๔๘

งักฮุยได้ฟังบุตรออกชื่อถึงย่าผู้เป็นมารดาตัวก็คิดตรึกตรอง กลั้นน้ำตามิได้เดินกลับมาที่อยู่ ครั้นเวลาค่ำเข้าไปนอนคิดรำพึงถึงการซึ่งจะสู้รบเกลี้ยกล่อมเอียไจเฮงให้มาอยู่ด้วยก็เคลิ้มหลับไป นิมิตฝันว่าทหารรักษาประตูเข้ามาบอกว่ามีนายทหารแซ่เอียเข้ามาหา งักฮุยออกมาเชิญเข้ามาข้างใน เห็นทหารแซ่เอียนั้นลักษณะดีแต่งตัวล้วนแต่เครื่องทองคำทั้งสิ้นจึงถามว่าท่านนี้มาแต่ไหน นายทหารแซ่เอียบอกว่าชื่อเอียเกงเป็นอาของเอียไจเฮง รู้ว่าเอียไจเฮงจะมาทำราชการอยู่ด้วยท่านจึงได้มาฝากฝังให้ท่านช่วยทำนุบำรุง ให้มีชื่อเสียงปรากฏไปในแผ่นดิน งักฮุยจึงว่าข้าพเจ้าก็มีความรักใคร่อยากจะได้มาทำราชการด้วย แต่สู้รบมาหลายวันยังไม่แพ้ชนะกัน เพลงอาวุธของเอียไจเฮงนั้นดีนักหนา เอียเกงจึงว่าเพลงทวนพวกแซ่เอียนี้มีมาหลายชั่วอายุคนแล้ว ได้เป็นทหารเอกซื่อตรงต่อแผ่นดินท่านก็ย่อมแจ้ง ซึ่งท่านจะให้มีชัยชนะแก่เอียไจเฮงนั้น ต้องอุบายใช้อาวุธสั้นข้าพเจ้าจะสอนให้ เอียเกงก็ชวนงักฮุยถือทวนขึ้นม้าเข้ารบกัน เอียเกงขับม้าหนีงักฮุยขับม้าไล่ตามไปจวนจะทัน เอียเกงชักม้าหวนกลับจับกระบองสั้นออกตี แล้วบอกว่าเพลงนี้แหละจึงจะจับเอียไจเฮงได้ งักฮุยก็ตกใจตื่นขึ้น นึกถึงความฝันก็จำกระบวนรบท่าทางได้ทุกอย่าง ครั้นเวลารุ่งเช้างักฮุยก็ขึ้นม้าซ้อมหัดเพลงทวนตามความฝันอยู่สองวันก็จำได้ชำนิชำนาญคล่องแคล่ว จึงพูดกับนายทหารทั้งปวงว่าเราจะรบกับเอียไจเฮงครั้งนี้ต้องเอาใจดีเข้าต่อสู้ จึงจะได้ตัวเอียไจเฮงมาทำราชการด้วย พูดแล้วก็แต่งตัวเหน็บกระบองสั้นขึ้นม้าถือทวนคุมทหารตรงไปหน้าเขาเกาเลงซัว เอียไจเฮงแจ้งว่างักฮุยยกมาก็แต่งตัวถือทวนขึ้นม้าออกไปรบกับงักฮุยได้หลายสิบเพลง งักฮุยชักม้าหนี เอียไจเฮงเห็นก็หัวเราะร้องถามว่าท่านแม่ทัพอวดอ้างว่ามีฝีมือดีแล้วทำไมจึงหนีเล่า เอียไจเฮงก็ขับม้าไล่ตามไปเกือบจะทัน งักฮุยก็ชักม้าหวนกลับจับกระบองสั้นตีแต่ไม่สู้แรงนัก เอียไจเฮงขับม้าถลันไล่เข้าไปเสียทีถูกตีด้วยกระบองก็ตกม้า งักฮุยโดดม้าลงมาสองมือประคองตัวเอียไจเฮงแล้วพูดว่า ครั้นเราจะฆ่าท่านเสียชื่อเสียงก็จะไม่ปรากฏลับลี้สูญสิ้นไป เชิญท่านขึ้นม้ามาสู้รบกันอีก เอียไจเฮงได้ฟังก็คุกเข่าลงคำนับพูดว่า ข้าพเจ้าเสียทีท่านไม่ฆ่าให้ตายนั้นบุญคุณนักหนา ข้าพเจ้าสู้ฝีมือและปัญญาท่านไม่ได้แล้ว ตั้งแต่นี้ไปจะขอทำราชการอยู่ด้วยท่านกว่าจะสิ้นชีวิต งักฮุยว่าท่านยอมจะช่วยทำราชการทำนุบำรุงแผ่นดินด้วยกันแล้ว มาสาบานเป็นพี่น้องกันเสียเถิด เอียใจเฮงว่าตัวข้าพเจ้าเป็นเชลย ท่านเมตตาจะเอาข้าพเจ้าเป็นพี่น้องร่วมสาบานนั้นก็เป็นบุญของข้าพเจ้านักหนา