๑๓. ตังอ๎ย้ง

ครั้งราชวงศ์อ่าวฮั้น ที่เมืองเชยเส็ง มีชายคนหนึ่งชื่อตังอ๎ย้ง เป็นคนเข็ญใจกำพร้ามารดามาแต่เล็ก ตังอ๎ย้งเที่ยวรับจ้างทำไร่นาหาเลี้ยงบิดาของตน ในฤดูฝนตังอ๎ย้งไปรับจ้างทำนาให้บิดาขี่เกวียนลากไปหยุดอยู่ที่ร่มไม้ แล้วตังอ๎ย้งจึงไปทำงานดังนั้นเสมอ

ครั้งนั้นที่เมืองเชยเส็งเกิดยุคเข็ญ ชาวเมืองอพยพครอยครัวหนีภัยไปอยู่ ณ เมืองอื่น ฝ่ายตังอ๎ย้งพาบิดาไปอยู่ที่เมืองลือหลำ ครั้นอยู่มาไม่ช้าที่เมืองนั้นก็เกิดเดือดร้อนด้วยการสงคราม ตังอ๎ย้งจำต้องพาบิดาไปอยู่ตำบลอานเล็ก แขวงเมืองกังเฮ่ แล้วรับจ้างทำไร่นาพอได้อาศัยเลี้ยงบิดาและตนเอง อยู่มาไม่นานบิดาถึงแก่กรรมลง ตังอ๎ย้งขัดสนไม่มีเงินจะทำศพบิดา จึงไปขายตัวอยู่กับเล็กอง เป็นเงินหมื่นกะแปะ และสัญญากับนายเงินว่า เมื่อตนทำศพบิดาเสร็จแล้วจะมาอยู่ทำงานให้ เล็กองก็มอบกะแปะให้ตามข้อตกลง ตังอ๎ย้งรับกะแปะแล้วไปหาซื้อหีบและสิ่งของเครื่องเซ่นไหว้ตามธรรมเนียม เชิญศพไปฝังไว้ที่ตำบลหนึ่งในเขตต์อำเภออานเล็ก ตำบลฝังศพบิดาของตังอ๎ย้งนั้น ต่อมาคนทั้งหลายเรียกว่า ตำบลเห่าก๊ำ

ครั้นจัดการศพบิดาเรียบร้อยแล้ว ตังอ๎ย้งจะไปทำงานให้แก่เล็กองตามสัญญา เมื่อเดินไปได้กึ่งทางแลเห็นหญิงคนหนึ่งยืนอยู่ใต้ต้นหวย ริมทางที่จะไปนั้น รูปโฉมโนมพรรณสระสรวยมีสง่า พอตังอ๎ย้งเกินเข้าไปใกล้ต้นไม้นั้นก็ได้ยินถามว่าท่านชื่อตังอ๎ย้งหรือ ตังอ๎ย้งได้ฟังดังนั้นก็ประหลาดใจ คิดว่าหญิงคนนี้อยู่ที่ไหนหนอยังไม่เคยพบปะกันมาแต่ก่อน เหตุใดจึงรู้จักชื่อเราน่าอัศจรรย์นักพลางพิศดูรูปร่างหน้าตาของนางเห็นหมดจดงดงาม เสื้อกางเกงที่สวมใส่กลางเก่ากลางใหม่ไม่สกปรก ท่วงทีกิริยามารยาทไม่ใช่ชาวนาจึงตอบไปว่าข้าพเจ้าชื่อตังอ๎ย้ง ท่านมีธุระอะไรหรือ หญิงนั้นพูดว่าบิดาข้าพเจ้าได้ทราบข่าวว่าท่านขายตัวแก่เล็กอง เพื่อเขาเงินไปทำศพบิดาบัดนี้ทำศพแสร็จแล้วจะไปอยู่ให้เล็กองใช้ตามข้อที่ตกลงกันไว้ บิดาข้าพเจ้าชอบใจในความกตัญญูของท่านยิ่งนัก จึงให้ข้าพเจ้ามาเป็นภรรยาท่าน เพื่อจะได้ช่วยท่านทำงานให้แก่เล็กองต่อไป