้าเห็นว่าจะมีเหตุแล้ว ข้าพเจ้าห้ามสิพระองค์มิฟังเล่า แล้วจะมาคิดด้วยข้าพเจ้านี้อิกข้าพเจ้าจะคิดถวายสืบไป พระองค์ยังจะฟังข้าพเจ้าฤๅ ถ้าพระองค์มิฟังแล้วจะเสียความคิดข้าพเจ้าไปเหมือนเมื่อพระองค์หาฤๅข้าพเจ้าครั้งแรกนั้น ท้าวพาลราชตรัสว่าแต่ก่อนเรามิทันคิดเราจึ่งมิฟังคำท่าน บัดนี้ท่านทั้งสี่จงช่วยคิดเถิดเราจะฟัง เสนาผู้ใหญ่ทั้งสี่คนก็ทูลว่า วันนี้เปนเวลาค่ำแล้วต่อพรุ่งนี้เช้าข้าพเจ้าจึ่งจะเข้ามากราบทูลความคิดข้าพเจ้า

ครั้นรุ่งเช้าเสนาผู้ใหญ่ทั้งสี่เข้าเฝ้าท้าวพาลราช ๆ ตรัสถามว่าท่านทั้งสี่คิดราชการเปนประการใด เสนาทั้งสี่ทูลว่าข้าพเจ้าคิดแล้ว ในความคิดข้าพเจ้าว่า ถ้าจะยกกองทัพกลับไปนั้นดูเปนที่อับประยศแก่ไพร่พลทั้งปวง ขอให้แต่งราชสารให้คนถือเข้าไปถึงท้าวกฤษณุราช ในพระราชสารนั้นให้ว่า บัดนี้เรารู้กิติศัพท์เล่าฦๅไปถึงเมืองจักรพรรดินคร ว่าท้าวกฤษณุราชได้นางวรประภาพาลสุดาเทวี อันเปนราชบุตรีของเรามาเปนอรรคมเหษีเราก็ยินดีนัก บัดนี้เรามาเยือนพระราชบุตรีของเรา ๆ มาตั้งทัพอยู่แดนเมืองตรีนครบอกเข้ามาให้ทราบ เสนาทูลว่าอันนี้ความคิดของข้าพเจ้าทั้งสี่ พระองค์จงทราบเถิด ท้าวพาลราชได้ฟังเสนาทูลดังนั้นตรัสว่าดีแล้ว ท่านจงแต่งพระราชสารให้อำมาตย์ถือเข้าไปเถิด เสนาทั้งสี่ก็มาประชุมกันแต่งราชสารให้เสนาถือเข้าไปในเมืองตรีนคร ท้าวพระยาอยู่รักษาเมืองนั้น ครั้นได้ราชสารอำมาตย์ท้าวพาลราชถือมานั้น ก็บอกส่งเข้าไปถึงเมืองหลวง อำมาตย์ก็ตามไปด้วย ราชสารถึงเมืองหลวงแล้ว เสนาผู้ใหญ่เอาราชสารกราบทูลท้าวกฤษณุราช ๆ ตรัสถามนางพระยา ๆ ก็ทูลว่า ชื่อนี้เปนชื่อพระราชบิดาข้าพเจ้า แต่ความไกลตาข้าพเจ้าจะว่าด้วยเปนอันยาก จะขอให้พานรออกไปสืบดูที่ทัพมาตั้งอยู่ที่หัวเมืองนั้น นางกราบทูลดังนี้แล้ว ก็มากำชับสั่งพานรให้ออกไปสืบดู พานรก็ไปถึงกองทัพท้าวพาลราช พานรก็เข้าไปในพลับพลาท่านนั้นก็เห็นท้าวพาลราช ท้าวพาลราชทอดพระเนตรเห็นพานรจึ่งตรัสถามว่า เหตุใดจึ่งรู้ว่ากูมาอยู่นี่มึงจึงมาหากู นางเจ้าของมึงนั้นอยู่ดีกินดีอยู่ฤๅ พานรนั้นทูลว่าเมื่อเรือขนานลอยมานั้น มาเกยอยู่ที่หาดทรายพระยาปิศาจกัลปประลัยได้นางไปไว้เปนอรรคมเหษี ปลูกเรือนไว้ให้อยู่ในกลางป่า ท้าวกฤษณุราชไปประพาสป่าเห็นนางจึงรับนางมา พระยาปิศาจตามมารบทำให้ไพร่พลตายเปนอันมาก บัดนี้พระเสื้อเมืองจับตัวพระยาปิศาจได้เอาทานบล แล้วให้พระยาปิศาจอดโทษแก่ท้าวกฤษณุราช แล้วก็รีบเอาไพร่พลพระยาปิศาจไว้บ้างให้ไปบ้าง พระยาปิศาจก็ลาไปเมืองแล้ว