ราชอาณาเขต

ร่าย สยามราชอาณาจักร ภักดีต่อภูบาล ในรัชกาลที่หนึ่ง พึ่งพระราชอุปสดมภ์ แห่งองค์ปฐมจักรี มีอาทิมลายู ตรังกานู ปตานี ไทรบุรี กลันตัน ซึ่งพร้อมกันสามิภักดิ์ ฯ

๏ ส่วนในปักบูรพา กัมพูชาประเทศ พระภูเบศตั้งแต่ง ตำแหน่งเจ้าแผ่นดินขอม เป็นจอมประเทศราช ฯ

๏ อนึ่งนรนาถดำรัศ ให้จัดทัพฝ่ายเหนือ เจือกับกองทัพใหญ่ แห่งเชียงใหม่ ลำปาง หลวงพระบาง เวียงจันทน์ บรรจบพลแพร่ น่าน ไปขับม่านเม็งดื้อ จากแดนลื้อแดนเขิน ทัพม่านเยินเม็งยับ นับเมืองขึ้นพะม่า จำนวนกว่าสี่สิบ สู่นราธิปจอมไทย นบภูวนัยในกรุง เจ้าเชียงตุงมาเฝ้า เจ้าเชียงรุ้งมากราน ภูบาลทรงกรุณา ให้พากันกลับเมือง ปราศขุนเคืองรำคาญ ฯ

๏ ฉนี้รัชกาลที่หนึ่ง เมืองขึ้นพึ่งพระเดช อาณาเขตภูบดี มีกว้างใหญ่ไพศาล กว่าสยามกาลก่อนกี้ แน่ถนัดชัดชี้ เชิดรู้ชูฤทธิ์ ท่านแล ฯ

โคลง ๔ รัชกาลที่หนึ่งไท้ ธรณี นาถนา
เริ่มราชวงษ์จักรี เกียรติ์กว้าง
เถลิงอาศน์ราชธานี กรุงเทพ
ซึ่งพระองค์ทรงสร้าง สฤษดิ์ไว้ไอศวรรย์ ฯ
๏ ชาวสยามยามโยคใกล้ กาลกลี
รบพุ่งภายในทวี เทวศห้าว
ผู้ใดใช่ผู้มี มหิทธิเดช
จักอาจกวาดความร้าว รุ่มร้อนผ่อนหาย ฯ
๏ ม่านในสมัยนั้นเลื่อง ลือศักดิ์
ปดุงราชอำนาจหนัก แน่นกล้า
รบใครคาบไหนจัก ปัจจักษ์
ดังพระพุทธยอดฟ้า พี่น้องสององค์ ฯ
การสร้าง พระสฤษดิ์ได้ ดังกมล
ศุภโสตถิ์โรจนผล ผริตกว้าง
การล้าง สวางชน สวาชาติ
ผลเผล็ดสำเร็จสล้าง สิ่งร้ายมลายสูญ ฯ
๏ ความราบผิวปราบด้วย พระเดช
ใช่พระคุณเป็นเหตุ ห่อหุ้ม
เหล่าเราจะเนาเขต ความสงบ ได้ฤา
อำนาจปราศโอบอุ้ม ไป่เอื้ออิฏฐผล ฯ
๏ บ้านเมืองเรืองรุ่งถ้วน ทางถกล
เพราะกษัตร์รัฐโกศล ท่านสร้าง
หว่านล้อมถนอมมณ ฑลทั่ว
เลี้ยงราษฎร์ปราศความกด้าง กเดื่องด้นหนสลาย ฯ
๏ เริ่มดีมีหลักได้ ดียืน
โยงนิยมกลมกลืน กลบด้าว
อุปถัมภ์มิจำขืน ใจข่ม
เพราะเผดิมเริ่มก้าว ก่อสร้างทางเกษม ฯ
๏ อันองค์ปฐมราชเจ้า จักรี
พระชตาบารมี เลมียดห้อม
คือ แมน ออฟ เด็สทินี แท้แน่
เด่นระดับมหัปผลพร้อม เพริศแพร้วแนวเจริญ ฯ
๏ ภูมีมีหน่อเนื้อ เนานาน
ลำดับสัปตรัชกาล เกรื่องกล้า
ยั่งยงพระวงษ์วาร วีรวัต
เผ่าพระพุทธยอดฟ้า เฟื่องฟ้ามานาน ฯ
๏ จึ่งเกิดการแซกซ้อน สำทับ
คำรบร้อยปีกับ กึ่งร้อย
เรื่องราวกล่าวลำดับ ดังต่อ ไปเอย
ยังมิควรด่วนถ้อย ถ่วงไว้ในขณะ นี้เทอญ ฯ
โคลง ๒ พระชนมายุไท้ เจ็ดสิบสองปีได้
กับห้าเดือนปลาย ฯ  
๏ ผดุงราษฎร์สาสนแผ้ว ยี่สิบเจ็ดปีแล้ว
จึ่งสิ้นรัชกาล ฯ  
โคลง ๔ มิ่งมกุฎพุทธยอดฟ้า สวรรค์คต
จึ่งราชวโรรส เลิศหล้า
เถลิงรัฐขัติยยศ สยามราช
เกลื่อนกล่นชนเนื่องหน้า นอบน้อมจอมนร ฯ
๏ การเมืองมีเรื่องร้าย รำไร
เสียงรส่ำรสายภายใน เนื่องด้วย
กินแหนงระแวงใคร คาวขบถ
ถูกจับนับคนม้วย มากทั้งไทยมอญ ฯ
๏ ทรงรับมรดกบ้าน เมืองดี
สมส่ำกำลังมี มากไว้
รู้รั่วทั่วธรณี เนาสุข
ปวงราษฎร์ปราศร้อนใต้ ร่มเจ้าจอมสยาม ฯ
๏ หลายอย่างต่างแยบไท้ อุปถัมภ์
ศิลปะวิศวกรรม กอบเกื้อ
บทกลอนลครรำ วางรูป
กวีรัตน์วัฒนเชื้อ เชิดชั้นวรรณคดี ฯ
๏ ฝ่ายอริพหิเทศด้าน อัสดง
ปดุงราชอาจององค์ หนึ่งไสร้
อาฆาตมาดใจจง จักยุทธ
แต่มิกล้ามาใกล้ เกลือกพลั้งดังเดิม ฯ
๏ อีกเขตพหิเทศเบื้อง ตกทิศ
คือชาติชนอังกฤษ แกล่ใกล้
เหตุเดิมเริ่มต่อติด กันกับ เราแฮ
เพราะเช่าเกาะหมากได้ จากเจ้าเมืองไทร ฯ
๏ พญาไทรเป็นเหตุให้ ปัญหา
ไทยกับอังกฤษอา กาศกลุ้ม
ภายหลังเปลี่ยนฝั่งฝา ไปใฝ่
พึ่งพม่านึกว่าคุ้ม ครอบกั้งภยังกร ฯ
๏ คำเก่าเล่าถ่องถ้อย ทำนาย
พรานมล่านผลาญหงษ์มลาย ชีพแล้ว
เสือมาฆ่าพรานตาย ตามตก ไปเฮย
ใครพยัคฆ์ใครพยาธแคล้ว คลาศบ้างทางไหน ฯ
๏ ม่านเลมิดเกิดศึกสู้ สงคราม
กับฝรั่งพลั่งเพลิงลาม แลบใหม่
อังกฤษคิดชวนสยาม สู่ยุทธ
ใช้ทูตเชิญไทยให้ ช่วยร้าราวี ฯ
๏ ฝ่ายไทยไม่รู้แน่ ทางไหน
ฝรั่งฤทธิ์เพียงไรใคร ทราบเค้า
ยับยั้งชั่งหฤทัย ดูก่อน
ยังไมรู้ไม่เข้า ร่วมค้าสงคราม ฯ
๏ อนึ่งไซร้ไม่ทราบแจ้ง ในจิต
เหตุมิเคยต่อติด ก่อนนั้น
ว่าชนชาติอังกฤษ หนักแน่น ไฉนนอ
ใจมิวางทางหมั้น ไม่ไว้ใจคน ฯ
๏ หุนหันพลันแล่นเข้า กับเขา
เขาพลาดอาจทำเรา พลาดด้วย
ไป่ควรจะด่วนเดา เดินดุ่ม
เราไม่หกตกห้วย หากได้ไตร่ตรอง ฯ
๏ อังกฤษอมิตรม่านเข้า ข่มยุทธ
ทัพบกทัพเรือรุด เร่งกทุ้ง
พม่ารับทัพฤาหยุด ยับย่อย
ปฏิปักษ์หักย่างกุ้ง ยึดได้ดังถวิล ฯ
๏ จอมไทยไม่ตรัสแจ้ง กจ่างจิต
ศึกพม่ากับอังกฤษ เกิดแล้ว
ขาดข่าวกล่าวต่อติด ตามเหตุ
ไป่คิดอังกฤษแกล้ว กาจกล้าราวี ฯ
๏ ไม่รู้เพราะเมื่อร้อย ปีมา แล้วนอ
นานจะมีนาวา สมุทเต้า
จากสิงคโปร์ธา นีใหม่
สารสื่อหนังสือเข้า เขตน้ำลำสยาม ฯ
๏ เหตุการภายนอกฉนี้ ในสมัย นั้นนา
แต่เหตุการภายใน เรียบร้อย
ขอบเขตประเทศไทย ทวีสุข
ตั้งแต่หัวจนก้อย เกี่ยงร้ายฤามี ฯ
๏ สมเด็จบวรราชน้อง นฤบาล
กรมพระราชวังสราญ ราชย์รู้
ภาระพระบริหาร รัฐกิจ
ต่างพระเนตรกรรณผู้ พี่ไท้ภูธร ฯ
๏ พระอาสาธนเอื้อ อาจิณ
กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ร่วมด้วย
เชี่ยวชาญราชการชิน รับช่วง
เมื่อพระอาองค์สร้วย เสด็จเมื้อเมืองสวรรค์ ฯ
๏ พระองค์ทรงเพียบพร้อม พิริยะ
ต่างพระกรรณ์ชนกพระ เนตรไท้
สิทธิ์ขาดราชการประ เทศทั่ว
อำมาตย์ราษฎรได้ สุขซร้องสรรเสริญ ฯ
โคลง ๒ พระชนม์พระเลิศหล้า ห้าสิบเจ็ดปีห้า
มาสสิ้นรัชกาล ฯ  
๏ เถลิงรัฐเชิดฉัตรแผ้ว สิบกับห้าปีแล้ว
เสด็จด้าวแดนสรวง ฯ  

ร่าย กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ เป็นปัฐพินทร์ที่สาม สยามราชอาณาจักร .กรมหมื่นศักดิ์พลเสพย์ ปฐมนรเทพวโรรส เถลิงพระยศนฤนาท กรมพระราชวังบวร ขจรพระเกียรติ์กระเดื่อง เลื่องพระบวราภิธัย ในการทัพจับศึก ปัจจนึกขยาดรณรงค์ อนึ่งไท้ธทรงสันทัด กวีวัจนโคลงกลอน พระบวรราชนิพนธ์ มีแยบยลเยี่ยงกว้าง ซึ่งพระองค์ทรงสร้าง สฤษดิ์ไว้ในวรรณ คดีเอย ฯ

โคลง ๔ รัชกาลพระนั่งเกล้า อยู่หัว
เริ่มเมื่อม่านขมุกขมัว มืดตื้อ
ทำศึกนึกไม่กลัว แต่กลับ กลายแฮ
ม่านราชย์อาจถูกรื้อ ฝรั่งร้ายหลายเหลือ ฯ
๏ ไทยพม่าครานั้นเกลียด กันนัก
เหตุที่เป็นปฏิปักษ์ ปลุกปล้ำ
ม่านเผดิมเริ่มโหมหัก ไทยก่อน
ไทยง่าพม่าเงื้อก้ำ กึ่งต้านทานกัน ฯ
๏ โบราณม่านราชผู้ เพ็ญอำ นาจนา
เอิบฤทธิ์คิดก่อกรรม ก่อนกร้าว
หงษาชิวหาดำ ดำริห์
เวรก่อต่อติดด้าว ต่อด้าวร้าวฉาน ฯ
๏ สามร้อยปีเศษตั้ง แต่สมัย นั้นนา
เคี่ยวขับทัพมาไป ไป่สิ้น
จนฝรั่งหลั่งมาใน ระหว่าง
ม่านราชอำนาจหวิ้น วากเว้เหหัน ฯ
๏ มรัมมรัฐตัดเหตุเศร้า สงคราม
เมื่อราชอำนาจซาม เศิกไร้
ตราบใดกษัตร์ใฝ่ความ เป็นใหญ่ ยิ่งแฮ
ชาติบ่อยู่สุขได้ ดั่งนี้มีนัย ฯ
๏ ใช่ไทยใช่พม่าทั้ง ชาติดอก ท่านเอย
ที่ก่อการเฉลิกถลอก รบสู้
ใช่ชาติบาดหมางหมอก มานมืด
สารพัดเพราะกษัตร์ผู้ ครอบบ้านครองเมือง ฯ
๏ ปลดราชปราศร้อนเรื่อง ราวเข็ญ
มรัมมรัฐวัฒนเย็น ยืดได้
รบราฆ่าฟันเป็น อันปลิด ไปเอย
ไทยพม่าหย่าศึกไร้ เร่าร้อนฟอนไฟ ฯ
โคลง ๒ รัชกาลพระนั่งเกล้า ศึกพม่าไม่มาเย้า
แต่ด้านอื่นมี ฯ  
๏ เวียงจันทน์ขบถต่อไท้ เรียบราบกำราบได้
หลาบด้วยเดชา วุธแฮ ฯ
๏ ศึกญวนกวนอีกด้าน สิงหเสนาคต้าน
ต่อไว้ไกลกรุง ฯ  
โคลง ๔ เศิกสยบสงบยุทธ์ยื้อ ยายี
ปราบปลดหมดไพรี เพื่อนบ้าน
แต่ยังฝรั่งมี เป็นห่วง
ชนยุโหรปโลกกว้าน กวาดแคว้นแดนดิน ฯ
๏ อังกฤษปลิดม่านเสี้ยน ศึกไป แล้วนา
ฝรั่งหยั่งเยื่อใยไทย ถิ่นนี้
พาณิชย์ชิดชวนไม ตรีต่อ กันแฮ
ไทยไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ใช้ไมตรี ฯ
๏ สองข้างต่างโต้ตอบ ต่อรอง กันนา
ยังมิทันปรองดอง สดวกได้
ความคิดผิดทำนอง กันหน่อย หนึ่งนอ
แม้ว่าไมตรีไหม้ อาจไหม้ใหญ่หลวง ฯ
๏ เหตุเห็นเช่นนี้เมื่อ มาชงัก
เพราะพระองค์ทรงศักด์ เสด็จฟ้า
ย้อนตรึกนึกน่าหนัก ใจอยู่
นานเนื่องเรื่องการค้า คาดคั้นปัญหา ฯ
๏ เมื่อตติยมหาราชใกล้ สวรรค์คต
ดำรัศปัจฉิมพจน์ สั่งไว้
การศึกปัจจนึกหมด ญวนม่าน แล้วนา
ยังห่วงบ่วงฝรั่งให้ เนตรตั้งรวังรไว ฯ
๏ เขามีความรู้หลาก หลายนัย
ล้วนซึ่งเราพึงใจ ใคร่รู้
ความคิดวิชชาใด ควรทราบ
จงอย่าวางใจสู้ สืบคว้าหาหน ฯ
โคลง ๒ สมเด็จพระนั่งเกล้า ครองราษฐ์ปราศสิ่งเศร้า
จวบสิ้นวาระ พระเอย ฯ  
๏ ภายในไทยสงบถ้วน ทรงประศาสน์ราชกิจล้วน
เหมาะแท้แก่สมัย ท่านนา ฯ  
๏ หลายสิ่งพระสฤษดิ์ไว้ เครื่องระลึกถึงไท้
ที่สร้างอนุสสรณ์ ฯ  
โคลง ๔ ทรงซ่อมทรงสร้างพระ อาราม
หลายแห่งแหล่งนิคมคาม เขตกว้าง
อบรมบ่มบุญตาม พระมติ
สุดสง่าวัดวาสล้าง สลักไว้ในแด ฯ
๏ สิ่งหนึ่งซึ่งพระเกื้อ การกุศล
คือวัดพระเชตุพน เพิ่มสร้าง
จารึกศึกษาผล เผยผริต
ตำหรับสรรพคุณอ้าง อรรถเอื้ออำนวย ฯ
