๖๕

ฝ่ายผู้คุมที่ตะรางเมืองกุยจิวครั้นรุ่งขึ้นเช้ารู้ว่า งักหลุยหนีไปแต่เวลากลางคืนแล้ว ตกใจรีบเอาความไปแจ้งกับเจ้าเมืองกุยจิว เจ้าเมืองกุยจิวก็ใช้ให้ทหารติดตามไป

ฝ่ายงักหลุย งูทอง จงเหลียง ฮันคิเหลง ฮันคิหอง จูกัดกิม เอาเอียงซองเสียง เจ็ดคนครั้นเดินไปถึงหน้าด่านปักซิมก๊วน เห็นตึกสำหรับให้คนเดินทางเข้าพักอาศัยหลังหนึ่ง จึงพากันเข้าไปพักอยู่ที่ตึกนั้น เห็นโต๊ะที่บูชาตั้งอยู่โต๊ะหนึ่ง มีอักษรจารึกชื่อบูเชียงก๋งอยู่ที่โต๊ะนั้น งักหลุยคิดประหลาดใจจึงถามพวกเพื่อนว่าเหตุใดจึงเอาชื่อบิดาเราจารึกไว้ดังนี้ คนทั้งปวงก็ไม่ทราบ งักหลุยจึงเรียกตัวเฮงเต็กผู้เจ้าของตึกนั้นมาถาม เฮงเต็กแจ้งความว่าเมื่อครั้งบูเชียงก๋งตกไปอยู่ในเรือนโทษนั้น ชีนไคว่ให้ข้าพเจ้าเป็นผู้คุม ครั้นบูเชียงก๋งถึงแก่ความดายแล้ว ข้าพเจ้าก็ไม่ได้อยู่ทำราชการกับชีนไคว่กลับมาอยู่บ้าน และชื่อบูเชียงก๋งซึ่งจารึกไว้นั้น ด้วยเป็นผู้ประกอบไปด้วยความสัตย์กตัญญูใจคอกว้างขวางโอบอ้อมอารีมีเมตตาแก่คนทั้งหลายเป็นอันมาก ชื่อเสียงก็ปรากฏว่าเป็นผู้ตั้งอยู่ในยุติธรรม ควรจะเป็นที่นับถือแก่คนทั้งหลายได้ ข้าพเจ้าจึงได้จารึกชื่อไว้ เป็นที่คำนับบูชา งักหลุยจึงว่าตัวเรานี้คืองักหลุยเป็นบุตรที่สองของบูเชียงก๋ง ท่านรู้จักเราหรือไม่ เฮงเต็กได้ฟังก็คำนับแล้วพูดว่า ข้าพเจ้าหารู้จักท่านไม่ขออภัยเสียเถิด และท่านพากันมานี้จะไปตำบลใดหรือ งักหลุยบอกว่าเราจะไปเซ่นศพบิดาที่ตำบลซีเหียเนี้ย เฮงเต็กจึงว่าข้าพเจ้าทราบอยู่ว่าชีนไคว่ให้ทหารตั้งซุ่มอยู่ริมที่ฝังศพบิดาท่าน ถ้าเห็นผู้ใดมาคำนับศพแล้วก็ให้จับตัวไว้ ข้าพเจ้าเห็นว่าท่านจะไปในเวลากลางวันนั้นจะมีเหตุเป็นมั่นคง ขอท่านไปคำนับเวลากลางคืนเถิด งักหลุยเห็นชอบด้วย ครั้นเวลากลางคืนประมาณยามเศษงักหลุยกับพวกเพื่อนก็พากันไป ครั้นไปถึงหน้าบ้านชีนไคว่จูกัดกิมจึงกำชับพี่น้องเหล่านั้นว่าถึงหน้าบ้านชีนไคว่แล้ว ท่านทั้งปวงอย่าพูดจากันอื้ออึงไป

