๑๗

ฝ่ายม้าใช้เมืองเลียงลังก๊วน ซึ่งฮั่นซีตงให้มาสืบราชการเมืองลูอันจิว กลับไปแจ้งความกับฮั่นซีตงว่า กิมงึดตุดตีเมืองลูอันจิวได้ ตัวเล็กเต็งก็ตาย บัดนี้กองทัพฮวนยกล่วงเข้ามาตั้งอยู่เมืองเลียงลังก๊วนทางประมาณร้อยลี้ ฮั่นซีตงแจ้งว่าเล็กเต็งเสียเมืองตัวตาย ก็คิดสงสารจนน้ำตาตก พูดว่าเล็กเต็งนี้มีสติปัญญาใจคอก็ซื่อสัตย์มั่นคง มีกตัญญูต่อเจ้านายน่าเสียดายหนักหนา พูดแล้วก็เอาเงินให้เป็นรางวัลแก่ม้าใช้คอยเหตุ สั่งว่าจงอุตส่าห์ไปสืบราชการกลับมาบอกเราให้เนือง ๆ แล้วสั่งนายทหารจัดเครื่องศาสตราวุธรักษาหน้าที่เชิงเทินไว้ให้มั่นคง

ฝ่ายซึ่งเฮาซึ่งพระเจ้าซ้องคิมจงฮ่องเต้ให้ยกกองทัพมาช่วยเมืองลูอันจิว เดินทางมาถึงเมืองเลียงลังก๊วนแจ้งว่ากองทัพฮวนยกมาตั้งค่ายอยู่ห่างเมืองประมาณร้อยลี้ จึงคิดว่าเมืองลูอันจิวเห็นจะเสียแก่ข้าศึกแล้ว กองทัพฮวนจึงยกล่วงเลยเข้ามาได้ ซึ่งเฮาก็ยกกองทัพเดินเลียบเมืองเลียงลังก๊วนไป หาได้บอกให้ฮั่นซีตงรู้ไม่ ครั้นไปถึงค่ายข้าศึกก็ขับทหารเข้าระดมรบ กิมงึดตุดก็ยกทหารออกต้านทานสู้รบเป็นสามารถ

ฝ่ายม้าใช้คอยเหตุเมืองเลียงลังก๊วน เห็นกองทัพซึ่งเฮายกมาแต่เมืองเปียนเหลียงเข้าตีค่ายพวกฮวน ก็เอาความมาแจ้งแก่ฮั่นซีตง ฮั่นซีตงจึงพูดกับขุนนางนายทหารว่า ซึ่งเฮายกกองทัพผ่านเมืองเรามา ก็ไม่บอกให้รู้ตรงไปสู้รบกับข้าศึกทีเดียว ซึ่งเฮาคนนี้หามีสติปัญญาไม่ ได้คุมทหารห้าหมื่นเป็นแม่ทัพมา คิดกำเริบอิสริยยศที่ไหนจะสู้ฝีมือทหารพวกฮวนได้ ครั้นเรารู้แล้วจะไม่ยกออกไปช่วยก็กลัวจะมีความผิด ถ้าจะยกออกไปเมืองเราก็ไม่มีผู้ใดรักษา ถ้าข้าศึกแบ่งกองทัพยกอ้อมมาตีก็เห็นจะเสียที จึงเรียกนางเลียงฮองเง็กผู้เป็นภรรยาออกมาปรึกษา บัดนี้ซึ่งเฮารบติดพันอยู่กับกองทัพฮวน ครั้นเราจะออกไปช่วยก็ไม่มีใครจะรักษาเมือง ครั้นจะไม่ไปช่วยกลัวความผิด เจ้าจะคิดเห็นความประการใดบ้าง นางเลียงฮองเง็กจึงว่าซึ่งเฮาคุมทหารห้าหมื่นตรงเข้าตีหักเอาค่ายนั้นมีสตีปัญญาคิดประการใด ทหารห้าหมื่นจะสู้ทหารห้าสิบหมื่นได้หรือ เปรียบเหมือนฝูงแพะวิ่งเข้าปากเสือ ถ้าแม้นเสียทีแก่ข้าศึก ซึ่งเฮาก็คงจะออกไปกราบทูลกล่าวว่า เราไม่ยกออกไปช่วยจึงได้เสียที ข้าพเจ้าเห็นว่าควรท่านจะยกออกไปช่วยดีกว่านิ่งอยู่ ฮั่นซีตงก็เห็นชอบด้วย จึงถามขุนนางนายทหารว่าผู้ใดจะยกออกไปช่วยซึ่งเฮาได้บ้าง ฮั่นเซียงเต็กบุตรผู้ใหญ่ของฮั่นซีตงพูดขึ้นว่า ข้าพเจ้าจะขอรับอาสาออกไปแทนบิดาเอง ฮั่นซีตงว่าเจ้าจะไปก็ดีแล้วจงคุมทหารพันหนึ่งออกไป ระวังรักษาตัวให้ดี อย่าเห็นแก่ชนะข้าศึก ซึ่งเราให้ออกไปคราวนี้ก็เพราะจะกันความผิดไม่ให้เขากล่าวโทษได้ นางเลียงฮองเง็กมารดาจึงเรียกฮั่นเซียงเต็กมาสอนว่า ตัวเจ้าเป็นชายชาติทหารจะสู้การสงครามอย่ามีความประมาท หูตาจงคอยระวังดูให้รอบคอบ ถ้าควรรบจึงรบถ้าไม่ควรจะรบก็ให้หลบหลีกเสีย อย่าห้าวหาญนักจะเสียทีแก่ข้าศึก ถ้าไม่พบซึ่งเฮาแล้ว จงกลับมาเสียเถิด อย่าเข้าสู้รบกับข้าศึกเลยด้วยทหารพวกฮวนยกมาครั้งนี้มากถึงห้าสิบหมื่น กิมงึดตุดแม่ทัพก็มีสติปัญญาฝีมือเข้มแข็ง มารดามีความวิตกถึงเจ้านัก ฮั่นเซียงเต็กได้ฟังมารดาสั่งสอนแล้วก็คำนับลามาจัดทหารพันหนึ่ง ยกออกจากเมืองเลียงลังก๋วนเดินไปใกล้ค่ายข้าศึก ทางประมาณห้าสิบลี้ แลไปเห็นแต่ทหารฮวนทั้งนั้นหาเห็นพวกกองทัพเมืองเปียนเหลียงไม่ ฮั่นเซียงเต็กจึงคิดว่าทหารข้าศึกมากมายนักหนา เรามีทหารมาแต่พันหนึ่งครั้นจะบุกบั่นเข้าไปก็เหมือนหนึ่งเอาชีวิตไปให้ข้าศึก ครั้นจะไม่เข้าไปก็ไม่แจ้งว่าซึ่งเฮาอยู่ที่ไหน ถึงจะเป็นตายประการใดก็จะต้องตีหักไปดูให้รู้เห็นจงได้ คิดดังนั้นแล้วก็จึงสั่งทหารว่าพวกเจ้าจงคอยเราอยู่ที่นี่ ตัวเราจะตีหักเข้าไปแต่ผู้เดียว ถ้าแม้นพบซึ่งเฮาก็จะได้พากันกลับออกมา ถ้าไม่พบตัวเราก็คงตายอยู่ในกลางทหารฮวน เจ้าพากันกลับไปบอกกับบิดามารดาเราเถิด ครั้นสั่งความแล้วฮั่นเซียงเต็กก็ขับม้าฝ่าทหารข้าศึกเข้าไป

