๗๖

ขณะนั้นงูเกาปลัดทัพเดินมาได้ฟังงักหลุยแม่ทัพพูดปรึกษากับนายทหารดังนั้นก็ร้องห้ามว่าอย่าเพิ่งเอาเมียนเจียนป้ายออกไปแขวนก่อน เมือบูเชียงก๋งบิดาท่านเป็นแม่ทัพจะยกไปแห่งใดก็ตั้งให้ข้าพเจ้าไปทุกครั้ง ยกไปทำศึกที่ตำบลใดก็มีชัยชนะ บัดนี้ตัวท่านเป็นบุตรบูเชียงก๋งได้เป็นแม่ทัพใหญ่มาแล้ว แต่ทหารฮวนคนเดียวเท่านี้ไม่มีปัญญาจะจับเอาตัวได้แล้วจะไปปราบข้าศึกทิศเหนือใต้เรียบร้อยได้หรือ ซึ่งจะเอาเมียนเจียนป้ายไปแขวนไว้นั้นเป็นที่อัปยศแก่ข้าศึกนัก ข้าพเจ้าจะออกไปสู้รบจับตัวนายทหารฮวนมาให้เอง พูดแล้วงูเกาก็ถือกระบองสำหรับมือขึ้นม้าคุมทหารยกออกไปหน้าค่ายร้องถามว่าท่านนี้หรือชื่อเนียมเต็กลัด เนียมเต็กลัดตอบว่าเมื่อรู้จักชื่อเราแล้วมาถามทำไม ตัวท่านมีชื่อและแซ่ใด จึงได้กล้าหาญออกมาหาที่ตาย งูเกาว่าเรานี้เราเรียกชื่อว่างูเกาเอียได้ฆ่าทหารพวกฮวนตายเสียนับหมื่นมาแล้ว เนียมเต็กลัดว่าถ้าดังนั้นก็จงมาลองกระบองของเราสักพักหนึ่ง งูเกาได้ฟังก็โกรธขับม้าเข้าไปเอากระบองสองมือตีเนียมเต็กลัดเอากระบองปัดป้องไว้แล้วตีม้า งูเกาเอากระบองขึ้นรับทานกำลังไม่ได้เจียนจะตกม้า เห็นเหลือกำลังที่จะต้านทานก็ขับม้าหนี

ฝ่ายกวนเหลงเมื่อแต่ก่อนอยู่ในกองทัพบูเชียงก๋งที่ตำบลจูเซียนติ้น ครั้นงูเกายกกองทัพเข้าไปจะแก้แค้นแทนบูเชียงก๋งกวนเหลงก็ไปด้วยถึงแม่น้ำจะข้ามไปเมืองนิ่มอันปิศาจบูเชียงก๋งออกห้ามทัพไว้ ทหารที่ยกกองทัพไปนั้นเชือดคอตายเสียบ้าง งูเกาก็โดดน้ำไป กวนเหลงเห็นนายทหารพลัดพรากกันไปสิ้นแล้วก็กลับไปบ้านคิดจะแก้แค้นแทนบูเชียงก๋งอยู่ทุกเวลา ครั้นอยู่มาได้ยินข่าวว่าเมืองนิ่มอันเปลี่ยนเจ้าแผ่นดินใหม่ พระเจ้าซ้องเฮาจงได้ครองราชสมบัติ ตั้งให้งักหลุยบุตรบูเชียงก๋งเป็นแม่ทัพยกมารบกับกิมงึดตุดที่ตำบลจูเซียนติ้น กวนเหลงแจ้งความแล้วก็รีบมาเมืองลูจิว ชวน เล็กบุนเหลง ฮวนเสง เงียมเซงฮอง เต็กหลุยสี่นายไปช่วยงักหลุยรบกับข้าศึกฮวนที่ตำบลจูเซียนติ้น ครั้นเดินทางมาจวนจะถึงค่ายจูเซียนติ้น เห็นทหารฮวนขับม้าไล่งูเกามา กวนเหลงก็รีบขับม้าสกัดออกไปร้องบอกงูเกาว่าท่านอย่าหนีข้าพเจ้ามาช่วยแล้ว งูเกาเห็นทหารทั้งห้าก็ดีใจบอกว่านายทหารฮวนคนนี้มีฝีมือกำลังเข้มแข็งนัก