๗๙

ฝ่ายนางซุยเซียนกุนจู๊บุตรอวนงันซิว แจ้งว่าบิดาตายก็เดินร้องไห้มาถึงที่อยู่นางไซฮุนเชียม้วย นางไซฮุนเชียม้วยออกไปรับเข้ามาพูดว่าเจ้าอย่าร้องไห้นักเลย เวลาอื่นเราจะไปจับทหารซ้องมาฆ่าทดแทนแก้แค้นบิดาเจ้าให้ได้ จงกลับไปบ้านเสียก่อนเถิด พูดแล้วก็สั่งให้ทหารไปส่งนางซุยเซียนกุนจู๊จนถึงบ้าน แล้วนางไซฮุนเชียม้วยจึงคิดว่าอวนงันซิวตายครั้งนี้เพราะเราไม่ได้ช่วย เงาเหลียนได้สัญญาไว้ว่าให้ฆ่าอวนงันซิวแก้แค้นแทนเอาเอียงซองเสียงเพื่อนรักร่วมสาบานได้แล้วจึงจะยอมเป็นสามี จำจะให้ไปบอกเงาเหลียนให้รู้ คิดแล้วก็เรียกนางไซฮองสาวใช้มาบอกว่าเจ้าจงไปบอกเงาเหลียนว่าเวลาวันนี้อวนงันซิวออกไปรบ เสียทีทหารซ้องไล่มา อวนงันซิวเรียกให้เราช่วยเรานิ่งเสียไม่ช่วยอวนงันซิวจึงได้ตาย การก็เป็นที่แก้แค้นแทนเอาเอียงซองเสียงได้แล้ว จึงควรจัดการมงคลอยู่กินเป็นสามีภริยากันเสียวันพรุ่งนี้เถิด นางไซฮองสาวใช้คำนับลาไปแจ้งความกับเงาเหลียนตามซึ่งนางสั่งทุกประการ เงาเหลียนรู้ว่าอวนงันซิวตายก็ดีใจจึงพูดกับนางไซฮองสาวใช้ว่า การซึ่งจะอยู่กินเป็นสามีภริยากันนั้นเรามีความยินดี แต่เป็นมงคลอันใหญ่ ตัวเราตกมาอยู่คนเดียวไม่มีพวกพ้องติดตามมาว่ากล่าวสู่ขอให้ศีลให้พรตามประเพณีการบ่าวสาว เรากลัวว่าอยู่ไปจะไม่มีความสุขสบาย ขอให้มีพวกพ้องของเรามาว่ากล่าวเป็นเถ้าแก่เสียสักคนหนึ่งแล้วก็เป็นการเต็มใจที่จะยอมโดยดี เจ้าจงกลับไปแจ้งความกับนางไซฮุนเชียม้วยตามเราพูดดังนี้เถิด นางไซฮองสาวใช้ก็กลับมาบอกความแก่นายทุกประการ นางไซฮุนเชียม้วยจึงคิดว่าซึ่งจะให้ทหารซ้องมาว่ากล่าวเป็นเถ้าแก่ไม่ยากนักดอก พรุ่งนี้เราจะออกไปจับมาสักสองสามคนก็จะได้ ครั้นเวลารุ่งเช้านางไซฮุนเชียม้วยก็ขึ้นม้าคุมทหารไปถึงหน้าค่ายร้องชวนให้งักหลุยแต่งทหารออกมารบ