ฝ่ายซึ่งเฮาเข้าสู้รบอยู่กับทหารกิมงึดตุด ทหารพวกฮวนมากเข้าล้อมทหารซึ่งเฮากับตัวซึ่งเฮาไว้ ซึ่งเฮากับทหารห้าหมื่นสู้รบสิ้นกำลังเข้า ทหารฮวนก็ฆ่าตายเสียทั้งสิ้น ตัวซึ่งเฮาก็ตายในที่รบ

ฝ่ายฮั่นเซียงเต็ก ขับม้าฝ่าฟันทหารข้าศึกเข้าไปเห็นศพทหารตายเกลื่อนกลาดก็จำเสื้อผ้าได้ว่าเป็นทหารเมืองเปียนเหลียง ชักม้าจะถอยกลับออกมา กิมงึดตุดก็ขับทหารให้ล้อมเข้าไว้ แล้วถามคับมิชีว่า คนนี้เป็นทหารมาแต่ไหน จึงอาจสามารถบุกบั่นเข้ามาในกองทัพเรา คับมิชีไปดูก็จำได้บอกว่าเป็นบุตรชายของฮั่นซีตง ชื่อฮั่นเซียงเต็กมีฝีมือเข้มแข็งคล้ายคลึงกับบิดา กิมงึดตุดจึงว่า คนเดียวสู้ทหารห้าสิบหมื่นได้หรือ จำจะให้ทหารล้อมจับเอาตัวให้จงได้จะเลี้ยงไว้เป็นทหารเอก จึงให้ทหารม้าใช้ออกไปสั่งทหารซึ่งล้อมฮั่นเซียงเต็กอยู่นั้นว่าให้ล้อมไว้จับเอาตัวให้จงได้อย่าให้บอบช้ำเจ็บปวยเสีย กิมงึดตุดจะต้องการเลี้ยงไว้เป็นทหาร ทหารซึ่งล้อมอยู่นั้นก็มิอาจยิงเกาทัณฑ์และฆ่าด้วยอาวุธ เป็นแต่ล้อมอยู่ห่าง ๆ ฮั่นเซียงเต็กเห็นทหารฮวนล้อมไว้แน่นหนาก็ไม่สะทกสะท้าน ขับม้าเข้ารบฆ่าฟันบุกบั่นจะออกให้ได้ก็เหลือกำลัง