พอเนียมเต็กลัดไล่มาทันร้องตวาดว่างูเกาเอ็งจะหนีไปไม่พ้นแล้ว กวนเหลงก็ขับม้าออกไปรบกับเนียมเต็กลัดได้ประมาณสามสิบเพลง เต็กหลุยเห็นกวนเหลงอ่อนกำลังลงก็ขับม้าเข้าไปช่วยกวนเหลงรบได้อีกยี่สิบเพลง เงียมเชงฮองจะขับม้าเข้าไปช่วยอีกเล็กบุนเหลงห้ามไว้ว่าพี่อย่าไปเลย น้องจะช่วยรบเอง เล็กบุนเหลงขับม้าตรงเข้าไปเอาทวนแทงถูกหัวม้าซึ่งเนียมเต็กลัดขี่ถูกเจ็บโดดโผนไปด้วยกำลังแรงเนียมเต็กลัดพลัดตกลง ฮวนเสงขับม้าเข้าไปเอากระบี่ฟันถูกศีรษะเนียมเต็กลัดตาย ทหารฮวนขี่ตามเนียมเต็กลัดมานั้นเห็นนายตายก็ตกใจวิ่งหนีกลับไป นายทหารทั้งห้าไล่ฆ่าฟันทหารฮวนเหล่านั้นล้มตายลงเป็นอันมาก งูเกาก็พานายทหารทั้งห้าเข้าไปหางักหลุยเล่าความซึ่งได้ฆ่าเนียมเต็กลัดให้ฟัง งักหลุยมีความยินดียิ่งนักสั่งให้เอาศีรษะเนียมเต็กลัดไปเสียบไว้หน้าค่าย แล้วทำหนังสือบอกข้อราชการเสนอความชอบขอตั้งนายทหารทั้งห้าเป็นขุนนาง ให้ม้าใช้ถือเข้าไปเมืองหลวงกราบทูลพระเจ้าซ้องเฮาจง

ฝ่ายซุนลันผู้รักษาเมืองฮอกันฮู้คุมข้าวเสบียงมาส่งกองทัพงักหลุย ครั้นเดินมาใกล้จะถึงค่ายจูเซียนติ้น ทหารพวกฮวนสกัดตีชิงเสบียง ซุนลันได้สู้รบป้องกันไว้ ให้ม้าใช้รีบไปบอกแก่งักหลุย งักหลุยได้แจ้งแล้วจึงถามนายทหารทั้งปวงว่าผู้ใดจะอาสาออกไปช่วยป้องกันเสบียงมาให้ได้ งูเกาว่าข้าพเจ้าจะอาสาไปเอง งักหลุยแม่ทัพยอมให้งูเกาคุมทหารสามพันรีบไป เห็นซุนลันสู้อยู่กับพวกฮวนงูเกาก็ขับม้าเข้าไปช่วย ทหารฮวนสู้ฝีมืองูเกาไม่ได้ก็แตกหนีไปสิ้น งูเกาให้ซุนลันคุมเสบียงตรงไปค่ายจูเซียนติ้น ตัวงูเกานั้นขับม้าไล่ตามนายทหารพวกฮวนไปถึงเขาแห่งหนึ่ง ได้ยินเสียงคนร้องเรียกว่างูเกาหยุดก่อน งูเกาเหลียวไปดูเห็นเปาฮวงเล่าโจ๊วอาจารย์ของตัวก็ลงจากม้าเข้าไปคุกเข่าคำนับ ถามว่าท่านอาจารย์มาที่นี่ด้วยเหตุอันใด เปาฮวงเล่าโจ๊วพูดว่าเจ้าอย่าติดตามนายทหารพวกฮวนไปเลยเขายังไม่ถึงที่ตาย เรามานี้จะบอกให้รู้ว่าบุตรของเจ้ากับนายทหารคนหนึ่งจะต้องอาวุธวิเศษเจ็บป่วยเกือบตาย เจ้าจงเอายาสองเม็ดนี้แก้ ให้กินครึ่งหนึ่งทาครึ่งหนึ่งก็คงหาย ถ้าข้าศึกใช้ของวิเศษเวทมนตร์มาเจ้าจงเอาลูกเกาทัณฑ์ที่เราให้ไว้แต่ก่อนยิงไป ก็จะทำลายล้างของวิเศษได้ เปาฮวงเล่าโจ๊วเอายาสองเม็ดส่งให้ งูเกาคำนับรับยามาห่อใส่ไถ้ไว้แล้ว เปาฮวงเล่าโจ๊วออกเดินหายตัวไปงูเกาก็กลับมาค่าย