๏ วากย์กวีมีสลักพื้น แผ่นผา
สมเด็จพระปรมา นุชิตเชื้อ
ทรงนำส่ำเมธา มธุพจน์
เยี่ยมแยบแบบฉบับเกื้อ เกียรติ์กว้างทางกวี ฯ
๏ ทรงเชลงเตลงพ่ายเร้า รึงใจ
ผู้สดับจับหฤทัย ทุกผู้
คำหอมกล่อมกลอนไพ เราะโสตร
ยังไม่มีใครสู้ แต่นั้นนานมา ฯ
โคลง ๔ ใครกล่าวสาวเรื่องย้อน ถอยหลัง หน่อยรา
พระพุทธยอดฟ้ายัง ใช่เจ้า
บ่าวสาวกล่าวปลูกฝัง ฝั่งใฝ่ ฝาแฮ
นรีรัตน์ขัติเยศเข้า คู่ห้องสองสม ฯ
๏ ควรเห็นเป็นคู่สร้าง สวามินทร์
สมเด็จพระอมรินทร์ เลิศแก้ว
กอเหล่าเผ่าธรณินทร์ สืบเนือง มานา
ปฐมชเนติเกศกษัตริย์แพร้ว เพริศแคว้นแดนเกษม ฯ
๏ มหิษีสยามราชไท้ ธรเณนทร์ ถัดนา
สมเด็จศรีสุริเยนทร์ เยี่ยมเผ้า
หลานน้าสยาเมนทร์ ปฐมราช
พระชเนติพระจอมเกล้า ปิ่นเกล้าเพราพงษ์ ฯ
๏ พระลูกองค์แรกเข้า ครรภะ
คนมิทราบอิสสริยะ ยุวเจ้า
เจ้าจอมแว่นผู้พระ สนมเอง
นบบาทปฐมราชเฝ้า ใฝ่ไท้ทูลถาม ฯ
๏ อันองค์ทารกผู้ ปฏิสนธิ์ นี้นา
ทรงราชอิสสริยถกล เกียรติ์ฟ้า
ฤาไฉนปิ่นภูวดล ดำรัศ หน่อยเทอญ
๏ พระพุทธยอดฟ้าตรัศ ตอบพลัน
ชนกก็เจ้าฟ้าอัน เอี่ยมหล้า
เจ้าฟ้าชนิกาทัน เทียมศักดิ์ กันนอ
ลูกก็เป็นเจ้าฟ้า แน่แท้ธรรมเนียม ฯ
๏ ลูกหลานท่านด่วนได้ กันเอง
จึ่งเกิดการอลเวง วุ่นว้า
เนื้อหน่อระย่อเกรง พระเดช
เมื่อตรัศว่าเจ้าฟ้า จึ่งฟื้นคืนใจ ฯ
๏ เจ้าฟ้ามงกุฎเจ้า ฟ้าจุธา มณีนา
เมื่อพระเลิศหล้าลา โลกนั้น
จำเริญพระชนมา ยุหย่อน อยู่แฮ
พระพี่ทรงผนวชหมั้น มนีสกว้างทางศีล ฯ
๏ กาละพระนั่งเกล้า สวรรค์คต
จึ่งอมาตย์มนตรีหมด มากถ้วน
เชิญองค์พระทรงพรต สมณราช
เถลิงรัฐสืบกษัตร์ล้วน เลิศสร้างทางเกษม ฯ
๏ ศึกษิตนิตยน้อม จำเนียร
รอบคอบกรอบการเรียน รวบไว้
ปัญญาประภาเพียร พิทเยศ
เพราะผนวชนานท่านได้ ช่องรู้เรียนนาน ฯ
๏ สังขยาสาธนชี้ ชำนาญ
นักษัตรวิทยาชาญ เชี่ยวใช้
คำณวนประมวลกาล กำหนด
สุริยคราสจันทคราสให้ ล่วงรู้ชูชม ฯ
๏ สมัยไทยไม่ทราบเค้า ความคิด
คนตวันตกทิศ ทวีปกว้าง
ทรงถนัดตรัศอังกฤษ เขียนอ่าน
จึงทราบทางลมบ้าง ว่าร้ายฤาดี ฯ
๏ ลมโลกโบกร้ายสู่ อาสยา นี้นอ
ตื้นลึกความศึกษา ส่อแก้
ความคิดปลิดปัญหา เห็นโปร่ง
บ่ายบิดเข็มทิศแท้ ถูกต้องคลองลม ฯ
๏ รัชกาลที่ ๔ ไท้ ธราธร
พระกนิษฐภราดร ปิ่นเกล้า
ครองพระราชวังบวร อภิเศก
เสมออิสสริยพระเจ้า ภพผู้อยู่หัว ฯ
๏ สองโสทรราชได้ ดำรง รัฐแฮ
ขณะเมื่อเหลือจะทนง เนิ่นได้
โอนอ่อนผ่อนปรนปลง หทัยเที่ยง เถิดเอย
ภัยยุโหรปโอบใกล้ เอิบกล้ามาถึง ฯ
๏ กอไผ่ไม่ล้มเมื่อ ลมมา
ไม้ใหญ่ไม่ทานพา ยุร้าย
ขวนขวายบ่ายเบี่ยงหา หนสงบ ไว้เทอญ
ผ่อนหนักเป็นเบาย้าย แยบเยื้องเนืองนัย ฯ
๏ เข็มทิศคิดทั่วแล้ว ฤาไฉน พระเอย
ไป่กริ่งทิ้งเก่าไกล ใหม่กล้า
คบฝรั่งดั่งมิตรใน ขณะเมื่อ
ฝรั่งโลภโอบมือคว้า ไขว่แคว้นแสนเข็ญ ฯ
๏ ธงนำพาณิชให้ หายหิว
พาณิชย์นำธงปลิว ปราศกั้น
กำปั่นหลั่นเป็นทิว ไปทั่ว
น้ำที่ไหนที่นั้น แน่แท้ปลาถึง ฯ
๏ ทางค้าท่าขึ้นสู่ แควสิน ค้าเอย
เมี้ยนนักมักแผ่นดิน ตกไร้
อ่าวเปิดเกิดทางภิญ โญยืด
สืบส่อต่อกันได้ กับด้าวพหิดล ฯ
๏ รัชกาลที่ ๕ เจ้า จอมสยาม
สังเกตเหตุการยาม โยคแปล้
ไตร่ตรองถ่องทวนตาม พระมติ
บ่งอุบายบ่ายแก้ เบี่ยงก้าวยาวยง ฯ