ฝ่ายงักหลุยให้หมอรักษาพยาบาลงักเข่งกับฮวนเสงซึ่งถูกของวิเศษของนางไซฮุนเชียม้วย อาการฟื้นขึ้นแล้วกลับทรุดหนักไปมึนมัวไม่ได้สติ เงาเหลียนซึ่งนางไซฮุนเชียม้วยจับไปนั้นจะตายหรือเป็นสืบสวนก็ไม่ได้มีความวิตกนัก จึงปรึกษากับงูกัดกิมว่า นางไซฮุนเชียม้วยทำศึกด้วยความรู้วิชาดังนี้ยากที่จะคิดอ่านแก้ไขเอาชัยชนะได้ จูกัดกิมว่าเมื่อเวลาคืนนี้ข้าพเจ้าได้ตรวจดูในตำราชะตาแผ่นดินซ้องและจับยามดู ชะตาของท่านแม่ทัพเป็นความจำเริญ ดาวสำหรับพระมหากษัตริย์และท่านแม่ทัพก็มีรัศมีสุกใสบริสุทธิ์ดี ซึ่งการขัดขวางอยู่ดังนี้คงจะมีผู้มาช่วยท่านอย่าทุกข์ร้อนวิตกไปนักเลย อันผู้หญิงฮวนคนนี้ที่มีวิชาใช้ของวิเศษอีกสองวันสามวันก็คงจะเป็นอันตรายพ่ายแพ้เห็นไม่ผิดในตำราของข้าพเจ้าดอก พูดปรึกษากันอยู่ดังนั้นพอทหารเข้ามาแจ้งว่า นางไซฮุนเชียม้วยยกมาถึงหน้าค่ายร้องชวนให้ออกรบ งักหลุยได้ฟังจึงสั่งให้จัดทหารเป็นกระบวนเตรียมไว้พร้อม ตัวงักหลุยแม่ทัพกับนายทหารทั้งนั้นก็ยกออกมาจากค่าย นางไซฮุนเชียม้วยเห็นทหารซ้องทั้งกระบวนออกมาจากค่ายแน่นหนาหลายนายนัก จึงร้องพูดไปด้วยเสียงอันดังว่า นายทหารพวกแผ่นดินซ้องเหล่านี้จะมาหาที่ตายด้วยของวิเศษของเราในวันนี้แล้ว งักหลุยได้ฟังก็โกรธจึงถามนายทหารว่าผู้ใดจะอาสาไปจับอีผู้หญิงคนนี้มาให้เราได้ กิดเซงเหลียงว่าข้าพเจ้าจะอาสาไปจับเอง พูดแล้วก็ขับม้าตรงเข้าไป เอาขวานฟันนางไซฮุนเชียม้วย รบกันได้ห้าเพลง นางไซฮุนเชียม้วยถอยห่างออกไปเอาอิมถันของวิเศษขว้างมา ก็ให้บังเกิดมืดมัวเป็นควันคลุ้มตรงเข้ามาถูกกิดเซงเหลียงตกม้าลงสลบอยู่ ฮอหงเห็นก็ขับม้าเข้าไปรบกับนางไซฮุนเชียม้วย ทหารเข้าพยุงอุ้มเอากิดเซงเหลียงกลับมาค่าย นางไซฮุนเชียม้วยรบกับฮอหงได้เจ็ดเพลงก็ถอยห่างออกไป เอาอิมถันของวิเศษขว้างมาก็บังเกิดเป็นไฟลุกไล่ไหม้ฮอหงตกม้าลงสลบอยู่ งูทองเห็นก็ขับม้าเข้าไปรบต้านทานไว้ ทหารเข้าพยุงอุ้มเอาฮอหงกลับเข้าค่าย นางไซฮุนเชียม้วยเห็นหน้างูทองหน้าดำ ก็ร้องถามว่านายทหารคนนี้หน้าดำเหมือนผีมาแต่ไหน งูทองว่ามิใช่ผีเป็นนายทหารเอก มีภรรยาอยู่คนหนึ่งใช้ของวิเศษเหมือนอย่างเจ้า ถ้าได้เจ้ามาเป็นภรรยาอีกคนหนึ่งแล้วก็จะดีทีเดียว นางไซฮุนเชียม้วยได้ฟังก็โกรธรบกับงูทองได้ห้าเพลงทานกำลังงูทองไม่ได้ ก็หยิบเอาแปะเลงต๋อขว้างไปบังเกิดเป็นมังกรขาวตรงเข้ารัดเอางูทองไว้ ซีหอง ทึงเอง ฮันคิเหลง ฮันคิหอง สี่นายขับม้าเข้ารบป้องกันให้ทหารพยุงงูทอง ซึ่งแปะเลงต๋อมังกรขาวรัดไว้กลับเข้าค่าย นางไซฮุนเชียม้วยสู้รบอยู่กับนายทหารทั้งสี่จะถอยห่างออกไปใช้ของวิเศษก็ไม่ทันกระชั้นตัวนัก งักหลุยสั่งให้ทหารเกาทัณฑ์รุกเข้ามายิงลูกเกาทัณฑ์หนามานักก็กลัวจะถูก ขับม้าหนีกลับเข้าเมือง งักหลุยแม่ทัพกับนายทหารทั้งปวงเห็นนางไซฮุนเชียม้วยกลับเข้าปิดประตูเมืองรักษามั่นคง ก็พาทหารเลิกกลับมาค่าย เห็นแปะเลงต๋อมังกรขาวรัดงูทองไว้มั่นคงจะแก้ไขฉุดชักอย่างไรก็ไม่ออก เอากระบี่และมีดที่คมเข้าเชือดไม่เข้าสิ้นความคิดนั่งจนใจอยู่ งักหลุยจึงเขียนหนังสือไปปิดไว้ที่หน้าค่ายว่า ถ้าผู้ใดแก้แปะเลงต๋อได้จะให้เงินพันตำลึงก็ยังไม่มีผู้รับแก้ได้

ฝ่ายนางไซฮุนเชียม้วยกลับมาถึงที่อยู่ พูดกับสาวใช้ว่าเราคุมทหารออกไปรบวันนี้ก็มีชัยชนะ แต่จับทหารพวกซ้องมาไม่ได้จะทำประการใดดี นางไซฮองสาวใช้ว่าท่านสู้รบเช่นนี้ที่ไหนจะจับได้ ทหารพวกเขาคอยแย่งชิงเอากันไป ถ้าจะให้ได้ตัวก็ต้องล่อมาให้ห่างพวกแล้ว จึงเอาของวิเศษขว้างให้ตกม้าลงจับเอาตัวมา ถึงพวกพ้องจะตามมาแก้ไขแย่งชิงก็ไม่ทัน นางไซฮุนเชียม้วยก็เห็นชอบด้วยจึงว่าเวลาพรุ่งนี้เราจะออกไปรบอีก

