๑๖. เฮ่งเพา

ครั้งราชวงศ์งุ่ย (คือวงศ์โจโฉตั้งเป็นก๊กหนึ่งในยุคสามก๊ก) ที่เมืองเอ็งเหล็ง มีชายคนหนึ่งชื่อเฮ่งเพา กำพร้าบิดามาแต่เยาว์ บิดาเฮ่งเพาทำราชการเป็นขุนนางสมัยราชวงศ์งุ่ย เมื่อซือม้าซือถึงแก่กรรมแล้ว ซือม้าเจียวน้องซือม้าซือบังคับกษัตริย์ราชวงศ์งุ่ยให้สถาปนาตนขึ้นเป็นจินอ๋อง บิดาเฮ่งเพาไม่เข้าด้วยเพราะเห็นว่าซือม้าเจียวคิดทำเช่นนั้น เป็นการขาดความซื่อตรงต่อหัวหน้า แล้วจะเป็นเยี่ยงอย่างให้คนชั้นหลังทำตาม เป็นเหตุให้บ้านเมืองร้าวฉานไม่กลมเกลียวกัน ฝ่ายซือม้าเจียวรู้ว่าบิดาเฮ่งเพาไม่เข้าด้วยก็มีความโกรธ จึงหาเหตุพาลฆ่าเสีย ครั้นเฮ่งเพาเติบใหญ่ได้ทราบว่าซือม้าเจียวฆ่าบิดาของตน ก็โกรธแค้นยิ่งนัก คิดหาโอกาศจะแก้แค้นอยู่เสมอ แต่ราชวงศ์งุยนั้นสูญสิ้นเสียแล้ว บ้านเมืองเป็นของราชวงศ์จิ้น เฮ่งเพาเป็นผู้รู้หลักนักปราชน์ จะทำการสิ่งใดไม่ทำโดยวู่วาม ซือมาเจียวผู้เป็นสัตรูก็ตายเสียนานแล้ว ราชการบ้านเมืองยักปกติอยู่ เฮ่งเพาจึงระงับความแค้นไว้พลาง ตั้งใจปรนนิบัติมารดาและอุตส่าห์สอนหนังสือแก่ศิษย์ทั้งปวง ราชวงศ์จิ้นแต่งขุนนางให้นำของมาให้เป็นสินน้ำใจ เกลี้ยกล่อมเฮ่งเพาไปทำราชการหลายครั้ง เฮ่งเพาไม่รับสิ่งของทุกครั้ง เพราะไม่ยินดีทำราชการกับราชวงศ์จิ้น และยิ่งกว่านั้น แม้เฮ่งเพาจะนั่งทำการงานก็ดี จะนั่งเล่นก็ดี ไม่ยอมผินหน้าไปทางเมืองหลวงเลย เพราะความที่เกลียดชังราชวงศ์จิ้นยิ่งนัก

มารดาเฮ่งเพาเป็นคนกลัวเสียงฟ้าโดยปกติ ถ้าฝนตกฟ้าร้องไม่มีใครนั่งอยู่ด้วย ก็จะตกใจร้องจนตัวสั่น ต่อมีคนมานั่งอยู่เป็นเพื่อนจึงจะหายกลัว เฮ่งเพามีความกตัญญูต่อมารดายากที่ใครจะเหมือน คอยปรนนิบัติเอาใจใส่ดูแลให้มารดาได้รับความผาสุกไม่เดือดร้อนรำคาญ และตนก็พยายามสอนหนังสือแก่ศิษย์เป็นจำนวนมาก อยู่มาไม่นานมารดาก็ถึงแก่กรรม เฮ่งเพาเศร้าโศกเสียใจจนสิ้นสติไปหลายครั้ง เมื่อค่อยคลายโศกแล้ว จึงจัดการศพตามประเพณี ถึงคราวฝนตกฟ้าร้องเฮ่งเพาก็ไปที่หลุมฝังศพมารดา ร้องบอกว่า ลูกอยู่ที่นี่แล้ว แม่อย่ากลัวเลย ทำอยู่ดังนี้เสมอ เพราะความรักและคิดถึงมารดาไม่มีส่าง

ครั้งนั้นแขวงเมืองเอ็งเหล็งบังเอิญฝนแล้ง ชาวเมืองอัตคัตอดอยากเข้าปลาอาหารกันดารนัก โจรผู้ร้ายก็ชุกชุม ชาวบ้านต้องอพยพครอบครัวหนีข้ามแม่น้ำเอี้ยงจือเกียงไปอยู่ทางกังตั๋ง ฝ่ายญาติพวกพ้องชวนเฮ่งเพาไปด้วย แต่เฮ่งเพายังห่วงที่ฝังศพมารดาก็ไม่ไป ยอมอด ๆ อยาก ๆ อยู่ที่นั่น ไม่ช้าฝนฟ้าก็ตกต้องตามฤดูกาล เข้าปลาอาหารพอหาได้ไม่สู้ยาก ราษฎรที่แตกฉานซ่านเซ็นไปอยู่บ้านอื่นเมืองไกลต่างยกกลับมายังภูมิลำเนาของตน ๆ ทำไร่ไถนากันไปตามถนัด เฮ่งเพาสอนศิษย์อยู่ในแคว้นเมืองเอ็งเหล็งจนแก่ลง เวลาเฮ่งเพาเจ็บหนักจวนจะถึงแก่กรรมนั้น ได้สั่งเสียลูกหลานไว้ว่า ต่อไปวันหน้าถ้าลูกหลานคนใดสมัครไปทำราชการอยู่ด้วยราชวงศ์จิ้น แม่จะได้เป็นขุนนางมีชื่อเสียง ลูกหลานทั้งหลายก็อย่าไปคำนับผู้นั้นเลย และอย่านับว่าเขาเป็นคนร่วมแซ่เดียวกัน ครั้นเฮ่งเพาตายแล้ว ลูกหลานก็เคารพต่อคำสั่งนั้นอย่างกวดขัน ไม่มีผู้ใดบังอาจล่วงละเมิดเลย จนถึงราชวงศ์จิ้นซุดโซมสิ้นยศลง เชื้อสายเฮ่งเพาจึงไปทำราชการอยู่ด้วยราชวงศ์อื่น ตั้งทำสงครามขับเคี่ยวกับราชวงศ์จิ้น จนราชวงศ์จิ้นสูญสิ้นเมื่อปีมะแม พุทธศักราช ๙๖๒ จึงมีคำกลางกล่าวว่า เหตุทั้งนั้นจะเป็นด้วยคำสัตยาธิษฐานของเฮ่งเพา ผู้มีความกตัญญูกตเวที หากดลบรรดาลให้เป็นไป จนเชื้อสายได้แก้แค้นทดแทนต้นสกุลของตน.

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