๔๖

ฝ่ายชีนไคว่ ตั้งแต่ลังจู๊เจ้าเมืองไตกิมก๊กขับไล่เสียแล้ว สองคนผัวเมียก็เที่ยวไปอาศัยราษฎรพวกฮวนอยู่ที่ริมเขาฮอลันซัว ยากจนขัดสน อาหารจะกินผัวเมียก็ไม่ใคร่จะเต็มท้องทุกเวลา แต่นางเฮงสีภรรยาชีนไคว่นั้น รูปร่างงดงามช่างพูดประจบประแจงดี พวกฮวนราษฎรมีใจรักใคร่เอ็นดู นางเฮงสีรับจ้างเย็บเสื้อกางเกงพอได้เงินมาซื้ออาหารเลี้ยงกันกิน

ฝ่ายกิมงึดตุดให้คนใช้ไปเที่ยวตามหาชีนไคว่ก็ไม่พบ คิดการสิ่งใดก็อัดอั้นไม่ตลอดไปได้ คิดรำคาญใจจึงสั่งทหารพวกขี่ม้าแม่นเกาทัณฑ์ว่า เราจะไปเที่ยวป่ายิงสัตว์เล่นให้สบาย พวกทหารขี่ม้าแม่นเกาทัณฑ์ประมาณยี่สิบสามสิบม้า จัดการพร้อมแล้วกิมงึดตุดก็ออกไป เที่ยวตามเขาและป่ายิงเนื้อนกเล่นต่าง ๆ พอเวลาเย็นจะกลับมาบ้าน

ฝ่ายนางเฮงสีภรรยาชีนไคว่ ไปเที่ยวเก็บฟืนอยู่ตามริมชายเขา เห็นพวกทหารฮวนขี่ม้าเดินมาเป็นหมู่ก็ตกใจ วิ่งหลบเข้าไปแอบซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ พอกิมงึดตุดเดินมาถึงแลเห็นหญิงเข้าไปแอบซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ก็ชักม้าแวะเข้าไปดู เห็นหญิงนั้นรูปร่างหน้าตางดงาม ก็มีใจปฏิพัทธ์รักใคร่ จึงสั่งให้ทหารเอาตัวหญิงนั้นขี่ม้ากลับมาบ้าน ให้นางเฮงสีเข้าไปอยู่ข้างใน แล้วให้เอาเสื้อกางเกงที่เป็นของใหม่มาเปลี่ยนใส่ให้หมดจนสะอาด กิมงึดตุดก็เข้าไปถามว่าเจ้านี้อยู่ที่ไหนชื่อไรจึงได้มาตกยากเป็นคนเที่ยว เก็บฟืนอยู่ดังนี้ ไม่สมกับรูปร่างลักษณะของเจ้าเลย นางเฮงสีคุกเข่าลงคำนับแล้วชายตาก้มหน้าบอกกิมงึดตุดว่า ตัวข้าพเจ้าชื่อเฮงสีเป็นภรรยาชีนไคว่ ขุนนางในเมืองเปียนเหลียงตามสองกษัตริย์มา บัดนี้ลังจู๊เจ้าเมืองไตกิมก๊กเอาสองกษัตริย์ไปขังไว้ขับไล่ข้าพเจ้าเสีย จึงเที่ยวยากจนเป็นคนอนาถารับจ้างเขาเย็บผ้าเก็บฟืนขาย พอได้เลี้ยงชีวิตกันผัวเมีย กิมงึดตุดได้ฟังก็ดีใจจึงว่าเราให้คนไปเที่ยวหาชีนไคว่สามีเจ้าหลายแห่งหลายตำบลนักหนาก็ไม่พบปะกัน วันนี้ได้พบเจ้าเรามีความยินดีนัก ตัวเจ้าก็มีรูปร่างลักษณะอันเป็นที่พึงใจเราจะใคร่เป็นไมตรีให้สนิทไว้ จะได้ทำนุบำรุงชีนไคว่สามีเจ้ากับตัวเจ้าให้มีความสุขสบาย นางเฮงสีว่า ข้าพเจ้าตกมาอยู่ในแผ่นดินของท่าน เมื่อจะให้เป็นประการใดก็ไม่ขัดขวาง สุดแล้วแต่จะเมตตา