ฝ่ายเงาเหลียนอยู่ในค่าย ด้วยนางไซฮุนเชียม้วยจะเอาไปเป็นผัว สั่งให้ทหารผู้คุมคอยระวังรักษามิได้อดอยาก เงาเหลียนแจ้งว่านางไซฮุนเชียม้วยออกไปรบก็มีความวิตกกลัวว่างักหลุยและนายทหารเหล่านั้นจะเป็นอันตรายด้วยวิชาอาวุธวิเศษ จึงถามผู้ที่เฝ้ารักษาอยู่นั้นว่าวันนี้นายท่านคุมทหารยกออกไปรบเป็นประการใดบ้าง ผู้คุมบอกว่านางไซฮุนเชียม้วยยกออกไปก็มีชัยชนะ ทหารซ้องต้องอาวุธวิเศษไปสองนาย นายหนึ่งต้องมัดด้วยมังกรขาวทหารซ้องแย่งชิงเอากันไปได้ เวลาพรุ่งนี้ได้ยินว่าจะออกไปรบอีก เงาเหลียนได้ฟังก็คิดวิตกจึงทำเป็นพูดว่าถ้าจับได้นายทหารซ้องมาแต่สักคนหนึ่ง ก็จะได้เป็นเถ้าแก่มาว่ากล่าวให้อยู่กินเป็นสามีภรรยากัน ตัวเราทุกวันนี้ก็เหมือนนายพวกท่าน ท่านจงไปจัดหาโต๊ะและสุราอย่างดีมาเลี้ยงเราให้สบายสักเวลาหนึ่งเถิด การซึ่งท่านอุปภัมภ์บำรุงเรานั้นเราไม่ลืมคุณ ต่อไปภายหน้าเราจะคิดบำรุงท่านให้มีความสุขยิ่งกว่านี้ ทหารผู้คุมได้ฟังก็ดีใจจึงไปซื้อสุราอย่างดีมา จัดโต๊ะเสร็จแล้วก็ยกเข้ามาเชิญให้เงาเหลียนกิน เงาเหลียนว่าถ้าเราได้เป็นผัวนางไซฮุนเชียม้วยแล้ว จะตั้งท่านทั้งหลายให้มียศเท่ากัน ท่านมากินโต๊ะเสพสุราด้วยเราเถิด ทหารเหล่านั้นว่าพวกข้าพเจ้าไม่ควรจะกินกับท่าน เงาเหลียนว่าเราไม่ถือดอกจะพูดจากันเล่นให้สบาย ทหารทั้งสี่ขัดไม่ได้ก็เข้านั่งกินโต๊ะด้วย ชักชวนพูดจาสนุกสนาน เอาสุรามอมนายทหารทั้งสี่จนเมาเหลือกำลังสิ้นสติก็หลับไป เงาเหลียนก็จัดแจงแต่งตัวมั่นคง ครั้นเวลาพลบค่ำก็เปิดประตูหลังบ้านหนีไปได้ทางประมาณห้าลี้ ไม่รู้แห่งว่าจะไปทางไหน ได้ยินเสียงคนตีเกราะเดินยามมาก็ตกใจหาที่จะแอบอาศัยก็ไม่มี เห็นกำแพงกันอยู่แห่งหนึ่งไม่แจ้งว่าบ้านผู้ใด พอคนเดินยามเข้ามาใกล้เงาเหลียนก็โดดข้ามกำแพงเข้าไปเห็นสวนดอกไม้ มีเก๋งเรียงรายหลายหลังดูงดงามนักก็เดินไปชั้นในไม่เห็นมีผู้คน เงาเหลียนคิดอัศจรรย์ใจว่าบ้านช่องโตใหญ่สนุกสนานเหตุไฉนจึงไม่มีผู้คนอยู่ หาทางจะออกไปนอกบ้านก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ที่ไหน เที่ยวหาทางจะออกไปก็ไม่พบ เห็นมีเก๋งหลังหนึ่งทำไว้งดงามมีของเล่นต่าง ๆ เตียงนอนเตียงนั่งพร้อมบริบูรณ์ เงาเหลียนก็เที่ยวดูไปทุกห้อง

ฝ่ายนางซุยเซียนกุนจู๊ บุตรสาวของอวนงันซิว ตั้งแต่บิดาตาย นางซุยเซียนกุนจู๊ร้องไห้ไม่ว่างเว้นสักเวลา วันนั้นนางซุยเซียนกุนจู๊กับสาวใช้สองคนไปเซ่นไหว้ที่ฝังศพบิดาแล้วกลับมา พอเวลาค่ำก็ชวนสาวใช้ไปนอนที่เก๋งในสวนดอกไม้