ฝ่ายงูทองจึงคิดว่าเราจะเดินไปข้างหลังคนทั้งปวง ถ้าถึงประตูบ้านชีนไคว่ เราจะหนีเข้าไปแต่ผู้เดียวฆ่าชีนไคว่เสียให้ได้ ครั้นเดินมาถึงประตูบ้านชีนไคว่ งูทองก็แวะเข้าไปในบ้านชีนไคว่ คนทั้งหกซึ่งมาด้วยกันนั้นไม่รู้ก็เดินเลยไป งูทองเข้าไปในบ้านชีนไคว่ ในเวลานั้นผู้คนในบ้านก็นอนหลับเงียบสงัด เดินล่วงเข้าไปถึงประตูชั้นในเห็นประตูปิดอยู่ งูทองปีนขึ้นไปบนหลังคาตึกซึ่งชีนไคว่อยู่แล้วรื้อกระเบื้องลงไปในห้องได้ เห็นคนนอนอยู่บนเตียงคนหนึ่ง งูทองดีใจเดินเข้าไปมองดูก็มิใช่ชีนไคว่ แล้วเห็นประทัดและดอกไม้ต่าง ๆ มีอยู่ในห้องนั้นมาก งูทองก็รู้ว่าเป็นห้องสำหรับไว้ของเล่น ครั้นจะเที่ยวค้นหาห้องชีนไคว่ต่อไปก็จวนจะสว่างขึ้น งูทองก็เก็บเอาประทัดห่อผ้าได้ห่อหนึ่งแล้วก็เดินไปเอากระบี่ตัดศีรษะคนซึ่งนอนอยู่นั้นตายแล้วเอากระดาษจุดไฟที่ตะเกียงเผาห้องไหม้ขึ้น งูทองก็ขึ้นบนหลังคาออกจากบ้านชีนไคว่รีบเดินตามพวกพี่น้องไป ฝ่ายชีนไคว่และบ่าวไพร่นอนหลับอยู่ แว่วเสียงคนร้องว่าไฟไหม้ก็ตกใจตื่นขึ้น เห็นเพลิงไหม้คุอยู่ในห้องเครื่องเล่น ชีนไคว่ก็เรียกบ่าวไพร่เข้าดับเพลิงสงบแล้วเห็นไซ่หู้ซึ่งทำดอกไม้คอขาดอยู่ในเพลิง ชีนไคว่ก็รู้ว่ามีผู้โกรธแค้นพยาบาทไซ่หู้ จึงได้คิดกระทำการดังนี้ ฝ่ายงักหลุยครี่นพากันไปถึงที่ฝังศพบิดาแล้ว ไม่เห็นงูทองมาด้วยก็ตกใจ จูกัดกิมจึงว่าท่านทั้งปวงอย่าเพิ่งเสียใจก่อน ข้าพเจ้าจะจับยามดูก็จะรู้เหตุดีและร้าย ว่าแล้วจับยามดูก็รู้ว่างูทองมาจวนจะถึงแล้วจึงบอกว่า งูทองนั้นไปมีเหตุขึ้นแต่เอาตัวรอดได้ประเดี๋ยวนี้ก็จะมาถึง พอว่าขาดคำลงงูทองก็มาถึงแจ้งความซึ่งได้เข้าไปเผาบ้านชีนไคว่ให้ฟังทุกประการ งักหลุยและพวกเพื่อนทั้งปวงเห็นงูทองมาถึงพร้อมแล้ว ก็พากันเซ่นคำนับศพบูเชียงก๋ง ในขณะนั้นงักหลุยร้องไห้เศร้าโศกถึงบิดาจนสลบไปเป็นหลายครั้ง ฝ่ายงูทองจึงคิดว่าประทัดซึ่งเราเอาห่อผ้ามาจากบ้านชีนไคว่ก็มีอยู่ควรเราจะจุดขึ้น แล้วก็เอาประทัดนั้นจุดขึ้นเป็นอันมาก