กิมงึดตุดก็เข้าจูงมือนางเฮงสีเข้าไปในห้องร่วมรสประเวณีกันเสร็จแล้ว ก็ออกมาสั่งคนใช้จัดม้าไปรับชีนไคว่ที่เขาฮอลันซัวตามนางเฮงสีบอกตำบลบ้านเข้ามา กิมงึดตุดก็เรียกเข้าไปข้างใน แล้วเล่าความซึ่งให้คนใช้ไปเที่ยวคิดตามจนพบนางเฮงสี ถามได้ความจึงให้ไปเชิญท่านมาอยู่ด้วยกัน จะได้เป็นที่ปรึกษาหารือ ชีนไคว่ได้ฟังก็ยินดีคุกเข่าลงคำนับ กิมงึดตุดให้จัดเสื้อกางเกงมาให้ชีนไคว่ผลัดแล้วจัดห้องที่สะอาดให้อยู่เป็นสุขสบาย ถึงเวลากินจัดโต๊ะและสุราไปให้กินทุกวัน สิ่งของซึ่งจะใช้สอยก็จัดให้พร้อมทุกอย่างมิได้อนาทรร้อนใจ นางเฮงสีนั้นเข้านอกออกในสนิทสนม กิมงึดตุดร่วมการประเวณีกันเนือง ๆ ชีนไคว่ผู้สามีก็ทราบแต่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ครั้นอยู่นานมาเวลาวันหนึ่ง กิมงึดตุดถามชีนไคว่ว่าตัวท่านตกมาอยู่ในเมืองเราช้านานหลายปีมาแล้ว คิดจะกลับไปบ้านเมืองบ้างหรือไม่ ชีนไคว่กับนางเฮงสีว่า เมื่อข้าพเจ้าตามสองกษัตริย์มาก็ด้วยความจงรักภักดี ครั้นสองกษัตริย์ไปต้องขังอยู่ที่เงาก๊กเสีย บิดาท่านขับไล่ข้าพเจ้าไม่มีที่จะอาศัยทำมาหากินยากจน เหลือประมาณก็คิดรำลึกถึงบ้านเมืองเดิม อยากจะใคร่ไปอยู่มิได้ขาด แต่บัดนี้ท่านเอาข้าพเจ้าผัวเมียมาเลี้ยงทำนุบำรุงมีความสุขสบายนักหนา แล้วลืมไม่ได้คิดถึงบ้านเมืองเดิม จะอยู่ฉลองคุณให้ท่านใช้ไปกว่าจะสิ้นชีวิตอยู่ที่นี่ กิมงึดตุดว่าคำโบราณท่านกล่าวไว้ว่า ต้นไม้สูงสักเท่าใด ๆ ใบและลูกก็คงหล่นอยู่ใต้ต้น บุคคลผู้ใด ๆ ถึงไปได้ดีที่เมืองอื่น ก็ยิ่งรำลึกถึงถิ่นฐานบ้านเมืองเดิมอยู่มิได้ลืม ท่านทั้งสองนี้ถ้าคิดถึงบ้านเมืองเดิมอยู่ จะกลับไปเราก็ไม่ขัดขวางจะให้ทหารไปส่ง จงบอกตามจริงเถิด ชีนไคว่ว่าการซึ่งคิดถึงถิ่นฐานเดิมดังนี้ก็เป็นธรรมดา ด้วยเป็นที่ฝังศพบิดามารดาปู่ย่าตายายพอได้เซ่นไหว้ตามฤดูปีเหมือนคนทั้งปวง ซึ่งท่านเมตตาเลี้ยงดูข้าพเจ้านี้บุญคุณเป็นที่สุดถึงจะตายก็ไม่ลืมพระคุณเลย กิมงึดตุดว่าท่านจะกลับไปก็ไม่ยากดอกถ้าไปหาสองกษัตริย์ที่เงาก๊กเสีย ทูลขอหนังสือสำคัญไปเป็นคู่มือแล้ว คังอ๋องซึ่งเป็นพระเจ้าซ้องเกาจงก็คงจะชุบเลี้ยงท่านเป็นขุนนางผู้ใหญ่ ถ้าท่านมีความสัตย์ปฏิญาณไม่ลืมความที่รักใคร่กันแล้ว เราก็จะดีใจนักหนา ชีนไคว่ได้ฟังก็คิดเห็นความว่า