ฝ่ายทหารของฮั่นเซียงเต็กหยุดคอยฮั่นเซียงเต็กอยู่ครึ่งวันก็ไม่เห็นฮั่นเซียงเต็กกลับออกมาจากหมู่ทหารฮวน ก็เข้าใจว่าฮั่นเซียงเต็กตายเสียแล้ว จึงพากันกลับออกมาเมืองเลียงลังก๊วน แจ้งความแก่ฮั่นซีตงตามคำซึ่งฮั่นเซียงเต็กสั่งไว้ทุกประการ ฮั่นซีตงได้ฟังก็เสียใจสำคัญว่าบุตรตายแล้ว ก็ไปบอกความให้นางเลียงฮองเง็ก นางเลียงฮองเง็กได้ฟังก็ร้องไห้พูดว่าบุตรข้าพเจ้ายังไม่มีความชอบต่อแผ่นดินสิ่งใดเลย มาล้มตายเสียยังหนุ่มดังนี้เป็นที่เสียใจอาลัยนัก ฮั่นซีตงจึงว่าธรรมดาเป็นข้าราชการฝ่ายขุนนางนายทหารแล้ว ก็ต้องเอาชีวิตฉลองพระเดชพระคุณเจ้าแผ่นดิน เกิดมาแล้วไหนๆ ก็คงจะตายคราวหนึ่งเจ้าอย่าร้องไห้ไปเลย เราจะยกกองทัพออกไปแก้แค้นแทนบุตรเราให้จงได้ พูดแล้วก็สั่งทหารให้จัดเครื่องศาสตราวุธไว้พรักพร้อม ฮั่นซีตงแต่งตัวขึ้นม้า ถืออาวุธคุมทหารพันหนึ่งยกออกจากเมืองตรงไปยังค่ายข้าศึก ครั้นเดินมาได้ทางประมาณห้าสิบลี้ พอแลเห็นกองทัพพวกฮวน ทหารซึ่งตามมานั้นก็หยุดอยู่หาเดินต่อไปอีกไม่ ฮั่นซีตงจึงถามว่าเหตุใดพวกเจ้าจึงไม่เดินต่อไปอีก ทหารเหล่านั้นบอกว่า เมื่อข้าพเจ้าออกมากับฮั่นเซียงเต็ก บุตรท่านนั้นให้ข้าพเจ้าหยุดอยู่ตรงนี้ ฮั่นเซียงเต็กก็ขับม้าเข้าไปแต่ผู้เดียว ข้าพเจ้ามาถึงที่นี่จึงได้หยุดอยู่ ฮั่นซีตงได้ฟังจึงว่าครั้งก่อนบุตรเราให้พวกเจ้าหยุดอยู่นี่ ครั้งนี้พวกเจ้าก็จงหยุดคอยเราอยู่ทีนี้เหมือนกัน เราจะตีหักเข้าไปฟังข่าวคราวดูแต่ผู้เดียว พูดแล้วฮั่นซีตงก็ขับม้าทหารพวกฮวนเข้าไปร้องตวาดด้วยเสียงอันดังว่าตัวเราชื่อฮั่นซีตง เป็นแม่ทัพใหญ่เมืองเปียนเหลียงจะมาฆ่าพวกฮวนเสียให้สิ้น ฮั่นซีตงก็บุกบั่นฟันฆ่าพวกอวนตายลงเป็นอันมาก ทหารฮวนไปแจ้งกับกิมงึดตุดว่า มีทหารผู้หนึ่งชื่อฮั่นซีตงขับม้าฟันฝ่าเข้ามาแต่ผู้เดียว ฆ่าทหารฝ่ายเราล้มตายเป็นอันมาก กิมงึดตุดจึงสั่งทหารเข้าล้อมฮั่นซีตงไว้ให้แน่นหนา แล้วจึงคิดว่าฮั่นซีตงทิ้งเมืองมาเที่ยวหาบุตร ที่เมืองเห็นจะไม่มีผู้รักษาแข็งแรง ถ้าเรายกไปตีเอาก็คงจะได้โดยง่าย คิดดังนั้นแล้วกิมงึดตุดก็คุมทหารห้าหมื่นรบยกไป