งักฮุยกับเอียไจเฮงก็คุกเข่าลงคำนับเทพยดาฟ้าและดินแปดครั้งแล้วสาบานเป็นพี่น้องกัน เอียไจเฮงว่าเชิญท่านแม่ทัพกลับไปก่อนเถิด ข้าพเจ้าจะไปรวบรวมไพร่พลเสบียงอาหารพร้อมแล้วจึงจะตามไป งักฮุยก็กลับไปค่าย เอียไจเฮงไปถึงเขาที่ชุมนุม รวบรวมไพร่พลเครื่องศาสตราวุธเสบียงอาหารพร้อมแล้วก็เอาไฟเผาที่ชุมนุมในหุบเขาเกาเลงซัวเสียสิ้น พาไพร่พลทหารตรงมาอยู่กับงักฮุย งักฮุยให้จัดโต๊ะมาเลี้ยงเอียไจเฮงกับนายทัพนายกองเป็นที่สบายพร้อมกัน แล้วสั่งให้เลิกกองทัพกลับมาเมืองนิ่มอัน เดินกองทัพมาถึงแม่น้ำเมืองกวยจิว ฮั่นซีตงผู้รักษาเมืองยุนจิวแจ้งว่างักฮุยยกกองทัพกลับมา ก็จัดเรือรบไปรับกองทัพงักฮุยข้ามแม่น้ำเมืองกวยจิวมาพักกองทัพอยู่หน้าเมืองยุนจิว ฮั่นซีตงก็เชิญงักฮุยไปพูดจาเลี้ยงดูกันที่บ้าน งักฮุยพักกองทัพอยู่ที่เมืองยุนจิวสามวันแล้วก็ยกออกเดินไปใกล้จะถึงเมืองนิ่มอัน พอม้าใช้สืบราชการมาแจ้งว่า เซกฮวงนายโจรยกกองทัพจะตีเมืองนิ่มอัน บัดนี้กองทัพเซกฮวงเกือบจะถึงอยู่แล้ว งักฮุยได้ฟังก็สั่งให้ทหารตั้งค่ายอยู่ริมทางใหญ่ ให้เอียไจเฮงคุมทหารสามพันรีบยกไปช่วยเมืองนิ่มอันก่อนโดยเร็ว เอียไจเฮงจัดทหารพร้อมแล้วก็ยกตรงไป พอพบกองทัพเซกฮวงนายโจรยกเป็นกระบวนมา เอียไจเฮงก็ขับม้านำหน้าทหารตรงเข้าฆ่าฟันพวกโจรแตกกระจายไป เซกฮวงนายโจรถือทวนขับม้าเข้ามาร้องถามว่านายทหารคนนี้ชื่อไร เอียไจเฮงตอบว่าตัวเราเป็นนายทหารเอกของงักฮุยแม่ทัพชื่อเอียไจเฮง ตัวเจ้าที่เป็นนายโจรนี้ชื่อไร เซกฮวงว่าเรานี้อยู่ที่ไทโอ๋วในทะเลสาบ ชื่อเซกฮวงเป็นที่ปาอ๋อง เจ้ารู้จักแล้วจงยอมสามิภักดิ์เสียโดยดีเถิด เอียไจเฮงได้ฟังก็โกรธขับม้าตรงเข้าไปเอาทวนแทง เซกฮวงก็เอาทวนขึ้นปัดป้องสู้รบกันได้สิบเพลง เอียไจเฮงรบหักหาญด้วยกำลังแรงเอากระบองสั้นตี เซกฮวงหลบได้ถูกหัวม้าเซกฮวงแตกล้มลงตาย เอียไจเฮงก็โดดม้าลงจับตัวเซกฮวงได้ให้ทหารมัดไว้ แล้วกลับขึ้นม้าเข้ารุกไล่ฆ่าฟันพวกโจรต่อไป หลอกังเห็นเอียไจเฮงจับเซกฮวงไปได้ก็โกรธ ขับม้าเข้ามาเอาง้าวฟันเอียไจเฮง เอียไจเฮงเอาทวนปัด รบกันยังไม่ทันถึงเพลง เอียไจเฮงชักกระบองสั้นออกตีถูกบ่าหลอกังตกม้าลง ทหารเอียไจเฮงก็เข้ากลุ้มรุมกันจับหลอกังมัดไว้