กิมงึดตุดจะให้ไปเป็นไส้ศึกอยู่ในแผ่นดินซ้อง เหมือนกับเตียปังเชียงจึงพูดว่าถึงตัวข้าพเจ้าไปอยู่ไกลท่านก็ไม่ลืมพระคุณเลย ถึงท่านจะให้ทำอย่างไรก็คงจะสนองคุณไปกว่าจะหาชีวิตไม่ กิมงึดตุดว่าท่านพูดแม่นยำอยู่ดังนี้แล้ว เราก็มีความขอบใจนัก จึงสั่งให้ทหารพาตัวชีนไคว่ไปที่ตำบลเงาก๊กเสีย ให้ผู้คุมปล่อยชีนไคว่เข้าไปพบกับสองกษัตริย์โดยดีอย่าให้ขัดขวางไว้ ทหารคนใช้กับชีนไคว่ก็คำนับลาพาไป กิมงึดตุดกับนางเฮงสีก็มีความอาลัย พูดจาเคล้าคลึงสั่งเสียการงานกันทุกสิ่งทุกอย่าง นางเฮงสีกระทำสัตย์สาบานให้กิมงึดตุดว่าจะคิดสนองคุณให้สมความปรารถนา กิมงึดตุดก็ปฏิญาณให้ว่า ถ้าเราได้เป็นใหญ่ในแผ่นดินซ้องแล้ว จะตั้งเจ้าให้เป็นที่กุยอุยมเหสีซ้าย พูดจาเอาคำมั่นสัญญากันแล้ว ก็กระทำการร่วมประเวณีกัน ครั้งนั้นเป็นเวลาจะจากกิมงึดตุดอุตส่าห์ยักย้ายท่าทางให้นางเกิดกระสันเสียว นางเฮงสีก็รับรองโต้ตอบเป็นอันดี เพื่อจะมิให้กิมงึดตุดลืมความปฏิพัทธ์ สั่งเสียอยู่เป็นช้านานยิ่งกว่าทุกคราว

ฝ่ายชีนไคว่ไปถึงตำบลเงาก๊กเสีย ผู้คุมก็ให้นั่งบนสาแหรกหย่อนลงไปในหลุมที่ขังกษัตริย์ทั้งสอง ชีนไคว่คุกเข่าลงคำนับกราบถวายบังคมทูลว่า ข้าพเจ้าตามเสด็จมาได้ความทุกข์ยากลำบากขัดสนเป็นที่สุด บัดนี้ได้ช่องแล้วจะกราบถวายบังคมลากลับไปบ้านเมือง ขอพระองค์จงได้เขียนหนังสือประทานให้ข้าพเจ้า ไปเป็นคู่มือด้วยเถิด จะได้ไปคิดการด้วยพระเจ้าซ้องเกาจงยกทัพมาแก้ไขให้ได้พระองค์กลับไปดำรงบ้านเมืองอย่างเดิม ทูลแล้วก็เอากระดาษกับพู่กันถวายพระเจ้าซ้องคิมจง ทรงเขียนหนังสือให้มีความว่า ชีนไคว่ได้ติดตามมาบัดนี้จะลากลับไปบ้านเมือง ความทุกข์ยากลำบากของพระบิดาและตัวเราฉันใดชีนไคว่ก็รู้แจ้งประจักษ์อยู่ทุกประการ ทรงเขียนแล้วก็เข้าผนึกส่งให้ชีนไคว่ ไท้เซียงฮองจึงตรัสกับชีนไคว่ว่า เจ้าดูเอาเถิดความยากลำบากของเราอย่างไรนั้น ก็จงบอกคนทั้งปวงให้รู้ เราไม่รู้ที่จะสั่งข้อความสิ่งใด ตรัสแล้วก็ทรงกันแสงทั้งสองพระองค์ ชีนไคว่ก็คำนับลาขึ้นนั่งบนสาแหรก ผู้คุมชักขึ้นจากหลุม ชีนไคว่ก็กลับมาหากิมงึดตุด เล่าความซึ่งสองกษัตริย์เขียนหนังสือให้เป็นสำคัญนั้นให้ฟังทุกประการ กิมงึดตุดชวนชีนไคว่ นางเฮงสีเข้านั่งกินโต๊ะเสพสุราด้วยกัน