ฝ่ายพวกทหารของฮั่นซีตง ซึ่งหยุดคอยท่าอยู่ช้านานไม่เห็นฮั่นชีตงกลับออกมา เห็นแต่กองทัพพวกฮวนยกมาเป็นอันมากก็สำคัญว่า ฮั่นซีตงตายเสียในกลางทหารฮวนแล้ว กองทัพฮวนจึงได้ยกมาตีเอาเมือง คิดดังนี้แล้ว ก็พากันกลับมาแจ้งความแก่นางเลียงฮองเง็ก นางเลียงฮองเง็กได้ฟังก็สำคัญว่าสามีตายร้องไห้พลางเรียกแม่นมของบุตรคนเล็กมาสั่งว่า บุตรเราคนนี้เจ้าจงเลี้ยงไว้ให้ดี ตัวเราจะเป็นตายประการใดไม่รู้ บัดนี้ข้าศึกยกกองทัพมาเกือบจะถึงเมืองอยู่แล้ว เจ้าจงพาเอาบุตรเราไปอยู่นอกเมืองคอยฟังข่าวคราวเราดูก่อน ถ้าเห็นว่าเมืองไม่เสียแก่พวกข้าศึกจึงค่อยกลับมา ถ้าเมืองเสียแก่ข้าศึกตัวเราก็คงตาย เจ้าจงพาบุตรเราหนีไปเลี้ยงไว้ ถ้าเติบใหญ่ขึ้นจงเอาตราสองดวงนี้ให้แก่บุตรเรา เอาเข้าไปในเมืองหลวงก็คงจะได้ทำราชการต่อไป นางเลียงฮองเง็กเอาตราสองดวงกับเงินทองที่มีราคามอบให้แม่นมกับผัวของแม่นม พาฮั่นเอียนติดออกจากเมืองไป นางเลียงฮองเง็กก็มาขึ้นม้าถืออาวุธคุมทหารออกมาตั้งอยู่หน้าบ้าน ปรึกษากับนายทหารทั้งปวงว่าสามีกับบุตรเราไปครั้งนี้ไม่ได้ข่าวคราวสิ่งใดเลย เห็นจะเสียทีแก่ข้าศึกเสียแล้ว กิมงึดตุดจึงได้มีใจกำเริบยกกองทัพรีบเร็วเข้ามาตีเอาเมือง เราจะคิดยกออกไปแก้แค้นแทนสามีกับบุตรเรา ท่านทั้งปวงจะเห็นประการใด นายทหารเหล่านั้นจึงว่าเมืองเราก็เป็นเมืองเล็กทหารก็น้อยตัวนัก จะยกออกไปต่อสู้แก่ข้าศึกนั้นเห็นจะเอาชัยชนะไม่ได้ขอท่านจงรักษาเมืองนั้นไว้ดีกว่า ปรึกษา กันยังไม่ทันตกลง พอทหารม้าใช้เข้ามาบอกว่า กิมงึดตุดยกกองทัพเข้ามาตั้งอยู่หน้าเมืองแล้ว นางเลียงฮองเง็กได้ฟังก็ขับม้าคุมทหารเปิดประตูเมืองออกไปจะสู้รบกับข้าศึก กิมงึดตุดเห็นทหารในเมืองเปิดประตูยกออกมาก็ขับม้าขึ้นหน้าทหาร นางเลียงอองเง็กเห็นจึงถามว่าท่านนี้คือผู้ใดจึงได้บังอาจยกกองทัพมาตั้งประๆ!ดเมืองเรา กิมงึดตุดตอบว่า ตัวเราชื่อกิมงึดตุดเป็นบุตรเจ้าเมืองไตกิมก๊ก ยกกองทัพมาปรารถนาจะตีเอาเมืองด่านเลียงลังก๊วนให้ได้ ตัวเจ้าเป็นผู้หญิงจะมาสู้รบต้านทานเราได้หรือ นางเลียงอองเง็กตอบว่าเราชื่อเสียงอองเง็กเป็นภรรยาฮั่นซีตง กิมงึดตุดว่าตัวเจ้าเป็นภรรยาฮั่นซีตงผู้มีสติปัญญา เหตุใดจึงไม่รู้ร้ายและดี คุมทหารออกมาสู้รบกับเรานี้ ดุจหนึ่งเอาฟองเป็ดฟองไก่มาขว้างก้อนศิลาอันใหญ่จะได้แตกทำลายนั้นควรอยู่แล้วหรือ จงยอมสามิภักดิ์แก่เราเสียโดยดีเถิด บัดนี้ฮั่นซีตงสามีเจ้ากับบุตรเราก็จับไว้ได้แล้ว ถ้าเจ้าอ่อนน้อมเราก็จะยกโทษบุตรและสามีของเจ้าให้มีชีวิตอยู่เห็นหน้ากันต่อไป ถ้าขัดแข็งขืนจะสู้รบก็คงจะต้องตายไปด้วยกันทั้งสามคน นางเลียงฮองเง็กได้ฟังก็โกรธร้องตวาดด้วยเสียงอันดังว่า ท่านอย่ามาพูดล่อลวงเกลี้ยกล่อมเราเลย เราคุมทหารออกมาครั้งนี้ก็ปรารถนาจะจับตัวท่าน เอาอาวุธสับฟันเสียให้ได้ร้อยท่อนพันท่อน แก้แค้นแทนสามีกับบุตรเรา กิมงึดตุดได้ฟังก็หัวเราะว่า หญิงคนนี้พูดจาห้าวหาญนักหนา จะมีฝีมือสักเพียงไรนางเลียงอองเง็กว่าท่านจะใคร่รู้ฝีมือก็จงมารบกับเราเถิด ว่าแล้วก็ขับม้ารำง้าวเข้ารบกับกิมงึดตุดได้ประมาณเจ็ดเพลงแปดเพลง เห็นฝีมือกิมงึดตุดเข้มแข็งเรี่ยวแรงนักจะเอาชนะไม่ได้ ก็ขับม้าหนีกลับเข้าด่าน สั่งให้ทหารปิดประตูเอาเกาทัณฑ์ยิงระดมออกมา ขณะนั้นพอเกิดพายุใหญ่ฟ้าคะนอง กิมงึดตุดเห็นได้ทีก็ขับทหารเข้าทำลายประตูปีนกำแพง ทหารหน้าที่เชิงเทินน้อยตัวต้านทานไม่อยู่ ทหารกิมงึดตุดก็เข้าเมืองได้ นางเลียงฮองเง็กเห็นเมืองเสียแก่ข้าศึกแล้ว ก็ขับม้าหนีออกทางประตูหลังเมือง ไปถึงพุ่มไม้ชายป่าแห่งหนึ่ง ได้ยินเสียงคนร้องเรียก ก็แวะเข้าไปดู เห็นแม่นมอุ้มบุตรของตัวซ่อนอยู่ที่พุ่มไม้นั้น ก็ดีใจเข้าไปอุ้มบุตรแล้วร้องไห้โศกเศร้าถึงฮั่นซีตงผู้สามี

ฝ่ายฮั่นซีตงซึ่งกิมงึดตุดให้ทหารตั้งล้อมไว้ ครั้นกิมงึดตุดยกทหารไปตีเมืองเลียงลังก๊วน ฮั่นซีตงก็ขับม้าฟันฝ่าทหารที่ล้อมไปพบฮั่นเซียงเต็กผู้บุตร ก็มีความยินดี ช่วยกันรบหักทหารหนีออกจากที่ล้อมได้ พบนายทหารของกิมงึดตุดคนหนึ่งชื่ออุนทีมกออกสกัดทางอยู่ฮั่นซีตงก็ขับม้าเข้าไปเอาง้าวฟันถูกหมวกอุนทีมกตกลงแล้วเงื้อง้าวขึ้นจะฟันซ้ำ พอเห็นรัศมีขาวพลุ่งขึ้นบนศีรษะอุนทีมก ฮั่นซีตงเห็นก็ตกใจขับม้าหนีเลยไป และอุนทีมกคนนี้เป็นผู้มีวาสนา ต่อไปภายหน้ามีบุตรคนหนึ่งจะได้เป็นกษัตริย์ครองราชสมบัติในแผ่นดินฮวน

ฝ่ายฮั่นซีตงกับฮั่นเซียงเต็กผู้บุตร หนีออกจากที่ล้อมไปใกล้จะถึงเมืองเลียงลังก๊วน เห็นธงยี่ห้อกิมงึดตุดปักอยู่บนหอรบก็เสียใจพูดกับฮั่นเซียงเต็กว่า เมืองเสียแก่ข้าศึกแล้ว มารดาเจ้ากับน้องจะตกไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ พูดกันแล้วก็ขับม้าเข้าทางหลังเมืองไปถึงพุ่มไม้ที่นางเลียงฮองเง็กอยู่ นางเลียงฮองเง็กเห็นฮั่นซีตงกับบุตรหนีมาได้ก็มีความยินดี เล่าความซึ่งได้รบสู้กับกิมงึดตุดจนเกิดพายุใหญ่เมืองเสียแก่ข้าศึก ให้ฮั่นซีตงผู้สามีกับบุตรฟังทุกประการ ฮั่นซีตงได้ฟังก็ทอดใจใหญ่ว่าเมื่อการเกิดอาเพทขึ้นดังนี้ก็เพราะชะตาเมืองจะสูญสิ้น จึงบังเอิญให้เป็นไปต่าง ๆ เราจะต้องพากันไปเมืองเปียนเหลียงฟังดูว่า พระเจ้าซ้องคิมจงฮ่องเต้จะกริ้วโกรธขัดเคืองประการใด พูดกันแล้วก็ออกเดินไป

ฝ่ายกิมงึดตุดเข้าเมืองเลียงลังก๊วนได้แล้ว ก็ปราบปรามเกลี้ยกล่อมราษฎรพักทหารอยู่ที่นั้น

ฝ่ายทหารในกองทัพซึ่งเฮา ซึ่งเหลือตายกลับมาเมืองเลียงลังก๊วน พอเมืองเลียงลังก๊วนเสียแก่ข้าศึกก็หนีไปเมืองเปียนเหลียง แจ้งความกับขุนนางเจ้าพนักงานให้นำขึ้นกราบทูลพระเจ้าซ้องคิมจงฮ่องเต้ว่า ซึ่งเฮายกกองทัพไปได้สู้รบกับกองทัพฮวนที่แขวงเมืองเลียงลังก๊วน ฮั่นซีตงผู้รักษาเมืองก็ไม่ได้ออกไปช่วยสู้รบ ซึ่งเฮาเสียทีแก่กองทัพฮวนทหารฮวนฆ่าตายเสียสิ้น แล้วยกมาตีเมืองเลียงลังก๊วนได้ ฮั่นซีตงผู้รักษาเมืองนั้นจะหนีได้หรือตายก็หาทราบไม่ พระเจ้าซ้องคิมจงฮ่องเต้ได้ทรงฟังก็ขัดเคืองฮั่นซีตง สั่งให้มีตราไปถ้าพบฮั่นซีตงก็ให้ถอดออกเสียจากที่ขุนนาง เจ้าพนักงานทำหนังสือให้ม้าใช้รีบไปตามหาฮั่นซีตง

