๑๕ นิทานเรื่องท้าวพรหมทัตได้ลูกสาวยักษ์ชื่อสุตรมิตรเปนมเหษี

แต่ปางหลังยังมีมหากระษัตริย์ ผ่านสมบัติเปนบรมสุขา นามท้าวพรหมทัตราชา ทรงมหาอานุภาพรุ่งเรือง เสวยสมบัติวัฒนา อนันต์อเนกาอยู่เลื่อมเหลือง อิกอรรคมเหษีสมบุญเรือง นามประเทืองนางสุขเทวี สถิตย์อยู่เมืองโกไสยนคร อันบวรรัตนราชรังษี ส่วนนางสุขกุมารี สูงศรีตระกูลกระษัตรา นางนั้นคบชู้สู่ชาย ทำให้ขายพระบาทเปนหนักหนา ท้าวแจ้งจึ่งให้ฆ่ากัลยา พระราชาไม่สบายในพระไทย พระองค์เสด็จประพาสป่า ด้วยแสนเสนาน้อยใหญ่ พานพบประสบต้นพระไทร อันโตใหญ่ย่านย้อยห้อยลงมา เปนที่อยู่อาไศรยอสุรพักตร์ ชื่อสุมิตรยักษรักษา พระประสงค์จงใจเจตนา ลีลาหยุดพักค่อยสำราญ สุมิตรยักษกริ้วโกรธแล้วโลดเต้น ทำให้เห็นกายาแล้วว่าขาน นี่เขตรของเราอันเนานาน ท่านองอาจเข้ามาไม่เกรงใจ พระยานั้นบอกว่าเราหลงทาง จึงพาม้าช้างเข้ามาอาไศรย เรามิได้รู้ว่าเขตรของใคร เราไม่หักกิ่งใบอย่าสงกา ถ้าเขตรของท่านแล้วจะลาไป จากต้นพระไทรพฤกษา จะได้รุกรานอะหังกา หยาบช้าต่อท่านก็ไม่มี มหายักษ์จึ่งว่าอย่าเพ่อไป แก้ปฤษณาเราให้ได้นะโฉมศรี เราจะบูชาภูมี อยู่นี่เราจะบอกแก่ราชา ถ้าแก้มิได้จะเปนเหยื่อ จะกินเนื้อแห่งท่านเปนภักษา กับทั้งไพร่พลโยธา ช้างม้าหมดสิ้นอย่ากินใจ กระษัตริย์จึ่งตรัสกับยักษา ปฤษณาแห่งท่านนั้นไฉน จงเร่งบอกเราให้เข้าใจ จะได้คิดปฤษณาตามวาที มหายักษจึ่งบอกปฤษณาไป ว่ารู้จักรักกันในวิถี เก้าประการนานอยู่ในโลกีย์ หนึ่งรักที่พึ่งหนึ่งนา ปฤษณาสิบสี่ประการนี้ ภูมีแก้ให้สิ้นกังขา พระยาจึ่งให้แต่งอาสนธรรมา โดยทิวาวันนั้นอันสมควร ยักษีตั้งจิตรนฤมิตรอาสน์ ธรรมาสน์นั้นเลิศเฉิดฉวน บูชาดอกไม้อันสมควร ส่วนพระยาพรหมทัตขึ้นนั่งใน จึ่งแก้ปฤษณาว่าขุนยักษ อันรู้จักเก้านั้นหาอื่นไม่ คือทวารทั้งเก้าเราเข้าใจ มีในตัวสัตว์ทั้งหญิงชาย รู้จักกันเองหาครูไม่ เข้าใจแห่งโลกทั้งหลาย ว่ารักสี่นั้นดังเราทาย จะคลี่คลายออกให้แจ้งประจักษใจ รักตัวรักพ่อแม่เหลือตรา รักลูกยาเมียมิตรพิศไสมย รักทรัพย์ทั้งสองปกครองไว้ เปนรักสี่ที่ในวิสัชนา ที่พึ่งหนึ่งนั้นใช่อื่นไกล คือตัวตนไซ้อนาถา เปนที่พึ่งแก่ตัวเองในโลกา จบปฤษณาทั้งสิบสี่ประการ ขุนยักษสุตรมิตรได้ฟังแก้ ปฤษณาแห่งพระยานั้นแจ้งสาร เลื่อมใสโสมนัสชื่นบาน ด้วยญาณยอดยิ่งแห่งราชา ว่าไม่มีอันใดเปนที่รัก ควรจักถวายไปต่างหน้า เห็นแต่นางสุนันทธิดา จะบูชาพระองค์ไปตามมี