การสงครามกับพระยาปิศาจพึ่งสำเร็จลง ก็ได้ยินข่าวว่าพระองค์ยกทัพมาเยือนสมเด็จพระราชบุตรี ก็บัดนี้ยังมิได้ไว้ใจกลัวเกลือกว่าจะมิใช่พระองค์ จึงให้ข้าพเจ้ามาสอดแนมดูให้แน่นอน แลท้าวกฤษณุราชนั้นท่านทรงเสนหาในพระนางเจ้าของข้าพเจ้านี้ยิ่งนัก บัดนี้ข้าพเจ้ารู้ว่าพระองค์มั่นคงแล้ว ข้าพเจ้าจะลาเข้าไปทูลสมเด็จพระราชบุตรี ท้าวพาลราชก็ตรัสว่ามึงเข้าไปเถิดบอกว่ากูมา ครั้นพานรลาไปแล้วท่านจึงให้หาเสนาทั้งสี่เข้ามาแล้วตรัสแก่เสนาว่า ท่านห้ามมิให้เรายกมานี้ชอบนัก บัดนี้พานรเล่าให้เราฟังว่า นางนั้นพระยาปิศาจได้ไปท้าวกฤษณุราชได้มาเล่า พระยาปิศาจตามมารบทำให้ไพร่พลตายเปนอันมากพึ่งสำเร็จศึกลง เราว่าท้าวกฤษณุราชดูถูกเรานั้น เรามีความผิด ซึ่งให้ราชสารเข้าไปบัดนี้ ท่านทั้งสี่นี้คิดชอบแล้ว พระยาพาลราชพระราชทานรางวัลให้แก่เสนาทั้งสี่นั้นเปนอันมาก

ฝ่ายพานรเข้าไปถึงทูลแก่นางทุกประการ นางก็ทูลแก่ท้าวกฤษณุราช ๆ ได้ฟังดังนั้นเสด็จไปทูลแก่พระเสื้อเมือง ว่าจะลาออกไปรับท้าวพาลราชฝากสมบัติไว้แก่พระเสื้อเมือง พระเสื้อเมืองตรัสว่าเชิญเถิด พระองค์คิดดังนี้อยู่ในประเพณีชอบแล้ว ท้าวกฤษณุราชจึ่งให้หาเสนาผู้ใหญ่มาสั่งให้เร่งจัตุรงค์เสนาทั้งสี่หมู่ ให้พร้อมครบครัน ให้แต่งคานหามทั้งวอทรงสำหรับนางพระยาชาวแม่สนมทั้งปวง จะออกไปรับท้าวพาลราชณแดนเมืองขึ้นนั้น เสนาผู้ใหญ่ก็ให้ชุมไพร่พลตามรับสั่ง ก็กลับมาทูลท่าน ๆ ก็ยกทัพไปณแดนเมืองขึ้นให้อำมาตย์ที่ถือสารมานั้นนำทาง แลมีหมู่จัตุรงค์นิกรห้อมล้อม ท่านเสด็จเปนพยุหยาตราออกไป พระเสื้อเมืองจึ่งแต่งให้พระทรงเมืองไปด้วยท้าวกฤษณุราช ให้ไปป้องกันอยู่มิให้เปนอันตรายได้ ท้าวกฤษณุราชก็แต่งเครื่องถวายพระทรงเมืองทุกเวลาเสวย เทพารักษห้อมล้อมท่านนั้นไปเปนอันมาก พระทรงเมืองก็สั่งเทพารักษภูตปิศาจทั้งสิ้น อย่าให้หลอกหลอนไพร่พลท้าวพาลราช อย่าให้เปนไข้เจ็บเลย ท้าวกฤษณุราชเสด็จไปถึงทัพท้าวพาลราช ก็ตั้งทัพไว้แต่ไกล ให้แต่งนางวรประภาพาลสุดาเทวี เข้าไปเฝ้าท้าวพาลราชก่อน นางนั้นเสด็จเข้าไปหาท้าวพาลราช ๆ ถามว่าเจ้าพลัดพระราชบิดามารดามานี้ บิดาหาความสุขมิได้เลย บัดนี้บิดาทราบว่าท้าวกฤษณุราชได้เจ้ามาไว้ บิดาจึ่งมาเยี่ยมเจ้า บัดนี้ให้เกิดความไข้แก่ไพร่พลทั้งปวงเปนอันมาก บัดนี้ยังไข้เจ็บอยู่มาก นางจึ่งทูลพระราชบิดาว่า ท้าวกฤษณุราชมีฤทธิ์มากเรียกปิศาจมาใช้ได้ ความไข้ทั้งนี้ปิศาจทั้งหลายทำให้ไข้เจ็บ ด้วยเขาไม่รู้ว่าบิดามาเยี่ยมข้าพเจ้า บัดนี้พระทรงเมืองสั่งปิศาจแล้ว