๓ นิทานเรื่องกาวิดน้ำทเล

ณะกาลก่อนยังมีกาสวามีภรรยามีบริวาร ๑๐๐๐ อาศรัยอยู่ต้นไม้รังใกล้ชายทเล เปนท่าสำเภาจอด แดนเมืองพาราณสีนั้น

ในกาลวัน ๑ ชาวคามนิคมชนบทคิดถึงญาติซึ่งไปสำเภาถึงกำหนดแล้วยังมิได้มา จึงแต่งกระบานใส่ถั่วงามธุปายาสแลเครื่องมัจฉะมังสาหารสุราบานในบัตรพลีกรรม ถวายแก่พระสมุทรให้เทวดาประโยชน์จะให้ญาติกามาถึงด้วยดี จึงวางบัตรลงที่ฝั่งมหาสมุทรนั้น กาสวามีภรรยาผู้โฉดเขลาบินมาแลเห็นบัตรพลีก็ดีใจ จึงเข้าไปกินเครื่องมัจฉะมังสะแล้วแลเห็นกระทงสุราคิดว่าน้ำก็ดื่มกิน กาทั้ง ๒ ก็เมาสุราอารมณ์นั้นก็ฟั่นเฟือน จึงชวนกันไปอาบในมหาสมุทรก็ต้องคลื่น กาภรรยากำลังน้อยก็พลัดลอยออกไปปลาใหญ่ก็กินเปนอาหาร ส่วนกาสวามีกำลังมากก็ว่ายขึ้นฝั่งได้ ครั้นขึ้นได้แล้วมิได้เห็นกาภรรยา ก็เข้าใจว่าภรรยาอยู่ในมหาสมุทร แล้วจึงคิดว่ากำลังบริวารเรามีมากจะให้วิดน้ำในมหาสมุทรให้แห้งแล้วก็จะได้ภรรยาเรา ครั้นคิดดังนั้นแล้ว จึงบังคับแก่กาบริวารทั้งนั้น ให้ลงไปอมน้ำในมหาสมุทรขึ้นมาบ้วนเสียในแผ่นดิน แลกาทั้งหลายที่อยู่ในอำนาจก็ทำตามคำสั่งเปนเนืองนิจกาลทั้งกลางวันกลางคืน แลน้ำเค็มก็ซาบเข้าไปในคอกาทั้งหลาย ๆ ก็มีเสียงอันแหบแห้ง แลทนวิบากเพียงปางตาย แลเทพยดาอันรักษาพระมหาสมุทรเห็นกาทำอัปยศถึงความตายด้วยโฉดเขลาดังนั้น เทวดามีความปราถนาจะห้ามด้วยกาทำผิดกิจ เทวดาก็นิรมิตรสำแดงกายเปนอสูรดูพิลึกพึงกลัว มีมือถือตระบองเหล็กแกว่งร้องด้วยเสียงอันดัง กาทั้งหลายก็ตกใจบินไปจากสถานที่นั้น มิได้ทำการสืบไปเลย หากว่าเทพยดารักษาพระมหาสมุทรช่วยกาทั้งปวงจึงมีชีวิตอยู่ อันว่าความชั่วแห่งกาในโลกนี้ไม่มีถึง ๒ อันกาใช่จะชั่วแต่เท่านั้นหามิได้ กานี้หาปัญญาพิจารณามิได้ ทำสิ่งใดก็เปนภัยแก่ตัวทุกประการ

นกทั้งหลายจึงถามว่า กาหาความพิจารณามิได้ทำสิ่งไรย่อมเปนภัยแก่ตัวนั้นมีธรรมเนียมดังฤๅ

นกแขกเต้าก็เล่านิยายให้นกทั้งหลายฟังดังนี้ว่า

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