๑๗ นิทานเรื่องทำดีเปนคุณ

ณะกาลก่อนมีพระยานกประ พระยาตะพาบน้ำ พระยาลมั่งทั้ง ๓ สัตว์เปนมีดรสหายกัน แลสัตว์ทั้ง ๓ มีอากัปกิริยาต่าง ๆ กัน

ณะกาลวัน ๑ พระยานกประ พระยาลมั่ง ลงไปกินน้ำในธารอัน ๑ จึงพระยาตะพาบน้ำผุดขึ้นมาถามว่า ท่านกินน้ำในธารของเราเพราะเหตุไร พระยาลมั่งว่าน้ำเปนที่อาศัยทั่วไปของสัตว์ทั้งปวง พระยาตะพาบน้ำว่าชอบแล้ว เห็นท่านทั้งสองมาก็มีใจยินดีและจะเอาท่านทั้งสองเปนมิตรสหาย เราจึงถามท่าน พระยาลมั่งก็ว่าโบราณกล่าวไว้ว่า ผู้ใดมีใจอ่อนหวานยินดีต่อกันไซร้ ก็พึงมีใจยินดีต่อกัน ถ้าผู้ใดบูชาก็พึงบูชาตอบ พระยาตะพาบน้ำได้ยินถ้อยคำพระยาลมั่งกล่าวดังนั้นก็ยินดีนัก พระยาลมั่งว่า ถ้าดังนั้นเราทั้ง ๓ เปนมิตรไมตรีแก่กันเถิด

พระยาตะพาบน้ำ พระยานกประ พระยาลมั่ง ก็เปนมิตรสหายด้วยกัน จึงพระยาตะพาบน้ำก็ว่าทุกข์ของเราทุกวันนี้มีเปนอันมาก พระยาลมั่งถามพระยาตะพาบน้ำว่า ทุกข์ของท่านเปนอย่างไร จึงพระยาตะพาบน้ำว่าเบ็ดก็ดีสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็ดี อันนายประโมงมาทอดทิ้งลงในท้องธารนี้ ต้องระวังตัวเปนเนืองนิตย์ ทุกข์ของเรามีดังนี้ พระยาลมั่งได้ยินก็ว่า เราก็ประกอบด้วยทุกข์ดุจเดียวกัน พระยาตะพาบน้ำก็ถามพระยาลมั่งว่า ท่านประกอบด้วยทุกข์อย่างไร พระยาลมั่งว่า ดูกรสหาย เราประกอบไปด้วยทุกข์มาก นายธนูแลหน้าไม้และบ่วงข่ายทั้งหลายเบียดเบียน เราก็เปนทุกข์ที่จะระวังให้พ้นจากภัยทั้งปวง พระยานกประก็ว่า เราก็เปนทุกข์ด้วยแร้วและบ่วงหน้าไม้ด้วย พระยาลมั่งก็ว่า เราทั้ง ๓ ซึ่งเปนมิตรสหายกัน เราจะเอาน้ำที่ธารนี้เปนมาลัยบูชาเทวดาอันอยู่ในธารให้เปนสักขีพยาน ขอให้สำเร็จความปราถนาของเรา ถ้าเราทั้ง ๓ มีทุกข์ภัยประการใดก็ดีก็ให้คิดถึงกัน ครั้น ๓ สัตว์ทำสัจจาธิษฐานแล้ว ก็ให้อธิษฐานต่อกัน ต่างก็ไปสู่ที่อยู่แห่งตน