ร่าย พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมัยขมุกขมัวอาสยา พระปรีชาเชิงการณ์ พาภูบาลให้เห็น ความขุกเข็ญแค้นเคียด อันเบียดเสียดมาถึง พึงย่อหย่อนผ่อนปรือ ทำหนังสือสัญญา พาณิชยราชไมตรี เอาใจดีเข้าต่อ กอบก่อสันถวมิตร รักษาอิศรภาพ เหตุทรงทราบตัวอย่าง ในเมืองต่างประเทศ ฯ

๏ เช่นภูเบศร์แห่งพม่า ชล่าอยู่ตามคติเก่า ไม่รู้เท่าทางภัย จึ่งเป็นไปดังเห็น เป็นเครื่องเศร้ากำศรด หมดศักดิ์สิทธิ์ฤทธิ์เดช ฯ

๏ อนึ่งประเทศญี่ปุ่น เกิดว้าวุ่นนักหนา จำเดิมภาละครั้ง ดั้งเดิมตั้งรังเกียจ เดียดฉันชนต่างด้าว เกิดร้อนร้าวพัลวัน เรืออเมริกันเข้าไป ญี่ปุ่นใสด้วยปืน แต่ฝรั่งขึ้นไปใหม่ เรือปืนใหญ่สี่ลำ นำไปจอดทอดเสมอ คอมโมดอร์เปอร์รีย์ ดื้อไม่มีใครเหมือน ส่งสารเตือนรัฐบาล แม้ยืนกรานจักยับ ภายหลังกลับไปใหม่ เรือรบใหญ่สิบลำ กำยำยืนปืนหนัก เรือใช้จักรเร็วฉกาจ เป็นเครื่องประหลาดสมัยนั้น ครั้นญี่ปุ่นปราชัย จำใจเซ็นสัญญา ทหารอเมริกาจึงยก ขึ้นสู่บกครั้งแรก แปลกที่ไม่เคยมี เซ็นไมตรีกับใคร พึ่งมีในครั้งนั้น ฯ

๏ ความบีบคั้นอักอ่วน ส่วนเมืองจีนนั้นเล่า ถูกเขย่าหลายครา ถูกบีฑาหลายคราว ศึกอื้อฉาวหลายครั้ง ไป่ยันยั้งอยู่ได้ ต้องยอมให้สัญญา เปิดมรคาพาณิชย์ รักษาอิศรภาพ อันเป็นลาภพึงสงวน ฯ

๏ ฉนี้ทั้งมวญประเทศ เขตทวีปอาสยา ภาคบูรพามีสาม สยาม ญี่ปุ่น จีน เลี่ยงปราธีนอยู่ได้ นอกจากสามนี้ไสร้ ตกต้องเป็นเมือง ออกเอย ฯ

โคลง ๒ ที่ ๔ ธีรราชเจ้า อลุ่มอล่วยอวยทางเข้า
ที่ข้องปล่องโปร่ง ไปเอย ฯ
๏ ภายในไทยทั่วด้าว ทรงประศาสน์ปราศร้าว
เรียบร้อยรอยรัฐ รอบแฮ ฯ
๏ นฤบดีพี่ร่วมท้อง ภาระมอบพระน้อง
ท่านบ้างบางส่วน ควรเอย ฯ
โคลง ๔ แบ่งสรรปันเปลื้องราช การยะ
พระบาทสมเด็จพระ ปิ่นเกล้า
ทรงรับราชภาระ บางส่วน
ซึ่งพระเชษฐนาถเจ้า ท่านแจ้งจำนง ฯ
๏กีฬาม้าช้างจัด เจนมวญ
ตะบองกระบี่คลีรำทวน ท่านพร้อม
แคล่วคล่องถ่องทุกขบวน อาวุธ
ปืนใหญ่ปืนเล็กซ้อม ศัสตร์ซ้ำชำนาญ ฯ
๏ แสนย์สถลยลแยบด้าว ตวันตก
ฝึกหัดจัดทัพบก แบบนั้น
ทางทหารท่านสาธก ถ้วนถี่
กฎสั่งบังคับปั้น แปลกเค้าเลาเดิม ฯ
๏ ทัพเรือเมื้อสมุทสร้าง สัมฤทธิ์
ปราศเปรียบเทียบในทิศ ออกถ้วน
เครื่องจักรจากอังกฤษ ทรงสั่ง
ปืนประจำลำล้วน เรี่ยวล้ำรำบาญ ฯ
๏ ไทยมีทัพสมุทรเมื้อ ใหม่สมัย
เรืองระบือลือไกล เกียรติ์อื้อ
แถบนี้บ่มีใคร มีเช่น นั้นเลย
ญี่ปุ่นมาขอซื้อ แต่ไท้ไป่ขาย ฯ
๏ สมเด็จพระปิ่นเกล้า อยู่เศียร
ทรงสว่างทางเรียน เท่ารู้
นานาวิชาเพียร พรรลึก
น้อยจะมีใครสู้ เมื่อร้อยปีปลาย ฯ

ร่าย พระปิ่นเกล้าสวรรค์คต ก่อนพระจุมภฎภูวนาถ รัชทายาทว่างลง จึ่งองค์พระภูบาล พระราชทานพระแสงดาบ เป็นที่ทราบกันปวง ว่าในหลวงทรงกะ สมเด็จพระโอรส ผู้เพ็ญยศสมญา เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ แทนภูธรต่อไป ฯ