ฝ่ายเงาเหลียนเข้าไปอยู่ในเก๋งนั้น ได้ยินเสียงคนพูดกันเดินถือโคมตรงมาที่เก๋ง ไม่แจ้งว่าหญิงหรือชายตกใจจะหนีออกก็ไม่ทัน ในเก๋งนั้นที่จะแอบแฝงซ่อนเร้นก็ไม่มี จึงมุดเข้าไปซ่อนอยู่ใต้เตียงนอน นางซุยเซียนกุนจู๊เข้าไปถึงในเก๋งแล้วคิดถึงบิดานางก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นรำพันไปต่าง ๆ สาวใช้สองคนพูดปลอบว่าท่านอย่าร้องไห้ไหน ๆ บิดาก็ตายแล้วจะกลับเป็นขึ้นมาไม่ได้ บิดาท่านตายครั้งนี้ก็เพราะนางไซฮุนเชียม้วย ด้วยนางไซฮุนเชียม้วยออกไปรบจับนายทหารซ้องมาได้คนหนึ่งชื่อเงาเหลียนรูปร่างงาม นางไซฮุนเชียม้วยรักจะใคร่เอาเป็นผัว บิดาท่านให้ไปขอเงาเหลียนมาจะฆ่าเสียด้วยเป็นพวกข้าศึก นางไซฮุนเชียม้วยไม่ให้บิดาท่านจึงได้โกรธยกกองทัพออกไปรบ ครั้นเสียทีแก่ทหารซ้องร้องเรียกให้นางไซฮุนเชียม้วยช่วยก็นิ่งเฉยเสียไม่ช่วย บิดาท่านจึงได้ตาย เวลาวานนี้นางไซฮุนเชียม้วยยกออกไปรบจะจับทหารซ้องให้เข้ามาอยู่ด้วยเงาเหลียนก็ไม่ได้ ได้ยินว่าเวลาพรุ่งนี้จะยกออกไปรบอีก ท่านจงคิดแก้แค้นนางไซฮุนเชียม้วยแทนบิดาดีกว่ามานั่งเศร้าโศกร้องไห้อยู่ดังนี้ นางซุยเซียนกุนจู๊ได้ฟังก็คิดแค้นนางไซฮุนเชียม้วย ค่อยคลายความโศกที่คิดถึงบิดา ขึ้นไปนอนบนเตียงปิดประตูห้อง สาวใช้ก็ออกมานอนอยู่ข้างนอก เงาเหลียนเข้าอยู่ใต้เตียงได้ยินนางสาวใช้พูดประการใดก็เข้าใจสิ้น มองดูเห็นรปร่างนางซุยเซียนกุนจู๊งามก็มีความรัก จึงคิดว่าจำเราจะออกไปพูดเกลี้ยกล่อมเอานางซุยเซียนกุนจู๊เป็นภรรยาให้ได้แล้วจะคิดฆ่านางไซฮุนเชียม้วยเสีย คิดแล้วก็คลานออกมาขึ้นนั่งบนเตียงเคียงนางซุนเซียนกุนจู๊เอามือสั่นปลุกให้ลุกขึ้น นางซุนเซียนกุนจู๊ตกใจตื่น เห็นชายเข้ามานั่งอยู่ชิดตัวก็ถามว่าท่านนี้อยู่ที่ไหน จึงบังอาจเข้ามาจนถึงห้องนอนของเราไม่กลัวความตายหรือ เงาเหลียนว่าถ้าเจ้าจะฆ่าเราเราก็จะฆ่าเจ้าเสียก่อนอย่าเพิ่งอื้ออึงไปเลยจะเล่าให้ฟัง นางซุยเซียนกุนจู๊ลุกขึ้นขยับจะวิ่งหนีเงาเหลียนก็จับข้อมือไว้มั่น เล่าความตั้งแต่นางไซฮุนเชียม้วยจับตัวมาทำประการใดให้ฟังจนสิ้นเรื่องแล้วพูดว่า ตัวเรานี้หนีมาไม่รู้จักแห่งทางจึงได้หลงเข้ามาจนถึงในห้องของเจ้า ชะรอยเทพยดาจะชักนำตัวเราทั้งสองเห็นจะเป็นคู่สร้างกันมาแต่ก่อน ซึ่งบิดาเจ้าตายนั้นก็เพราะนางไซฮุนเชียม้วยแกล้งจึงได้เสียที เราจะแก้แค้นแทนให้ แล้วจะพาเจ้าไปสามิภักดิ์ทำราชการช่วยทำนุบำรุงแผ่นดินซ้องให้มีความสุขเจริญ ตัวเราชื่อเงาเหลียนเป็นนายทหารใหญ่ นางซุยเซียนกุนจู๊ได้ฟังและดูรูปร่างเงาเหลียนงดงาม ถ้อยคำพูดจาก็เพราะเกิดความกำหนัดยินดีขึ้น ด้วยเป็นธรรมดาหญิงกับชายเข้าร่วมที่กำบังสงัดด้วยกันแล้วราคะก็กำเริบขึ้น นางซุยเซียนกุนจู๊จึงคิดว่าทุกวันนี้บิดาก็ตายสิ้นที่พึ่ง แล้วเงาเหลียนคนนี้ท่วงทีจะมีวาสนาพอเป็นที่พึ่งได้ จึงทำถอนใจใหญ่พูดว่าท่านฆ่านางไซฮุนเชียม้วยทดแทนแก้แค้นบิดาข้าพเจ้าได้แล้วก็จะยอมเป็นภรรยาท่าน เงาเหลียนว่าข้อนั้นไม่เป็นไร เวลาพรุ่งนี้นางไซฮุนเชียม้วยจะออกไปรบอีกเจ้าจงคุมทหารออกไปคอยรับอยู่ที่ประตูเมืองตัวเราจะแต่งตัวปลอมเป็นทหารของเจ้าไปด้วย ถ้าได้ทีก็จะฆ่านางไซฮุนเชียม้วยเสีย นางซุยเซียนกุนจู๊ได้ฟังก็เห็นชอบ ครั้นพูดจากตกลงกันแล้วนางซุยเซียนกุนจู๊ก็ให้สาวใช้จัดโต๊ะมาเลี้ยงเงาเหลียน กินด้วยกันแล้วก็เข้านอนร่วมประเวณีได้เป็นผัวเมียกัน