ครั้นเวลารุ่งเช้าให้ทหารพาชีนไคว่กับนางเฮงสี เดินออกจากเมืองไตกิมก๊ก มาถึงที่สำนักเจ้าเมืองและนายบ้านก็จัดโต๊ะมาเลี้ยงทุกแห่งทุกตำบลตลอดทางมาจนพ้นแดนฮวนเมืองไตกิมก๊ก ทหารซึ่งมาส่งนั้นจึงเอาห่อสิ่งของส่งให้ชีนไคว่กับนางเฮงสีว่า กิมงึดตุดสั่งมาว่าถ้าพ้นแดนเมืองไตกิมก๊กแล้วท่านจะไปในทางแผ่นดินซ้อง ของในห่อนี้จะได้ซื้อเสบียงอาหารเขากินไปตามทาง ชีนไคว่นางเฮงสีรับเอาห่อสิ่งของมาแก้ออกดูเห็นมีทองคำเพชรและหยกที่ดีต่าง ๆ คิดราคาประมาณสามหมื่นตำลึง ชีนไคว่กับนางเฮงสีผินหน้าไปข้างทิศเมืองไตกิมก๊ก แล้วก็คุกเข่าลงคำนับกิมงึดตุดสามครั้งก็ลาทหารออกเดินล่วงแดนแผ่นดินซ้องเข้าไปถึงด่านเมืองลูจิว ก็เข้าไปหาจงเปียผู้รักษาด่าน เล่าความแล้วเอาหนังสือของพระเจ้าซ้องคิมจงให้จงเปียดูเป็นสำคัญ จงเปียได้แจ้งความก็คิดสงสารสองกษัตริย์ยิ่งนัก จัดทหารพาชีนไคว่กับภรรยาบอกส่งไปเมืองนิ่มอัน เดินทางมาหลายวันถึงเมืองนิ่มอัน ชีนไคว่เข้าหาเจ้าพนักงานนำเข้าเฝ้าพระเจ้าซ้องเกาจง ชีนไคว่ถวายหนังสือที่สองกษัตริย์ให้มา พระเจ้าซ้องเกาจงทอดพระเนตรทราบความแล้วจึงตรัสถามว่า สองกษัตริย์นั้นลังจู๊เอาไปกักขังไว้ได้ความลำบากอย่างไรบ้าง ชีนไคว่ทูลว่าสองกษัตริย์นั้นต้องขังอยู่ในหลุมที่ตำบลเงาก๊กเสีย ได้แลเห็นอยู่แต่ฟ้ากับดิน พระอาหารจะเสวยก็มีแต่ข้าวกับเนื้อกระบือเค็มผู้คุมส่งให้วันละครั้ง น้ำก็พอแต่เสวยที่จะอาบก็ไม่มี ที่ถ่ายอุจจาระก็อยู่ที่นั่นด้วย เกลือกกลั้วไปด้วยกลิ่นเหม็น เสื้อผ้าที่ทรงผู้คุมให้ก็ล้วนแต่เนื้อหยาบ ที่บรรทมก็บรรทมอยู่กับพื้นแผ่นดิน มีเสื่อปูรองกับหมอนไม้เป็นที่สังเวชยิ่งนัก ตัวข้าพเจ้าลังจู๊ขับไล่เสียไม่มีอาหารจะรับประทานเที่ยวเก็บฟืนรับจ้างเขาหาเลี้ยงชีวิตจึงได้รอดหนีกลับมาได้ พระเจ้าซ้องเกาจงได้ทรงฟังจึงตรัสว่าตัวเจ้าผัวเมียหนีกลับมาให้เรารู้ ข่าวนี้ก็เป็นดีอยู่แล้ว ท่านเป็นคนมีกตัญญูรักเจ้านายเราขอบใจนักหนา รับสั่งตั้งให้ชีนไคว่เป็นที่ลิโปเซียจือขุนนางผู้ใหญ่ฝ่ายบุ๋น ตั้งนางเฮงสีเป็นที่ยิปินฮูหยิน ชีนไคว่รับที่ตั้งเป็นขุนนางผู้ใหญ่แล้วก็ถวายบังคมลาออกไปอยู่บ้านตามตำแหน่ง ขณะนั้นศักราชเซียวเฮงได้สี่ปี นับแต่พระเจ้าซ้องเกาจงเสด็จมาอยู่เมืองนิ่มอัน ครั้นถึงเดือนเก้าเป็นงานปีสำหรับประชุมทหารออกแห่เรียกว่า