ฝ่ายกิมงึดตุดได้แจ้งว่า เนียมเต็กลัดถูกข้าศึกฆ่าตายเสียแล้วก็เสียใจนัก จึงคิดว่านายทหารที่มีฝีมือเข้มแข็งตายเสียครั้งนี้หลายคน จะได้ผู้ใดออกไปสู้รบจึงจะเอาชัยชนะได้ คิดไปก็ไม่เห็นอุบายสิ่งใด นั่งเป็นทุกข์ตรึกตรองอยู่

ฝ่ายลังจู๊ เจ้าเมืองไตกิมก๊ก ตั้งแต่กิมงึดตุดยกกองทัพไปก็ช้านานแล้วไม่ได้ข่าวคราวสิ่งใดมา มีความวิตกคอยฟังข่าวอยู่ทุกวันทุกเวลา จึงคิดขึ้นได้ว่ามีนักบวชชื่อหลวงฮวนโพฮองอยู่คนหนึ่งเป็นผู้วิเศษ จำจะให้ไปเชิญตัวมาปรึกษาดูแล้วจะได้ให้ไปช่วยกิมงึดตุด คิดดังนั้นแล้วลังจู๊ก็ให้ขุนนางไปเชิญหลวงฮวนโพฮองมา พูดว่าตั้งแต่กิมงึดตุดอาข้าพเจ้ายกกองทัพไปตีเมืองนิ่มอันแผ่นดินซ้องก็ช้านานแล้วไม่แจ้งว่าร้ายดีอย่างไรเลย ขอเชิญท่านไปช่วยกิมงึดตุดทำสงครามกับพวกแผ่นดินซ้องสักคราวหนึ่งเถิด หลวงฮวนโพฮองว่าข้าพเจ้าก็คิดอยู่ว่าจะไปช่วยกิมงึดตุด แต่ไม่มีผู้ใดเชื้อเชิญก็ต้องนิ่งอยู่ ท่านยอมแล้วข้าพเจ้าก็จะรีบไปโดยเร็ว ลังจู๊ตั้งให้หลวงฮวนโพฮองเป็นที่ก๊กซือ คือโหรผู้ใหญ่ในเมืองไตกิมก๊ก หลวงฮวนโพฮองรับที่ตั้งแล้วก็ลากลับมาที่อยู่ จัดของวิเศษพร้อมแล้วออกจากเมืองไตกิมก๊กด้วยกำลังอิทธิฤทธิ์ไปถึงค่ายกิมงึดตุดที่ตำบลจูเซียนติ้น ทหารฮวนทั้งปวงเห็นหลวงฮวนโพฮองมาก็พากันยินดีเอิกเกริก กิมงึดตุดรู้ก็ออกไปรับเชิญเข้ามาในค่าย หลวงฮวนโพฮองเล่าความซึ่งลังจู๊มีความวิตกเชิญให้มาช่วย แล้วถามกิมงึดตุดว่าท่านยกกองทัพมาสู้รบกับทหารแผ่นดินซ้องเป็นประการใดบ้าง กิมงึดตุดทอดใจใหญ่แล้วบอกว่า ทหารเมืองนิ่มอันครั้งนี้มีฝีมือเข้มแข็งนัก เมื่อครั้งก่อนมาทำศึกก็ยังได้ชัยชนะบ้างแพ้บ้าง ครั้งนี้ยกออกไปครั้งใดก็เสียทีไม่ได้ชัยชนะแก่ข้าศึกเลย ท่านมาถึงแล้วขอจงช่วยให้ได้ชัยชนะแก่ข้าศึกเถิด หลวงฮวนโพฮองได้ฟังก็หัวเราะพูดว่าท่านอย่าวิตก ข้าพเจ้าจะจับนายทหารพวกเมืองนิ่มอันมาให้ท่านดูเล่นสักสิบคน กิมงึดตุดได้ฟังก็มีความยินดี สั่งให้ยกโต๊ะมาเลี้ยงหลวงฮวนโพฮองแล้วจัดที่ให้อยู่ตามสบาย ครั้นรุ่งขึ้นเวลาเช้าหลวงฮวนโพฮองพูดกับกิมงึดตุดว่า ข้าพเจ้าจะขอออกไปรบดูกำลังข้าศึกแต่ผู้เดียวก่อน