ฝ่ายเซียะเซียนนายโจรกองหลังแจ้งว่านายทหารของงักฮุยจับเอาตัวเซกฮวง หลอกังไปได้ก็โกรธรีบขับม้ามาโดยเร็ว เห็นเอียไจเฮงแต่งตัวใส่เครื่องขาวขี่ม้าขาว ก็ขับม้าตรงเข้าไปเอาง้าวฟันเอียไจเฮง เอียไจเฮงรบกับเซียะเซียนไม่ทันได้สักกี่เพลง เซียะเซียนกำลังน้อยเหงื่อตกสิ้นแรง เอียไจเฮงก็จับได้ ทหารพวกโจรเห็นตัวนายข้าศึกจับเอาไปได้สิ้นแล้วก็ตกใจแตกตื่นวิ่งหนีกระจายกันไป ทหารเอียไจเฮงไล่ฆ่าฟันตายเสียนักหนา ที่หนีรอดเหลือตายไปได้น้อยนัก เอียไจเฮงก็ยกกองทัพกลับมาค่ายเข้าไปคำนับงักฮุย แล้วเอาตัวเซกฮวง หลอกัง เซียะเซียน นายโจรทั้งสามเข้าไปให้งักฮุยแม่ทัพ งักฮุยมีความยินดีว่าน้องเราคนนี้มิเสียทีที่เกิดมาในตระกูลทหารเอก จับนายโจรทั้งสามได้รวดเร็วนัก จะทำการศึกสงครามต่อไปภายหน้ากลัวอะไรกันกิมงึดตุด คงจะมีชัยชนะแก่พวกฮวนรับสองกษัตริย์กลับมาเมืองได้ เอียไจเฮงว่าข้าพเจ้าได้พึ่งบุญบารมีท่าน จึงได้ชัยชนะแก่พวกโจร นายทหารเหล่านั้นก็พากันชมฝีมือเอียไจเฮงไปตามแม่ทัพทั้งสิ้น งักฮุยจึงถามนายโจรทั้งสามว่า บัดนี้เราจับท่านมาได้แล้วจะคิดประการใด จะอยู่ช่วยกันทำราชการทำนุบำรุงแผ่นดิน หรือถือทิฐิมานะยอมตายไปตามโทษ นายโจรทั้งสามว่า ถ้าท่านเมตตาไม่ฆ่าฟันเสีย ก็จะขอทำราชการฉลองบุญคุณให้ท่านใช้ไปกว่าจะหาชีวิตไม่ งักฮุยก็ให้ทหารแก้มัดนายโจรทั้งสามออกให้นั่งเสมอกับนายทหารทั้งปวง ให้นายโจรทั้งสามกระทำสัตย์สาบานแล้ว ก็สั่งให้กลับไปรวบรวมไพร่พลเสบียงอาหารมาเข้ากระบวนทัพพร้อมด้วยงักฮุยแล้ว ก็เดินกองทัพมาถึงเมืองนิ่มอัน ตั้งค่ายพักอยู่นอกเมือง งักฮุยพานายทหารโจรและนายโจรทั้งสี่เข้าไปเฝ้าพระเจ้าซ้องเกาจง กราบทูลข้อความซึ่งเอียไจเฮง เซกฮวง หลอกัง เซียะเซียนเข้ายอมสามิภักดิ์ให้ทรงทราบทุกประการ พระเจ้าซ้องเกาจงมีพระทัยยินดียิ่งนัก ตั้งให้งักฮุยเป็นบูเชียงก๋งตามยศเดิม ตั้งให้เอียใจเฮงเป็นขุนนางนายทหารใหญ่ ตั้งให้เซกฮวง หลอกัง เซียะเซียนเป็นขุนนางนายทหารรอง แล้วจึงตรัสว่า เอียเอียวตั้งอยู่ที่ทะเลสาบทองเทงโอ๋วแขวงเมืองโอวก๊วงนั้น ตีบ้านเมืองได้ฆ่าผู้รักษาเมืองเสีย ทำให้ราษฎรได้ความเดือดร้อน ท่านจงยกกองทัพไปปราบปรามให้ไพร่บ้านพลเมืองมีความสุขด้วยเถิด งักฮุยได้รับรับสั่งแล้วก็กราบถวายบังคมลากลับออกมาค่าย พระเจ้าซ้องเกาจงสั่งให้เปียโป้วขุนนางเจ้าพนักงานจัดเครื่องอาวุธเงินทองเสบียงอาหารออกไปพระราชทานให้บูเชียงก๋งที่ค่ายนอกเมือง บูเชียงก๋งได้รับของประทานแล้ว ถึงวันดีก็แต่งการบวงสรวงเทพยดาเอาฤกษ์ยกกองทัพใหญ่ไปจากเมืองนิ่มอัน ครั้นเดินกองทัพมาตามระยะทางเจ้าเมืองกรมการหัวเมืองเหล่านั้นก็จัดสิ่งของต่าง ๆ กับเครื่องกับข้าวของกินออกมาคำนับให้บูเชียงก๋งทุก ๆ เมือง บูเชียงก๋งปราศรัยว่าท่านทั้งหลายมีใจรักยินดีจัดของกำนัลมาให้เรานั้นก็เป็นการขอบใจนักหนา แต่สิ่งของต่าง ๆ เหล่านี้เรามีบริบูรณ์แล้ว จะรับไว้แต่กับข้าวของกิน ท่านรักเราแล้วก็จงประพฤติตามคำโอวาทเราสั่งสอนจึงจะเป็นที่ยินดี