ซึงกังเป็นพิธีประจำปีมาแต่โบราณ เฮงเอี๋ยนขุนนางผู้เฒ่าอายุเก้าสิบปี ได้บังคับบัญชาฝึกหัดนายทหารและทหารเลว จึงให้หมายแจกแต่บรรดาขุนนางนายทหารทั้งปวง ให้มาตระเตรียมการประชุมพร้อมกันที่สนามจะแห่ซึงกัง ถ้าผู้ใดขาดไม่มาจะเอาโทษ ขุนนางนายทหารเหล่านั้นก็มาพร้อมกันคอยอยู่ที่สนาม ขาดหน้าอยู่แต่เมียวโป้วกับเล่าเจียหงันไม่ได้มา เฮงเอี๋ยนจึงใช้ให้ทหารไปตามหาตัว เมียวโป้วกับเล่าเจียหงันบอกมาว่าจะตามเสด็จพระเจ้าซ้องเกาจงไปเที่ยวป่า เฮงเอี๋ยนได้ฟังก็มิได้ว่าประการใด ครั้นถึงเวลาก็จัดกระบวนทหารออกแห่พิธีซึ่งกังไปตามถนน

ฝ่ายเมียวโป้วกับเล่าเจียหงัน เวลานั้นเสพสุราเมาชวนกันขึ้นขี่ม้าไปตามทาง พอเห็นแห่พิธีซึงกังมาก็ลงจากม้าเข้าไปแอบประตูบ้านราษฎรดูแห่ พอเฮงเอี๋ยนมาถึงแลเห็นเมียวโป้วกับเล่าเจียหงันแอบดูแห่อยู่ จึงให้ทหารไปเอาตัวมาถามว่าตัวท่านเป็นขุนนางฝ่ายทหาร ถึงวันประชุมเป็นการปีท่านก็ไม่มา เราให้คนไปเรียกก็บอกมาว่าจะตามเสด็จรักษาพระองคไปเที่ยวป่า เหตุไรจึงได้เมาสุรามาเที่ยวอยู่ตามอำเภอใจดังนี้ ท่านถือตัวว่าเราทำโทษไม่ได้หรือ เฮงเอี๋ยนก็สั่งให้ทหารจับตัวเมียวโป้วกับเล่าเจียหงัน ลงคว่ำเฆี่ยนที่กลางถนนคนละยี่สิบที แล้วสั่งให้เอาตัวไปขังไว้ เมียวโป้วกับเล่าเจียหงันพูดอ้อนวอนว่าครั้งนี้ข้าพเจ้าผิดจริง ขอท่านจงเอ็นดูอย่าได้เอาตัวไปขังให้ได้ความลำบากเลย เฮงเอี๋ยนจึงว่าเจ้าทั้งสองนี้ถือว่าเป็นคนโปรดไม่เกรงราชอาญาแผ่นดิน ถ้าต่อไปเบื้องหน้าทำละเมิดหมิ่นประมาทดังนี้อีกเราจะทูลขอเอาไปฆ่าเสีย พูดแล้วก็สั่งให้ทหารปล่อยตัวไป เมียวโป้วกับเล่าเจียหงันถูกเฆี่ยนกลางถนนได้ความอัปยศยิ่งนักคิดแค้นเฮงเอี๋ยน ก็พากันเดินไปบ้านเมียวโป้วเข้าไปข้างในที่สงัดแล้วจึงปรึกษากันว่า แผ่นดินซ้องครั้งนี้มีคนเข้มแข็งอยู่ก็แต่งักฮุยกับฮั่นซีตงสองคนเท่านั้นแหละที่เรากลัวฝีมือและสติปัญญา แต่งักฮุยกับฮั่นซีตงก็ออกไปอยู่หัวเมืองไกล ขุนนางในเมืองหลวงทุกวันนี้เราหากลัวผู้ใดไม่ เราสองคนคุมทหารพวกพ้องไปล้อมบ้านจับเฮงเอี๋ยน ฆ่าแก้แค้นเสียให้ได้ แล้วตรงเข้าไปในวังล้อมจับเอาพระเจ้าซ้องเกาจงไปขังเสีย ขุนนางเหล่านั้นก็คงจะยอมเข้าด้วย เราคิดการดังนี้ท่านจะเห็นอย่างไร