ฝ่ายฮั่นซีตงหนีมาถึงแม่น้ำอึ้งโหใกล้เมืองเปียนเหลียงพอพบม้าใช้ถือหนังสือรับสั่งมา ฮั่นซีตงก็รับเอาหนังสือมาฉีกผนึกออกอ่านมีความว่า พระเจ้าซ้องคิมจงฮ่องเต้โปรดตั้งฮั่นซีตงมาอยู่รักษาเมืองเลียงลังก๊วนเป็นหน้าด่านสำคัญ ซึ่งเฮายกกองทัพมาได้สู้รบกับพวกฮวน ฮั่นซีตงก็ไม่ยกออกไปช่วย ครั้นกองทัพฮวนยกมาตีเมือง ฮั่นซีตงมีความประมาทให้เมืองเสียแก่ข้าศึก โทษฮั่นซีตงถึงต้องประหารชีวิตเสีย แต่ทรงพระเมตตาเห็นว่า ฮั่นซีตงได้มีความชอบต่อแผ่นดินมาแต่ก่อน จึงพระราชทานโทษให้ไม่ต้องตายแต่ให้ถอดออกเสียจากที่ขุนนาง ฮั่นซีตงได้แจ้งความในหนังสือรับสั่งแล้วก็เอาตราสำหรับตำแหน่งที่ผู้รักษาเมือง ส่งผู้ถือหนังสือไปถวายพระเจ้าซ้องคิมจงฮ่องเต้ ตัวฮั่นซีตงกับบุตรภรรยาพากันกลับไปอยู่บ้านเดิมแขวงเมืองเซียมไซ

ฝ่ายเตียซอกแม้ผู้รักษาเมืองฮ่อกันฮู้เป็นด่านที่สาม ครั้นแจ้งความว่ากิมงึดตุดยกกองทัพมา ตีได้เมืองเลียงลังก๊วน แล้วยกเลยล่วงเข้ามาจะตีเมืองฮ่อกันฮู้ก็ตกใจ จึงปรึกษากับขุนนางนายทหารทั้งปวงว่า กิมงึดตุดยกกองทัพมาครั้งนี้ทหารมากถึงห้าสิบหมื่นเศษ ตัวกิมงึดตุดและนายทหารก็มีฝีมือเข้มแข็ง ตีเมืองลูอันจิว และเมืองเลียงลังก๊วนได้ทั้งสองตำบลแล้ว เล็กเต็งกับฮั่นซีตงก็เป็นคนมีสติปัญญาฝีมือเข้มแข็งไพร่พลก็มาก เสบียงอาหารก็บริบูรณ์ยังรักษาเมืองไว้ไม่ได้ เมืองเรานี้เป็นแต่เมืองน้อยไพร่พลทหารก็เบาบาง ข้าวเสบียงก็ขัดสนเห็นจะป้องกันรักษาไว้ไม่ได้ เราคิดว่าถ้ากิมงึดตุดยกกองทัพมา จะทำเป็นออกไปอ่อนน้อมเสียโดยดี ไพร่บ้านพลเมืองจึงจะไม่ได้ความเดือดร้อน คอยท่ากองทัพเมืองหลวงและหัวเมืองมาพร้อมกันแล้ว เราจึงจะค่อยคิดกลับใจตีเอาเมืองคืนให้ได้ ท่านทั้งปวงจะเห็นประการใด นายทหารเหล่านั้นได้ฟังก็พร้อมใจกันว่าท่านคิดนี้ชอบแล้ว เตียซอกแม้ให้ทำธงขาวขึ้นปักไว้หน้าเมืองเป็นสำคัญว่าธงอ่อนน้อมยอมสามิภักดิ์