ธรรมดาเป็นเจ้าเมืองกรมการให้มกตัญญูสัตย์ซื่อต่อแผ่นดิน รักราษฎรไพร่บ้านพลเมืองให้เหมือนบุตรเกิดในอุทร เมื่อการผิดพลั้งควรจะสั่งสอนก็ให้สั่งสอนไปก่อน เมื่อควรจะทำโทษจึงค่อยทำโทษให้เข็ดหลาบ อย่าทำด้วยความอิจฉาพยาบาทและอย่าทำด้วยการโลภปรารถนาหาผลประโยชน์ เบียดเบียนราษฎรให้ได้ความเดือดร้อน ประพฤติการสิ่งใดให้เป็นยุติธรรม นั่นแหละจึงจะจัดว่าเป็นคนรักใคร่พี่น้องพวกพ้องของเรา ซึ่งจะเอาของเครื่องภาชนะใช้สอยเงินทองแพรพรรณมาให้เรานั้น เราหายินดีเหมือนท่านทั้งหลายประพฤติเป็นยุติธรรมไม่ ราษฎรชาวบ้านได้ยินคำโอวาทของบูเชียงก๋งสั่งสอนเจ้าเมืองกรมการดังนั้น ก็พากันชื่นชมยินดีสรรเสริญท่านแม่ทัพทุกตัวคน ครั้นเดินกองทัพมาใกล้จะถึงเมืองทันจิว ผู้รักษาเมืองกรมการทำหนังสือมาคำนับเชิญบูเชียงก๋งแม่ทัพ ในหนังสือนั้นมีชื่อซือหยินเป็นผู้รักษาเมืองทันจิว บูเชียงก๋งจำได้ว่าซือหยินคนนี้เดิมอยู่เมืองกิมกุ้ย ได้รักใคร่ขอบกัน บูเชียงก๋งจึงสั่งผู้ถือหนังสือไปบอกกับซือหยินว่า อย่าเพิ่งมาหาเราให้ได้ความลำบากเลย เราจะไปหาถึงบ้านเองด้วยเป็นคนชอบพอกันมาแต่ก่อน ผู้ถือหนังสือก็คำนับลาไป บูเชียงก๋งเดินกองทัพมาถึงเมืองทันจิวก็สั่งให้ตั้งค่ายลงอยู่ที่หน้าเมือง บูเชียงก๋งกับนายทหารพอสมควรก็เข้าไปหาซือหยินผู้รักษาเมือง ซือหยินออกมาคำนับรับแม่ทัพเชิญเข้าไปในบ้าน จัดโต๊ะเลี้ยงตามความคุ้นเคยกันมาแต่ก่อนแล้ว บูเชียงก๋งถามว่า เอียเอียวนายโจรนั้นมีไพร่พลมากน้อยสักเท่าใด ภูมิฐานที่อยู่เป็นอย่างไร ซือหยินบอกว่าได้ให้เตียเหมงนายทหารไปสืบข่าวได้ความมาจะแจ้ง ซือหยินก็เรียกเตียเหมงเข้ามาเล่าความให้บูเชียงก๋งฟัง เตียเหมงว่าข้าพเจ้าได้ไปสืบถึงที่ทองเทงโอ๋วในทะเลสาบนั้น มีภูเขาใหญ่อยู่ในทะเลเรียกว่าเขาตงกุนซัว บนเขานั้นเอียเอียวสร้างที่อยู่เหมือนพระราชวังมีเก๋งข้างหน้าข้างในที่เสด็จออกพร้อม เอียเอียวตั้งตัวเป็นใหญ่เรียกว่าไต้อ๋อง มีน้องชายคนหนึ่งชื่อเอียหวยเรียกว่าเซียวปาอ๋อง มีกำลังและฝีมือเข้มแข็งเปรียบเหมือนพระเจ้าฌ้อปาอ๋องครั้งแผ่นดินไซ่ฮั่น มีกุนซือคนหนึ่งชื่อคุดงวนเกงเป็นผู้มีสติปัญญาที่ปรึกษาใหญ่ อวยโพฮวงที่ปรึกษารอง แม่ทัพบกนั้นชื่อลุยเฮง ลุยเฮงมีบุตรห้าคนฝีมือเข้มแข็งเป็นทหารเอก ชื่อลุยหยินหนึ่ง ลุยหงีหนึ่ง ลุยตี้หนึ่ง ลุยหลีหนึ่ง ลุยสินหนึ่ง ห้าคนเรียกว่าโงวโฮ้วคือทหารเสือทั้งห้า แม่ทัพเรือนั้นสองนายชื่อกอเลาเฮ้านายหนึ่ง กอเลาเหลงนายหนึ่ง สองคนพี่น้องมีฝีมือเข้มแข็ง ตั้งค่ายอยู่ทิศตะวันออกค่ายหนึ่ง เรียกว่าค่ายตังยือม๊กแจ ทหารซึ่งรักษาค่ายนั้นเรียกว่าทหารตังเซียโห นายค่ายชื่ออวงจอ ค่ายข้างทิศตะวันตกค่ายหนึ่งเรียกว่าไซยือม๊กแจ ทหารรักษาค่ายนั้นเรียกว่าไซเซียโห นายค่ายชื่อเงียมกี นายทหารเอกที่มีสติปัญญาและฝีมือชื่ออวงจอเฮาขีหนึ่ง อวงเจงงิเต็กหนึ่ง ซุยเคงหนึ่ง ซุยอันหนึ่ง อือเชียงบุ๋นหนึ่ง อือเชียงเค่งหนึ่ง ฬ่อเอียนเกงหนึ่ง มีนายทหารรองพันหนึ่งทหารเลวสี่สิบหมื่นเศษ มีเรือรบใหญ่น้อยเป็นอันมาก เสบียงอาหารก็บริบูรณ์ เมื่อครั้งก่อน เฮงชวนปู ยกไปรบสู้พวกโจรไม่ได้ก็กลับมา พวกโจรตระเตรียมกันจะมาตีเมืองทันจิว พอได้ข่าวกองทัพยกมาจึงได้งดรออยู่ งักฮุยได้ฟังก็ถอนใจใหญ่ว่าการบ้านเมืองวุ่นวายขึ้นครั้งนี้ ก็เพราะพระเจ้าแผ่นดินเชื่อคนกังฉิน กิมงึดตุดพวกฮวนจึงได้ยกกองทัพเข้ามาตีเอาบ้านเมือง คนที่มีใจกำเริบจึงได้ตั้งตัวใหญ่โตมีกำลังมากขึ้นถึงเพียงนี้ พูดแล้วจึงเรียกเตียเหมงเข้ามากระซิบบอกความลับแล้ว เตียเหมงก็คำนับลาไป บูเชียงก๋งสั่งทหารให้รักษาค่ายและหน้าที่เชิงเทินเมืองทันจิวไว้แน่นหนา ครั้นเวลารุ่งเช้าบูเชียงก๋งออกว่าราชการพร้อมด้วยขุนนางนายทหารพูดว่า อวงจอซึ่งรักษาค่ายตังยือม๊กแจฝ่ายทิศตะวันออกนั้นได้รู้จักคุ้นเคยกัน จำจะให้ไปเชิญลองใจจะมาหรือไม่มา พูดแล้วทำหนังสือให้เตียเปาถือไปให้อวงจอ ณ ค่ายทิศตะวันออก เตียเปาเดินทางไปประมาณสามสิบลี้ถึงค่ายตังยือม๊กแจที่เขาตงกุนซัวฝ่ายทิศตะวันออก จึงร้องบอกพวกโจรซึ่งอยู่หน้าค่ายว่า บูเชียงก๋งแม่ทัพใช้ให้เรามาหานายท่าน ทหารโจรเข้าไปแจ้งความแก่อวงจอ อวงจอให้ออกมารับ เตียเปาเข้าไปคำนับส่งหนังสือให้อวงจอรับมาเปิดผนึกออกอ่านมีความว่า งักฮุยผู้เป็นแม่ทัพได้คุ้นเคยรู้จักอวงจอมาแต่ก่อน ขอเชิญให้อวงจอไปกินโต๊ะพูดจากันให้เป็นที่สบายสักเวลาหนึ่ง อวงจอแจ้งความแล้วจึงคิดว่างักฮุยกับนายเราเป็นข้าศึกต่อกันอยู่ จำจะต้องเอาหนังสือนี้ไปให้เอียเอียวผู้เป็นนายดูเสียก่อน คิดแล้วก็สั่งให้ทหารจัดโต๊ะมาเลี้ยงเตียเปา อวงจอเอาหนังสือไปเขาตงกุนซัว บอกนายประตูให้เข้าไปแจ้งแก่เอียเอียว เอียเอียวให้หาอวงจอเข้าไปคุกเข่าลงคำนับแล้วแจ้งความว่า งักฮุยแม่ทัพมีหนังสือมาเชิญข้าพเจ้าไปกินโต๊ะก็ส่งหนังสือให้เอียเอียวดู เอียเอียวจึงถามคุดงวนเกงกุนซือว่าการอันนี้ท่านจะเห็นอย่างไร คุดงวนเกงว่าท่านจงให้ตังเซียโหอวงจอไปเถิดไม่เป็นไรดอก ภายหลังข้าพเจ้าจึงจะคิดอุบายต่อไป เอียเอียวก็สั่งให้อวงจอไป อวงจอคำนับลากลับมาค่ายเรียกเตียเปามาบอกว่า ท่านจงกลับไปแจ้งแก่งักฮุยเถิดว่าเวลาพรุ่งนี้เราจึงจะไป พูดแล้วก็เอาเงินสิบสองตำลึงให้เป็นรางวัลเตียเปา