โคลง ๔ ที่ ๕ ประชาธิปไท้ ภูธร
จอมราชย์จุฬาลงกรณ์ เลิศกล้า
กรมพระราชวังบวร อุปราช
บวรวิชัยชาญเจ้า เจิดกล้าวิชาการ ฯ
๏ เมื่อพระจอมเกล้าสู่ สวรรคา ลัยแฮ
สมเด็จพระโอรสา ธิราชไท้
สิบหกพระชนมา ยุหย่อน
ประชวรมากหากหายได้ เหตุด้วยบุญสนอง ฯ
๏ เจ้าพระยาสง่ายศผู้ ยงพงษ์
สมเญศศรีสุริยวงษ์ ว่องกล้า
สำเร็จราชการบง การรัฐ
แทนพระองค์เจ้าหล้า ร่มเลี้ยงเวียงสยาม ฯ
๏ จนเบ็ญจมราชเจ้า จอมธรา
บันลุพระชนมา ยุแล้ว
จึ่งภูธรสู่ภา ระรัฐ
เป็นราชทรงราชย์แกล้ว เกียรติกล้าสากลย์ ฯ
๏ สยามินทร์ปิ่นธเรศเจ้า จุลจอม จักรเอย
นึกพระนามความหอม ห่อหุ้ม
อวลอบกระหลบออม ใจอิ่ม
เพราะพระองค์ทรงอุ้ม โอบเอื้อเหลือหลาย ฯ
๏ ความรู้สู่ท่านถ้วน ทางเสถียร
เมื่อพระเยาว์เล่าเรียน เริ่มปั้น
พลันเพลินเจริญเพียร พิทยเพิ่ม ภูลแฮ
เพ่งพิจารณ์การหมั้น สติหมั้นปัญญา ฯ
๏ ประคับประคองน้องท่านถ้วน ทุกองค์
ดังราชบิตุรงค์จง จิตไว้
เช้าค่ำพร่ำสอนทรง ฝึกหัด
เป็นหลักราชการได้ เด่นกล้ากิดาการ ฯ
๏ พระพจน์หมดเหมาะแท้ ทุกนัย
ตรัศเล่นตรัศจริงใคร จักค้าน
วาจาพระปราไส สุดเสนาะ
จับจิตคิดทุกด้าน เด่นข้อคำไข ฯ
๏ คำหนึ่งซึ่งพระเจ้า อยู่หัว
ตรัศหมิ่นยินควรกลัว กลับกล้า
สาธกยกเป็นตัว อย่างหน่อย เถิดนา
ใครบ่ยินแต่ข้า พเจ้าเสาวนา ฯ
๏ ตูในวัยหนุ่มได้ ทำงาน
รับราชการรัชกาล ที่ห้า
น้อย ๆ ค่อยชำนาญ น่าที่
หลั่น ๆ คั่นช้าช้า ช่องชั้นบันได ฯ
๏ ตอนกลางทางเปิดให้ เห็นสม ใจแฮ
ตำแหน่งหัวน่ากรม ครึกครื้น
ไป่ช้าสบอารมณ์ เร็วรวด
กรมใหม่ใหญ่ยิ่งขึ้น คั่นก้าวยาวยืน ฯ
๏ วันหนึ่งในที่เฝ้า ภูบาล
มีราชวโรงการ แก่ข้า
ในเรื่องถูกย้ายงาน บ่อยบ่อย
ตรัศว่าสมน้ำหน้า ที่ใช้ได้ดี ฯ
๏ พระในท่าที่ห้อม บริหาร
เจ้าชีวิตจิตสันดาน ดัดปั้น
มั่นคงธบงการ บุรณกิจ
ปกราษฎร์ปราศบีบคั้น ขุ่นแค้นเข็นขืน ฯ
โคลง ๒ การคลังสั่งแยกให้ ส่วนใหญ่แก่รัฐไว้
ส่วนน้อยแก่องค์ พระเอย ฯ  
๏ ของท่านท่านโอบเอื้อ มุ่งแต่ความงามเกื้อ
แก่ด้าวคราวควร ฯ  
โคลง ๔ รัชกาลนานยิ่งเจ้า แผ่นดิน อื่นเอย
ชนย่อมยินดียิน เยี่ยงไท้
บำรงพยุงสิน เศรษฐกิจ
ราชทรัพย์ปรับใหม่ให้ แยกตั้งคลังหลวง ฯ
๏ ประเพณีครั้งราชดั้ง เดิมมา
ภาระพระราชา ช่วงใช้
หมดทั้งพระคลังมหา สมบัติ
เป็นทรัพย์ส่วนองค์ไท้ ท่านสร้างสะสม ฯ
๏ พระปิยมหาราชเจ้า ทรงจัด
คลังมหาสมบัติ แบ่งสร้าง
เป็นทรัพย์ราชการรัฐ รวบรวม
รายจ่ายรายรับอ้าง ออกด้านบาญชี ฯ
๏ จัดพระคลังข้างที่ ส่วนองค์ พระเอย
ทรัพย์แต่ส่วนน้อยทรง แยกไว้
ส่วนมากประจาคจง จินตนะ
สมส่ำสำหรับใช้ เชิดแคว้นแดนสยาม ฯ
โคลง ๒ ต่าง ๆ ทางก่อกู้ เกิดแต่การเรียนรู้
เลิศล้ำสำคัญ ฯ  
๏ สมเด็จบิตุราชไท้ ปัจจักษ์หลักนี้ได้
เริ่มสร้างทางเรียน ฯ  
๏ รับมรดกชนกเจ้า จึ่งพระจุลจอมเกล้า
ท่านกว้างทางมติ ตริเอย ฯ  
โคลง ๔ “ความรู้คู่เปรียบด้วย กำลัง กายเฮย”
พระราชนิพนธ์ดั่ง นี่อ้าง
เป็นหลักประจักษ์จัง จริงจิต
สำนักนิ์การเรียนสล้าง สลักไว้ในกมล ฯ
๏ ทางตรงทรงทราบแจ้ง จริงหทัย ท่านเอย
สิ่งที่จำเป็นสมัย ใหม่นี้
คือว่าวิชาใน ตวันตก
อยากจะรู้อย่าลี้ เร่งเต้าเร็วตาม ฯ
๏ ส่งไทยไปยุโหรปทั้ง อเมริกา ด้วยแฮ
เพื่อศึกษาภาษา แผ่สร้าน
หลายอย่างต่างวิทยา ยืนปโยชน์
ราชทรัพย์นับล้านล้าน เลิศล้นผลสนอง ฯ
๏ หลายไทยได้เชิดหน้า ชูเสนอ
แวววิชาพาเผยอ ยาตร์เต้า
มั่นเหมาะเพราะคัลเชอร์ คู่ชาติ
สงวนเก่าเอาใหม่เข้า ควบด้วยอวยผล ฯ
๏ นักเรียนเพียรผ่านท้อง ทเลไกล
สมาชิกศิกษาลัย เลศรู้
นึกขำที่คำไทย เคยเทียบ
ว่าพวกหัวนอกผู้ ผ่านแล้วแนวเรียน ฯ
๏ หัวในหัวนอกโน้น นานสมัย
รับราชการหว่านไกล พืชกล้า
เกิดก่อต่อเยื่อใย ยาวปโยชน์
จากรัชกาลที่ห้า จวบนี้มีแนว ฯ
๏ เรียนจริงอิงหลักได้ ดีเรียน
ฤาว่าสักแต่เลียน ว่ารู้
เพียรเรียนใช่เลียนเพียร พิทเยศ
ปราศวิชาพาคู้ คุดเค้าเดาเดิน ฯ
๏ นัยฉนี้มีหลักอ้าง อิงพยาน
ส่อส่งพงษาวดาร เด่นเค้า
เมื่อบ้าว่าราชการ โกยกอบ
ฤาเมื่อกุ๊ยเป็นเจ้า ครอบบ้านครองเมือง ฯ

ร่าย ทางไมตรีกับฝรั่ง ดั่งสมเด็จพระชนก ยกเป็นแยบดำเนิน จำเริญรัฐประศาสน์ เบ็ญจมราชทรงอนุวัตน์ หลายพหิรัฐต่อติด สนิทสันถวไมตรี มีสัญญาค้าขาย ขยายออกไปให้กว้าง ทรงเรียกจ้างผู้ชาย เชิงราชการต่างแผนก ให้แรกเริ่มเผดิมงาน ในเฉพาะกาลหัวต่อ ทางกอบก่อหลายนัย อาไศรยชาวต่างประเทศ อันอวยเลศรอบรู้ กว่าจะมีไทยผู้ ช่วงใช้ได้พอ การแฮ ฯ

โคลง ๔ การคลังการป่าไม้ การรถ ไฟแล
การทดน้ำกำหนด น่านกว้าง
การแร่แง่การกฎ หมายใหม่
อาทิที่ท่านจ้าง ฝรั่งเอื้ออวยผล ฯ
๏ รุ่นใหม่ไทยหนุ่มได้ ดีงาน
แต่ขาดความชำนาญ นั่นแล้
คั่นต่ำประจำการ ไปก่อน
บ้างก็ฝืดอืดแอ้ ไป่เอื้อมเอาสูง ฯ

ร่าย ไมตรีส่วนพระองค์ ทรงสืบส่อต่อติด กับชนทิศอัสดงคต ปรากฏนามภูธร ขจรไปในยุโหรป โอบถึงทวีปอเมริกา แขกเมืองมาเยี่ยมเยียน เจ้ายุโรเปียนหลายองค์ หลายราชวงษ์หลายประเทศ ฯ

๏ อนึ่งภูเบศร์เสด็จประพาศ เยี่ยมจอมราษฐ์ในยุโหรป โกบประโยชน์โสตถิผล ไม่มีคนไทยใด ได้เคยไปเที่ยวถ้วน สังเกตเหตุการล้วน ดั่งไท้ได้ยล ทั่วเอย ฯ

โคลง ๔ เมื่อเยาว์เราเที่ยวได้ ความสนุกนิ์
เที่ยวเมื่อใหญ่ได้ปลุก สติตั้ง
แบบอย่างต่างแยบทุก สถานถิ่น
กรรณเนตรสังเกตทั้ง ที่สิ้นยินเห็น ฯ
๏ ผู้เที่ยวเยียวใช่ผู้ ดูเป็น
ดูก็ดูไม่เป็น ดอกเน้อ
เหม่อ ๆ มเมอเหม็น เบื่อหมด
พูดก็พูดเพ้อเพ้อ ว่าได้ไปดู ฯ
๏ วาจาภาษิตโน้ม นำใจ
คำบุราณกาลไกล กล่าวกล้า
ความว่าผิวฬาไป ท่องเที่ยว
ก็ไม่กลายเป็นม้า กลับบ้านบานใจ ฯ
๏ พระจุลจอมเกล้าเสด็จ แดนใด
แดนพระเนตรภูวนัย ถนัดถ้วน
ใครเลยจะเคยไม ตรีจรด
เจ้าแผ่นดินถิ่นล้วน ที่ไท้ไปถึง ฯ

ร่าย กรมพระราชวังบวร บวรวิชัยชาญ ทรงถนัดการศิลปะ แลวิศวะกรรมกล เครื่องใยยนต์หลายแยบ แบบไทยแบบต่างประเทศ อันมีเลศนานา ฯ

๏ ทรงภาษาอังกฤษ ปลิดมาแปลเป็นไทย ไขเรื่องรามายัณ ตลอดทุกกัณฑ์ที่มี ฯ

๏ ส่วนการกวีนั้นเล่า ชนรุ่นเก่ารู้กัน ว่าคำฉันท์ยาวเฟื่อง มีสองเรื่องที่ไท้ ทรงพระนิพนธ์ไว้ เทิดแท้ทางกวี ฯ

โคลง ๒ พระชนมายุสั้น สี่สิบแปดเท่านั้น
ท่านเมื้อเมืองบน ฯ  
โคลง ๔ รัชกาลที่ ๕ เบิก ปัญหา มาแฮ
ว่าประชาธิปัตย์ แปลกกี้
จักควรด่วนฐาปนา แน่เนิ่น
ฤาจะช้า ๆ ชี้ ชักให้ไทยเห็น ฯ

ร่าย พระปรมินทร์ปิ่นภพ ปรารภรัฐประศาสน์ บำรุงราษฎรไทย ในรัชกาลของพระองค์ ทรงพระราชดำรัศ ซัดกระแสแง่ความ ตอบคำถามพระกนิษฐ์ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย ดำเนินนัยดั่งนี้ แน่ตระหนักชักชี้ เชิดแท้พระหทัย ท่านเอย ฯ

คำทูลถาม สังเกตพหิเทศสร้าง โสตถิ
โยงนิยามตามคติ แต่งกว้าง
สมญาประชาธิ ปัตยะ
เราจะลองดูบ้าง แบบนั้นฤาไฉน ฯ
โคลง ๒ เห็นไกลในภาคหน้า จึ่งนรินทร์ปิ่นหล้า
ล่วงรู้เลาทาง ฯ  
๏ โบราณท่านว่าช้า ยอมจะได้สองพร้า
เพริศแท้ทางภา ษิตเอย ฯ  
๏ หุนหันพลันแล่นเข้า เหยียบหล่มจมลึกเท้า
ยากแท้จักถอน ฯ  
พระราชดำรัศตอบ เราไทยในแหล่งนี้ ลำเนา รัฐนา
อ่อนหัดปรัชญาเยาว์ แยบย้อม
การเมืองเครื่องมึนเมา มีมาก
แม้ว่ายังไม่พร้อม เพลี่ยงพล้ำทำเสีย ฯ
๏ เสรีผิวให้ก่อน เวลา ควรแฮ
เมื่อราษฎร์ปราศศึกษา ส่องแจ้ง
ความสุกก่อนห่ามมา มัวมืด
เหตุที่ปัญญาแล้ง ย่อมร้างทางเจริญ ฯ

ร่าย ใจความตามดำรัศ ใคร่ออกอัตถ์อธิบาย ขยายให้เห็นแจ่มแจ้ง ในที่เสรีแท้ง เทียบถ้อยทำนอง นี้นา ฯ

โคลง ๔ เสรีมีเมื่อไร้ ปัญญา
ปทีปถ่องส่องทางพา เพ่งก้าว
อำนาจปราศวิชชา ชูจัก
รังแต่จักหักร้าว เห่อรั้งพังทลาย ฯ
๏ บางคนกมลมุ่งฉ้อ โฉงเฉง
ประกาศอาตมเอง อาจเอื้อม
เสรีบ่มีเพลง พลัดเพลิด
วางใหญ่ไว้แง่เงื้อม เงื้อนโค้งโกงกล ฯ
๏ ไขหลักชักเชิดชี้ ชวนใจ
พวกมากลากกันไป ปลุกป้อน
น้อยผู้จะรู้นัย ความคิด
ช่วยชาติเพื่อกวาดต้อน ปโยชน์ไว้ในตน ฯ
๏ ใช้แยบแอบอ้างชื่อ ชนหลาย
ยื้อแย่งตำแหน่งนาย หนีบเน้น
จำโนษโฆษณสาย สนจมูก
หมู่มหิงส์วิ่งเต้น ใต่เต้าตีนตาม ฯ
๏ เสรีมีไม่ช้า ชิมรศ
แปรธาตุฝาดเฝื่อนกรด กัดลิ้น
โอษฐ์หุบอุบอิบหด หัวหู่
อ่อนจิตอิศรสิ้น สุดแล้วเสรี ฯ
๏ เปลี่ยนเป็นหมู่น้อยหนีบ อำนาจ ไว้นอ
เปิดป่าวข่าวช่วยชาติ เชิดหน้า
ปวงชนย่นคิ้วขยาด ขยักขย่อน
สิ้นอยากหากไม่กล้า กลับค้านการเมือง ฯ
๏ อัลปชนาธิปัตย์แกล้ว กำเรียง
แปลว่าสุดแต่เสียง ส่วนน้อย
ทวยราษฎร์ปราศสำเนียง ในราษฐ์
ส่วนมากปากหุบห้อย หอกจ้องจองภัย ฯ
๏ ไป่นานพาลอาจเอื้อม อาชญา
หยิบรัฐธรรมนูญปา ปิดตู้
บ่ายเบี่ยงเยี่ยงเอกา ธิปัตย์
สิทธิ์ขาดอำนาจผู้ เพ่งปล้นคนเดียว ฯ
๏ เอกาธิปัตย์เที้ยร ทางฉิบ หายแฮ
คือดิกเตเตอร์ชิป เชิดชั้น
เสรีที่ยกหยิบ มากล่าว
เป็นแต่เพียงหมอกกั้น ไม่ให้ใครเห็น ฯ
๏ ความเปลี่ยนเวียนตั้งแต่ เสรี เริ่มแฮ
เคลื่อนขยับหลับเลมอมี มากเพ้อ
คั่นโอลิกากีย์ กำหราบ
ที่สุดดิกเตเต้อร์ เติบกล้าบารมี ฯ
๏ ศึกษาทั่วบ้านทั่ว เมืองไทย
แม้ว่ามีเมื่อไร เมื่อนั้น
ประชาธิปัตย์ใน ประเทศ
จึ่งจะยึดรากหมั้น หมดม้างทางมาร ฯ
๏ วิชาประชาธิปัตย์เพี้ยง พอใจ
พึงสดับตรับนิตินัย นิตยซ้อม
นำป้อนราษฎรไป แต่ขณะ นี้นา
รุ่นน่าน่าจักพร้อม พรั่งแผ้วแนวทาง ฯ