ฝ่ายทหารซึ่งชีนไคว่ให้ตั้งรักษาศพบูเชียงก๋งอยู่นั้น ครั้นได้ยินเสียงประทัดก็รู้ว่ามีผู้มาเซ่นศพ ปังตงตัวนายจึงคุมทหารแปดร้อยยกมาเข้าล้อมไว้ ฝ่ายพวกเพื่อนของงักหลุยได้ยินเสียงทหารโห่ร้องยกมาล้อมไว้ก็ตกใจจึงพากันหนีหักออกไปได้ แต่งักหลุยนั้นสลบล้มนิ่งอยู่ ครั้นค่อยคลายได้สติขึ้นก็พอปังตงจับตัวได้และเอาไปให้ชีนไคว่ ครั้นเดินมาถึงริมฝั่งแม่น้ำแห่งหนึ่ง ทางซึ่งจะไปนั้นเป็นเชิงเขาจำเพาะเดินได้แต่คนเดียว ปังตงลงจากม้าแล้วไม่ไว้ใจเอางักหลุยเดินไปข้างหลัง ครั้นถึงที่แคบงักหลุยผลักปังตงตกลงในน้ำกระทบศิลาศีรษะแตกตาย แล้วเอากระบี่ของปังตงเข้าไล่ฟันทหารปังตงเจ็บปวดล้มตายเป็นอันมาก ที่เหลือตายนั้นก็พากันหนีไปสิ้น งักหลุยจึงเอาม้าของปังตงขี่รีบเดินทางไปถึงตำบลเจียวตินฉี เห็นบ้านหนึ่งประตูเปิดอยู่ งักหลุยจึงเข้าไปใน บ้านนั้น เห็นมีคนแก่สองคนผัวเมียทำเต้าหู้ขาย งักหลุยลงจากม้าเข้าไปคำน้บ ชายแก่ผู้นั้นจึงถามว่าเจ้านี้มาแต่ไหนมีกิจธุระสิ่งใดหรือ งักหลุยบอกว่าข้าพเจ้ามาแต่ทางไกล มีเงินมายี่สิบตำลึงผู้ร้ายชิงเอาไปเสียหมด ข้าพเจ้าจะขอพักอาศัยท่านสักสองสามเวลา แล้วก็ถามชื่อและแซ่ชายแก่ผู้นั้น ชายแก่บอกว่าเราแซ่เตีย แล้วชายแก่ก็ถามงักหลุยว่าเจ้าแซ่ไรเล่า งักหลุยบอกว่าข้าพเจ้าแซ่เตียเหมือนกับท่าน ชายแก่จึงเอาเต้าหู้ให้งักหลุยกินชามหนึ่ง ในขณะนั้นเตียวต้าย จียีสองคนเป็นนักเลงเที่ยวเสพสุราเดินมาไปถึงหน้าบ้านชายแก่นั้น จึงชวนกันเข้าไปซื้อเต้าหู้กิน และเมื่อขณะนั่งกินเต้าหู้อยู่นั้น เตียวต้าย จียีพิจารณาดูงักหลุยเห็นเหมือนกับรูปคนหนีคุกซึ่งแขวนไว้ที่ตำบลต่าง ๆ แล้วก็บอกชายแก่เจ้าของเต้าหู้ว่า ข้าพเจ้าจะไปกินสุราประเดี๋ยวหนึ่งจึงจะมากินเต้าหู้อีก ครั้นเดินออกไปนอกบ้านแล้วจึงปรึกษากันว่า คนซึ่งนั่งกินเต้าหู้นั้นจะเป็นงักหลุยที่หนีคุกไปเป็นแน่ รูปพรรณเหมือนกับรูปซึ่งเขียนแขวนไว้ จำเราจะจับเอาตัวไปให้ชีนไคว่ เราสองคนก็จะมั่งมีขึ้นเป็นมั่นคง จียีว่าเราสองคนเท่านี้เห็นจะจับตัวไม่ได้ดอกกระมัง เตียวต้ายจึงว่าเพื่อนเรายังมีอีกหลายคน