เตียเปารับคำนับลากลับมาเมืองทันจิวแจ้งความกับบูเชียงก๋งแม่ทัพทุกประการ ครั้นเวลารุ่งเช้าอวงจอก็มาถึงเมืองทันจิว บูเชียงก๋งให้ขุนนางนายทหารออกไปรับให้เข้ามา บูเชียงก๋งเรียกให้นั่งคำนับกันตามอย่างคุ้นเคยมาแต่ก่อน แล้วถามอวงจอว่าน้องเราแต่จากกันมาช้านานหลายปีแล้ว วันนี้เป็นบุญนักหนาจึงได้มาพบปะกัน แล้วเรียกคนใช้ให้จัดโต๊ะยกมาตั้งเลี้ยงกินด้วยกัน อวงจอจึงพูดขึ้นว่าเจ้านายของข้าพเจ้าทุกวันนี้จะทำการสิ่งใดก็ถูกต้องตามแบบแผน เจ้าเมืองทั้งปวงมาสามิภักดิ์อยู่ด้วยเป็นอันมาก บูเชียงก๋งได้ฟังก็คิดเห็นว่า อวงจอมาพูดอวดอ้างสรรเสริญนายของตัวดังนี้ก็เพราะจะเกลี้ยกล่อมเรา จึงชิงพูดตัดเสียว่า เราเชิญท่านมาเวลาวันนี้ ด้วยคิดถึงความรักใคร่กันมาแต่ก่อน ท่านเอาการบ้านเมืองมาพูดขึ้นดังนี้ไม่ถูก นายทหารของเราที่ดุร้ายก็มีมาก ถ้าฟังถ้อยคำไม่ถูกหูก็โกรธทำวุ่นวายแก่ท่านจะเสียชื่อเราไป ขอท่านอย่าพูดถึงการบ้านเมืองเลย อวงจอได้ฟังก็เป็นที่ขัดอารมณ์ ไม่อาจจะอวดอ้างต่อไปได้ จึงว่าข้าพเจ้ามานี้อยู่ช้าไม่ได้ กลัวเอียเอียวผู้นายจะโกรธเอาจะขอลาท่านกลับไปก่อน บูเชียงก๋งว่าตามแต่ใจเถิด แต่อย่าลืมความที่ชอบพอรักใคร่กันเสีย บูเชียงก๋งสั่งให้ทหารเอาเกี้ยวมาคอยหามส่งอวงจอไปจนถึงนอกเมือง อวงจอเดินมาตามทางพูดกับทหารคนสนิทซึ่งมาด้วยกันว่า บูเชียงก๋งนี้มีใจรักใคร่พี่น้องเพื่อนฝูงดีนัก รับรองเลี้ยงดูพูดจาก็ตามการคุ้นเคยมาแต่ก่อน ไม่ถือยศศักดิ์ว่าเป็นแม่ทัพใหญ่ ครั้นมาถึงเขาตงกุนซัวก็เข้าไปแจ้งความให้เอียเอียวผู้นายฟังทุกประการ เอียเอียวจึงถามคุดงวนเกงกุนซือว่า บัดนี้อวงจอกลับมาแล้วท่านจะคิดอุบายประการใดต่อไป คุดงวนเกงว่าเวลาพรุ่งนี้ขอท่านจงให้อวงจอไปเชิญงักฮุยมากินโต๊ะที่ค่ายตังยือม๊กแจ งักฮุยไม่สงสัยก็คงจะมา ท่านจงจัดทหารที่มีฝีมือเข้มแข็งไว้รำเพลงอาวุธให้งักฮุยดู ถ้าเห็นได้ทีก็ให้ฟันงักฮุยเสีย อุบายนี้เป็นชั้นต้น อุบายที่สองให้จัดทหารที่เข้มแข็งถืออาวุธครบมือซุ่มไว้ในค่าย ถ้าเห็นว่าทหารที่รำกระบี่จะทำร้ายงักฮุยไม่ได้ก็ให้อวงจอตบโต๊ะสัญญาณขึ้น ให้ทหารที่ซุ่มกรูกันออกไปจับงักฮุยฆ่าเสีย ประตูทางที่จะเข้าออกนั้นให้เอาโต๊ะและเก้าอี้ไปตั้งเรียงรายไว้ให้มาก ถ้าเกิดวุ่นวายขึ้นในค่ายแล้วให้เอาโต๊ะเก้าอี้นั้นยกปิดทางอย่าให้งักฮุยหนีออกไปได้ อุบายที่สามจัดให้โง่วโฮ้วทหารเสือทั้งห้าคุมทหารนายละพันไปซุ่มอยู่ต้นทางนอกค่าย ถ้างักฮุยหนีออกไปหรือทหารงักฮุยจะเข้ามาช่วย ก็จะได้สู้รบต้านทานไว้ อุบายสามประการนี้ถึงงักฮุยจะมีปีกบินได้ก็คงไม่พ้นฝีมือทหารฝ่ายเรา เอียเอียวได้ฟังก็ยินดียิ่งนัก