มิให้ทำให้เปนไข้เจ็บแก่ไพร่พลของพระราชบิดาแล้ว ที่ไพร่พลตายไปนั้น ไปเปนบ่าวพระยาปิศาจทั้งสิ้น ถ้าพระราชบิดาจะใคร่เห็นปิศาจข้าพเจ้าก็จะทูลแก่ท้าวกฤษณุราช ให้สั่งปิศาจให้สำแดงให้พระราชบิดาเห็นตัว ท้าวพาลราชได้ฟังดังนั้นจึ่งตรัสแก่นางว่าดีนักหนาแล้ว ครั้งนั้นความไข้ที่บังเกิดแก่ไพร่พลทั้งปวงนั้นก็บันเทาหาย ด้วยปิศาจรู้ว่านางเข้าไปเฝ้าพระบิดา ท้าวกฤษณุราชก็เสด็จเข้าไปถวายบังคมท้าวพาลราช ๆ ก็ตรัสปราไสกันเปนสุขานุสุข ท้าวกฤษณุราชก็เชิญท้าวพาลราชเสด็จเข้าเมืองตรีนคร ท้าวพาลราชเสด็จมาด้วย ท้าวกฤษณุราชเปนทัพหน้านำท้าวพาลราชเข้ามาเมืองแล้ว ท้าวกฤษณุราชก็ไปทูลแก่พระเสื้อเมืองแล้ว ก็ตรัสสั่งให้เลี้ยงไพร่พลทั้งปวงกว่าท้าวพาลราชจะเสด็จไป ท้าวนั้นเชิญพระเสื้อเมืองเทพารักษทั้งปวงมาประชุมกันเปนอันมาก ท่านเชิญท้าวพาลราชเสด็จขึ้นบนพระมหาปราสาท พระเสื้อเมืองพระทรงเมืองเทพารักษภูตปิศาจทั้งหลาย แลไพร่พลท้าวพาลราชซึ่งตายไปนั้น ก็สำแดงให้ท้าวพาลราชเห็นสิ้นทุก ๆ คน ท้าวพาลราชเห็นดังนั้นคิดครั่นคร้ามในพระไทยนัก แล้วท้าวพาลราชก็ถวายเครื่องบูชาแก่พระเสื้อเมืองพระทรงเมืองเปนอันมาก สรรเสริญท้าวกฤษณุราช ว่าท้าวกฤษณุราชนี้ทรงทศพิธราชธรรมมาก มีพระเดชานุภาพยิ่งนัก พระเสื้อเมืองพระทรงเมืองจึ่งตรัสแก่ท้าวพาลราช ว่าบพิตรท่านมานี้ดีนักหนาแล้ว เชิญท่านอภิเษกท้าวกฤษณุราช กับนางวรประภาพาลสุดาเทวีบุตรีบพิตรนั้นให้เปนมงคลเถิด ท้าวพาลราชได้ฟังดังนั้นท่านก็อภิเษกพระราชบุตรีกับท้าวกฤษณุราช ให้เปนมงคลในเมืองตรีนคร ให้สมโภชมีงารมหรศพ พระเสื้อเมืองพระทรงเมืองเทพารักษภูตปิศาจทั้งปวง ก็ร้องส้องสาธุการให้พรแก่ท่านนั้น แล้วบูชาด้วยแก้วเจ็ดประการ ท้าวพาลราชทำขวัญท้าวกฤษณุราช พระราชธิดาด้วยแก้วแหวนผ้าผ่อนช้างม้าไพร่พลเปนอันมาก แล้วท้าวพาลราชก็ลาเสด็จกลับไปเมืองจักรพรรดินคร ท้าวกฤษณุราชถวายเครื่องบรรณาการแก่ท้าวพาลราชเปนอันมาก พระองค์ฝากสมบัติไว้แก่พระเสื้อเมือง ท่านยกทัพตามไปส่งท้าวพาลราชถึงเมืองจักรพรรดินคร พระทรงเมืองเทพารักษทั้งหลายก็ตามป้องกันรักษาไปด้วย ครั้นไปถึงเมืองท้าวพาลราช ๆ ให้แต่งบ้านเมืองรับท้าวกฤษณุราช แลพระราชธิดาเข้าไปในเมือง แล้วให้แต่งเครื่องบวงสรวงแก่พระทรงเมืองเทพารักษทั้งหลาย แลทำขวัญท้าวกฤษณุราชพระราชธิดาอิกครั้งหนึ่ง ก็ประทานแก้วแหวนเครื่องทั้งปวงแก่ท้าวกฤษณุราชพระราชธิดาเปนอันมาก ท่านบูชาพระทรงเมืองด้วยเครื่องอาภรณ์วิภูสิต แล้วก็เชิญพระเสื้อเมืองพระทรงเมือง