ตังอ๎ย้งได้ฟังดังนั้นก็ถอนใจใหญ่แล้วพูดว่า ข้าพเจ้าเป็นคนเข็ญใจไร้ทรัพย์ไม่มีอะไรจะเลี้ยงดูให้ท่านได้รับความสุข แม้ตัวของข้าพเจ้าเองก็ยังลำยากนัก ท่านจะยอมเป็นภรรยาข้าพเจ้า และสมัครไปช่วยทำงานด้วยนั้น ข้าพเจ้ายินดีมากเป็นคุณอยู่แก่ข้าพเจ้านักหนา แต่ข้าพเจ้าคิดว่าขณะนี้ยังไม่สมควรรับท่านไว้เป็นภรรยาก่อน เพราะการที่จะไปทำงานให้เขานั้น ต้องกรากกรำลำบากเหลือเกิน หากท่านรักและสงสารข้าพเจ้าจริง ๆ แล้ว จงกลับไปบ้านแลแจ้งแก่บิดาของท่านว่าโปรดให้ข้าพเจ้าไปทำงานหักใช้หนี้ค่าตัวเสร็จแล้ว จะมาอยู่กินเป็นสามีภรรยากับท่านตามประเพณี นางจึงตอบว่า เมื่อบิดาส่งให้ข้าพเจ้ามาคอยท่านอยู่ที่นี้นั้น ก็เป็นอันเท่ากับมอบหมายข้าพเจ้าให้เเก่ท่านเด็ดขาดแล้ว ข้าพเจ้าจำต้องกระทำตามถ้อยคำบิดาทุกประการ ถึงว่าท่านจะยังไม่ได้รับคำบิดาข้าพเจ้าโดยตรงก็ดี ข้าพเจ้าก็ถือว่าเป็นสามีของข้าพเจ้าแล้ว อย่าว่าแต่งานของนายที่ท่านจะไปทำใช้หนี้เท่านั้นเลย แม้ท่านไปครั้งนี้จ้ต้องได้รับความลำบากเพียงใดก็ตามข้าพเจ้ายอมกรากกรำลำบากด้วยทุกประการ ซึ่งจะให้ข้าพเจ้ากลับไปคอยท่านอยู่ก่อนนั่นเป็นอันกลับไปไม่ได้แล้ว เพราะบิดาข้าพเจ้าพูดคำขาดว่าคำไหนเป็นคำนั้นไม่กลับถ้อยคำอีกเลย ขอท่านจงเมตตาปราณีรับข้าพเจ้าไว้เป็นภรรยาไปช่วยทำงาน ให้สมความตั้งใจของบิดาที่ยินดีให้ข้าพเจ้ามา เพื่อให้ข้าพเจ้าได้โอกาศสนองคุณบิดาเช่นเดียวกับท่าน ซึ่งยอมขายตัวเอาเงินไปทำศพบิดาของท่านฉะนั้นเถิด ตังอ๎ย้งได้ฟังนางพูดจาไพเราะเป็นความจริงทุกประการ และถูกกับอัธยาศัยของตนก็มีความพอใจยิ่งนัก ครั้นจะรีบรับทันทีก็ยังแคลงใจอยู่บ้าง ด้วยยังไม่เคยรู้เหนือรู้ใต้ว่านางเป็นคนชะนิดใดอยู่ที่ไหนจึงพูดจาอ้อมค้อมและถามถึงบิดา เพื่อจะฟังดูแยบคายของนางต่อไปอีกนางก็พูดจาอ่อนโยนชักความไปในทางอื่น กลบเกลื่อนเรื่องบิดามารดาเสียตังอ๎ย้งได้ฟังคำบรรยายอันอ่อนหวานก็สิ้นความประสงค์ที่จะซักไซ้ไล่เลียง ในที่สุดยอมรับรองนางเป็นภรรยาด้วยความรักใคร่ปลงใจโดยสุจริต