ว่าแล้วจึ่งถวายนางไป แก่ท้าวไทพรหมทัตเรืองศรี แล้วสั่งสอนให้รู้ในคัมภีร์ ธรรมศาสตรสักศรีสุธรรมา ให้ปฏิบัติตามพระธรรมศาสตร กิจราชสาพิภักดิ์เร่งรักษา ตามในคัมภีร์ฎีกา ธรรมศาสตรโน้นมาจงทุกอัน ขุนยักษถวายแก้วเจ็ดประการ อันประดิษฐานร่มไทรนั้น แก่พระยาพรหมทัตทรงธรรม์ กับนางสุนันทเทวี พระยานั้นจึ่งลาพานางไป กับพลไพร่โยธาม้าหัดถี สู่พระนครธานี ภูมีอภิเษกสุนันทา เปนอรรคมเหษีที่รัก มหายักษไปทำขวัญเสนหา แล้วพาไพร่พลโยธา ไปเอาแก้วเข้ามาแต่ป่าไพร ขนเข็นด้วยเกวียนแก้วเจ็ดประการ เพิ่มพูลประทานยกให้ แล้วขุนยักษาจึ่งลาไป สู่ที่ต้นไทรอยู่แห่งตน พระยาพรหมทัตราชา อยู่ด้วยนางสุนันทาสุขผล ปรีดิ์เปรมเกษมทั้งไพร่พล ทั่วสกลเกิดสุขสำราญบาน

ฝ่ายซึ่งนางสุขสุริยวงศ ไม่ซื่อตรงพระองค์ให้ประหาร มาอยู่ด้วยนางยักษลูกมาร สำราญบรมสุขทั้งสองไท พระยากับนางนั้นก็ต่างชาติ พิศวาศร่วมจิตรพิศไสมย ท้าวน้องอย่าหมองพระไทย จะตั้งใแปนอรรคเทพี พระยาปิศาจประภาษปลอบ เจ้าว่ามิชอบอย่าหน่ายหนี ต่างชาติก็จะเปนไรมี โฉมศรีเจ้าอย่าได้ร้อนรน นวลนางประภาพาลจึ่งค้านไป แก่พระยากัลปประไลยด้วยอนุสนธิ์ พระองค์ว่ารักข้าดั่งพระชนม์ จะสิ้นจนชีวิตนั้นประการใด พระองค์จงทรงพระเมตตา ตรัสให้แจ้งแก่ข้าหายสงไสย ข้านี้จะได้หายแคลงใจ ภูวไนยจงแถลงให้แจ้งมา พระยาปิศาจจึ่งแจ้งไป อรไทยอย่าได้กังขา อันชายหญิงทุกสิ่งในโลกา เกิดมาแต่ก่อนเคยรักกัน ครั้นประสบพบเห็นให้ยินดี โลกีย์มีจิตรคิดผายผัน เพราะว่าแต่ก่อนเคยรักกัน ผูกพันมั่นมาเปนช้านาน ลางทีได้ยินแต่ชื่อเสียง พ่างเพียงร่วมรักสมัคสมาน ให้ยินดีมีกระมลชื่นบาน เพราะสมภารได้สร้างมาด้วยกัน ชายหญิงจริงแท้แต่ก่อนมา ได้ตั้งปราถนาเปนแม่นมั่น จะให้ได้ประสบพบกัน ในชาติปัจจุบันให้ยินดี เพราะบุพเพสันนิวาศแต่ชาติก่อน สโมสรสร้างไว้ทั้งสองศรี จึ่งเกิดมิตรจิตรไมตรี ให้สมัคภักดีทั้งหญิงชาย ความรักยินดีนั้นก็มีมาก สู้ทนอดหยากเปนมากหลาย ให้เกิดเมามัวไม่กลัวตาย ทั้งหญิงชายหลงใหลไม่คิดตัว ถึงไกลไม่รู้จักกัน บุญนั้นชักพามาได้ผัว ถึงยังมิได้มาเห็นตัว จิตรผัวนั้นรักสมัคมา ได้ยินแต่ข่าวกล่าวนาม เกิดความสนิทเสนหา ดังได้เชยชมบุษบา กัลยานวลน้องในห้องใน ทั้งนี้ย่อมมีทั้งหญิงชาย โฉมฉายอย่าพึงสงไสย ความรักสมัคมีแต่ในใจ อรไทยอย่าได้สงกา ตัวพี่มีความรักเจ้า ขวัญเข้าเจ้าอย่าได้กังขา ชรอยแต่ก่อนเราสองรา ได้เคยคู่กันมาเปนช้านาน