นิทานเรื่องนำ

จะกล่าวเรื่องวาทีกาลปักษีในไตรดายุค ดุจเข้าในมรณะยุค จึงฤษีมุนีแลเทพยดาทั้งหลายก็มาชุมนุมพร้อมกัน ครั้นปฤกษากันเห็นว่าจะดับอายุเราท่านทั้งหลาย แลฉันใดเราจึงจะได้ทฤฆายุนั้น จึงฤษีองค์ ๑ กล่าวว่า เห็นแต่พระนารายน์เปนเจ้าอาจรู้ จึงเทพยดาทั้งหลายก็ถามว่าพระนารายน์เปนเจ้าเสด็จอยู่ที่ใด ฤษีนั้นจึงว่าพระองค์เจ้าเสด็จอยู่ในเกษียรสมุทรโพ้น ครั้นเทพยดา ฤษีสิทธิ์ พิทยาธร อมรคนธรรพทั้งปวง ได้ทราบความดังนั้นแล้ว ก็พากันไปนมัสการพระนารายน์เปนเจ้า แล้วนั่งอยู่ในที่ควร พระนารายน์จึงมีเทวบัญชาถามเทพยดาแลฤษีมุนีทั้งปวงว่า ท่านทั้งหลายมานี้เพื่อเหตุใด จึงฤษีมุนีแลเทพยดาทั้งหลายว่า ข้าพเจ้าทั้งหลายมาด้วยเห็นการวิบัติจะถอยอายุ แลข้าพเจ้าทั้งปวงจะมาขออายุแต่พระเป็นเจ้า พระนารายน์จึงมีเทวบัญชาแก่ฤษีมุนีแลเทพยดาทั้งหลายว่า เราให้อายุแก่ท่านทั้งหลายมิได้ ถ้าท่านทั้งหลายจะให้ทฤฆายุไซร้ จงไปเฝ้านมัสการพระบาทพระอิศวรเทอญ จึงฤษีมุนีแลเทพยดาทั้งหลายทูลถามพระนารายน์ว่า บัดนี้พระอิศวรเสด็จอยู่ณที่ใด พระนารายน์เปนเจ้ามีเทวบัญชาว่า พระอิศวรเปนเจ้าเสด็จอยู่ณเขาไกรลาสโพ้น ท่านนั้นเปนบุติยราชอาจให้อายุแก่ท่านทั้งหลายได้ ฤษีมุนีแลเทพยดาทั้งหลายก็ว่าข้าพเจ้าทั้งหลายขอเชิญพระองค์เสด็จไปด้วย ข้าพระบาทจะได้ด้วยบุญแห่งพระองค์ จึงพระนารายน์ผู้เปนเจ้าก็รับนิมนต์เทพยดาทั้งหลาย แล้วท่านก็เสด็จเหนือครุฑพาหนะ แลฤษีมุนีทั้งปวงก็แห่ห้อมเปนบริวารตามเสด็จไปยังเขาไกรลาส ครั้นถึงพระนารายน์ก็เสด็จไปนมัสการพระอิศวรแล้วทูลว่า เทพยดาแลฤๅษีมุนีทั้งหลายมาถวายนมัสการ จึงพระอิศวรมีเทวบัญชาถามว่าพระฤษีแลเทพยดาทั้งหลายมานี้เพราะเหตุอันใด พระนารายน์เปนเจ้าจึงทูลว่า ฤษีแลเทพยดาทั้งปวงมาร้องทุกข์แก่ข้าพระองค์ ว่าบัดนี้อัปอายุไปแล้ว แลมาขออายุแก่ข้าพระองค์ พระอิศวรก็มีมหิศวรโองการว่า ถ้าจะให้อายุฤษีมุนีแลเทพยดาทั้งปวงแล้วไซร้ เมื่อใดแลเรามารฦกถึงให้เกิดน้ำอมฤตให้เทพยดาฤษีมุนีมนุษย์ทั้งหลายกินไซร้จึงทรงอายุได้ จึงฤษีมุนีแลเทพยดาทั้งหลายก็กราบทูลว่า ขอพระเปนเจ้าจงทรงพระกรุณาแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายเทอญ จึงพระอิศวรผู้เปนเจ้าก็ให้ชุมนุมเทพยนิกรอมรคนธรรพสุบรรณแลเทพยดาสุราสูรทั้งปวง แล้วจึงให้เอาเขาตรีกูฏบรรพตมารองพระเมรุราช แล้วเอาอนันตนาคราชเปนสายชัก แล้ว เทพยดามาชักข้างหนึ่ง อสูรชักข้างหนึ่ง พระเมรุราชนั้นก็ทรุดลงไปใต้บาดาล จึงพระนารายน์ผู้ฝนเจ้าก็นิรมิตเปนสุวรรณกุมภัณฑ์ ไปรองเขาพระเมรุราชนั้น จึงเทพยดาอสูรก็ชักเขาพระเมรุราช ๆ นั้นก็พ่นน้ำอมฤตขึ้นมา ท่านก็ให้เอาน้ำอมฤตนั้นแจกแก่ฤษีมุนีแลเทพยดาทั้งหลายให้กินจึงคงอายุแล