ฝ่ายเตียลิบ เตียหยงบุตรชายของเตียซอกแม้ ไปเรียนหนังสืออยู่กับซินแส ครั้นแจ้งความว่าบิดายอมยกเมืองให้กับกิมงึดตุดโดยง่ายดังนั้นก็ตกใจ พากันกลับมาบ้านถามมารดาว่า กิมงึดตุดพวกฮวนยกกองทัพมา บิดาไม่คิดสู้รบยอมยกเมืองให้เขาเสียง่าย ๆ ดังนี้จะไม่มีความผิดหรือ มารดาเตียลิบ เตียหยงจึงว่า เจ้าจงไปถามบิดาเจ้าดูเถิด มารดานี้เป็นหญิงหารู้การตื้นลึกหนักเบาไม่ เตียลิบ เตียหยงจึงว่า ข้าพเจ้ามีความวิตกนัก ถ้าบ้านเมืองเราเป็นของกิมงึดตุดแล้ว ที่ไหนจะมีความสุขเป็นปรกติเหมือนแต่ก่อน ข้าพเจ้าจะขอเงินมารดาสักสามร้อยตำลึง ถ้าขัดสนคับแค้นเข้าก็จะได้ซื้อหาข้าวกินเป็นกำลังต่อไป มารดาก็เอาเงินสามร้อยตำลึงให้ เตียลิบ เตียหยงได้เงินแล้ว ก็ใส่ไถ้คาดเอวคำนับลามารดา แต่งตัวขึ้นม้าถืออาวุธออกไปคอยกองทัพกิมงึดตุดอยู่ต้นทาง พอเห็นกองทัพฮวนยกมา เตียลิบ เตียหยง ก็ขับม้าเข้าไล่ฟันกองทัพหน้ากิมงึดตุดเจ็บปวยล้มตายลงเป็นหลายคน กิมงึดตุดแจ้งความว่ามีทหารสองนายมารบสกัดทางอยู่ ก็สั่งให้นายทหารเอกที่มีฝีมือเร่งไปจับคนทั้งสองมาให้จงได้ ทหารกิมงึดตุดก็ขับกันเข้าล้อมเตียลิบ เตียหยงไว้ เตียลิบ เตียหยง ช่วยกันรบบุกบั่นฆ่าฟันหักหนีออกจากที่ล้อมไปได้ ฝ่ายเตียซอกแม้เห็นกองทัพกิมงึดตุดยกมาถึงหน้าเมืองก็เอาธงขาวให้ทหารถือนำหน้าเข้าไปหากิมงึดตุด กิมงึดตุดเห็นจึงถามคับมิชีที่ปรึกษาว่า เตียซอกแม้คนนี้ซื่อตรงดีอยู่หรือ เข้ามาสามิภักดิ์กับเรานี้จะเป็นอุบายหรือจะมาโดยสุจริต คับมิชีว่าข้าพเจ้าทราบอยู่ เตียซอกแม้นี้เป็นคนซื่อตรงดีเห็นจะไม่เป็นอุบายดอก กิมงึดตุดได้ฟังดังนั้นก็สั่งให้นายทหาร พาตัวเตียซอกแม้เข้าคุกเข่าลงคำนับ กิมงึดตุดจึงว่าเรายกกองทัพมาครั้งนี้ก็ปรารถนาจะสู้รบกับท่าน เหตุใดท่านจึงมายอมยกเมืองให้เสียโดยดีดังนี้เรามีความสงสัยนัก เตียซอกแม้ว่า ข้าพเจ้าและนายทหารทั้งปวงคิดเห็นว่าการทุกวันนี้ พระเจ้าซ้องคิมจงฮ่องเต้เสวยราชสมบัติ ไม่เอาพระทัยใส่ในราชการ ขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยก็พากันโลเลไปทั้งสิ้น ครั้นข้าพเจ้าจะถือความกตัญญูดื้อดึงสู้รบกับท่าน ก็เหมือนหนึ่งจะทำให้ราษฎรไพร่บ้านพลเมืองได้ความเดือดร้อนยับเยินไปทั้งสิ้น ข้าพเจ้าจึงได้ออกมายอมสามิภักดิ์แก่ท่านเสียโดยดี หมายจะขอโอกาสท่านห้ามปรามทหารไพร่พล อย่าให้กระทำข่มเหงราษฎรให้ได้ความเดือดร้อนยับเยินเสียเลย กิมงึดตุดได้ฟังก็มีความยินดีพูดกับนายทหารทั้งปวงว่า เตียซอกแม้คนนี้มีเมตตาจิตใจโอบอ้อมอารีรักราษฎรมาก คนใจอย่างนี้หายากควรเราจะตั้งแต่งให้เป็นที่ลูอ๋อง อยู่รักษาเมืองไปตามเติม แล้วกิมงึดตุดก็กำชับห้ามทหารในกองทัพมิให้เบียดเบียนกระทำข่มเหงราษฎรให้ได้ความเดือดร้อน ถ้าผู้ใดมิฟังก็จะประหารชีวิตเสีย กิมงึดตุดจัดแจงการบ้านเมืองฮ่อกันฮู้เรียบร้อยเป็นปรกติแล้ว ก็ยกกองทัพออกเดินไปถึงแม่น้ำอึ้งโห สั่งให้ตั้งค่ายริมฝั่ง เกณฑ์ทหารให้ตัดไม้มาทำแพจะข้ามฟาก