หลวงฮวนโพฮองก็ออกจากค่ายตรงไปถึงหน้าทัพงักหลุย ร้องชวนให้ออกรบ ทหารหน้าค่ายเห็นก็เข้าไปแจ้งแก่งักหุลุย ว่ามีหลวงฮวนผู้หนึ่งมาร้องท้าชวนรบ งักหลุยจึงถามนายทหารทั้งปวงที่นั่งอยู่พร้อมกันว่าผู้ใดจะอาสาออกไปรบกับหลวงฮวนได้บ้าง งูทองกับฮอหงรับว่า ข้าพเจ้าจะอาสาออกไปรบกับหลวงฮวนเอง งักหลุยว่าท่านทั้งสองจะออกไปก็ดีแล้ว แต่อย่ามีความประมาท คำโบราณกล่าวไว้ว่า ถ้าผู้หญิงหรือพวกนักบวชเป็นหลวงฮวนมาท้าชวนรบแล้วก็คงวิชาต่าง ๆ งูทองกับฮอหงก็คำนับลาคุมทหารออกไปจากค่าย งักหลุยทั้งให้กิดเซงเหลียง ทึงเอง อือหลุยสามนายคุมทหารยกตามไปช่วย งูทอง ฮอหงออกไปถึงหน้าค่ายเห็นหลวงฮวนยืนอยู่ร้องถามว่า หลวงฮวนคนนี้มาแต่ไหน หลวงฮวนตอบว่าเราชื่อโพฮอง เจ้าเมืองไตกิมก๊กตั้งให้เป็นที่ก๊กซือ จะมาจับพวกท่านไปให้สิ้น งูทองได้ฟังก็โกรธขับม้าเข้าไปเอากระบองตี หลวงฮวนโพฮองเอากระบี่รับทำถอย งูทองไล่ตามไป หลวงฮวนโพฮองก็เอาก้อนศิลาวิเศษชื่อฮุนง่วนจู๊ออกเสกด้วยคาถาแล้วโยนขึ้นไปบนอากาศ ก้อนศิลาเสกนั้นบันดาลเป็นก้อนโตใหญ่ตกลงมา ถูกงูทองทั้งคนทั้งม้าล้มสลบอยู่กับที่ หลวงฮวนโพฮองอ่านคาถาเรียกศิลานั้นกลับไป แล้วชักกระบี่ขับม้าเข้ามาจะตัดศีรษะงูทอง พอฮอหงขับม้าเข้าไปรบสกัดไว้พวกทหารก็เข้าช่วยพยุงหามงูทองกลับเข้าค่ายได้ ฮอหงกับหลวงฮวนรบกันได้สองสามเพลง หลวงฮวนขับม้าหนีฮอหงไล่ตามไป หลวงฮวนเอาก้อนศิลาวิเศษโยนไปบนอากาศจะให้ตกลงมาถูกฮอหง ฮอหงเห็นหลวงฮวนสำแดงของวิเศษก็ชักม้ากลับจะหนีก็ไม่ทัน ก้อนกรวดวิเศษตกลงมาถูกหลังฮอหงตกม้าสลบอยู่กับแผ่นดิน หลวงฮวนโพฮองตรงเข้าไปจะตัดศีรษะพอ ทึงเอง อือหลุย กิดเซงเหลียง สามนายตามมาทันก็เข้าสกัดหน้ารบกันไว้ ให้ทหารเข้าพยุงหามฮอหงกลับมาค่าย หลวงฮวนโพฮองรบกับนายทหารทั้งสามได้ประมาณห้าเพลง ก็เอากรวดวิเศษโยนขึ้นไปบนอากาศอีก นายทหารทั้งสามเห็นก็ขับม้าหนี แต่ม้าของกิดเซงเหลียงนั้นฝีเท้าไม่เร็วหนีไม่พ้น ก้อนกรวดตกลงมาถูกหัวม้าของกิดเซงเหลียงแตกตาย กิดเซงเหลียงโดดหนีไปได้ หลวงฮวนโพฮองขับม้าไล่ตามไปจนถึงหน้าค่าย ทหารซึ่งรักษาค่ายก็เอาเกาทัณฑ์ยิงกราดไว้ หลวงฮวนโพฮองเห็นลูกเกาทัณฑ์ยิงมาหนาหนัก ก็ชักม้าถอยกลับมาค่าย แจ้งความให้กิมงึดตุดฟังทุกประการ กิมงึดตุดยินดีให้ทหารจัดโต๊ะและสุรามาเลี้ยงหลวงฮวนเป็นที่สบาย

