๗๔

ฝ่ายนางเฮงสีภรรยาชีนไคว่ตั้งแต่ชีนไคว่ตายแล้วก็ไม่มีความสบาย ครั้นแจ้งความว่ากิมงึดตุดยกกองทัพมาใกล้ถึงตำบลจูเซียนติ้นก็ดีใจนัก คิดว่ากิมงึดตุดกับเราได้สาบานกันไว้ว่าถ้าได้แผ่นดินซ้องสำเร็จความปรารถนาแล้ว จะตั้งให้เราเป็นที่ฮุยฮองเฮามเหสีซ้าย บัดนี้กิมงึดตุดก็ยกกองทัพมา ถ้าเราจะนิ่งเฉยเสียก็ไม่ดี จะจำออกไปคอยรับให้ถึงตำบลจูเซียนติ้น แจ้งความดีและร้ายในเมืองนิ่มอันให้กิมงึดตุดรู้ จะได้ตีเมืองหลวงได้โดยง่าย คิดแล้วก็หันหน้ามาจะชวนบุตรออกไปรับกิมงึดตุด พอแลเห็นชีนไคว่ผู้เป็นสามีหน้าตายับเยินโลหิตไหลโทรมตัวมีเครื่องจำติดตัวอยู่ครบ นางเฮงสีก็ตกใจร้องวี้ดขึ้นล้มลงสลบไป ครั้นได้สติฟื้นขึ้นก็เล่าความให้บุตรฟังพอสิ้นคำก็ขาดใจตาย ชีนฮีผู้บุตรจึงเอาความเข้าไปกราบทูลพระเจ้าซ้องเกาจงทรงทราบแล้ว จึงรับสั่งให้เจ้าพนักงานเอาหีบมาใส่ศพนางเฮงสีไปฝังไว้กับศพชีนไคว่ตามยศที่ฮูหยินแล้วเสร็จ ครั้นเวลารุ่งเช้า พระเจ้าซ้องเกาจงเสด็จออก เจ้าพนักงานก็นำหนังสือบอกหัวเมืองด่านทางขึ้นกราบทูลว่า กิมงึดตุดยกกองทัพมาเกือบจะถึงตำบลจูเซียนติ้นแล้ว พระเจ้าซ้องเกาจงได้ทรงทราบก็ตกพระทัยตรัสแก่ขุนนางทั้งปวงว่า ผู้ใดจะรับอาสาออกไปสู้รบกับกองทัพกิมงึดตุดได้บ้าง หลออูจิบเฝ้าอยู่ในที่นั่นด้วยปิศาจบูเชียงก๋งเข้าสิงอยู่ก็ลุกเดินเข้าไปคุกเข่าลงคำนับตรงหน้าพระที่นั่ง ร้องทูลด้วยเสียงอันดังว่า ข้าพเจ้างักฮุยจะขอรับอาสาไปปราบปรามข้าศึกเอง พระเจ้าซ้องเกาจงได้ฟังก็ตกพระทัยสิ้นสติพลัดตกลงมาจากพระที่นั่ง ขุนนางซ้ายขวาเข้าประคองพระองค์ฟื้นขึ้นพยุงเสด็จกลับเข้าข้างในตั้งแต่นั้นมาพระเจ้าซ้องเกาจงก็ทรงประชวรหนักลง จึงได้หาขุนนางเข้าไปตรัสว่าตัวเรานี้ป่วยหนักเห็นจะไม่รอดแล้ว บุตรที่จะครองราชสมบัติสืบไปนั้นก็ไม่มี เห็นจะอยู่แต่เกียนอ๋องอุย หลานเรามีสติปัญญาควรจะครอบครองสมบัติสืบไปได้ ถ้าเราดับสูญแล้วท่านทั้งปวงจงยกเกียนอ๋องอุยขึ้นครองราชสมบัติเป็นเจ้าแผ่นดินต่อไปเถิด และเกียนอ๋องอุยคนนี้เป็นหลานโบ๊ยอ๋อง พระราชบุตรพระเจ้าเตียคังเอี๋ยนสืบลงมาถึงห้าชั่วจึงถึงเกียนอ๋องอุย พระเจ้าซ้องเกาจงรับสั่งแก่ขุนนางดังนั้นแล้ว พอเวลาค่ำก็เสด็จสู่สวรรค์ ขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยประชุมพร้อมกันตั้งการราชาภิเษกเชิญเกียนอ๋องอุยขึ้นนั่งที่กษัตริย์ ถวายพระนามว่าพระเจ้าซ้องเฮาจงฮ่องเต้ ขุนนางข้าราชการทั้งปวงก็กราบถวายบังคมตามอย่างพระมหากษัตริย์ซึ่งได้ครองราชสมบัติใหม่ แล้วเชิญศพพระเจ้าซ้องเกาจงใส่หีบไม้หอมไปฝังไว้นอกเมืองนิ่มอันตามธรรมเนียมศพเจ้าแผ่นดิน พระเจ้าซ้องเฮาจงฮ่องเต้รับสั่งให้เจ้าพนักงานมีหนังสือบอกประกาศด้วยเปลี่ยนแผ่นดินใหม่ไปถึงหัวเมืองใหญ่น้อยทั้งปวงทั่วราชอาณาเขต

ฝ่ายเตียซินเป็นเชื้อพระวงศ์ มีสติปัญญาสัตย์ซื่อเป็นผู้สำเร็จราชการรักษาเมืองน่ำถัง เมื่อแผ่นดินพระเจ้าซ้องเกาจงนั้นเตียซินเห็นว่าคังอ๋องเจ้าแผ่นดินโง่เขลาไม่รู้จักการดีและร้ายผิดและถูก ครั้นจะเข้ามาเพ็ดทูลว่ากล่าวตักเตือนก็เห็นการไปไม่ตลอด จึงนิ่งรักษาเมืองอยู่ ครั้นได้แจ้งว่าเปลี่ยนแผ่นดินใหม่ เกียนอ๋องอุยเป็นเชื้อพระวงศ์ของพระเจ้าเตียคังเอียนได้ขึ้นครองราชสมบัติก็มีความยินดี พูดกับขุนนางกรมการทั้งปวงว่าวงศ์พระเจ้าเตียคังหงีได้เป็นเจ้าแผ่นดินมาถึงแปดชั่วคนแล้ว ไม่ใคร่จะมีสติปัญญาแต่สักองค์หนึ่ง เชื่อถือแต่ขุนนางกังฉิน ขุนนางกังฉินเข้าแทรกปนเป็นขุนนางผู้ใหญ่อยู่ทุก ๆ แผ่นดินมา บัดนี้เกียนอ๋องอุยเป็นเชื้อวงศ์ของพระเจ้าเตียคังเอี๋ยนได้เป็นเจ้าแผ่นดินเปลี่ยนแปลงเชื้อวงศ์แล้ว เห็นบ้านเมืองจะค่อยเป็นสุขเรียบร้อยดีกว่าแต่ก่อน จำเราจะเข้าไปฟังราชการดูในเมืองหลวง พูดแล้วก็จัดแจงบ่าวไพร่พอสมควรเข้าไปเมืองนิ่มอัน เฝ้าพระเจ้าซ้องเฮาจงฮ่องเต้กราบทูลว่า บัดนี้ กิมงึดตุดยกกองทัพล่วงแดนเข้ามารบกวนอีก พระองค์จะโปรดประการใด พระเจ้าซ้องเฮาจงตรัสว่าตัวเราพึ่งได้ครอบครองราชสมบัติใหม่ ไม่รู้จักขุนนางข้าราชการทหารพลเรือนทั่ว ท่านเป็นเชื้อวงศ์อันสนิท เข้าใจการแต่ก่อนมาจะคิดประการใดจึงจะดี เตียซินจึงกราบทูลว่าข้าพเจ้ามีความอยู่ห้าข้อ ถ้าพระองค์โปรดแล้วก็ไม่กลัวแก่ข้าศึก พระเจ้าซ้องเฮาจงตรัสว่าท่านจะว่าประการใดก็จงพูดไปเถิด เราจะเอาสติปัญญาท่านเป็นที่ตั้ง เตียซินทูลว่า ข้อหนึ่งขอให้เอาตัวขุนนางกังฉินไปจำใส่คุกเสียให้สิ้น พวกราษฎรและหัวเมืองทั้งหลายก็จะยินดีมีใจช่วยราชการ ข้อสองบูเชียงก๋งซึ่งชีนไคว่คิดฆ่าตายเสียนั้น ขอให้ปลูกศาลทำรูปบูเชียงก๋งขึ้นไว้เซ่นไหว้บูชา ด้วยขุนนางและราษฎรหัวเมืองทั้งปวงนับถือว่าบูเชียงก๋งเป็นคนสัตย์ซื่อกตัญญูต่อแผ่นดิน รู้ว่าพระองค์นับถือปลูกศาลเซ่นไหว้บูชามีควานชอบต่อแผ่นดินดังนั้นแล้ว คนทั้งปวงก็มีความยินดีพร้อมใจกันเข้าเป็นทหารช่วยปราบปรานกิมงึดตุดผู้เป็นศัตรูซึ่งจะเข้ามาทำร้ายแย่งส่งเอาสิริราชสมบัติ ข้อสามขอให้ยกโทษบุตรภรรยาบูเชียงก๋ง แต่งขุนนางออกไปรับกลับเข้ามาทำนุบำรุงเลี้ยงให้มียศสมควรกับความชอบของบูเชียงก๋ง ข้อสี่ขอให้แต่งขุนนางที่มีสติปัญญาออกไปเกลี้ยกล่อมอ้อนวอนชักชวนงูเกาและทหารของบูเชียงก๋งที่ไปอยู่เขาไทฮังซัว ให้เข้ามาทำราชการเป็นขุนนางตามเดิม ข้อห้าให้มีหนังสือประกาศไปหาตัวนายทหารพวกพ้องของบูเชียงก๋งซึ่งกระจัดกระจายไปอยู่ทุกบ้านทุกเมืองให้เข้ามาทำราชการ จะทรงชุบเลี้ยงให้เป็นขุนนางสมกับบำเหน็จความชอบ ความห้าข้อนี้ถ้าพระองค์ทรงโปรดแล้ว ข้าศึกศัตรูก็จะไม่ล่วงแดนเข้ามาได้ บ้านเมืองก็คงจะจำเริญ พระเจ้าซ้องเฮาจงตรัสว่า เมื่อชีนไคว่แอบอ้างรับสั่งทำโทษแก่บูเชียงก๋งนั้น ตัวเราก็คิดเวทนาสงสารนักแต่เป็นผู้น้อยไม่รู้ที่จะทำประการใด ซึ่งท่านมาว่าความห้าข้อนี้ต้องกับน้ำใจเราแล้ว ท่านจงไปจับเอาตัวพวกกังฉินไปจำใส่คุกเสียให้สิ้น ให้เจ้าพนักงานทำหนังสือไปยกโทษบุตรภรรยาบูเชียงก๋ง ให้ตันจงหงีขุนนางถือไปเมืองฮุนหนำรับบุตรภรรยาบูเชียงก๋งเข้ามา ให้หลีบุนเซงถือหนังสือรับสั่งไปเกลี้ยกล่อมงูเกาที่เขาไทฮังซัวให้เข้ามาทำราชการ ตันจงหงี หลีบุนเซง ได้หนังสือรับสั่งแล้วก็พาบ่าวไพร่แยกไป แล้วรับสั่งให้เตียกีซือไปปลูกศาลทำรูปบูเชียงก๋ง และรูปนายทหารพวกพ้องของบูเชียงก๋งซึ่งมีความชอบแก่แผ่นดินขึ้นไว้สำหรับเซ่นไหว้ตามฤดูปี เตียกีซือก็กราบถวายบังคมลาออกมา ให้ทหารซ้ายขวาไปเอาตัวชีนฮีบุตรชีนไคว่ กับเมกคิหู หลออูจิบ เตียจุ้น ทั้งบุตรภรรยาญาติพี่น้องพวกพ้องขุนนางกังฉินไปจำใส่คุกไว้