เล่าเจียหงันได้ฟังก็เห็นชอบจึงว่าจะทำการสิ่งไรก็ให้แน่นอน เร่งทำเสียโดยเร็วในเวลาค่ำวันนี้เถิด ถ้าโอ้เอ้รั้งรอไปก็คงจะเกิดภัยอันตรายขึ้น เมียวโป้ว เล่าเจียหงันปรึกษาพร้อมใจกันแล้วเล่าเจียหงันก็ลากลับมาบ้าน จัดทหารที่อยู่ในบังคับได้ว่ากล่าวนั้นเป็นการลับ ถือเครื่องศาสตราวุธเตรียมไว้ พอเวลาค่ำก็ออกเดินมาบ้านเมียวโป้วบรรจบพร้อมกันดึกประมาณสองยามเศษ เมียวโป้ว เล่าเจียหงันก็คุมทหารตรงไปบ้านเฮงเอี๋ยนกระทุ้งประตูบ้านเข้าไป เฮงเอี๋ยนกับบุตรภรรยานอนหลับไม่รู้ตัวพอตกใจตื่นขึ้น เมียวโป้วกับเล่าเจียหงันก็ไล่ฆ่าฟันเฮงเอี๋ยนกับบุตรภรรยาตายเสียสิ้นทั้งบ้านชายหญิงประมาณเก้าสิบคนแล้ว เมียวโป้วกับเล่าเจียหงันก็คุมทหารตรงไปที่พระราชวัง พอเวลารุ่งสว่างนายประตูไม่ทันรู้เหตุการณ์ก็เปิดประตูวังออกตามเคย เมียวโป้วกับเล่าเจียหงันขับทหารกรูเข้าไปในวังได้ ขุนนางที่นอนรักษาประจำซองตื่นตกใจวิ่งเข้าไปกราบทูลพระเจ้าซ้องเกาจงว่า เมียวโป้วกับเล่าเจียหงันเป็นกบฏยกทหารเข้ามาในพระราชวังได้แล้ว พระเจ้าซ้องเกาจงได้ทรงฟังก็ตกใจตื่นกันเป็นอลหม่าน วิ่งไปร้องบอกนางเล่าอ๋องเฮาว่า เมียวโป้ว เล่าเจียหงันเป็นกบฏยกทหารบุกรุกเข้ามาถึงตำหนักที่บรรทมแล้ว นางเล่าฮ่องเฮาได้ฟังก็ตกใจจึงคิดว่า เล่าเจียหงันนี้ก็เป็นลุงของเราจำจะออกไปพบฟังเหตุการณ์ดูก่อน ถึงเมียวโป้วจะทำอันตรายเราก็คงจะเกรงใจเล่าเจียหงันอยู่ นางเล่าฮ่องเฮาก็ออกจากตำหนักมาพบเมียวโป้วกับเล่าเจียหงัน เมียวโป้วจึงตะคอกขู่ถามว่า พระเจ้าซ้องเกาจงเสด็จไปอยู่ไหนจงบอกมาโดยเร็ว เราจะจับเอาตัวไปขังเสีย นางเล่าฮ่องเฮาได้ฟังจึงคิดว่าการครั้งนี้จวนตัวแล้ว ทหารซึ่งรักษาพระราชวังก็ไม่มีใครสู้รบต้านทานได้ จำจะต้องเอาใจดีต่อ จึงพูดกับเมียวโป้วว่าท่านคิดการทำให้พระเจ้าซ้องเกาจงตกพระทัยดังนี้ไม่ควร ซึ่งเฮงเอี๋ยนทำโทษแก่ท่าน พระเจ้าซ้องเกาจงทรงทราบขัดเคืองเฮงเอี๋ยนเป็นอันมาก ซึ่งท่านฆ่าเฮงเอี๋ยนเสียแล้วนั้นก็ต้องตามกระแสดำริของพระเจ้าซ้องเกาจง ซึ่งท่านจะจับพระเจ้าซ้องเกาจงไปขังเสีย จะตั้งตัวขึ้นเป็นใหญ่นั้นต้องคิดการให้ตลอดก่อน ถ้างักฮุยและหัวเมืองทั้งปวงรู้ไปยกกองทัพมาที่ไหนท่านจะต้านทานเขาได้ ถ้าเอาพระเจ้าซ้องเกาจงไว้อย่าให้มีอำนาจ ท่านทำหนังสือรับสั่งปลอมไปถึงงักฮุยว่าพระเจ้าซ้องเกาจงประชวรจะมอบราชสมบัติให้ไทจือครอบครองเป็นกษัตริย์ต่อไป ให้งักฮุยและขุนนางนายทหารเข้ามาเฝ้าจะทรงปรึกษาด้วยราชการแผ่นดินที่จะมอบเวนราชสมบัติให้ไทจือ งักฮุยและขุนนางหัวเมืองที่เข้มแข็งเหล่านั้นรู้หนังสือรับสั่งก็คงจะมา ท่านจึงค่อยคิดจับฆ่าเสียให้สิ้น แล้วราชสมบัติก็คงเป็นของท่าน ทำไมกับพระเจ้าซ้องเกาจงเป็นคนโง่เขลา ท่านจะทำอย่างไรก็ได้หาต้องลำบากไม่ ข้าพเจ้าเห็นการณ์ดังนี้แล้วแต่ท่านจะตรึกตรอง เมียวโป้วกับเล่าเจียหงันได้ฟังถ้อยคำ นางเล่าฮ่องเฮาชี้แจงให้สติก็ยินดี เมียวโป้วจึงพูดกับเล่าเจียหงันว่าหลานท่านคนนี้ฉลาดเฉลียวดีนัก ถ้าสำเร็จความปรารถนาได้เป็นใหญ่ในแผ่นดินแล้ว ข้าพเจ้าก็จะต้องเป็นหลานเขยท่าน เล่าเจียหงันได้ฟังก็หัวเราะเรียกเมียวโป้วว่าหลานเขย อย่าพูดเล่นเราจัดการใหญ่เสียก่อนเถิด เมียวโป้วกับเล่าเจียหงันก็กลับออกมาพักอยู่ที่พระเจ้าซ้องเกาจงว่าราชการ สั่งทหารให้รักษาประตูวังไว้มั่นคงทุกประตู อย่าให้ผู้ใดแปลกปลอมเข้าออกได้ แล้วทำหนังสือปลอมรับสั่งว่าพระเจ้าซ้องเกาจงประชวรหนัก รับสั่งให้หางักฮุยและนายทหารหัวเมืองเข้ามา จะทรงปรึกษาด้วยการซึ่งมอบราชสมบัติให้ไทจือครอบครองต่อไป ทำแล้วก็เข้าผนึกมอบให้ทหารม้าใช้พวกของตัวแยกย้ายถือไป

ฝ่ายจูเซงฮุยเป็นที่เซียจือขุนนางฝ่ายบุ๋นแจ้งว่า เมียวโป้ว เล่าเจียหงัน คิดกบฏทำหนังสือปลอมรับสั่งให้หางักฮุยเข้ามาก็ตกใจ กลัวว่างักฮุยไม่รู้จะเสียทีแก่พวกกบฏ จึงทำหนังสือบอกเรื่องความซึ่งเมียวโป้ว เล่าเจียหงันเป็นกบฏฆ่าเฮงเอี๋ยนขังพระเจ้าซ้องเกาจงไว้ในพระราชวังไปถึงงักฮุยทุกประการ ให้คนใช้สนิทรีบถือหนังสือเดินไปทั้งกลางวันกลางคืน

ฝ่ายงักฮุยครั้นกลับไปอยู่บ้านก็แต่งการมงคลให้งักฮุนกับบุตรสาวเคียงตีเศรษฐีอยู่กินเป็นสามีภริยากันแล้ว ครั้นอยู่มามารดางักฮุยป่วยเป็นโรคชราถึงแก่กรรม เมื่อจะเอาศพมารดาไปฝังนั้น พี่น้องร่วมสาบานก็มาประชุมช่วยงานศพเซ่นไหว้ตามธรรมเนียม ฝังศพเสร็จแล้ว ชวนพี่น้องเพื่อนฝูงไปเที่ยวป่า พอพบผู้ถือหนังสือของจูเซงฮุยมาส่งให้ งักฮุยเปิดหนังสือออกอ่านแจ้งความแล้วก็ตกใจ พากันรีบกลับมาบ้านเอาเงินสิบตำลึงให้ผู้ถือหนังสือไปซื้อเสบียงกินตามทาง