แล้วพานางไปอาศัยอยู่ที่บ้านสหายคืนหนึ่งและถือโอกาศอยู่ร่วมเป็นสามีภรรยากันณบ้านนั้น ครั้นรุ่งเช้าเมื่อสหายจัดหาอาหารเลี้ยงดูอิ่มหนำสำราญแล้ว ตังอ๎ย้งก็คำนับลาสหายพาภรรยาไปยังบ้านเล็กอง แจ้งแก่เล็กองว่าข้าพเจ้าสองคนผัวเมียจะอยู่ทำงานให้ท่านแล้วแต่ท่านจะกรุณาใช้เถิด ข้าพเจ้ายินดีที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของท่านทุกประการ ฝ่ายเล็กองแลเห็นภรรยาของตังอ๎ย้งรูปงาม กิริยาสงบเสงี่ยมแช่มช้อย เข้าใจว่าแต่เดิมคงจะเคยเป็นผู้ดีแล้วมาตกยาก จึงสงสารและจัดห้องหับพอสมควรให้พักอาศัยตามสบาย ตังอ๎ย้งรำพึงถึงงานที่นายจะให้ทำ ยังไม่ทราบว่างานหนักหรืองานเบาอย่างไร แต่มีอาการผลุดลุกผลุดนั่งจนภรรยาสงสัยจึงถามขึ้นว่า ท่านมีความกังวลใจถึงอะไรนักหรือจึงยังไม่หลับนอน ฝ่ายตังอ๎ย้งพูดว่าข้าพเจ้าวิตกถึงงาน ไม่ทราบว่านายจะให้ทำงานอะไร นางก็ปลอบว่าท่านอย่าวิตกเลย นายจะให้ทำงานอะไรเราก็ช่วยกันทำไป ข้าพเจ้าเห็นนายมองดูเราทั้งสองในวันนี้ แล้วกรุณาให้บ่าวไพร่จัดห้องนี้ให้เราอาศัยนั้น นายเห็นจะเมตตาเราอยู่คงไม่ใช้ให้ทำงานหนักนักดอก ท่านอย่าเพ่อด่วนวิตกไปก่อนเลยแล้วนางก็นวดฟั้นพัดวีปรนนิบัติตังอ๎ย้งผู้สามี จนหลับไปด้วยกันทั้งสองคน รุ่งเช้าคนทั้งหลายหุงหาอาหารกินเสร็จ เล็กองเรียกตังอ๎ย้งมาสั่งว่า เจ้าจงพอแพรเลี่ยนให้แก่เราสามร้อยม้วน จะคิดค่าจ้างให้สองหมื่นกะแปะ หักค่าอาหารของเจ้าทั้งสองเสียหมื่นกะแปะยังเหลืออีกหมื่นกะแปะนั้นหักเป็นค่าตัวของเจ้า เท่านี้เป็นเสร็จกัน ฝ่ายตังอ๎ย้งได้ฟังคำนายแล้วนิ่งอยู่ เพราะตนไม่เคยทำการทอมาแต่ก่อน ส่วนภรรยาพยักหน้าให้ตังอ๎ย้งรับ แต่ตังอ๎ย้งเบืยนหน้าเสีย และตอบแก่นายว่า ท่านจงเมตตาแก่ข้าพเจ้า โปรดให้ทำงานอย่างอื่นเถิด งานทอแพรอย่าให้ทำเลย เพราะข้าพเจ้าทำไม่เป็น ฝ่ายเล็กองกล่าวว่า งานทอแพรเป็นงานเบา การที่เรากะให้เจ้าทำงานนี้ก็ด้วยสงสาร เราสังเกตเห็นท่วงทีภรรยาเจ้าดูเหมือนจะชำนาญการทอแพรอยู่กระมัง แม้เล็กองจะได้พูดเช่นนั้นแล้ว