จะบอกมาช่วยกันจับก็จะได้ ว่าแล้วก็รีบไปบอกพวกเพื่อนมาได้อีกหลายคน ก็เข้าไปในบ้านคนขายเต้าหู้ถามชายแก่นั้นว่า คนซึ่งนั่งกินเต้าหู้อยู่นั้นคือผู้ใด ชายแก่เห็นคนทั้งสองพาพวกเพื่อนมาอีกหลายคนก็นึกสงสัย แกล้งบอกว่าชายผู้นี้เป็นหลานของเราเจ้ามาถามด้วยเหตุอันใด เตียวต้ายจึงว่าคนผู้นี้เป็นคนโทษหนีคุกเหตุใดท่านจึงว่าเป็นหลาน ตั้งแต่เราเที่ยวเล่นอยู่ในตำบลนี้ก็นานหลายปีมาแล้วยังไม่ได้ยินผู้ใดว่าท่านมีหลานเลย ท่านพูดไม่จริงเราจะจับเอาไปให้นายบ้าน ว่าแล้วก็พากันกลุ้มรุมเข้าจับงักหลุยมัดเอาออกมานอกบ้าน ให้พวกเพื่อนคุมตัวไว้ เตียวต้ายกลับเข้าไปขู่ชายแก่ว่าเหตุใดท่านจึงมาสมคบเอาคนโทษหนีคุกมาไว้ดังนี้ มีความผิดมาก เราจะจับตัวไปให้นายบ้านชำระทำโทษเสียให้สาหัส ชายแก่นั้นตกใจกลัวจึงว่า ข้าพเจ้าไม่รู้เลยว่าเป็นคนหนีคุก ขอโทษเสียทีเถิดอย่าจับตัวไปเลย ข้าพเจ้าก็เป็นคนอนาถาอีแปะค่าเต้าหู้นั้นข้าพเจ้ายกให้ท่าน และสุกรข้าพเจ้าเลี้ยงไว้ตัวหนึ่งจงเอาไปเถิด เตียวต้ายได้ฟังก็ดีใจจับสุกรมัดแบกขึ้นบ่ารีบคุมตัวงักหลุยไปส่งลีเปกแซผู้เป็นนายบ้าน ลีเปกแชเห็นดังนั้นมีความยินดี พิเคราะห์ดูงักหลุยก็เห็นว่าเหมือนกับรูปซึ่งเขียนไว้แล้วสั่งให้ผู้คุมเอาตัวงักหลุยไปขังไว้หลังบ้าน ลีเปกแซจึงว่ากับเตียวต้าย จียี ว่าขอทุเลาก่อน เวลาอื่นจึงค่อยมาเอาเงินสินบน เตียวต้ายกับพวกเพื่อนก็พากันไป

ฝ่ายลีเปกแชเป็นคนประกอบไปด้วยโลภมาก คิดจะเอากำนัลจากราษฎรชาวบ้านจงเที่ยวป่าวร้องว่า บัดนี้เราจับงักหลุยคนโทษสำคัญได้ ชีนไคว่จะให้เป็นขุนนางสำเร็จราชการดูแลทำนุบำรุงราษฎรในแขวงนี้ ถ้าผู้ใดมีทุกข์ร้อนอย่างไรก็คงต้องพึ่งเรา ให้พากันเอาของกำนัลมาคำนับลีเปกแชเสียจงทุกคน ถ้าผู้ใดไม่เอาของคำนับมาให้ก่อน ถึงจะมีทุกข์ร้อนมาก็ไม่เป็นธุระ ราษฎรแจ้งความดังนั้นก็พากันแตกตื่น จัดเอาของคำนับต่าง ๆ มากำนัลลีเปกแชเป็นอันมาก ลีเปกแชก็ดีใจ สั่งแก่พวกราษฎรว่าถ้ามีกิจธุระสิ่งใดจงมาบอกเรา เราจะช่วย พวกราษฎรได้ฟังก็มีความยินดีต่างคนก็คำนับลาไป