ร่าย กล่าวฉนี้ไซร้ใช่ดำรัศ แห่งจอมกษัตร์โดยคำ แต่โดยทำนองความ คำทูลถามทรงแถลง ไม่เคลือบแคลงมิดเมี้ยน คำราชอาจเทียบเที้ยน ที่ถ้อยตูแถลง นี้แล ฯ

พระราชดำรัศต่อ บำรุงหลายอย่างแล้ว รัชกาล นี้นา
ไทยส่ำสำราญนาน นอบน้อม
ไป่ควรด่วนรังควาน ความสงบ
คอยเมื่อศึกษาพร้อม เพริศหมั้นปัญญา ฯ
๏ สามสิบปีข้างน่า นึกเห็น
โอกาศปาลิเม็นต์ เหมาะใกล้
ฉัฏฐราชย์อาจจักเป็น ปฐมฤกษ์
เริ่มรัฐธรรมนูญไร้ โรคร้ายภายหลัง ฯ

ร่าย พระจุลจอมเกล้าเจ้าชีพ รีบเสด็จด้าวนภดล พระชนม์ห้าสิบแปด แต่แวดสยามมานาน รัชกาลยาวยืนยง ยิ่งกษัตร์องค์ใดใด ในพระราชพงษาวดาร ขานพระนามฉายา พระปิยมหาราชเจ้า เพราะพระจุลจอมเกล้า ท่านแม้นพ่อแม่ มวญเอย ฯ

โคลง ๔ แห่พระบรมศพเจ้า จอมจักร
หวนระลึกนึกตระหนัก เนตรแสร้ว
ฉนำฉนำภาพจำหลัก จารึก
สามสิบสี่ปีแล้ว จิรไร้ใจลืม ฯ
๏ รวิวารแรม ๕ ค่ำ เดือน ๑๑
เชิญพระศพสมเด็จ ชนกเจ้า
ปิ่นรัฐขัติยเพ็ช ราวุธ
ทรงพระดำเนินเข้า เคลื่อนคล้อยรอยทาง ฯ
๏ ย่ำค่ำคำสั่งให้ เดินขบวน
เสียงสุรางค์นางครวญ คร่ำก้อง
แตรปี่มี่รัญจวน ใจสลด
เปิงพรวดพรวด ๆ ซร้อง ศัพท์ซ้ำกำศรวญ ฯ
๏ สามคานยานมาศเรื้อง จำรัส
นพปฎลเสวตรฉัตร เชิดกั้ง
พระโกษฐโรจนรัตน์ ไรแอร่ม
ยังบ่เคยมีครั้ง อื่นให้ใครเห็น ฯ
๏ ธูปเทียนดอกไม้เนื่อง แนวถนน
สองฟากมากฝูงคน ร่ำไห้
ยามค่ำชะอ่ำฝน ฟ้ามืด
แลบ่เห็นตัวได้ สดับเพี้ยงเสียงครวญ ฯ
๏ ท้าววรุณเทวราชให้ วลาหก มาฤา
เพื่อกระทั่งหลั่งอุทก ที่กว้าง
เมฆมิดปิดดารก เดือนลบ
เทียนส่องแซงสองข้าง คู่ริ้วทิวขบวน ฯ
๏ ยานมาศยาตร์เยื้องท่อง แถวถนน
ยังมิถึงครึ่งหน เหือดอ้าว
มารุตดุจดังฝน แสนห่า มาแฮ
พ้าแลบแทบทุกก้าว ที่ก้าวยาวทาง ฯ
๏ เมื่อขบวนจวนเข้าราช ดำเนิน ในนา
ถนัดดั่งฟ้ามาเชิญ เสด็จฟ้า
อัมพรอมรเหิร เห็นแวบ
แววประกายพรายกล้า เกลื่อนห้องเวหา ฯ
๏ ยิ่งใกล้ไฟแลบฟ้า นำฝน
ปราบแปรบแถบนภดล ดื่นข้าง
สว่างทั่วปริมณฑล ทุกอึด ใจเอย
ดังทิวามามล้าง มืดมล้าราตรี ฯ
๏ เมขลาล่อแก้วช่วง ชัชวาลย์
รามสูรขว้างขวาน ไขว่คว้า
ร่ำไรไล่รำบาญ ฤๅเบื่อ
เปรี้ยงแวบสายแลบฟ้า ผ่าฟ้าพาฝน ฯ
๏ เมขลารามสุรร้าย ราวี
มาช่วยอำนวยกี รณกล้า
โอภาศราชวิถี ทางแห่
ดังประทีปกลีบฟ้า ซึ่งฟ้ามาถวาย ฯ
๏ อจิรประภาอากาศก้อง ก่องจรัส
ฉายพระโกษฐ์เสวตร์ฉัตร เชิดก้ำ
อึดใจไป่เว้นอัส นีส่อง
ช่วงโชติโรจนล้ำ เลิศพ้นคนทำ ฯ
๏ ถั่นถึงทวารเวศม์เจ้า จอมปราณ
ยานมาศราชศวาธาร เทิดเงื้อม
สายฟ้าประภาการ ปรากฏ
ดั่งพระอาทิตย์เอื้อม อร่ามทั้งวังหลวง ฯ
๏ เสร็จเชิญพระศพไท้ เถลิงอาศน์
ดุสิตมหาปราสาท สุดเศร้า
จึ่งพระพิรุณสาด ฝนส่ง
ทึกท่วมถึงข้อเท้า ท่องน้ำดำเนิน ฯ
โคลง ๒ ฝนดั่งฝนสั่งฟ้า ส่งรัชกาลที่ห้า
เสด็จเมื้อเมืองสวรรค์ ฯ  
โคลง ๔ พระมงกุฎเกล้าเริ่ม รัชกาล
ไทยประเทศสมาทาน เทิดแล้ว
เชิดชาติราษฎร์สำราญ ในร่ม รัฐแล
ทรงประศาสน์ราชกิจแผ้ว ผ่องพ้นคณนา ฯ
๏ หลายประการผ่านภพผู้ พงษ์วิพุธ
สมเด็จวชิราวุธ ราชเจ้า
สืบโสตถิ์ประโยชน์สุด ทรงต่อ
จากพระจุลจอมเกล้า ชนกไท้ธรณินทร์
๏ เป็นราชองค์แรกตั้ง แต่ไหน มานา
เคยสู่ศึกษาลัย ยุโหรปเรื้อง
ช่ำชองว่องไวไว ทเยศเยี่ยม
รู้บ่รู้เปล่าเปลื้อง ปลดรู้สู่เรา ฯ
๏ วรรณคดีมีมากไว้ โวหาร พระเฮย
หลายเรื่องเครื่องสำราญ เลื่องรู้
ตำราวิชาการ กำหนด
น้อยจะมีใครผู้ เทียบไท้เทียมทัน ฯ
๏ บรมราชาภิเศกก้อง กิดาการ
โอภาศราชสมภาร ผ่านเผ้า
แขกเมืองเนื่องมาขาน คำสวัสดิ์
แทนรัฐแทนราชเจ้า ต่างแคว้นแดนไกล ฯ
๏ อาสยามาแต่ครั้ง คราวไหน บ้างนอ
แขกประเทศเขตไกล เกริกกล้า
มารวมประชุมใน งานสง่า
เก้าพระองค์เจ้าฟ้า เฟื่องฟุ้งจรุงใจ ฯ