ฝ่ายทหารทั้งสี่ที่รักษาเงาเหลียน ครั้นดึกสงัดน้ำค้างตกสร่างเมาตื่นขึ้นไม่เห็นเงาเหลียนก็ตกใจ เที่ยวหาเงาเหลียนก็ไม่พบ พอเวลารุ่งเช้าเข้าไปแจ้งแก่นางไซฮุนเชียม้วยว่าเงาเหลียนหนีไปเสียได้แต่คืนนี้แล้ว นางไซฮุนเชียม้วยได้ฟังก็โกรธจึงสั่งให้ทหารเที่ยวหาในเมืองมกเอียงเสียทุกแห่งทุกตำบลก็ไม่พบ นางมีความแค้นยิ่งนัก ถืออาวุธขึ้นม้าคุมทหารยกออกจากเมืองตรงไปค่ายงักหลุยร้องชวนท้ารบ ทหารหน้าค่ายเข้าไปแจ้งแก่งักหลุย ว่านางไซฮุนเชียม้วยออกมาชวนรบอีกแล้ว งักหลุยปรึกษากับนายทัพนายกองทั้งปวงว่า นางผู้หญิงฮวนคนนี้มันมีวิชาเชี่ยวชาญนักยากที่ผู้ใดจะต่อสู้ เห็นจะต้องเอาหนังสือเมียนเจียนป้ายไปแขวนขอทุเลาไปสักสองสามเวลาจึงจะออกรบ นายทหารเหล่านั้นก็เห็นด้วย งักหลิมจึงพูดกับงักหลุยผู้พี่ว่าอย่าแขวนเมียนเจียนป้ายเลย ข้าพเจ้าจะอาสาออกไปรบเอง งักหลุยว่าเจ้าจะรบกับเขานั้นต้องระวังให้ดี งักหลิมก็คำนับลามาขึ้นม้าคุมทหารออกจากค่ายตรงไป ร้องตวาดหญิงคนนี้บังอาจมาท้ารบถึงหน้าค่าย ไม่กลัวความตายหรือ นางไซฮุนเชียม้วยแลเห็นรูปร่างงักหลิมงดงามหนุ่มน้อยน่ารัก จึงตอบว่านายทหารคนนี้มาสามิภักดิ์อยู่กับเราเสียเถิด จะทำนุบำรุงตั้งแต่งให้เป็นขุนนางมีความสุขสบาย งักหลิมว่ามาชวนเราให้สามิภักดิ์นั้น จงดูทวนของเรานี้จะคมหรือไม่คม พูดแล้วก็ขับม้าเข้ารบกับนางไซฮุนเชียม้วยได้เจ็ดแปดเพลง นางไซฮุนเชียม้วยทำเป็นขับม้าหนีไปทางป่าแห่งหนึ่ง ก็หยุดม้าคิดจะจับตัวงักหลิมไปเป็นผัว งักหลิมไล่ตามไปเห็นนางไซฮุนเชียม้วยยืนม้าอยู่ก็ตรงไปเอาทวนแทง นางไซฮุนเชียม้วยหยิบเอาแปะเลงต๋อ เรียกว่ามังกรขาว ของวิเศษออกมาโยนขึ้นบนอากาศ งักหลิมเห็นก็ชักม้ากลับขับหนี มีหลวงจีนองค์หนึ่งชื่อซีหงิมออกจากเขาร้องเรียกงักหลิมว่า ท่านอย่ากลัวเลยตกพนักงานเราเอง งักหลิมเหลียวไปเห็นหลวงจีนรูปร่างงดงามเหมือนเซียน ขี่แรดมือถือกระบี่ร่ายมนต์เรียกแปะเลงต๋อของวิเศษไว้ได้ นางไซฮุนเชียม้วยเห็นหลวงจีนมาเรียกเอาแปะเลงต๋อของวิเศษไปก็โกรธ ขับม้าเข้าไปจะเอากระบี่ฟันหลวงจีน งักหลิมขับม้าถลันออกรบป้องกันไว้ นางไซฮุนเชียม้วยรบกับงักหลิมได้อีกสองสามเพลงก็ถอยห่างออกไปหยิบเอาอิมถันของวิเศษเม็ดดำขว้างมา หลวงจีนซีหงิมก็เรียกเอาไว้เสีย นางไซฮุนเชียม้วยเห็นก็ยิ่งมีความแค้นยิ่งนัก หยิบเอาเอียงถันของวิเศษขว้างไปอีก หลวงจีนซีหงิมก็เรียกเอาไว้ได้ นางไซฮุนเชียม้วยสิ้นอาวุธวิเศษแล้ว ครั้นจะเข้าสู้รบก็ทานกำลังงักหลิมไม่ได้ ชักม้าขับหนี งักหลิมก็ไล่ตามไป

ฝ่ายนางซุยเซียนกุนจู๊กับเงาเหลียน แจ้งว่านางไซฮุนเชียม้วยออกไปรบก็คุมทหารมาคอยอยู่ที่ประตูเมือง เห็นนางไซฮุนเชียม้วยหนีกลับเข้ามาก็เปิดประตูเมืองออกรับ เงาเหลียนแอบอยู่ริมประตู พอนางไซฮุนเชียม้วยเข้ามาถึงประตู เงาเหลียนก็โดดเข้าฟันด้วยกระบี่ถูกกลางตัวนางไซฮุนเชียม้วยขาดตายแล้วก็เข้าตัดเอาศีรษะไว้