ฝ่ายนายทหารหนีหลวงฮวนโพอองกลับเข้าค่ายแจ้งแก่งักหลุยแม่ทัพว่า หลวงฮวนโพฮองนี้มีของวิเศษฤทธิ์เดชหนักเหลือกำลังที่จะป้องกัน งักหลุยเห็นงูทอง ฮอหงถูกของวิเศษหลวงฮวน สลบนิ่งแน่อยู่ ให้หมอเข้าแก้ไขวางยาสักเท่าใดก็ไม่ฟื้นสำคัญใจว่างูทอง ฮอหงคงตาย ก็มีความอาลัยร้องไห้นั่งเป็นทุกข์อยู่

ฝ่ายงูเกากลับมาถึงค่ายแจ้งความว่า งูทอง ฮอหงไปรบกับหลวงฮวน ถูกอาวุธวิเศษสลบนิ่งแน่เกือบจะตายแล้ว งูเกาจึงเข้าไปพูดกับงักหลุยว่า สองคนที่ถูกอาวุธมานั้นไม่เป็นไรดอกท่านอย่าวิตก งูเกาหยิบยาสองเม็ดออกมาฝนละลายน้ำกรอกงูทอง ฮอหง ให้กินเข้าไปบ้างทาบ้างฟื้นขึ้นได้หายเป็นปรกติ งักหลุยเห็นก็ดีใจ ถามงูเกาว่ายานี้ท่านได้มาแต่ไหน งูเกาบอกว่าท่านอาจารย์ข้าพเจ้าให้มาไว้สำหรับตัว แก้ของวิเศษที่ข้าศึกจะใช้มากระทำให้ได้เจ็บป่วย

ฝ่ายงูทองกับฮอหงฟื้นแล้วก็คิดโกรธหลวงฮวนโพฮองยิ่งนัก พูดกับงักหลุยว่า ข้าพเจ้าจะขอไปรบกับหลวงฮวนโพฮองอีกแก้แค้นมันเสียให้จงได้ งักหลุยว่าท่านพึ่งหายขึ้นอย่าเพิ่งไปเลย หลวงฮวนโพฮองนั้นมีก้อนกรวดวิเศษดุร้ายนัก จำจะต้องแขวนหนังสือเมียนเจียนป้ายทุเลาไว้สักสองสามวัน จึงคอยคิดหาอุบายออกสู้รบ งูเกาจึงพูดขึ้นว่าการแต่เท่านี้จะต้องแขวนเมียนเจียนป้ายด้วยเล่า ไม่อายเขาบ้างเลยหรือ ครั้งบิดาท่านเป็นแม่ทัพ ทหารฮวนนับไม่ถ้วนมีฝีมือแข็งแรงมากกว่านี้ ยังไม่ต้องแขวนหนังสือเมียนเจียนป้าย ท่านนี้เป็นเด็กไม่รู้จักอะไรตกใจกลับไปเปล่า ๆ เวลาพรุ่งนี้แหละข้าพเจ้าจะไปจับตัวหลวงฮวนโพฮองมาเอง งักหลุยได้ฟังก็นิ่งอยู่

ฝ่ายกิมงึดตุดกับหลวงฮวนโพฮองกินโต๊ะเสพสุราด้วยกันแล้วก็กลับไปที่อยู่ ครั้นเวลารุ่งเช้าหลวงฮวนโพฮองแต่งตัวขึ้นม้าออกมาท้าชวนรบที่หน้าค่ายงักหลุยอีก ทหารหน้าค่ายก็เอาความเข้าไปแจ้งแก่งักหลุย งักหลุยพูดปรึกษากับจูกัดกิมว่า งูเกาอาเรารับอาสาไว้แต่วานนี้ว่าจะสู้รบกับหลวงฮวนโพฮองเอง จะต้องให้เอางูทอง ฮอหง กิดเซงเหลียง ทึงเอง อือหลุย ห้านายออกไปรบให้อางูเกากำกับออกไปด้วย จูกัดกิมได้ฟังก็เห็นชอบจึงสั่งให้ทหารไปเชิญงูเกามาบอกว่า หลวงฮวนมาร้องท้าชวนรบอีกแล้ว งูเกากับนายทหารทั้งห้าก็แต่งตัวขึ้นม้าออกไปหน้าค่าย งูเกานั้นเอาเกาทัณฑ์ชื่อซึงฮุนจีของวิเศษซึ่งเปาฮวงเล่าโจ๊วอาจารย์ให้ไว้ออกไปด้วย นายทหารทั้งห้าเห็นหลวงฮวนโพฮองยืนอยู่ก็ตรงเข้าล้อมรบ หลวงฮวนโพฮองสู้รบได้สองสามเพลงก็ขับม้าถอยห่างออกไป เอาเม็ดกรวดฮุนง่วนจู๊โยนขึ้นไปบนอากาศ เม็ดกรวดก็สำแดงฤทธิ์บันดาลเป็นก้อนศิลาใหญ่จะตกลงมาทับนายทหารทั้งห้า งูเกาเห็นก็เอาเกาทัณฑ์ซึงฮุนจียิงไปทำลายล้างของวิเศษได้ ศิลาใหญ่นั้นก็กลับกลายเป็นก้อนกรวดตกลงมากลิ้งอยู่กลางดิน งูทองเห็นก็เก็บเอาขึ้นดู เห็นก้อนกรวดนั้นเป็นรูทะลุตลอดไป งูทองร้องพูดไปกับหลวงฮวนโพฮองว่า ของวิเศษของท่านเราเก็บได้ไว้แล้ว เราจะขว้างไปให้ทำอันตรายท่านบ้าง งูทองขว้างก้อนกรวดไปหมายจะให้ถูกหลวงฮวนโพฮอง หลวงฮวนโพฮองร่ายมนต์เรียกเอาก้อนกรวดกลับมาได้ พิจารณาดูเห็นเป็นรูทะลุสิ้นฤทธิ์ใช้ไม่ได้แล้วก็เสียใจ พออือหลุยขับม้าตรงเข้ามาเอาลูกตุ้มตี หลวงฮวนโพฮองหลบไม่ทันถูกบ่าตกม้าลง งูทองขับม้าสะอึกเข้าไปจะซ้ำ หลวงฮวนโพฮองก็ร่ายมนต์บังตัวหายหนีไปได้ งูเกากับนายทหารทั้งห้าเห็นหลวงฮวนหายตัวไปแล้ว ก็กลับเข้าค่ายแจ้งความแก่งักหลุย งักหลุยแจ้งว่าอาวุธวิเศษของหลวงฮวนโพฮองสู้เกาทัณฑ์ซึงฮุนจีของงูเกาไม่ได้สิ้นฤทธิ์แล้วก็มีความยินดีนัก

ฝ่ายหลวงฮวนโพฮองร่ายมนต์บังตัวหนีไปถึงค่ายก็แจ้งความแก่กิมงึดตุดซึ่งเสียอาวุธวิเศษแก่ข้าศึก กิมงึดตุดได้ฟังก็ถอนใจใหญ่พูดว่า เรายกกองทัพมาครั้งนี้เป็นคราวเคราะห์อย่างไรไม่รู้เลย ให้ผู้ใดออกสู้รบก็มีแต่เสียที ที่ไหนจะตีแผ่นดินซ้องได้สมความปรารถนา หลวงฮวนโพฮองว่าท่านอย่าเพิ่งวิตกข้าพเจ้ายังมีวิชาอยู่อีกอย่างหนึ่งวิเศษนัก เวลาพรุ่งนี้จะฆ่าทหารพวกเมืองนิ่มอันเสียให้สิ้น กิมงึดตุดได้ฟังจึงถามว่าท่านจะทำประการใดจึงจะฆ่าเขาได้ หลวงฮวนโพฮองว่าเดิมข้าพเจ้าไปเรียนวิชาอยู่กับครูผู้วิเศษบอกมนต์ให้ทำอย่างหนึ่งเรียกว่าตอเหลง คืองูเล็กห้าพันสี่ร้อยแปดเอาใส่ไว้ในน้ำเต้า ถ้าจะต้องการใช้ก็เอาน้ำเต้านั้นขึ้นตั้งบูชาอ่านมนต์ ในน้ำเต้าก็จะเกิดเป็นงูขึ้นอยู่เต็ม เมื่อจะใช้เวลาใดอ่านมนต์เปิดน้ำเต้า งูซึ่งอยู่ในนั้นออกมาขึ้นลอยบนอากาศสำแดงฤทธิ์คล้ายมังกร ตาทั้งสองข้างนั้นแดงลุกเหมือนไฟตรงไปกัดข้าศึกตาย