ตังอ๎ย้งยังอิดออดไม่กล้ารับลงไป แต่ภรรยาเตือนว่าให้รับทำเถิด อย่าขัดใจนายเลย ตังอ๎ย้งขัดภรรยาไม่ได้ก็จำใจรับทำงานนั้น เล็กองจึงมอบเงินให้ตังอ๎ย้งผัวเมียไปซื้อไหม ตังอ๎ย้งรับเงินแล้วชวนภรรยาไปยังตลาดขายไหมนางเลือกเอายอดไหมพอทำแพรสามร้อยม้วน ชำระเงินให้ผู้ขายเสร็จแล้วว่าจ้างเกวียนบรรทุกมายังบ้านเล็กอง ๆ เห็นดังนั้นจึงถามว่า ไหมที่ซื้อมามากมายนักเป็นราคาเท่าใด เงินที่มอบให้ไปนั้นพอหรือไม่ นางตอบว่าไหมที่ซื้อมานี้ ผู้ขายเป็นญาติจึงสามารถซื้อได้ถูกถ้าหาซื้อที่อื่นน่ากลัวจะไม่ได้ถึงเท่านี้เป็นแน่ เงินที่ท่านมอบให้ไปนั้นยังเหลือเป็นค่าจ้างเกวียนบรรทุกมาอีกด้วย เล็กองได้ฟังก็ยินดีนัก สั่งให้บ่าวไพร่ปัดกวาดโรงทอ แล้วให้ตังอ๎ย้งและภรรยาทำการทอแพรที่โรงนั้น

การทำแพรอย่างที่เล็กองต้องการ นางให้สามีทำแต่งานชั้นหยาบ ส่วนการปั่นไหมและการซึ่งเป็นงานละเอียดต่างๆ นางทำเอง ทำได้รวดเร็วและดีที่สุดที่ช่างธรรมดาไม่สามารถทำได้ เพราะนางเป็นเทพธิดาไม่ใช่มนุษย์ การที่นางมายอมเป็นภรรยาตังอ๎ย้งนั้นโดยรับเทวบัญชาให้มาช่วยตังอ๎ย้งทำงานไถ่ค่าตัว เพราะตังอ๎ย้งมีความกตัญญูแก่กล้า ซึ่งไม่มีใครจะทำได้เท่าเทียม ความดีอันนี้บรรดาลให้ร้อนถึงสวรรคลงมาช่วย เเต่นางเทพธิดายังมิแจ้งความจริงให้ตังอ๎ย้งทราบ การทำแพรนั้นตังอ๎ย้งและภรรยาอยู่เดือนหนึ่งจึงเสร็จแล้วขนแพรสามร้อยม้วนมามอบให้นาย เล็กองตรวจดูแพรทุกม้วนล้วนแต่เนื้อดีหาที่ติมิได้เลย ทั้งขนาดกว้างยาวกว่าแพรธรรมดา จึงคิดว่าแพรสามร้อยม้วนนี้ ถ้าจ้างช่างทอล้วนฝีมือเอกตั้งสิบคนมาช่วยกันทำ อย่างเร็วก็ราวหกเดือนจึงจะเสร็จ เหตุใดผัวเมียคู่นี้สามารถทำเสร็จในเวลาเพียงเดือนหนึ่งเท่านั้น จะเป็นด้วยความสามารถของผัวหรือความสามารถของเมีย แต่การงานที่ตังอ๎ย้งทำแล้วมานั้นไม่รวดเร็วและดิบดีอะไรหนักหนา การทำแพรครั้งนี้เหตุใดจึงทำได้ดีกว่าช่างทั้งปวงมากมาย คงจะเป็นด้วยความสามารถของเมียเป็นแน่ เพราะกิริยามารยาทของนางก็แปลกกว่าคนทั้งปวง คงจะเป็นผีสางเทวดามาช่วยตังอ๎ย้งผู้มีความกตัญญูอันมั่นคง