๒๒. นางทั่งฮูหยิน

สมัยราชวงศ์ถังเป็นใหญ่ ตั้งแต่ลีเอี๋ยน ปราบดาภิเศกเป็นพระเจ้าทั่งโกโจปฐมกษัตริย์ เมื่อปีขาลพุทธศักราช ๑๑๖๑ ถึงพระเจ้าถังเจียวจงองค์ที่สุด พระองค์เสียเมืองเมื่อปีฉลู ตรงกับพุทธศักราช ๑๔๔๙๕ กษัตริย์ราชวงศ์ถังนับตามลำดับ ๒๐ องค์ เวลารัชชกาล ๒๘๙ ปี สมัยราชวงศ์ถังตอนตัน มีเชื้อสายของเจ้าประเทศราชครั้งโบราณคนหนึ่งชื่อถังชุยล่ำซัว นางเชียงซุนฮูหยิน ย่าทวดของถังชุยล่ำซัวเฒ่าแก่จนไม่มีฟัน นางเชียงซุนฮูหยินป่วยไม่กินอาหาร หมอแนะนำว่าให้กินนมคนดีกว่าให้กินอาหารต่าง ๆ ขณะนั้นนางทั่งฮูหยินมีลูกน้อยยังกินนมอยู่ ลูกน้อยคนนั้นคือปู่ของทั่งชุยล่ำซัว นางทั่งฮูหยินให้นางเชียงซุนฮูหยินผู้เป็นแม่ผัวกินนมทุกวัน เวลาจะให้แม่ผัวกินนมนั้น นางชำระกายจนสะอาดสะอ้าน ผัดหน้าหวีผมสรวมเสื้อใหม่กางเกงใหม่ไปยังห้องโถง แล้วเชิญแม่ผัวออกมา นางก็เปิดนมให้แม่ผัวดูดกินดังนั้นเสมอ นางเชียงซุนฮูหยินไม่กินอาหารอื่น กินแต่นมบุตรสะใภ้จนอาการป่วยหายเป็นปกติดี แล้วยังกินนมต่อไปจนแข็งแรงตามวัยของผู้ชรา

อยู่ต่อมาอีกช้านานจนทั่งชุยล่ำซัวเกิด แล้วเติบใหญ่มียศศักดิได้เป็นเจ้าประเทศราชสืบแซ่สืบสกุล กิจการบ้านเมืองครั้งราชวงศ์ถังนั้นผาสุก ราษฎรทำมาหากินตามภูมิลำเนา เจ้าบ้านผ่านเมืองและเจ้าประเทศราชล้วนแต่มีสติปัญญานิยมยินดีอ่อนน้อมราชวงศ์ถังยิ่งนัก ทั้งชุยล่ำซัวเคยได้ยินได้ฟังบิดามารดาเล่าเรื่องนางทั่งฮูหยินผู้เป็นย่านั้นว่า มีความกตัญญูกตเวทีต่อย่าทวดเป็นอันมาก ทั่งชุยลำซัวกับภรรยาก็ปรนนิบัติมิให้อนาทร ครั้นได้เป็นเจ้าประเทศราชแล้ว ขณะนั้นนางทั่งฮูหยินแก่ชราลง ทั่งชุยล่ำซัวกับภรรยาก็เอาใจใส่ปรนนิบัตินางทั่งฮูหยินผู้เป็นย่าเสมอ สมดังถ้อยคำนางเชียงซุนฮูหยินผู้เป็นย่าทวด ซึ่งได้สั่งไว้ก่อนถึงแก่กรรมว่า บัดนี้ข้าจะตายแล้ว หากใครยังคิดถึงข้าอยู่ วันหน้าต่อไปจงปรนนิบัตินางทั่งฮูหยินอย่างน้อยให้เท่าที่เขาปรนนิบัติข้านี้เถิด การก็เป็นดังที่นางบอกกล่าวไว้ ดังนี้.

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