กิมงึดตุดได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดีพูดว่าขอเชิญท่านจัดการเสียโดยเร็วเถิด หลวงฮวนโพฮองก็ลากลับมาจัดการบูชาน้ำเต้านั่งบริกรรมร่ายมนต์อยู่ จนเวลายามหนึ่งก็เปิดน้ำเต้าปล่อยของวิเศษออกรูปร่างโตใหญ่คล้ายคลึงกับมังกร ตาแดงลุกโพลงเหมือนแสงไฟลอยตรงไปค่ายงักหลุย ทหารพวกงักหลุยเห็นก็ร้องกันอื้ออึงว่าไฟลอยมาบนอากาศมากมายหลายดวงนักหนา ขณะนั้นงักหลุยกับนายทหารทั้งปวงนั่งประชุมกันปรึกษาราชการอยู่ ได้ยินเสียงอื้ออึงก็พากันออกไปดู จูกัดกิมเห็นก็ตกใจร้องบอกแก่งักหลุยและนายทหารเหล่านั้นว่าเร่งหนีเร็ว ๆ เถิดจึงจะพ้นภัยอันตราย งักหลุยกับนายทหารและทหารเลวก็พากันวิ่งหนีทิ้งค่ายไปทางประมาณหกลี้ ทหารที่ไม่รู้ตัวหนีไม่พ้นตอเหลงห้าพ้นสี่ร้อยแปดก็เข้ากัดตายดูดโลหิตกินจนเวลาจวนจะสว่างก็กลับเข้าไปอยู่ในน้ำเต้าตามเดิม งักหลุยกับนายทหารทั้งปวงเห็นตอเหลงตาแดงเป็นแสงไฟลอยกลับไปสิ้นแล้ว ก็พานายทหารและทหารเลวกลับมาค่าย เห็นทหารของตัวต้องงูกัดกินเลือดตายเกลื่อนกลาดก็มีความสงสารยิ่งนัก ให้ตรวจนับศพได้ถึงหมื่นแปดพัน จึงสั่งให้ทหารไปขุดหลุมฝังเสีย งูเกาจึงถามจูกัดกิมว่าของวิเศษซึ่งเขาใช้มาดังนี้เรียกว่าอะไร จูกัดกิมบอกว่าชื่อตอเหลงเกิดด้วยมนต์วิชาผู้วิเศษเสกน้ำเต้า ถ้าจะแก้ก็ได้นี่เราเสียทีก็เพราะไม่รู้ งักหลุยจึงพูดว่าท่านจะแก้อย่างไรก็เร่งคิดเสีย ค่ำวันนี้มันจะปล่อยมากัดพวกเราตายอีก จูกัดกิมว่าขอให้ท่านเกณฑ์ทหารขุดคูหน้าค่ายให้กว้างลึกพอสมควร เอาดินดำกำมะถันกับหญ้าแห้งฟางแห้งใส่ไว้ในคู แล้วเอาไม้ขัดเอาหญ้าปิดปากคูนั้นเสียเกลี่ยดินให้เหมือนพื้นเดิม ฆ่าสุนัขโคกระบือเอาเนื้อหนังโลหิตไปเรี่ยรายวางไว้บนปากคู จัดทหารถือเกาทัณฑ์เพลิงไว้พันหนึ่งแล้วจัดทหารนุ่งกางเกงดำใส่เสื้อดำ ถือเกาทัณฑ์ไว้อีกห้าพัน ด้วยตอเหลงนั้นเป็นเทือกปิศาจได้คาวเนื้อและกลิ่นโลหิตก็คงจะลงไปกินก่อน เมื่อเห็นตอเหลงลงกินซากศพสัตว์ตายแล้วก็ให้ทหารที่ถือเกาทัณฑ์เพลิงจุดเชื้อยิงระดมเข้าไปให้ติดดินกำมะถันในคูลุกขึ้น ตอเหลงถูกเปลวไฟได้กลิ่นกำมะถันก็จะสิ้นกำลัง แล้วให้พวกแม่นเกาทัณฑ์ห้าพันยิงระดมลงไป ตอเหลงเหล่านั้นก็คงจะตายทั้งสิ้น งักหลุย งูเกาได้ฟังจูกัดกิมบอกเล่ห์กระเท่ห์ดังนั้นก็มีความยินดี สั่งให้นายทหารคุมไพร่พลไปทำการให้แล้วเสร็จแต่ในเวลาเย็นเตรียมการไว้ให้พร้อม ค่ำวันนี้หลวงฮวนโพฮองมันก็คงจะใช้ให้ตอเหลงมาอีก นายทหารก็คำนับลาแม่ทัพออกมาเร่งกันทำการแล้วพร้อมเสร็จ