เมื่อเล็กองคิดดังนั้นแล้วจึงพูดว่า การที่เจ้าทั้งสองทำแพรนั้นรวดเร็วดังฝีมือเทพดา ซึ่งจะหามนุษย์คนใดสามารถทำได้เช่นนี้ไม่มีเลย ส่วนค่าจ้างเพียงสองหมื่นกะแปะที่กำหนดให้นั้น หักใช้ค่าตัวแล้วยังเหลืออยู่อีกหมื่นกะแปะ เรายินดีให้เป็นค่าน้ำพักน้ำแรงแก่เจ้าทั้งสองโดยไม่หักค่าอาหารออกเลย ตังอ๎ย้งว่าที่ท่านให้เงินข้าพเจ้าไปทำศพบิดานั้น บุญคุณหนักหนา ซึ่งจะหาสิ่งใดตอบแทนให้สมกันนั้นยากนัก การที่ข้าพเจ้าสองคนผัวเมียทำแพรให้ท่านนี้เพียงแต่ใช้ค่าตัว ส่วนบุญคุณยังไม่ได้ตอบแทนเลย ซึ่งท่านยังจะกรุณาให้กะแปะอีกหมื่นนั้นเล่าต้องขอทุเลาไว้ก่อน เล็กองอ้อนวอนตังอ๎ย้งให้รับกะแปะหลายครั้งหลายหน ตังอ๎ย้งก็มิได้รับ เล็กองจึงว่าเมื่อไม่รับกะแปะก็ตามเถิด แต่ขอให้เราเลี้ยงดูสักเวลา ว่าแล้วก็ให้บ่าวไพร่จัดสุราอาหารมาเลี้ยง และเรียกบุตรภรรยามากินร่วมด้วยเปืนการรื่นเริง ขณะเสพสุราอยู่นั้นเล็กองให้บุตรภรรยาเล่นมโหรีและขับรำ ทั้งขอให้ภรรยาตังอ๎ย้งเข้าร่วมเล่นมโหรีด้วย ภรรยาตังอ๎ย้งก็ผสมวงโดยปกติ เพื่อส้อนกิริยาต่อเล็กอง ฝ่ายเล็กองคอยจับพิรุธดูทุกขณะ แต่ไม่สามารถล่วงรู้ได้ก็สิ้นสงสัย ยอมเชื่อว่าเป็นธรรมดาสามัญมิใช่ผีสางเทวดา

ครั้นเลี้ยงดูอิ่มหนำสำราญแล้ว ตังอ๎ย้งกับกภรรยาก็คำนับลาเล็กองและครอบครัวกลับไป เมื่อเดินทางไปถึงกึ่งทางที่เคยพบปะกันนั้น นางก็ชวนตังอ๎ย้งหยุดอยู่ แล้วพูดบอกความจริงให้ตังอ๎ย้งทราบว่า ข้าพเจ้ามิใช่มนุษย์ท่านโปรดเข้าใจเสียใหม่เถิด ข้าพเจ้าเป็นเทพธิดาชื่อจิ๊ดหนึง ที่มาเป็นภรรยาท่านนี้ เพราะความกตัญญูกตเวทีของท่านแรงกล้า ทราบไปถึงเซี่ยงตี่ จึงมีเทวบัญชาให้ข้าพเจ้ามาเป็นภรรยาท่าน เพื่อช่วยท่านทำแพรใช้ค่าตัวให้เสรีจโดยเร็ว และนางแม่ค้าขายไหมที่เราซื้อนั้นก็เป็นนางเทพธิดาและเป็นญาติของข้าพเจ้าเหมือนกัน ซึ่งได้ขอให้ช่วยหาไหมอย่างดีๆ มาขายให้เราเพื่อทำแพรสะดวก บัดนี้ข้าพเจ้าก็ช่วยท่านทำแพรจนเสร็จแล้ว ครั้นนางเล่ามาถึงตรงนี้ก็ซบหน้าลงสะอื้นพลางกล่าวว่า