ฝ่ายงักหลิมไล่นางไซฮุนเชียม้วยไม่ทันแล้วก็ชักม้ากลับมาพาหลวงจีนซีหงิมไปค่าย แจ้งความกับงักหลุยแม่ทัพซึ่งหลวงจีนมาช่วยเรียกเอาของวิเศษนางไซฮุนเชียม้วยมาได้ทั้งสามอย่าง นางไซฮุนเชียม้วยเสียทีหนีกลับเข้าเมือง งักหลุยได้ฟังก็มีความยินดีลุกขึ้นคุกเข่าคำนับแล้วพูดว่า ท่านมาช่วยข้าพเจ้าครั้งนี้บุญคุณเป็นที่ยิ่ง ท่านมาแต่สำนักไหนชื่อไรข้าพเจ้าอยากจะใคร่ทราบ หลวงจีนบอกว่าเราอยู่สำนักเขาฮองไลซัว ชื่อซีหงิม แจ้งว่าน้องท่านจะได้ความลำบากจึงรีบมาช่วย ซึ่งไพร่พลท่านที่ถูกอาวุธวิเศษนั้นเราจะรักษาให้จงไปเอาตัวมาเถิด งักหลุยได้ฟังก็มีความยินดีนัก ให้ทหารไปหามเอางักเข่ง ฮวนเสง กิดเซงเหลียง ฮอหง งูทองมาแล้ว หลวงจีนก็หยิบเอายาวิเศษออกละลายน้ำให้กินเข้าไปก็ฟื้นขึ้นได้เป็นปรกติทั้งสี่คน งูทองนั้นแปะเลงต๋อมังกรขาวรัดไว้แน่น เห็นนายทหารทั้งสี่ฟื้นขึ้นแล้วก็ร้องว่า ท่านช่วยข้าพเจ้าด้วยเหลือทนแล้ว หลวงจีนซีหงิมก็ร่ายมนต์เอามือชี้ที่แปะเลงต๋อ แปะเลงต๋อนั้นก็ขาดเป็นท่อนๆออกไป งูทองพ้นจากมังกรขาวมัดแล้วก็ลุกขึ้นคุกเข่าคำนับหลวงจีนซีหงิมพร้อมกันทั้งห้านาย งูทองมีความแค้นแปะเลงต๋อยิ่งนักจึงถามหลวงจีนว่า มังกรขาวนี้ทำด้วยสิ่งอันใดจึงได้ดุร้ายคงทนนัก เอากระบี่เข้าเชือดก็ไม่เข้า หลวงจีนซีหงิมบอกว่าแปะเลงต๋อนั้นคือผ้าพ้นเท้าผู้หญิง เอามาอ่านมนต์กำกับจึงเป็นแปะเลงต๋อเรียกว่ามังกรขาว แล้วหลวงจีนหยิบเอาเอียงถัน อิมถันของวิเศษออกมาให้งักหลุยและนายทั้งทหารทั้งปวงดูแล้วบอกว่า อิมถันเม็ดดำนี้ทำด้วยตะกั่วดำ เอียงถันเม็ดแดงนั้นทำด้วยแป้งลิ้นจี่ ของสองสิ่งนี้มีมนต์คาถาเสกปลุกอยู่ช้านานจึงได้เป็นของวิเศษ งักหลุยกับนายทหารเหล่านั้นได้ฟังก็คุกเข่าคำนับสรรเสริญว่าท่านนี้เป็นผู้วิเศษโดยแท้หามีเสมอเหมือนไม่ งักหลุยจัดห้องที่สะอาดให้หลวงจีนซีหงิมอยู่เป็นสุขสบาย

ฝ่ายนางซุยเซียนกุนจู๊ ครั้นเงาเหลียนตัดศีรษะนางไซฮุนเชียม้วยได้แล้ว ก็ร้องประกาศแก่ทหารและไพร่บ้านพลเมืองว่าเราจะออกไปสามิภักดิ์แก่แม่ทัพเมืองซ้องแล้ว ถ้าผู้ใดไม่ยอมก็ตามใจ ถ้าผู้ใดยอมก็จงมาไปด้วยกับเรา ทหารพวกฮวนเหล่านั้นที่ไม่ยอมก็พากันหนีออกจากเมือง ที่เป็นพวกพ้องของนางซุยเซียนกุนจู๊ก็มาประชุมกันออกไปด้วยนางซุยเซียนกุนจู๊ ครั้นไปถึงค่ายเงาเหลียนก็เอาศีรษะนางไซฮุนเชียม้วยเข้าไปแจ้งแก่งักหลุยแม่ทัพ แล้วพานางซุยเซียนกุนจู๊กับนายทหารไพร่พลพวกฮวนเข้าไปคำนับงักหลุย ยกเมืองมกเอียงเสียให้งักหลุย งักหลุยมีความยินดีปราศรัยกับนางซุยเซียนกุนจู๊ว่า ท่านมายอมสามิภักดิ์ยกเมืองให้โดยดี มิให้ราษฎรได้ความเดือดร้อนนั้นเราขอบใจนักหนา งักหลุยก็สั่งให้ยกกองทัพเข้าพักอยู่ในเมืองมกเอียงเสีย ห้ามมิให้ทหารในกองทัพกระทำเบียดเบียนราษฎรให้ได้ความเดือดร้อน ราษฎรไพร่บ้านพลเมืองทั้งหลายได้ทำมาหากินตามภูมิลำเนาเป็นปรกติ แล้วสั่งให้ทำบัญชีทรัพย์สิ่งของและจำนวนไพร่พลในเมืองมกเอียงเสียเสร็จแล้ว ก็จัดการมงคลให้เงาเหลียนกับนางซุยเซียนกุนจู๊อยู่กินเป็นสามีภรรยากัน