สั่งนายทหารให้จัดการตามอุบายคุดงวนกงกุนซือทุกประการ อวงจอได้ฟังเอียเอียวกับกุนซือสั่งให้จัดการกวดขันดังนั้นก็คิดสงสารงักฮุยว่าเป็นคนซื่อได้รักใคร่กันมาแต่ก่อน ครั้งนี้ที่ไหนจะรอดพ้นความตาย อวงจอก็คำนับลากลับมาค่ายทำหนังสือไปเชิญงักฮุย ให้เฮงเต็กกับทหารเลวสองคนสามคนถือไปเมืองทันจิว ครั้นถึงบอกทหารผู้รักษาประตูว่า อวงจอให้ข้าพเจ้าถือหนังสือมาถึงท่านแม่ทัพ ทหารเข้าไปแจ้งความแก่บูเชียงก๋ง บูเชียงก๋งให้ออกมาพาตัวเฮงเต็กเข้าไป คุกเข่าลงคำนับส่งหนังสือให้ บูเชียงก๋งรับมาเปิดผนึกออกอ่านแจ้งความแล้ว จึงสั่งว่าเจ้าจงกลับไปบอกกับอวงจอเถิดว่าเราไม่ตอบหนังสือแล้ว เวลาพรุ่งนี้จึงจะไป สั่งให้ทหารเอาเงินมาให้เฮงเต็กเป็นรางวัลแล้ว เฮงเต็กก็คำนับลากลับไป

ฝ่ายนายทหารของบูเชียงก๋งเห็นเฮงเต็กถือหนังสือมาแต่ค่ายข้าศึก ก็พากันเข้ามาถามบูเชียงก๋งว่าพวกโจรมีหนังสือมาด้วยการสิ่งใด บูเชียงก๋งว่าอวงจอให้มาเชิญไปกินโต๊ะ ครั้นเราจะบิดพลิ้วเสียไม่ไปก็จะเป็นคนขี้ขลาด ให้ไปเชิญเขา เขาก็มา ครั้นเขามาเชิญเราบ้างเราก็จะต้องไปในเวลาพรุ่งนี้เช้า นายทหารเหล่านั้นว่าท่านเป็นแม่ทัพใหญ่ อวงจอเป็นแต่นายทหารของพวกโจรไม่ควรที่จะไปคบค้าตีเสมอกัน ข้าพเจ้าทั้งหลายคิดวิตกนัก งูเกาจึงพูดขึ้นว่าข้าพเจ้าจะขอเงินสักห้าสิบตำลึง ไปซื้อสิ่งของมาทำโต๊ะเลี้ยงท่านและนายทหารกินให้สนุกสบายจะมิดีกว่าหรือ ท่านอย่าไปกินโต๊ะของเขาเลยไม่วิเศษสักกี่มากน้อย บูเชียงก๋งว่า เงินห้าสิบตำลึงเราก็ให้ได้ มิใช่เราอยากกินโต๊ะเขาเมื่อไร การทั้งนี้ก็เพราะไปเชิญเขามาก่อน เขามาเชิญก็ต้องไป งูเกาได้ฟังก็แลดูหน้าเอียไจเฮง เอียไจเฮงพยักหน้าให้งูเกาพูดต่อไปอีกว่า อวงจอนี้เห็นจะไม่มีความสุจริตเหมือนท่าน ท่านไปจะเอาทหารไปสักเท่าใด บูเชียงก๋งว่า เมื่ออวงจอมามีบ่าวมาสี่ห้าคน เราจะไปก็แต่สี่ห้าคนเหมือนกัน ท่านทั้งหลายอย่าพูดมากไปเลย จงกลับไปที่อยู่เสียเถิด ต่อเวลาพรุ่งนี้เราจึงจะไป นายทหารทั้งปวงก็ลาไป ครั้นเวลารุ่งเช้า บูเชียงก๋งเอาธงอาญาสิทธิ์มอบให้ทึงฮวยว่าราชการแทน เอาตราแม่ทัพมอบให้ซีฉวน สั่งว่าให้ช่วยกันดูแลอย่าให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นได้ สั่งเอียไจเฮงให้คุมทหารไปคอยอยู่ที่เขตแดนต่อกัน ให้งักฮุนคุมทหารล่วงเข้าไปในแดนพวกโจรคอยอยู่ตามทาง ถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ให้ช่วยกันสู้รบจงแข็งแรง ถ้าไม่มีเหตุก็แล้วไป ให้งูเกาอยู่รักษาค่าย ให้เตียเปาจัดทหารเลวสี่คนห้าคนไปกับเรา งูเกาว่าข้าพเจ้าไม่ยอมอยู่จะขอไปด้วย บูเชียงก๋งขัดไม่ได้ก็ยอมเอาไป บูเชียงก๋งก็ขึ้นม้ากับงูเกา เตียเปาและทหารเลวสี่ห้าคนออกจากเมืองทันจิว ตรงไปค่ายตังยือม๊กแจ เอียไจเฮงกับงักฮุนก็คุมทหารห้าพันยกไปคอยอยู่ตามแม่ทัพสั่ง