ข้าพเจ้าจำใจจำจากท่านไปบัดนี้แล้ว แม้ข้าพเจ้าจะได้เป็นภรรยาท่านเพียงเดือนเศษ แต่ก็มีครรภี์ขึ้นแล้ว เมื่อถึงปีหน้าตรงกับวันนี้เดือนนี้ ท่านจงมาที่นี่เถิด เพื่อรับเอาบุตรของท่านไปเลี้ยงไว้สืบแซ่ต่อไป ส่วนกาลภายหน้านั้นบางทีเรายังจะพบปะกันอีก ว่าแล้วนางก็ซบหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น รันจวนใจที่จะต้องจากตังอ๎ย้งไปโดยไม่มีเวลาจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีก ตังอ๎ย้งได้ฟังคำบอกเล่าของนางก็รู้ว่าเป็นเทพธิดาจิ๊ดหนึง ดีใจก็ดีใจเสียใจก็เสียใจระคนกันอยู่ ทำให้กระอักกระอ่วนเป็นอันมาก แต่ได้คิดว่าถึงแม้จะวิงวอนนางสักเท่าใดนางก็คงอยู่ต่อไปอีกไม่ได้ จึงพูดว่าตามที่บอกมานี้ข้าพเจ้าเชื่อทุกประการ แต่ข้อที่จะต้องจากกันไปนี้แหละทำให้ข้าพเจ้าอดกลั้นต่อความเศร้าโศกไม่ไหว เพราะอยู่ร่วมสุขทุกข์กันมาด้วยความรักใคร่ปรองคอง เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันก็มาจากกันเสียเช่นนี้ ใครบ้างจะไม่เศร้าโศก ว่าแล้วก็ร้องไห้รำพรรณถึงความดีของนางที่ช่วยตนทำการจนพ้นจากหนี้สิน ฝ่ายนางก็ประเล้าประโลมตังอ๎ย้งจนคลายโศกแล้ว จึงซบหน้าลงคำนับที่เท้าตังอ๎ย้ง และถอยออกไปพ้นร่มไม้แล้วลอยหายไปในอากาศ ตังอ๎ย้งแลดูนางอยู่เป็นครู่ด้วยความตกตลึง ครั้นนางลับหายไปแล้วจึงได้สติ แต่รู้สึกว้าเหว่คิดถึงนางยิ่งนัก ต่อคลายความโศกลงแล้วจึงกลับไปบ้าน ตั้งใจนับวันนับคืนคอยจะให้ถึงวันนัดโดยเร็ว มิช้ามินานคืนวันก็ล่วงกาลผ่านมาตรงกับวันเดือนที่นางนัดไว้

เช้าวันนั้น ตังอ๎ย้งหุงหาอาหารกินแล้วรีบไปยังต้นหวย เห็นเด็กชายสองคนนอนดูดมืออยู่แต่ไม่เห็นนางเทพธิดา จึงเหลียวซ้ายแลขวาเที่ยวหาหลายครั้งก็ไม่พบ จึงคิดว่าตนกับนางคงจะสิ้นวาสนากันเป็นแน่แล้ว ครั้นเข้าไปใกล้เห็นเด็กคนหนึ่งร่างอวบ ปากยาวยื่นคล้ายปากนก หนังที่รักแร้ยานออกเหมือนปีกนก อีกคนหนึ่งรูปร่างเล็กหน้าตาหมดจด จึงอุ้มเด็กทั้งสองกลับบ้าน ให้ชื่อคนพี่ว่าตังฉี ให้ชื่อคนน้องว่าตังสู คนทั้งหลายทราบว่า