สั่งความไปบอกกับจูเซงฮุยว่าเราจะตระเตรียมเรียกหานายทหารมาพร้อมแล้ว จึงจะยกเข้าไปเมืองหลวง ผู้ถือหนังสือก็คำนับลาไป จึงเขียนหนังสือบอกความตามหนังสือจูเซงฮุยให้มานั้นไปถึงฮั่นซีตง ณ เมืองยุนจิว แล้วสั่งงูเกากับกิดแชว่าเจ้าทั้งสองจงเอาหนังสือนี้ไปให้ฮั่นซีตงแล้วเลยไปเมืองนิ่มอัน คิดเข้าสามิภักดิ์อยู่กับเมียวโป้ว เล่าเจียหงัน ถ้ามันเชื่อถือสนิทแล้ว จึงคิดจับฆ่าเสียให้จงได้ งูเกาจึงว่าเมื่อแต่ก่อนพี่ท่านก็ได้ทูลพระเจ้าซ้องเกาจงว่า เมียวโป้วกับเล่าเจียหงันเป็นคนไม่ซื่อตรง พระเจ้าซ้องเกาจงก็ไม่เชื่อมีแต่ความโง่ความเซอะจะไปช่วยทำไม อยู่บ้านเที่ยวเล่นเสียให้สบายดีกว่า ข้าพเจ้าไม่ไป งักฮุยจึงว่าเดิมเราได้ทำราชการยอมตัวเป็นข้าทหาร ท่านก็ได้ชุบเลี้ยงตั้งแต่งให้เป็นขุนนางกินเบี้ยหวัดมียศศักดิ์ด้วยกันทั้งสิ้น ครั้งนี้ท่านได้ความทุกข์ร้อนเราจะไม่ไปช่วยก็ไม่ดี คนทั้งหลายเขาจะนินทาว่าไม่มีกตัญญูต่อเจ้าแผ่นดินเจ้าจงรีบไปโดยเร็วเถิด ก็กระซิบบอกอุบายให้งูเกาจะแจ้งทุกประการแล้วสั่งว่า ถ้าจับเมียวโป้วกับเล่าเจียหงันได้แล้ว พระเจ้าซ้องเกาจงจะรับสั่งตั้งให้เจ้าทั้งสองเป็นขุนนางรักษาพระองค์ก็ต้องรับที่ทำราชการ อย่าขัดขืนรับสั่ง งูเกาว่าซึ่งพี่ท่านใช้ก็จะต้องไปทำให้สำเร็จ ซึ่งว่าพระเจ้าซ้องเกาจงจะตั้งให้เป็นขุนนางนั้น ข้าพเจ้าไม่อยากได้ยศฐาศักดิ์ จะกลับมาบ้านเที่ยวเล่นให้สบายดีกว่า พูดแล้วงูเกากับกิดแชก็คำนับลารีบไปถึงเมืองยุนจิวบอกกับนายประตูให้เข้าไปแจ้งแก่ฮั่นซีตง ว่าเราชื่องูเกากับกิดแชจะขอเข้าไปหาด้วยเป็นการธุระร้อน นายประตูจะเรียกเอาเงินค่าบอกให้ได้ก่อนจึงจะให้เข้าไป งูเกาได้ฟังก็โกรธร้องตวาดด้วยเสียงอันดังอื้ออึงขึ้น ฮั่นซีตงอยู่ข้างในได้ยินเสียงอึงก็ให้คนใช้ออกมาดูเห็นงูเกากับกิดแชจึงถามว่า ท่านสองคนนี้มาแต่ไหนจึงได้อุ่นวายอื้ออึงดังนี้ งูเกาบอกว่าเราเป็นขุนนางนายทหารของงักฮุยแม่ทัพ ใช้ให้มาหาท่านเจ้าเมืองด้วยธุระร้อนสำคัญนัก นายประตูบิดพลิ้วจะเรียกเอาเงินค่าบอกก่อนจึงจะเข้าไปแจ้งความให้ จึงได้เกิดทุ่มเถียงกัน คนใช้ได้ความแล้วก็กลับเข้ามาแจ้งแก่ฮั่นซีตง ฮั่นชีตงให้ออกไปเชิญงูเกา กิดแช เข้ามาคำนับแล้วก็เอาหนังสือส่งให้

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