ขณะนั้นปักษีชาติทั้งหลายคือ นกยูง นกแขวก แขกเต้า แร้ง นกตะกรุม ดุเหว่า นกกาเรียน นกยาง นกพิราบ เหมปักษี นกกะต้อยติวิด แลปักษีทั้งหลายต่างมาประชุมพร้อมกันที่นั้น นกกาเรียนจึงกล่าวโศลกดังนี้ว่า

ทุพฺพลํว วิเหเนฺติ ทุกฺขิตา นตฺถินายกา
สุขิโน จ เยสมตฺถิ กามา โน ราชาติ ทิชา

ในอรรถโศลกว่า บุคคลผู้ใดหากำลังมิได้ อนึ่งบุคคลหาเจ้ามิได้มักมีภัยต่าง ๆ แลนกทั้งหลายก็ดี นกใดมีกำลังก็ย่อมเบียดเบียนนกอันหากำลังพะลังมิได้ เราทั้งหลายควรยกย่องนกใดนกหนึ่งให้เปนพระยา มีอานุภาพปราบปรามแก่นกอันทำผิด เมื่อนกทั้งหลายปฤกษากันฉนี้ นกกาเรียนจึงว่า เราจะตั้งผู้ใดให้เปนอธิบดี จึงนกสัมบัณฑิตตัว ๑ ว่า ควรเราจะเอาหงส์เปนพระยา เพราะหงส์รู้หลักมากอาจบังคับบัญชาแก่เราทั้งหลายได้ อนึ่งหงส์นี้ประกอบด้วยมรรยาทแลรูปทรงก็งาม สมควรจะเปนพระยาแห่งเราท่านทั้งปวงได้

จึงนกกาเรียนก็ว่าหงส์นี้งามดีก็จริง แต่ว่าอันจะไปมาแห่งใดค่อยสาพิลาศ อนึ่งสุขทุกข์ของเพื่อนฝูงทั้งปวงก็มินำภา แลนกกาเรียนจึงกล่าวว่า กาก็มีคุณหลายประการ เมื่อเสพย์เมถุนก็มิให้คนเห็น อนึ่งแม้จะไปหาอาหารไกลเท่าใด ๆ ก็ดี อันจะเสียสถานที่อยู่นั้นหามิได้ อนึ่งทุกข์กังวลของเพื่อนก็ช่วยขวนขวาย อนึ่งข่าวดีแลร้ายก็ย่อมบอกให้รู้ ทั้งรังที่อยู่ก็ตกแต่งให้แก่ภรรยา แลนกดุเหว่าก็พลอยไข่ไว้ด้วย ก็ช่วยรักษาปกครองระวังลูกนกดุเหว่ามิได้หึงษา แลชอบเราทั้งหลายเอากาเปนอธิบดีเถิด

