๔๔. พระเจ้ากรุงเวียดนามมีพระราชสาสน์ให้ทูตเข้ามาขอโทษเข้าอนุ

ฝ่ายที่กรุงเทพมหานคร พระเจ้ากรุงเวียดนาม มีพระราชสาสน์ให้เลง้อนฮืถือเข้ามาขอโทษอนุฉะบับหนึ่ง ทูตมาถึงณวันอาทิตย์ เดือน ๑๐ ขึ้น ๓ ค่ำ[๑] ใจความในพระราชสาสน์ว่า อนุหนีกองทัพไทยเข้าไปอยู่แดนญวน แจ้งความแก่เจ้าเมืองแง่อานว่า กองทัพกรุงยกขึ้นไปขับไล่อนุเสียจากเมือง อนุไม่รู้ว่าทำผิดสิ่งใด พระเจ้ากรุงเวียดนามเห็นว่าอนุเป็นคนมีทุกข์พลัดบ้านเมืองไป จึ่งให้อนุอาศัยอยู่เมืองแง่อานได้ปี ๑ แล้วอนุลากลับไปบ้านเมือง จึ่งให้ขุนนางญวนคุมไพร่พลมาส่งอนุ แต่พอพ้นเขตต์แดนญวน แล้วสั่งกำชับอนุว่ามาถึงบ้านเมืองแล้วให้คิดถึงตัว ให้แต่งบุตรหลานคุมเครื่องราชบรรณาการลงมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายที่กรุงเทพมหานครตามธรรมเนียม จะได้พ้นความผิด แล้วขอให้กรุงเทพมหานคร มีความเมตตาแก่อนุให้ได้คงอยู่บ้านเมืองเดิม จะได้เป็นข้าขอบขัณฑสีมาทั้ง ๒ พระนครเหมือนแต่ก่อน ทูตมาถึงกรุงเทพมหานครได้ ๘ วัน

ฝ่ายพระยารามณรงค์ข้าหลวง พระยาพระเขมร บอกส่งญวนนายไพร่ ๑๘ คน ถือหนังสือเลโบเข้ามาทางเมืองเขมร ถึงเจ้าพระยาพระคลังฉะบับ ๑ ใจความว่า พระเจ้ากรุงเวียดนามได้จัดขุนนางญวนไปส่งอนุพ้นเขตต์แดนแล้ว ก็ได้มีพระราชสาสน์แต่งทูตเข้ามากรุงเทพฯ แล้ว กินเลือกเบียนบู๊มีหนังสือมาถึงเลโบว่า กองทัพกรุงซึ่งรักษาฉางข้าวไม่จ่ายข้าวให้อนุกิน ราชวงศ์บุตรอนุอ้อนวอนขอข้าวบ้าง กองทัพไทยก่อเหตุก่อน เอาปืนยิงเอาพวกลาว ๆ ก็กำเริบขึ้นรบกับกองทัพไทย ๆ ก็ทิ้งเครื่องศาตราวุธหนีไป อนุก็ไม่ติดตาม เจ้าเวียดนามให้ขุนนางญวนลงมากำชับว่า ให้อนุเก็บเครื่องศาตราวุธที่กองทัพไทยไว้แล้วให้แต่งเครื่องราชบรรณาการให้ขุนนางผู้ใหญ่ ลงมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายที่กรุงเทพมหานคร ก็เห็นจะโปรดยกโทษให้เอาบุญ อนุจะได้รู้ว่าตัวทำผิดไว้แต่ก่อน ถ้ากรุงเทพมหานครโปรดได้ดังนี้ พระเกียรติยศก็จะยิ่งขึ้นไปกว่าแต่ก่อน



[๑] พฤหัสบดีที่ ๑๑ กันยายน

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