ฝ่ายกิมงึดตุดไปถึงตำบลเชยฮวนตังเขาบวนกิมซัวแล้วก็เข้าไปคำนับโอวเหลงเซียบ๊อ แจ้งความว่าข้าพเจ้ามาหาท่านครั้งนี้ปรารถนาจะเชิญท่านไปช่วยปราบปรามข้าศึกพวกแผ่นดินซ้องซึ่งยกล่วงแดนเมืองไตกิมก๊กเข้ามา โอวเหลงเซียบ๊อได้ฟังก็รับเชิญว่าจะไป และโอวเหลงเซียบ้อนี้เดิมปู่อยู่ในเมืองหลวงแต่ครั้งแผ่นดินตังจิ้นชื่อเกซือกุน มีบุตรสาวคนหนึ่งรูปร่างงดงาม ซินเหลงเป็นปิศาจจำแลงตัวมาขอบุตรสาวเกซือกุนเป็นภรรยาอยู่กินด้วยกัน มีบุตรชายสองคนบุตรหญิงคนหนึ่ง ครั้นอยู่มาโคจีนกุนเซียนแจ้งว่าปิศาจจำแลงเป็นคนมาอยู่กับบุตรสาวเกซือกุนก็โกรธ จึงตามมาเรียกเอาซินเหลงปิศาจกับบุตรสามคนนั้นไปจะฆ่าเสีย เกซือกุนแจ้งว่าบุตรสาวของตัวได้ผัวปิศาจ โคจีนกุนเซียนจะเอาตัวไปฆ่าก็อ้อนวอนขอหลานไว้ได้คนหนึ่ง ซึ่งบุตรสองคนกับปิศาจบิดานั้นโคจีนกุนเซียนก็ฆ่าเสีย นางบุตรสาวของเกซือกุนนั้น ตั้งแต่ปิศาจสามีกับบุตรสองคนตายแล้วก็ไปบวชเป็นหลวงชีเที่ยวร่ำเรียนวิชาการต่าง ๆ บุตรชายที่เกซือกุนผู้เป็นตาขอไว้นั้น อยู่นานมากลับกลายเป็นเกาเหลงมังกรอยู่ในแม่น้ำ เมื่อครั้งงักฮุยยังเป็นนกอินทรีจะขึ้นไปเกิดนั้น เห็นมังกรเล่นน้ำอยู่ นกอินทรีก็บินลงไปจิกเอาตามังกรบอดแล้วมังกรก็ตาย หญิงหลวงชีมารดาของมังกรก็มีความโกรธนัก คิดจะแก้แค้นแทนบุตรหลวงชีนั้น ครั้นความรู้วิชาแก่กล้าก็ขึ้นมาอยู่ที่เขาบวนกิมซัวสั่งสอนศิษย์ทั้งหลาย ศิษย์จึงเรียกหลวงชีนั้นว่าอาจารย์โอวเหลงเซียบ๊อ อาจารย์โอวเหลงเซียบ๊อจึงสั่งกับศิษย์ว่าถ้าพบปะบุตรหลานงักฮุยก็ให้แก้แค้นทดแทนให้เราด้วย บัดนี้หลวงฮวนโพฮองก็ตาย คิดจะไปแก้แค้นแทนบุตรเราให้ได้ ครั้นกิมงึดตุดไปหาพูดว่าจะเชิญให้มาช่วยปราบปรามกองทัพซ้อง ก็มีความยินดีจะไปช่วยด้วยสมความปรารถนาโอวเหลงเซียบ๊อที่คิดพยาบาทมาแต่ก่อน ก็จัดทหารฮือลันเปียเรียกว่าทหารเกล็ดปลาสามพันออกจากเขาบวนกิมซัวมากับกิมงึดตุด ครั้นเดินมาพบทหารฮวนที่แตกหนีมา ก็แจ้งความว่าเมืองมกเอียงเสียเสียแก่กองทัพพวกซ้องแล้ว กิมงึดตุดจึงปรึกษากับโอวเหลงเซียบ๊อว่ากองทัพพวกซ้องยกมาตีได้เมืองมกเอียงเสียแล้วจะทำประการใดดี โอวเหลงเซียบ๊อว่าท่านอย่าวิตกเราจะคุมทหารไปตั้งค่ายอยู่ริมแม่น้ำซินฮัวกังเสียก่อนจึงค่อยคิดการต่อไป กิมงึดตุดกับโอวเหลงเซียบ๊อก็พากันไปตั้งค่ายอยู่ริมแม่น้ำซินฮัวกัง กิมงึดตุดให้ไปเกณฑ์ไพร่พลแต่บรรดาหัวเมืองที่ขึ้นกับไตกิมก๊กนั้น ให้ยกกองทัพมาช่วยโดยเร็ว

ฝ่ายงักหลุยต้องพักกองทัพอยู่ที่เมืองมกเอียงเสีย จัดการบ้านเมืองเรียบร้อยแล้วก็แยกทหารออกเป็นสี่กอง ให้ฮันคิเหลง ฮันคิหอง เอียคีจิว ตังเอียวจง สี่นายคุมเป็นกองซ้าย ให้ฬอหอง กิดเซงเหลียง เฮงเสง อือหลุย สี่นายคุมเป็นกองขวา ตัวงักหลุยแม่ทัพเป็นกองกลาง ให้งูเกาเป็นกองหลังยกออกจากเมืองมกเอียงเสีย มาหลายวันใกล้จะถึงแม่น้ำซินฮัวกังทางประมาณห้าสิบลี้ ก็ให้ตั้งค่ายมั่นลงเป็นซ้ายเป็นขวาเสร็จแล้ว สั่งให้เตียเอง เฮงปิวสองนายคุมทหารไปตัดไม้ทำแพจะข้ามแม่น้ำ

ฝ่ายผู้รักษาเมืองฮวนทั้งหลายซึ่งขึ้นกับเมืองไตกิมก๊กได้แจ้งหนังสือกิมงึดตุดแล้ว ก็เกณฑ์ทหารไพร่พลรีบยกมาสมทบกันรวมได้ทหารสิบหมื่น กิมงึดตุดก็ให้ตั้งเรียงไปตามริมแม่น้ำซินฮัวกัง