วัน ๑ พระยาลมั่งไปต้องบ่วงของนายเนสาทประกอบด้วยทุกข์หนัก ก็รำลึกถึงพระยานกประแลพระยาตะพาบน้ำซึ่งเปนสหายของตน พระยานกประก็มาถึงในขณะนั้น พระยาตะพาบน้ำก็เข้ากัดบ่วงซึ่งต้องพระยาลมั่งอยู่ ส่วนพระยานกประก็ว่าแก่พระยาลมั่งว่า แน่ะสหาย เราจะไปยังบ้านนายเนสาท แลจะร้องให้นายเนสาทได้ยินเสียง นายเนสาทก็จะสำคัญว่ายังไม่สว่างก็จะยังไม่มา แลท่านสหายตะพาบน้ำจงรีบกัดบ่วงให้ขาดโดยเร็วเถิด แล้วพระยานกประก็ไปจับร้องยังประตูบ้านนายเนสาท ๆ ตื่นขึ้นได้ยินเสียงนกประร้องก็สำคัญว่ายังไม่รุ่งสว่าง ส่วนพระยาตะพาบน้ำก็กัดบ่วงซึ่งติดพระยาลมั่งนั้นขาด พระยาลมั่งก็พ้นจากบ่วงได้รีบหนีไปยังที่อยู่ของตน ส่วนพระยาตะพาบน้ำครั้นสว่างขึ้นหนีมิทัน ก็เร้นส้อนอยู่ป่าสุมทุมอัน ๑ นายเนสาทครั้นตื่นขึ้นก็มายังบ่วงของตนที่ดักไว้ ครั้นถึงบ่วงพิจารณาดูก็รู้ว่าสัตว์มากัดบ่วงเสีย จึงนายเนสาทก็สกดรอยตะพาบน้ำนี้ไป จึงเห็นตะพาบน้ำนั้นส้อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ นายเนสาทก็จับตะพาบน้ำผูกคอนมา แลตะพาบน้ำนั้นกลัวภัยแห่งนายเนสาทก็เปนทุกข์หนัก จึงรำลึกถึงพระยานกประแลพระยาลมั่ง ๆ ก็รู้ว่าพระยาตะพาบน้ำเปนทุกข์นักหนา พระยาลมั่งพระยานกประก็มาถึงในขณะนั้น เห็นตะพาบน้ำอันเนสาทคอนไปก็ปรารภนักหนา อันเนสาทเมื่อจะไปเยี่ยมบ่วงไปแต่เช้าห่อเข้าไปกิน ครั้นคอนตะพาบน้ำกลับเดิรมาเห็นสระน้ำในที่ตำบล ๑ ก็วางตะพาบน้ำลงเพื่อจะกินอาหารที่สระนั้น ครั้นพระยาลมั่งแลพระยานกประเห็นนายเนสาทกินเข้าอยู่ฉนั้น ส่วนพระยานกประก็บินไปกางปีกทำตายอยู่บนค่าคบไม้อัน ๑ ครั้นนายเนสาทเห็นดังนั้น ก็ขึ้นไปบนต้นไม้จะจับเอานก พระยาลมั่งซึ่งตามนายเนสาทมานั้น ก็เข้าไปเอาเขาสอดเช้าที่เชือกผูกพระยาตะพาบน้ำ แลสลัดให้พระยาตะพาบน้ำหลุดลงไปยังสระแล้วพระยาลมั่งก็แล่นไปยังป่าใหญ่ ส่วนพระยานกประครั้นเห็นนายเนสาทขึ้นบนต้นไม้ จะใกล้ถึงพระยานกประก็บินไป ต่างสัตว์ต่างก็เอาตัวรอดไปดังนี้ ถึงมาทว่าเปนสัตว์ดิรัจฉานก็ดี ครั้นสมัคสโมสรจิตต์เปนมิตรไมตรีน้ำหนึ่งใจเดียวกันแล้ว แม้นต้องทุกข์ภัยอันใดก็คงช่วยแก้ไขให้พ้นทุกข์ได้ดัง ๓ สัตว์นี้ แม้นมนุษย์ทั้งหลายสามัคคีรักใคร่น้ำใจเดียวกัน ก็เหมือนน้ำในมหาสมุทจะกินมิสิ้นเลย

ณะกาลนั้น นกทั้งหลายได้ยินนกดุเหว่ากล่าวธรรมเนียมไพเราะนักหนา แลจะมีนกตัวใดเฉลียวฉลาดเล่าเนื้อความธรรมเนียมเหมือนท่านนี้ไม่มีเลย แลนกทั้งหลายเห็นพร้อมกันยอมให้นกดุเหว่าเปนพระยา จะได้สำแดงธรรมสั่งสอนเราทั้งปวง นกดุเหว่าก็ว่า แน่ะท่านทั้งหลายจะให้ข้าพเจ้าเปนพระยานั้นมิได้ ท่านทั้งปวงพึงเว้นข้าพเจ้าเสียเถิด แต่ข้าพเจ้าจะช่วยตักเตือนท่านทั้งปวง แลจะช่วยบอกการผิดแลชอบให้ได้อยู่บ้าง แลนกตัวใดตัวหนึ่งที่มีปัญญา ท่านทั้งหลายจงให้ผู้นั้นเปนใหญ่เอาภารธุระท่านทั้งหลายจึงจะควร แล้วอย่าให้เปนเช่นมาณพมิฟังครูถึงความฉิบหาย

นกทั้งหลายจึงถามว่า มาณพมิฟังครูได้ความฉิบหายมีธรรมเนียมอย่างไร

นกดุเหว่าก็เล่านิยายให้นกทั้งหลายฟังดังนี้ว่า

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