อันอยู่ในเมืองจักรพรรดินครมาเปนมิตรกับพระทรงเมือง ซึ่งตามมารักษาท้าวกฤษณุราช ๆ ก็ทูลลาท้าวพาลราชกลับมาเมืองพระองค์ ท้าวพาลราชจึงตรัสสอนท้าวกฤษณุราชว่า เจ้าจงเสวยราชสมบัติในเมืองตรีนครเปนสุขเถิด เจ้าอย่าไว้พระไทยแก่เสนาอำมาตย์ทั้งปวง เจ้าจะรักผู้ใดอย่าให้ปรากฎ เจ้าจะชังผู้ใดอย่าให้เห็น จะให้พูลบำเหน็จจงให้ตามสมควรอย่าสรรเสริญ ถ้าเจ้าจะผจญข้าศึกให้หาที่ไชยภูมิ แต่งเครื่องอาวุธหัดช้างม้าการศึกเนือง ๆ ให้อยู่ดีกินดีมีความรู้ตามรู้มากรู้น้อยรักษาไว้เมื่อมีการ เมื่อเจ้าเสวยอาหารถ้าเทียนชวาลาดับให้หยุด ถ้าจุดเทียนมาก็อย่าให้เสวยสืบไปเลย เจ้าจะผจญด้วยโจรให้ผจญด้วยวาจาอ่อนแลให้ทรัพย์ ผจญด้วยนักสนมสัตรีทั้งปวงผจญด้วยความสัตย์ ผู้โกรธให้ผจญด้วยใจดี พึงพิจารณาก่อนอย่าไว้พระไทย ผจญด้วยน้ำลมไฟฝนให้ผจญด้วยความสัตย์ แลรักษาศีลอย่าได้ประมาท ผู้มียศจะเล่นสิ่งใดให้พิจารณาดูเทพนิมิตรดีร้าย ครั้นท้าวพาลราชสั่งสอนท้าวกฤษณุราชแล้ว ก็สั่งให้กลับไปเมือง ท้าวกฤษณุราชก็เสด็จกลับถึงเมืองแล้ว พระดาบสจะลาออกไปป่าหิมพานต์ จึ่งสั่งสอนท้าวกฤษณุราชว่าค่อยอยู่เปนสุขเถิด จงรักษาทศพิธราชธรรม บพิตรค่อยรักษาพระอักษรสามตัวประจำ คืออะ คือยา คือมา ถ้าบพิตรรักษาได้เปนคุณ พระมหากระษัตริย์ถามพระดาบสว่า อักษรสามตัวนี้ให้คุณเปนประการใด พระดาบสถวายพระพรว่า พระอักษรคือ อะ นี้ให้บังเกิดตระบะเดชะ พระอักษรยา นี้ห้ามการทั้งปวง พระอักษร มา นี้เรียกการทั้งปวง บพิตรจงทราบเถิด พระมหากระษัตริย์ถามดาบสว่า พระอักษรสามตัวนี้ยังเปนสิทธิมงคลฤๅ พระดาบสถามพระพรว่า ถ้าบพิตรรักษาอักษรเหมือนรักพระอรรคมเหษีแล้ว อักษรสามตัวนี้จะเปนที่พึ่งอยู่เปนสิทธิมงคลมั่นคง พระองค์จงแจ้งเถิด อนึ่งบพิตรจะทำการสิ่งใด ให้ประกอบด้วยพิจารณาเห็นควรจึ่งทำ แลพระเวทพระมนต์มากก็ดี อันจะให้สำเร็จการได้ก็แต่อักษรบริกรรมชำนาญอันประจำตัวอยู่ ถ้าจะทำการทั้งปวง เมื่อจะเกิดการทั้งนั้นมิได้ว่าพระเวทพระมนต์เลย ว่าแต่อักษรซึ่งประจำตัวถือมั่นคงแล้วการนั้นสำเร็จได้ทุกอย่าง อนึ่งบพิตรอาตมาจะถวายพระพรไว้ให้แจ้ง ถ้าบพิตรอยู่ในวาจาของบพิตรว่าจะให้เปนสิ่งใดสิ่งนั้นก็เปนเหมือนวาจานั้นเปนมั่นคง บพิตรถือเอาวาจานั้นเถิด ว่ากล่าวสิ่งใดมิใช่จะว่าเปล่าไป มือักษรประจำทุกวาจา บพิตรถือเอาอักษรที่ออกมาแต่วาจานั้นเถิด อนึ่งถือวาจารักษาวาจาของตน มีความสัตย์เปนมั่นคงให้สำเร็จความปราถนาได้ อาตมาจะกล่าวนิยายธรรมเนียมให้บพิตรฟัง

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