ฝ่ายม้าใช้คอยเหตุแจ้งว่า เตียซอกแม้เจ้าเมืองฮ่อกันฮู้ออกยอมสามิภักดิ์กับกิมงึดตุด กิมงึดตุดยกทหารเดินกองทัพมาตั้งค่ายอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอึ้งโห ก็เอาความเข้าไปแจ้งแก่เจ้าพนักงานให้นำขึ้นกราบทูลพระเจ้าซ้องคิมจงฮ่องเต้ตามซึ่งได้เห็นได้รู้มาทุกประการ พระเจ้าซ้องคิมจงฮ่องเต้ได้ทรงฟังตกพระทัย ตรัสกับขุนนางทั้งปวงว่า กิมงึดตุดยกกองทัพมาครั้งนี้ท่านทั้งปวงจะคิดประการใด เตียปังเชียงจึงกราบทูลว่า คนที่มีสติปัญญาและฝีมือกล้าหาญซึ่งสู้รบกับข้าศึกนั้นก็มีอยู่สามคนคือ เล็กเตงเจาเมืองลูอันจิว ฮั่นซีตงเจ้าเมืองเลียงลังก๊วน เตียซอกแม้เจ้าเมืองฮ่อกันฮู้ คนทั้งสามก็เสียทีแเก่ข้าศึก ล้มตายยับเยินเสียหมด ยกกองทัพล่วงด่านที่สำคัญเข้ามาได้ถึงสามตำบล บัดนี้ยังเห็นเป็นที่สำคัญอยู่ก็แต่แม่น้ำอึ้งโห ถ้ากิมงึดตุดยกกองทัพข้ามแม่น้ำมาได้แล้ว เมืองเปียนเหลียงก็เห็นจะรักษาไว้ไม่ได้ คนซึ่งมีสติปัญญาและฝีมือเข้มแข็ง ก็ไม่เห็นผู้ใดแล้ว ยังมีอยู่ก็แต่ลีกังกับจงเล่าซิวสองคน พอจะต้านทานข้าศึกได้ดอกกระมัง ขอพระองค์จงรับสั่งให้ออกไปตั้งอยู่ที่แม่น้ำอึ้งโห คอยระวังอย่าให้กองทัพพวกฮวนข้ามมาได้ พระเจ้าซ้องคิมจงฮ่องเต้ได้ทรงฟังเตียปังเชียงกราบทูล ก็พยักหน้าว่าชอบแล้วชอบแล้ว จึงรับสั่งให้จงเล่าซิวเป็นแม่ทัพหน้าให้ลีกังเป็นแม่ทัพหลวง คุมทหารห้าหมื่นยกไปตั้งรักษาแม่น้ำอึ้งโห อย่าให้ข้าศึกข้ามแม่น้ำยกล่วงเข้ามาได้ จงเล่าซิว ลีกัง ก็กราบถวายบังคมลากลับมาบ้าน พบชายผู้หนึ่งรูปร่างใหญ่โตล่ำสันแข็งแรงสมเป็นทหาร จึงถามชายผู้นั้นว่าเจ้าแซ่ไรชื่อใดบ้านอยู่ที่ไหน ชายผู้นั้นคำนับแล้วจึงบอกว่าข้าพเจ้าชื่อเตียเปาเป็นพ่อค้าเที่ยวค้าขาย ได้ยินรับสั่งจะให้ท่านไปทัพข้าพเจ้าจึงได้มาหาท่าน จะขอทำราชการอาสาแผ่นดินเป็นทหารไปด้วย ลีกังก็มีความยินดีจึงเอาเงินกับเสื้อผ้าให้แก่เตียเปาเป็นบำเหน็จแล้วว่า ตัวเจ้ารูปร่างแข็งแรงยกของน้ำหนักได้สักเท่าไร เตียเปาว่าข้าพเจ้ายกของได้หนักแต่เพียงหกร้อยชั่ง ในขณะนั้นนายประตูเข้ามาบอกว่าจงเล่าซิวจะมาหาท่าน ลีกังก็ออกมารับพาเข้าไปข้างในคำนับกันแล้วจัดที่ให้นั่งตามสมควร ลีกังจึงพูดว่า ซึ่งรับสั่งให้ข้าพเจ้าเป็นแม่ทัพไปครั้งนี้มีความวิตกนัก ด้วยข้าพเจ้าเป็นแต่ขุนนางพลเรือนหาได้ศึกษาในการทหารไม่ ซึ่งเตียปังเชียงกราบทูลจะให้ข้าพเจ้าเป็นแม่ทัพนั้น ก็เพราะใจอิจฉาแกล้งจะให้ไปตายเสียด้วยฝีมือข้าศึก ราชการครั้งนี้ข้าพเจ้าก็หมายจะเอาสติปัญญาและฝีมือท่านเป็นที่พึ่ง จงเล่าซิวจึงว่าท่านอย่าวิตกให้มากเลย เราทั้งสองตั้งใจทำราชการอาสาแผ่นดินโดยสุจริต เทพยดาก็คงจะคุ้มเกรงรักษา เมื่อการจะเป็นอย่างไรก็สุดแต่บุญวาสนา ครั้นพูดกันแล้ว ลีกังก็จัดแจงทหารพร้อมสรรพไปด้วยเครื่องศาสตราวุธ ยกออกจากเมืองเปียนเหลียง เดินทัพไปถึงแม่น้ำอึ้งโห สั่งให้ทหารตั้งค่ายมั่นลงไว้ คอยดูท่วงทีกองทัพกิมงึดตุดจะคิดประการใด

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