ฝ่ายม้าใช้ถือหนังสือไปถึงหัวเมืองทั้งปวงแล้ว ก็เอาหนังสือส่งให้ผู้รักษาเมือง ผู้รักษาเมืองแจ้งความแล้วก็ทำหนังสือไปไว้ตามศาลเจ้าประตูเมืองทุกแห่ง ขุนนางผู้ใดที่มีความเสียใจออกนอกราชการเพราะด้วยชีนไคว่คิดทำร้ายแก่บูเชียงก๋ง บัดนี้พระเจ้าซ้องเฮาจงได้ราชสมบัติ รับสั่งให้จับพวกขุนนางกังฉินไปจำใส่คุกไว้ทั้งบุตรภรรยาครอบครัวสิ้นแล้ว ให้ขุนนางพวกพ้องของบูเชียงก๋งกลับเข้ามาทำราชการตามตำแหน่งเดิมเถิด จะทรงชุบเลี้ยงให้สมกับบำเหน็จความชอบ

ฝ่ายจิวซำอุยแจ้งความในหนังสือประกาศซึ่งปิดไว้ก็มีความยินดี รีบกลับเข้ามาเมืองหลวงทำเรื่องราวถวายพระเจ้าซ้องเฮาจง มีความว่า เดิมข้าพเจ้าผู้ชื่อจิวซำอุยเป็นขุนนางตำแหน่งตุลาการใหญ่อยู่ในเมืองหลวง ชีนไคว่บังคับให้ชำระความกดขี่บูเชียงก๋ง ข้าพเจ้าเห็นว่าไม่ยุติธรรมจึงได้หนีออกนอกราชการ บัดนี้ทราบว่าพระองค์ได้ครองราชสมบัติกำจัดขุนนางพวกกังฉินเสียสิ้นแล้ว จึงได้กลับเข้ามาทำราชการแล้วแต่จะโปรดชุบเลี้ยง พระเจ้าซ้องเฮาจงได้ทรงอ่านในเรื่องราวของจิวซำอุยแล้วก็ขัดเคืองพวกกังฉินมากขึ้น ให้ชำระเอาตัวพวกกังฉินมาใส่คุกเสียให้สิ้นเชิง อย่าให้หลงเหลืออยู่ได้ จิวซำอุยก็กราบถวายบังคมลามารับราชการตามตำแหน่ง

ฝ่ายหลีบุนเซงถือหนังสือรับสั่งไปถึงเขาไทฮังซัว ก็บอกแก่พวกทหารงูเกาว่า เราถือหนังสือรับสั่งมาจะเข้าไปหานายท่าน งูเกาได้แจ้งแล้วก็ให้เชิญหลีบุนเซงเข้าไปคำนับกันตามธรรมเนียม งูเกาถามว่าท่านมาบัดนี้ด้วยกิจธุระสิ่งใด หลีบุนเซงบอกว่าเราถือหนังสือรับสั่งมาถึงท่าน ท่านจะคำนับรับหนังสือรับสั่งเสียก่อนเถิดจึงค่อยพูดกัน งูเกาว่าเราไม่ได้เป็นขุนนางไม่ต้องการที่จะฟังรับสั่ง กษัตริย์ในเมืองนิ่มอันนี้เราสิ้นนับถือเสียหมดแล้ว บูเชียงก๋งกับพวกพ้องพี่น้องของเราทำราชการอาสาแผ่นดินมีความขอบบาก ยังให้ชีนไคว่ขุนนางกังฉินคนหนึ่งซึ่งไม่มีความดีต่อแผ่นดินเลยคิดฆ่าบูเชียงก๋งเสียได้ ท่านมานี้จะหลอกเราเข้าไปให้พวกกังฉินมันฆ่าเสียอีกหรือ จงเร่งนำหนังสือรับสั่งกลับไปเสีย ถ้าขืนพูดเซ้าซี้เราจะฆ่าเสียให้ตาย หลีบุนเซงจึงว่าท่านอย่าเพิ่งทำใจวู่วามโกรธขึ้งไปก่อน ข้าพเจ้าจะเล่าให้ฟัง บัดนี้พระเจ้าซ้องเกาจงดับสูญสิ้นแล้ว เกียนอ๋องอุยซึ่งเป็นพระราชนัดดาของโบ๊ยอ๋องพระราชโอรสพระเจ้าเตียคังเอี๋ยนได้ครองราชสมบัติทรงพระนามว่าพระเจ้าซ้องเฮาจง ทรงมีพระทัยรักใคร่ขุนนางสัตย์ซื่อ รับสั่งให้จับพวกขุนนางกังฉินไปทำโทษใส่คุกไว้ทั้งสิ้น แล้วให้ข้าหลวงถือหนังสือออกไปยกโทษให้หาบุตรภรรยาบูเชียงก๋งเข้ามา จะตั้งแต่งให้มียศศักดิ์สมควรแก่ความชอบของบูเชียงก๋ง แล้วรับสั่งให้ทำศาลหล่อรูปบูเชียงก๋งขึ้นไว้เป็นที่คำนับบูชาแก่คนทั้งหลาย พระทัยของพระเจ้าซ้องเฮาจงทรงรักผู้มีสติปัญญาไม่โง่เขลาเหมือนพระเจ้าซ้องเกาจงดอก งูเกาจึงว่ากษัตริย์แผ่นดินซ้องวงศ์เตียคังหงีสืบมาถึงแปดชั่วคนแล้วเราได้ฟังปู่ย่าตายายเล่าต่อ ๆ มา ว่ามีพวกกังฉินเข้าเป็นขุนนางผู้ใหญ่แทรกปนอยู่ทุกๆ แผ่นดินมา ถ้าเป็นเชื้อวงศ์พระเจ้าเตียคังหงีแล้วเราก็ไม่ขอเข้าไปทำราชการเลย นี่พระเจ้าซ้องเฮาจงเป็นวงศ์พระเจ้าเตียคังเอี๋ยนแล้ว เราก็จะเข้าไปลองดู เมื่อดีอยู่เราก็จะทำราชการ ถ้าไม่ดีเราก็จะกลับมาเสีย กิดแชได้ฟังงูเกาพูดดังนั้นจึงห้ามว่าช้าก่อน การอันนี้จะเท็จหรือจะจริงก็ไม่รู้ เราจะต้องพากันไปเมืองฮุนหนำให้พบนางลีสีฮูหยินภรรยาชองนายเราก่อน ถ้าเป็นความจริงดังหลีบุนเซงพูดแล้ว พวกเราจึงค่อยเข้าไปทำราชการในเมืองหลวง งูเกาได้ฟังก็เห็นชอบ จึงพูดกับหลีบุนเซงว่าท่านกลับไปเมืองหลวงกราบทูลพระเจ้าซ้องเอาจงก่อนเถิด ว่าเราจะไปเมืองฮุนหนำพบกับบุตรภรรยาบูเชียงก๋งพร้อมแล้วจึงจะพากันเข้าไปเฝ้า งูเกาก็สั่งกิดแชให้รวบรวมพวกพ้องยกออกไปจากเขาไทฮังซัวเดินทางไปเมืองฮุนหนำ หลีบุนเซงก็ลาแยกทางกลับไปเมืองหลวง

ฝ่ายนางลีสีกับนางชาฮูหยินนั่งสนทนากันอยู่ พอคนใช้เข้ามาบอกว่า ตันจงหงีข้าหลวงถือหนังสือรับสั่งมาถึงท่าน นางลีสีก็เรียกบุตรมาพร้อมจัดเครื่องบูชาถือออกไปคำนับรับหนังสือรับสั่งเชิญเข้ามาข้างใน

ตันจงหงีขุนนางผู้ถือหนังสือก็อ่านหนังสือรับสั่งให้นางลีสีฮูหยินกับบุตรฟังแจ้งความแล้วก็ยินดี รับหนังสือมาวางบนโต๊ะคุกเข่าลงคำนับ นางลีสีฮูหยินให้จัดสุรามาเลี้ยงตันจงหงี แล้วตันจงหงีก็ลานางลีสีฮูหยินกลับมาเมืองหลวง