ตังอ๎ย้งมีความกตัญญูกตเวทีมากจริง ถึงกับได้เทพธิดาจิ๊ดหนึงเป็นภรรยา แต่บัดนี้นางกลับไปสรวงสวรรค์แล้วยังส่งลูกมาให้อีก ต่างมีความนับถือตังอ๎ย้งและมีน้ำใจช่วยดูแลให้ตามสมควร ตั้งแต่นั้นมาตังอ๎ย้งหมั่นทำไร่นาหาเลี้ยงลูก มิได้คิดที่จะหาภรรยาอีก จนลูกชายทั้งสองเติบใหญ่เป็นหนุ่มขึ้น ตังฉีรูปร่างล่ำสันแข็งแรงชอบเที่ยวเตร่ทำงานตามตลาดได้ค่าจ้างมาเลี้ยงบิดา ฝ่ายตังสูชอบเล่าเรียนอยู่ที่บ้าน และทำการบ้านเรือนเรียบร้อย คนทั้งหลายเห็นตังฉีตังสูมีความกตัญญูคล้ายบิดา จึงพร้อมกันทำหนังสือยกย่องตังอ๎ย้งพ่อลูกเป็นเฮาเหลียมไปยื่นต่อเจ้าเมืองกรมการ ๆ บอกไปยังเมืองหลวง เพื่อให้เรียกตังอ๎ย้งพ่อลูกไปทำราชการ ในไม่ช้าเจ้าเมืองกรมการมาแจ้งแก่ตังอ๎ย้งว่า บัดนี้ทางเมืองหลวงตั้งให้เป็นตงอ่วย นายทหารปรายโจรผู้ร้าย และเร่งตังอ๎ย้งให้นำบุตรไปรับตราตั้งทำราชการที่เมืองหลวง แต่ตังอ๎ย้งไม่สมัครใจจะไปอยู่ที่เมืองหลวง เพราะตนก็แก่เฒ่ามากแล้วที่อยู่นี้ก็พอจะหาความสุขตามสมควรแก่อัตตภาพ ครั้นเจ้าเมืองกรมการกลับไปแล้ว ตังอ๎ย้งคิดว่าถ้าตนไม่ยอมไปตามคำสั่ง เจ้าเมืองก็คงมาเร่งเร้าอีก จำจะต้องย้ายไปอยู่เสียที่อื่น จึงพาบุตรทั้งสองไปอยู่ ณ เมืองเตี๋ย ฝ่ายกวงชวงอ๋อง เจ้าเมืองเตี๋ยทราบข่าวว่า ตังอ๎ย้งกับบุตรชายมาอยู่ในแขวงเมืองเตี๋ยที่ตนปกครอง ก็มีความยินดีรีบไปเยือนโดยนับถือฐานอาจารย์ ตังอ๎ย้งต้อนรับตามธรรมเนียม กวงชวนอ๋องไปเยี่ยมเยือนเสนอ อยู่มาวันหนึ่งตังฉีแจ้งแก่บิดาว่า เมื่อคืนนี้มารดามาสั่งให้บิดาไปหา ตังอ๎ย้งจึงสั่งเสียตังสูให้ดูแลบ้านเรือนแล้วอาบน้ำสรวมเสื้อกางเกงเรียบร้อย ตังฉีกางปีกหนังที่รักแร้ออกอุ้มบิดาบินไป เจ้าเมืองกรมการได้ทราบเรื่อง ก็มีใบบอกไปยังเมืองหลวง ครั้นพระเจ้าแผ่นดินทรงทราบ จึงโปรดให้เจ้าเมืองกรมการสร้างศาลไว้ที่บ้านตังอ๎ย้ง ให้ชื่อศาลนั้นว่าเฮาะสินสือ มีการบวงสรวงปีละสองครั้ง คือต้นปีครั้งหนึ่งปลายปีครั้งหนึ่งเป็นธรรมเนียมสืบมาช้านาน.

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