นางนั้นจึ่งถามพระยาปิศาจ วาจีราชอันชื่นเกษมสานต์ ผ่องใสในขันธสันดาน จิตรนั้นเห็นปานเปรียบฉันใด พระองค์จงสำแดงให้แจ้งจิตร แห่งบพิตรอันจิตรผ่องใส ข้าน้อยจะได้หายแคลงใจ ซึ่งสงไสยในจิตรที่มา ให้เห็นดวงจิตรที่คิดรัก จงประจักษมาตั้งอยู่ซึ่งหน้า อันว่าแต่ปากยังสงกา ราชาจงแจ้งแสดงไป พระยาปิศาจจึ่งตรัสแก่นาง ว่าเจ้าอย่าพรางแถลงไข ตัวเจ้าเปนเผ่าพงศไทใด กระษัตริย์ในเชื้อชาติราชา เจ้ายังรู้สิ่งใดบ้างนะนางน้อง ร่วมห้องจงแจ้งปุจฉา ส่วนนางประภาพาลกัลยา วิสัชนาว่าข้ารู้ความสัจมี พระยาปิศาจจึ่งถามนางเล่า เมื่อเจ้ากระทำสัจวิถี จิตรใจเปนไฉนนะเทวี ครั้นมีสัจแล้วประการใด หนึ่งเล่าเจ้าพลัดบ้านเมืองมา พระไทยชายาเปนไฉน เจ้าจงแถลงให้แจ้งใจ ในพระไทยถือสัจแห่งน้องอา นางพลันทูลราชาพระยาปิศาจ ว่าชาติความสัตยในจิตรข้า เมื่อแรกเกิดทำการแล้วนานมา สัจจาจะใคร่ได้ที่ชอบใจ ก็สุดคิดสุดจิตรสุดปัญญา พลัดบ้านเมืองมาหาดีไม่ ไร้ญาติยากเย็นเปนเหลือใจ ทุกข์ไภยพ่างเพียงจะมรณา จิตรข้านี้ทุกข์โศกนัก เพียงจักสิ้นชีวิตสังขาร์ จิตรใจให้เกิดเวทนา สัจจาจริงแท้แน่ในใจ พระยาปิศาจจึ่งถามนางนั้น สืบไปด้วยพลันข้อสงไสย ว่าจิตรเจ้าเศร้าโศกภายใน สิ่งใดให้เจ้าคิดเจตนา นางทูลแก่พระยากัลปประไลย ในจิตรใจที่ไม่มิจฉา ว่าจิตรข้านี้คิดถึงบิดา มารดาแห่งข้าให้รำคาญ สุขทุกข์ย่อมเกิดแต่ในใจ ทุกข์ไภยทั้งโทษวิถาร โศกเศร้ามัวเมาทุกประการ รำคาญเคืองแค้นเพราะใจเอง พระยาปิศาจจึ่งถามไป ในใจเจ้าบอกเห็นเหมาะเหมง เจ้าได้เห็นต่อหน้าเอง ฤๅเกรงเราจึ่งว่าประการใด นางทูลว่าข้าไม่แลเห็นจิตร แต่คิดแล้วรู้ตามวิไสย พระยาปิศาจจึ่งว่าไปทันใด ในจิตรนั้นรู้กันเอง นางนั้นเห็นชอบจึ่งนอบนบ ต้องประสบจิตรจำเพาะเห็นเหมาะเหมง แก่พระยาปิศาจราชตามเพรง ยำเกรงเคารพอภิวันท์ ทูลว่าข้าแต่บพิตรพงศ อมรองค์พิเศษสรรพ์ แม้นจะรับตูข้าอัน สวามิภักดิ์สมัคชม ลิงนี้เปนเพื่อนไร้ ข้าได้เลี้ยงมาแต่ปฐม ขอจงรับไปเลี้ยงด้วยโดยนิยม พอคลายทุกข์รทมถึงนคร พระยาปิศาจก็ยอมยิน ตามประสงค์องค์ยุพินสุดาสมร จึ่งรับมิ่งเยาวมาลยกับพานร เสด็จจรยังนิเวศเขตรอรัญ ปรีดิ์เปรมสุขเกษมหฤไทย ตั้งไว้เปนมเหษีขวัญ แล้วนิมิตรปราสาทสุวรรณ เฉิดฉันไว้ในพนาวา ให้นางประภาพาลอยู่อาไศรย ในปราสาทไชยเปนสุขา กับลิงที่นางได้เลี้ยงมา บริวารรักษาสำราญ เอย

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