ฝ่ายลิซุดโพ๊วแจ้งความว่าพระเจ้าซ้องเฮาจงมีรับสั่งมายกโทษนางลีสีฮูหยินกับบุตร แล้วให้กลับเข้าไปทำราชการตามเดิมก็มีความยินดี ชวนงักหลิมบุตรเขยกับบุตรชายบุตรสาวมาเยี่ยมเยียนนางลีสีฮูหยิน นางลีสีฮูหยินแจ้งความว่าลิซุดโพ๊วพางักหลิมกับบุตรสาวมาก็ออกมารับเชิญลิซุดโพ๊วเข้าไปข้างใน ลิซุดโพ๊วพูดว่าข้าพเจ้าทราบว่ามีหนังสือรับสั่งมาให้ท่านกลับเข้าไปเมืองหลวง จึงได้พาบุตรชายของท่านกับบุตรหญิงของข้าพเจ้ามาส่งจะได้เข้าไปเมืองหลวงด้วย นางลีสีฮูหยินได้ฟังก็ยินดีจึงว่าข้าพเจ้าจะลาท่านไปก่อนแล้ว ซึ่งข้าพเจ้ามาตกอยู่ในแขวงฮุนหนำนี้ท่านมีความเมตตาเอ็นดูก็ขอบใจนักหนาคิดถึงบุญคุณอยู่มิได้ขาด เมื่อการต่อไปข้างหน้าจะเป็นอย่างไรข้าพเจ้าจะมีหนังสือบอกมาให้ท่านทราบ นางลีสีฮูหยินก็รวบรวมสิ่งของพาบุตรและญาติพี่น้องครอบครัวทั้งปวงออกเดินจากเมืองฮุนหนำ ลิซุดโพ๊วส่งนางลีสีฮูหยินแล้วก็กลับไปบ้าน นางชาฮูหยินกับชาฮกผู้บุตรตามไปส่งนางลีสีฮูหยินถึงด่านซำก่วนแล้วก็ลาแยกทางกลับไป นางลีสีฮูหยินเดินทางมาหลายวันถึงด่านเพงน่ำก๋วนก็เข้าหยุดพักอยู่ ด้วยเดิม งักหลุย ฮันคิเหลง ฮันคิหอง งูทองได้ภรรยาไว้ที่นั้นทั้งสี่คน ครั้นถึงวันฤกษ์ดี นางลีสีฮูหยินก็จัดการมงคลให้ งักหลุย ฮันคิเหลง ฮันคิหอง งูทอง อยู่กินกับภรรยา แล้วนางลีสีฮูหยินก็พาบุตรสะใภ้และภรรยาคนเหล่านั้นออกจากด่านเพงน่ำก๋วน ไปหลายวันถึงด่านถีโลก๋วน เห็นกองทัพเดินสวนทางมา นางลีสีฮูหยินจึงใช้ให้คนไปถามว่ากองทัพนี้จะยกไปไหนผู้ใดเป็นนายทัพ คนใช้ถามได้ความแล้วกลับมาแจ้งว่า กองทัพงูเกายกมาแต่เขาไทฮังซัวจะไปหาท่านที่เมืองฮุนหนำ นางลีสีฮูหยินแจ้งแล้วก็หยุดพักอยู่ที่นั้น

ฝ่ายงูเกาแจ้งว่า นางลีสีฮูหยินกับบุตรและญาติพี่น้องพากันกลับมาก็ยินดี สั่งให้ทหารหยุดกองทัพไว้ งูเกาก็ไปคำนับนางลีสีฮูหยิน นางลีสีฮูหยินก็เล่าความซึ่งมีรับสั่งให้หาเข้าไปเมืองหลวงให้งูเกาฟังทุกประการแล้ว ถามงูเกาว่าท่านยกกองทัพจะไปไหน งูเกาก็แจ้งความตามซึ่งมีรับสั่งให้ฟัง แล้วจึงว่าข้าพเจ้าไปหาท่านบัดนี้มาพบกันก็ดีแล้ว นางลีสีฮูหยินก็ให้บุตรทั้งหลายมาคำนับงูเกาแล้วพูดว่าท่านจงไปพาพี่น้องพวกพ้องที่เขาไทฮังซัวเข้าไปในเมืองนิ่มอันทำราชการต่อไปเถิด งูเกาก็คำนับลากลับไปเขาไทฮังซัวชักชวนพี่น้องทั้งหลายพร้อมกันแล้วก็ยกออกจากเขาไทฮังซัว ติดตามนางลีสีฮูหยินไปหลายวันพบที่กลางทางก็เข้าสมทบเดินทางไปด้วยกัน

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