ฝ่ายหลวงฮวนโพฮองกำกับตอเหลงกลับไปถึงค่าย พอเวลารุ่งเช้าก็เข้าไปบอกความกับกิมงึดตุดว่าเวลาคืนนี้ตอเหลงงูวิเศษได้กัดทหารกองทัพเมืองนิ่มอันสักสองหมื่น พอเวลาจวนรุ่งสว่างจึงได้กลับมา ค่ำวันนี้ข้าพเจ้าจะปล่อยตอเหลงกำกับไปฆ่าเสียให้สิ้นทั้งทัพ กิมงึดตุดได้ฟังก็มีความยินดีนักว่าการครั้งนี้จะสำเร็จก็เพราะอิทธิฤทธิ์คุณวิชาของท่าน ท่านเห็นจะเหน็ดเหนื่อยอดนอนมา จงกินโต๊ะเสพสุราด้วยกันให้สบายเถิด หลวงฮวนโพฮองกับกิมงึดตุดก็นั่งกินโต๊ะอยู่ด้วยกัน ครั้นเวลาบ่ายเย็นจวนจะค่ำ หลวงฮวนโพฮองก็ตั้งเครื่องบูชาบริกรรมร่ายมนต์เสกน้ำเต้า จนถึงเวลายามหนึ่งก็เปิดปล่อยงูตอเหลงออกไป หลวงฮวนโพฮองถือกระบี่ขี่ม้ากำกับไปด้วย ตอเหลงลอยไปบนอากาศถึงหน้าค่ายได้กลิ่นคาวเนื้อและโลหิตสุนัขโคกระบือก็ลงกินอยู่ปากคูหน้าค่ายทั้งสิ้น หาเข้าไปกัดคนในค่ายไม่ ทหารเกาทัณฑ์เพลิงก็จุดเชื้อยิงระดมเข้าไปติดดินดำกำมะถันลุกขึ้น งูตอเหลงถูกเปลวเพลิงและกลิ่นกำมะถันก็อ่อนเปลี้ยตกลงไปในคูบ้างอยู่บนปากคูบ้าง ทหารแม่นเกาทัณฑ์ห้าพันเห็นตัวถนัดก็ระดมยิงเกาทัณฑ์ถูกงูนั้นตายทั้งสิ้น หลวงฮวนโพฮองเห็นการณ์เกิดขึ้นดังนั้นก็อ่านมนต์เรียกตอเหลงงูวิเศษให้กลับมา ตอเหลงถูกอาวุธตายเสียแล้วก็ไม่ได้กลับมาสักตัวหนึ่ง ทหารที่ซุ่มอยู่หน้าค่ายเห็นหลวงฮวนโพฮองขับม้าเข้ามาที่ริมคูก็พากันออกไปเอาเกาทัณฑ์ไล่ระดมยิงถูกม้าที่หลวงฮวนโพฮองขี่นั้นตาย หลวงฮวนโพฮองร่ายมนต์บังตัวหายไป แล้วจึงคิดว่าทหารในกองทัพเมืองนิ่มอันนี้มีสติปัญญาอาจแก้ของวิเศษของเราได้ทุกประการ ครั้นจะอยู่ช่วยกิมงึดตุดคิดราชการต่อไปอีกก็สิ้นของวิเศษเสียหมดแล้ว คำเราได้พูดอวดอ้างไว้แก่กิมงึดตุดแต่ก่อนนั้นก็ไม่สม ครั้นเราจะไปหากิมงึดตุดก็มีความละอายนัก จำเราจะหนีไปอยู่ที่ตามเดิมเถิด อย่าให้กิมงึดตุดพบตัวอีกเลย คิดดังนั้นแล้วหลวงฮวนโพฮองก็กลับไปด้วยอิทธิฤทธิ์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