ฝ่าย งูทอง จงเหลียง ฮันคิเหลง ฮันคิหอง เอาเอียงซองเสียง จูกัดกิม หกคนหนีไปถึงตำบลหนึ่ง เห็นพวกชาวบ้านพากันแบกหามสิ่งของกำนัลเดินทางไปเป็นอันมาก งูทองจึงถามพวกชาวบ้านว่าท่านทั้งปวงคุมสิ่งของมานี้จะไปแห่งใด พวกชาวบ้านบอกว่า บัดนี้ลีเปกแชซึ่งเป็นนายบ้านตำบลเจียวตินฉี จับงักหลุยคนโทษหลวงหนีคุกได้ ลีเปกแชเขามีความชอบมากจะเป็นขุนนางใหญ่ในบ้านนี้ พวกเราจึงพากันเอาของกำนัลไปให้ฝากตัวไว้ภายหน้าจะได้พึ่งบุญเขาต่อไป งูทองกับพวกเพื่อนได้ฟังก็มีความยินดี แล้วปรึกษากันว่าจำเราจะซื้อสิ่งของไปกับชาวบ้านให้พบงักหลุย ครั้นปรึกษากันแล้วก็เอาเงินซื้อสิ่งของพอสมควรไปกับพวกชาวบ้าน ลีเปกแชเห็นคนทั้งหกแปลกหน้ามาจึงถามว่าเจ้าหกคนนี้มาแต่ไหน งูทองบอกว่าข้าพเจ้าเป็นพ่อค้ามาแต่ทางไกล ทราบความว่าท่านจับงักหลุยคนโทษหนีคุกได้ พวกข้าพเจ้าพลอยมีความยินดีด้วย ท่านคงจะมีวาสนาใหญ่ยิ่งขึ้นไป พวกข้าพเจ้าจะได้มาพึ่งท่าน และงักหลุยนั้นข้าพเจ้ารู้อยู่ว่าที่ศีรษะข้างหลังนั้นมีตาอีกสองตาท่านเห็นหรือไม่ ลีเปกแชว่าบ่าวไพร่ของเราเขาจับมาให้ไม่ทันพิจารณาจะมีหรือไม่มีก็ไม่รู้ งูทองจึงว่าถ้าไม่มีตาข้างหลังอีกสองตา แล้วก็มิใช่งักหลุย จะผิดตัวไป ลีเปกแชมิได้รู้ในอุบายจึงว่า ถ้ากระนั้นเจ้าจงไปดูให้แน่จะเป็นงักหลุยหรือมิใช่ งูทองก็แกล้งพูดว่าเป็นคนโทษสำคัญอยู่ไปดูจะมีความผิดดอกกระมัง ลีเปกแชว่าเราสั่งให้ไปดูจะมีความผิดมาแต่ไหน งูทองกับเพื่อนหกคนก็เข้าไปที่หลังบ้าน ครั้นไปถึงที่ขังงักหลุยเห็นงักหลุยนั่งอยู่ในกรง งูทองกับเพื่อนหกคนก็เอากระบี่ฟันกรงเข้าไป เอางักหลุยออกมาได้ ผู้คุมซึ่งรักษางักหลุยเห็นดังนั่นก็วิ่งออกมาบอกลีเปกแช ลีเปกแชตกใจวิ่งเข้าไปดู งูทองเอากระบี่ฟันลีเปกแชตาย แล้วเข้าไล่ฆ่าฟันบ่าวไพร่ของลีเปกแชเจ็บปวดล้มตายเป็นหลายคน แล้วก็พางักหลุยรีบออกจากตำบลเจียวตินฉีหนีไปทางทิศตะวันออก

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