ฝ่ายโอวเหลงเซียบ๊อเห็นไพร่พลมาถึงพร้อมแล้ว ก็ออกดูหาที่ชัยภูมิพร้อมด้วยดินน้ำลมไฟได้แล้ว กะให้ทหารตั้งค่ายเป็นกระบวนเรียกว่ามังกรดำ จัดทหารเป็นหมวดเป็นกองให้ต้องตามตำราค่ายมังกรดำเสร็จแล้ว โอวเหลงเซียบ๊อพูดกับกิมงึดตุดว่า ท่านจงมีหนังสือไปนัดให้งักหลุยแม่ทัพซ้องยกมาตีค่ายเราเถิด กิมงึดตุดก็เขียนหนังสือนัด ใช้ให้ทหารถือไปถึงค่ายงักหลุย ก็ส่งหนังสือให้นายประตูเอาเจ้าไปให้งักหลุย งักหลุยดูหนังสือรบแจ้งแล้วก็เขียนสลักหลังลงว่าเวลาพรุ่งนี้จะยกไป แล้วเอาออกมาส่งให้ทหารกิมงึดตุดกลับมา กิมงึดตุดกับโอวเหลงเซียบ๊อรู้ว่างักหลุยจะยกมาก็จัดการพร้อมหน้าคอยท่าอยู่ที่ค่าย ครั้นเวลารุ่งเช้า งักหลุยแม่ทัพสั่งให้นายทหารยกเดินตรงไปแม่น้ำซินฮัวกัง กิมงึดตุดเห็นกองทัพงักหลุยมาก็ขึ้นม้าถืออาวุธออกจากค่ายจึงร้องพูดกับงักหลุยว่า คำโบราณท่านว่าไว้ว่าถ้าจะไล่ก็อย่าไล่ให้เหลือเกิน จะทำสิ่งใดก็อย่าให้สิ้นฝีมือ เดิมเรายกกองทัพไปตีเมืองเปียนเหลียง ก็ไม่มีผู้ใดออกต้านทานสู้รบ เพราะด้วยเจ้าแผ่นดินซ้องโฉดเขลาขุนนางก็ไม่ซื่อตรง บ้านเมืองจึงได้เสียแก่เรา บัดนี้มาสร้างเมืองหลวงขึ้นที่นิ่มอัน ต่างคนก็รักษาเขตแดนของตัว เหตุไฉนท่านจึงยกกองทัพล่วงเขตแดนเมืองเราเข้ามา ถ้าแม้นพลาดพลั้งลงแต่ศีรษะก็ไม่ติดตัวคืนกลับไป งักหลุยว่าท่านนี้พูดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว เมื่อท่านยกกองทัพล่วงเขตแดนเข้าไปจับเอาสองกษัตริย์เจ้านายของเรามานั้นด้วยเหตุผลสิ่งใดเล่า คนในแผ่นดินซ้องคิดแค้นท่านอยู่ทุกตัวคน จนชั้นเด็กสามขวบก็จะทำการแก้แค้นท่าน ตัวเราพวกแซ่งักจึงได้เข้ารับอาสายกกองทัพมาจะปราบพวกฮวนข้าศึกฝ่ายเหนือให้ราบคาบ ถ้าท่านกลัวความตายอยู่แล้วจงยอมสามิภักดิ์เสียโดยดี กิมงึดตุดได้ฟังโกรธขับม้าจะเข้ารบกับงักหลุย กวนเหลงขับม้าเข้าสกัดรบกับกิมงึดตุดได้หลายสิบเพลง กิมงึดตุดเห็นกำลังกวนเหลงมากนักกลัวจะเสียทีก็ขับม้าหนีกลับเข้าค่าย กวนเหลงไล่ตามไป โอวเหลงเซียบ๊อขี่กระบือออกมาจากค่าย กวนเหลงเห็นก็ร้องถามว่า หลวงชีคนนี้มาแต่ไหน หลวงชีบอกว่าเราชื่อโอวเหลงเซียบ๊ออยู่เขาบวนกิมซัว แจ้งความกองทัพซ้องยกล่วงเขตแดนเข้ามาเราจึงมาจะจับพวกทหารซ้องฆ่าเสียให้สิ้น กวนเหลงได้ฟังก็โกรธขับม้าไปเอาง้าวฟัน โอวเหลงเซียบ๊อป้องกันสู้รบได้สามเพลงก็ถอยกลับเข้าค่าย ให้ทหารฮือลันเปียสามพันยกออกไป ทหารฮือลันเปียนั้นแต่งตัวเอาหนังกระเบนเป็นเสื้อห่อหุ้มทั้งตัว มีช่องแต่นัยน์ตากับปากถืออาวุธต่าง ๆ จะฟันแทงก็ไม่เข้า กวนเหลงเห็นทหารแต่งตัวประหลาดออกมาก็ขับม้าถอยหนี กิมงึดตุดได้ทีก็ขับทหารฮือลันเปียไล่ตามไป งักหลุยสั่งให้นายทหารและทหารเลวเข้ารบต้านทานฟันแทงยิงเกาทัณฑ์ถูกทหารฮือลันเปียก็ไม่เข้า ทหารฮือลันเปียบุกบั่นเข้าไล่รบทหารงักหลุยล้มตายถอยหนีไปทางประมาณยี่สิบลี้ กิมงึดตุดได้ชัยชนะแก่งักหลุยแล้วก็พาทหารฮือลันเปียกลับมาค่าย

ฝ่ายงักหลุยเห็นกองทัพกิมงึดตุดถอยกลับไปแล้วก็ให้ตั้งกองทัพหยุดอยู่ที่มั่น ตรวจดูทหารตายในที่รบสามพันเศษที่เจ็บป่วยก็เป็นอันมาก

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