จึงนกทั้งหลายก็ว่าถ้าดังนั้นไซร้ เราจะให้หงส์กับกาลองฤทธิกันดูแล ปักษีทั้งหลายก็เลือกหงส์ตัว ๑ ที่มีกำลังแลกาตัว ๑ จะให้แข่งฤทธิ์กัน แลปักษีทั้งหลายจึงว่าจะให้ไปหนบกไซร้จะมีที่พึ่ง ถ้าดังนั้นไซร้ เราจะให้ไปฝ่ายมหาสมุทรเถิด เราจึงจะรู้จักผู้มีฤทธิ์แล แล้วปักษีทั้งหลายยกให้หงส์แลกาเทียมกันแล้ววางออกไปยังกลางมหาสมุทร หงส์แลกาก็บินไปด้วยกำลังถึงกลางมหาสมุทร ครั้นเหนื่อยหงส์ก็ลงว่ายน้ำไป ส่วนกาเห็นหงส์ลงว่ายน้ำก็ลงว่ายไปบ้าง ปัดเดี๋ยวมหาสมุทรก็พัดมา แลน้ำในมหาสมุทรก็บันดาลเกิดคลื่นระลอกอันใหญ่พัดมา กาก็จมชลธาร หงส์สาพิลาสก็ค่อยยุรยาตรคลาไคล โดยวิสัยแห่งหงส์นั้น ส่วนกาครั้นระลอกซัดต้องปีกชุ่มก็จมลงจะใกล้สิ้นชีวิตแล้วกาจึงร้องว่า ข้าพเจ้าแพ้ฤทธิ์ท่านแล้ว ท่านจงช่วยกรุณาพาข้าพเจ้าให้รอดด้วยเถิด หงส์ก็ว่าเมื่อท่านมาแข่งฤทธิ์แก่เราแล้ว แลเราจะช่วยท่านต้องการอะไร กาจึงตอบว่าแม้นท่านมิช่วยข้าพเจ้า ถ้าข้าพเจ้าตายลงในกลางมหาสมุทรไซร้ นกทั้งหลายก็จะสำคัญว่าท่านแกล้งฆ่าข้าพเจ้าเสีย แม้นท่านกรุณาช่วยข้าพเจ้าให้รอดจากมหาสมุทรไซร้ บุญก็จะได้คุณก็จะมี ปักษีทั้งหลายจะสรรเสริญท่านว่าเปนสาธุสัปรุษจริง ข้าพเจ้ากับปักษีทั้งหลายก็จะยอมให้ท่านเปนอธิบดี ส่วนหงส์ไซร้ เหตุมาคิดว่าธรรมดากาทั้งหลายก็ย่อมมีความสัตย์อยู่บ้าง อนึ่งสาธุสัปรุษแต่ก่อนนั้น แม้ว่าถึงเปนศัตรูกันก็ดี ครั้นศัตรูนั้นรู้จักโทษตนแล้วแลมาขอโทษไซร้ ท่านก็ย่อมมีความกรุณาดุจเดียว ครั้นคิดฉนั้นแล้วหงส์ก็ช่วยกามาจากกลางสมุทรอันใหญ่ ครั้นถึงฝั่งแล้วกาอกตัญญูกลับยกโทษหงส์ต่าง ๆ อันโศลกนี้ว่าคนหากำลังมิได้แลทนงตัวว่ากล้าแขงไปชวนท่านผู้มีกำลังวิวาท ก็จะเปนเช่นกาแข่งฤทธิ์ด้วยหงส์ ขณะนั้นปักษีทั้งหลายก็ว่าควรเราจะเอาหงส์เปนพระยาเถิด

ฝ่ายนกกาเรียนตัว ๑ จึงว่า อันเราจะเอาหงส์เปนพระยานั้นชอบอยู่แล้ว แต่ว่าหงส์กระทำความชั่วกับกาจนเสียพงศ์มีอยู่

นกทั้งหลายจึงถามว่า มีธรรมเนียมฉันใดท่านเล่าไป เราจะขอฟัง

นกกาเรียนจึงเล่านิยายให้นกทั้งหลายฟังดังนี้ว่า

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