๒๓ นิทานเรื่องท้าวสุขมหาราชจะรับนางยักษ์แปลงไปเปนมเหษี

ณ กาลก่อนยังมีเมืองหนึ่งชื่อสุขนคร มีพระมหากระษัตริย์องค์หนึ่งทรงพระนามชื่อท้าวสุขมหาราช เสวยราชสมบัติณเมืองนั้น พระมหากระษัตริย์มีพระอรรคมเหษีองค์หนึ่งทรงพระนามชื่อนางบริเทวี ได้เปนใหญ่แก่นางนักสนมหมื่นหกพัน นางเปนที่เสนาหาแก่พระมหากระษัตริย์ แลท่านนั้นมีเสนาคนหนึ่งชื่อสีหเสนา ๆ ผู้นั้นเปนใหญ่แก่เสนาทั้งปวง

ณ กาลวันหนึ่งพระมหากระษัตริย์ไปประพาสอุทยาน ครั้งนั้นมีมหายักษ์ทั้งสี่ตน ๆ หนึ่งนฤมิตรกายให้เปนนางนารีสาวน้อย นั่งอยู่ริมทางมีรูปงามกว่านางอรรคมเหษี พระมหากระษัตริย์ทอดพระเนตรเห็นนางยักขินีก็พอพระไทยนัก จึ่งตรัสทั้งให้อำมาตย์เอาวอทองไปรับนางนั้นมาเราจะอภิเษกเปนอรรคมเหษี สีหเสนาอำมาตย์ทั้งหลายทูลว่าที่นี่เปนที่อาศรัยของยักขินี ๆ ย่อมแสวงหาทรากศพเปนอาหาร บัดนี้พระองค์จะรับนางเข้าไปเปนอรรคมเหษีนั้น ขอจงทรงพิจารณาให้เห็นว่าเปนมนุษย์ฤๅ ๆ เปนยักขินีให้แจ้งประจักษ์ก่อน พระมหากระษัตริย์ได้ฟังเสนาบดีกราบทูลดังนั้น ก็มีพระราชโองการตรัสแก่อำมาตย์ว่าท่านว่ามาเรานี้ไม่เห็นด้วย ธรรมเนียมยักษ์นี้ย่อมแสวงหาทรากศพแต่กลางคืน นางคนนี้เห็นประจักษ์แก่พระเนตรของเราณกลางวันนี้เปนบุญของเรานักเราจะรับนางนี้เข้าไปเปนอรรคมเหษี ท่านมาทัดทานนี้มิชอบ เสนาทูลว่าถ้าพระองค์มิฟังข้าพเจ้าทั้งหลายจะขอถวายนิยายธรรมเนียมหนึ่งก่อน ท้าวสุขมหาราชตรัสว่าท่านว่าไปเถิดเราจะฟัง เสนาบดีจึ่งถวายนิยายว่า

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