ฝ่ายอวงจอจัดการไว้พร้อม พอบูเชียงก๋งมาถึงก็ออกไปรับ เห็นบูเชียงก๋งมากับทหารสองสามคนก็มีความยินดีคำนับเชิญเข้าไปในค่าย งูเกาสั่งเตียเปาว่า ม้าสองตัวอย่าให้แก้เชือกรักษาไว้ให้ดี ท่านจงคอยอยู่ที่ประตูค่ายนี้ บูเชียงก๋งเข้าไปถึงในค่าย อวงจอจัดที่ให้นั่งคำนับกันแล้วก็พูดจากันตามธรรมเนียม นายทหารพวกโจรเห็นบูเชียงก๋งมาแต่ทหารสองสามคน ก็คิดว่าคุดงวนเกงกุนซือของนายเรานี้คิดจัดแจงการโตใหญ่เกินไปนัก คนสองสามคนเท่านี้จะจับเอาเมื่อไรก็ได้ นายทหารเหล่านั้นตั้งใจคอยที่สัญญาณอวงจออยู่ทุกคน อวงจอให้ยกโต๊ะมาตั้งเลี้ยงบูเชียงก๋ง งูเกาเดินคอยระวังไหวพริบอยู่ อวงจอเห็นงูเกาท่วงทีองอาจรูปร่างใหญ่โตจึงถามว่าทหารคนนี้ชื่อใด งักฮุยบอกว่าชื่องูเกา อวงจอสั่งให้ทหารพาเอางูเกาไปกินโต๊ะ งูเกาไม่ยอมไปว่าจะให้กินก็เอามาที่นี่เถิด อวงจอให้ยกโต๊ะและสุรามาให้งูเกากินตรงหน้า บูเชียงก๋งกับอวงจอกินโต๊ะแล้ว บูเชียงก๋งจะลากลับไป อวงจอว่านาน ๆ ได้มาพบกันทีหนึ่ง อย่าเพิ่งไปก่อนเลย ข้าพเจ้ามีทหารอยู่คนหนึ่งรำเพลงอาวุธประหลาด ฝีมือเข้มแข็ง จะใคร่เอามารำให้ท่านดู แต่กลัวว่าท่านจะมีความรังเกียจ บูเชียงก๋งว่าถ้าฝีมือเข้มแข็งรำเพลงอาวุธประหลาดจริง เราก็อยากจะใคร่ชมอยู่ อวงจอก็เรียกอุนขีนายทหารเข้ามาพูดว่า เจ้าจงจำท่านคนนี้แหละคือแม่ทัพใหญ่เมืองซ้อง เจ้ารู้จักเพลงอาวุธมากน้อยเท่าใดจงรำให้ท่านดู ถ้าชอบใจจะให้รางวัล อุนขีก็คุกเข่าลงคำนับแล้วออกมือรำอาวุธคิดจะเข้าฟันบูเชียงก๋งก็ไม่ถนัด ด้วยงูเกายืนกำกับคอยระวังอยู่ อุนขีรำเลียบเคียงเข้าไปใกล้จะฟันบูเชียงก๋งถึงสามครั้ง งูเกาก็คอยระวังจะป้องกันอยู่ งูเกาเห็นผิดเชิงร้องตวาดว่าท่านี้ไม่ดี อุนขีตกใจถอยห่างออกมา งูเกาจึงว่ากับอวงจอว่าข้าพเจ้าจะพูดให้ท่านฟัง ไหมเส้นเดียวเข้าเกลียวไม่ได้ มีต้นไม้ต้นเดียวจะเรียกว่าป่าก็ไม่ได้ รำเพลงอาวุธแต่ผู้เดียวดูก็ไม่งามต้องรำเป็นคู่จึงจะดี งูเกาก็ชักกระบองสั้นออกรำสู้กับอุนขีได้สี่สิบเพลง บูเชียงก๋งกับอวงจอลุกขึ้นดู มือบูเชียงก๋งจับมืออวงจอไว้มั่น อุนขีรำเพลงอาวุธเข้าไปใกล้เงื้อง้าวจะฟันบูเชียงก๋ง งูเกาเอากระบองปัด อุนขีเสียทีงูเกาตีด้วยกระบองถูกศีรษะอุนขีแตกตาย อวงจอสะบัดมือหลุดออกจากมือบูเชียงก๋งตบโต๊ะสัญญาณขึ้น ทหารที่ซุ่มอยู่นั้นก็กรูกันออกมา

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