ร่าย พระมหาวชิราวุธ มกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่ขมุกขมัวพระกมล .เชิงปรุงชนชาติไทย เพื่อกาลไกลอนาคต ทรงออกบทบริหาร บังคับการศึกษา เสริมปัญญาราษฎร ปลูกสหกรณ์ เผยแผ่ แง่ประชาธิปัตย์ ให้ฝึกหัดไปพลาง วางบัญญัติ นามสกุล เป็นทางหนุนสำนึก รำลึกเผ่าพันธุ์ไทย ผู้ภูวนัยนิตยน้อม นำหทัยให้พร้อม พรักไว้ในอนา คตนา ฯ

โคลง ๔ ศึกษาสาธิตแท้ ทางวัฒ นานา
มีพระราชบัญญัติ แยกไว้
ภาคปฐมมัธยมจัด แจกส่วน
ภาคอุดมบ่มใช้ เชิดชิ้นปริญูญา ฯ
๏ สหกรณ์การหัดให้ เห็นทาง
สภาย่อยค่อยทำพลาง เผื่อไว้
เที่ยงเทียบระเบียบวาง เป็นแบบ
ปชาธิปัตย์จัดได้ ดั่งนี้มีแนว ฯ
๏ นามสกุลหนุนเนื่องเค้า สำคัญ
ให้คิดชิดชำนัญ เลือดเนื้อ
ร่วมพรรครักเผ่าพันธุ์ พัลลภ
ใยญาติโยงชาติเชื้อ ชื่อใช้ไทยเถลิง ฯ

ร่าย ในรัชกาลที่หก ยกการโลกขึ้นขาน เหตุการน่าสังเกต หลายประเทศยุโหรป ลโมภอาณาน่าหัว เครื่องพันพัวลามปาม ต่างเกิดความแก่งแย่ง แข่งอำนาจราชศักดิ์ จักรพรรดิราชเรืองเดช เป็นด้วยเหตุมหิจฉตา พามักใหญ่ใฝ่สูง จูงให้จิตคิดเอื้อม เพื่อดนูอยู่เงื้อม ยิ่งเชื้อชนใด ฯ

โคลง ๔ สงครามสามทวีปร้าย ราวี
ราวเมื่อสามสิบปี โน่นนั้น
นานเนื่องเครื่องยายี ยาวยืด
เพราะยุโหรปโลกภปั้น ปลุกให้ใหญ่หลวง ฯ
๏ ใคร่เล่าเค้าเรื่องดั้ง เดิมมา
เพียรพจน์รจนาวา ระนี้
เลาเลศเหตุการกา ละก่อน
เพียงแต่สังเขปชี้ ชักข้อพอควร ฯ
๏ ชนสลาฟคาบก่อนตั้ง สองพัน ปีเอย
กเถิบถิ่นกินขอบคัน คั่นก้าว
คือคลื่นดื่นดาดัน แดนเขยิบ
แผ่ซ่านผ่านสู่ด้าว อื่นดื้อถือดี ฯ
๏ ภาคกลางยุโหรปพร้อม เพรียงกัน
โดยเฉพาะชนเยอรมัน ไม่ลี้
มากมาประดายัน ไว้อยู่
สองเผ่ากาลเก่ากี้ แก่งแย้งแคลงรคาย ฯ
๏ เกิดเป็น ปมเผ่า เหี้ยม หิงสา
ครั้นเมื่อนานๆมา มากเข้า
ขวนขวายกระจายหา หนแห่ง
บ้านอยู่อู่นอนเหล้า แหล่งด้าวราวแดน
๏ เปลี่ยนเป็น ปมชาติ ชั้น หนึ่งอีก
แผนแผกแยกเป็นกผีก แผ่กั้น
เผ่าเดียวเฉี่ยวแฉกฉลีก เป็นรัฐ หลายแล
ถือชาติคือ เนฉั้น เชิดหน้าปชานันท์ ฯ
๏ ครั้นชาติต่อชาติเอื้อม อำนาจ กันนอ
เล็กใหญ่ใครมีขนาด มากน้อย
ชาติย่อมย่อมคิดขยาด ชาติใหญ่
จับกลุ่มชุมพวกด้อย เพื่อได้แรงดัน ฯ
๏ ตาเต็งเล็งน้ำหนัก ไหนขาด อยู่นา
เพียรเพิ่ม ดุลย์อำนาจ เนิ่นไว้
ขวักไขว่ใฝ่หาชติ ร่วมชื่อ
เป็นฝักเป็นฝ่ายให้ อุ่นน้ำใจนอน ฯ
๏ เหตุเห็นเป็นคติร้าย แรงฉกาจ
คือโลภโอบอำนาจ นั่นแล้
จับกลุ่มประชุมชาติ คู่ชีพ
สหายศึกฮึกศักดิ์แปล้ เปี่ยมร้ายปลายรึง ฯ
๏ สองฝักสองฝ่ายเฝ้า ใฝ่คิด
เวียนระแวงแข่งฤทธิ์ รุ่มเร้า
รัสเซียร่วมอังกฤษ ฝรั่งเศษ
อิตลีย์ออสเตรียเข้า ร่วมข้างเยอรมัน ฯ
๏ ปรัมปราภาษิตถ้อย ธำรง
ใคร่สงบเตรียมรบจง พรักพร้อม
หยั่งเหยื่อเยื่อใยยง กลยุทธ
เพื่อจะยังใจย้อม แยบก้าวยาวยืน ฯ
๏ อังกฤษคิดค้าช่วง ชลาลัย
เรือแล่นแม่นทางไกล เกลื่อนกว้าง
ปลูกฝังฝั่งฝาใน แนวทวีป อื่นเอย
นานเนื่องเมืองขึ้นสล้าง สฤษดิ์ด้าวยาวยืน ฯ
๏ อาณาสง่าเงื้อมทั่ว ทุกทิศ
จึ่งทัพเรืออังกฤษ เกรื่องกล้า
เข้มแขงแสดงอิทธิ์ อาบเอิบ
ครองทเลเร่คว้า ไขวแคว้นแดนดิน ฯ
๏ เยอรมันมั่นทัพถ้วน ทางบก
แต่มิอาจยาตร์ยก ย่านน้ำ
ติดขัดอัดอึดอก เอือมจิต
สมุทอยู่ขวางทางช้ำ ชอกแท้แดถวิล
๏ จำเป็นเห็นแน่แท้ ทางยุทธ
ที่จะมีทัพสมุท มากไว้
แดนดินถิ่นไกลสุด สาคเรศ
ทัพไม่ดีไม่ได้ เดชด้อยถอยหลัง ฯ
๏ ตบมือแม้ตบข้าง เดียวใด
มือมิใช่มือไชม ไม่ก้อง
ภาษิตสกิดใจ จำจด
มือจะตบดังต้อง ตบทั้งสองมือ ฯ
๏ การศึกคึกคักคล้าย คมเคียว
เกี่ยวแต่เพียงเล่มเดียว ก็ได้
อำนาจปราศธรรมเสียว สยองจิต
ธรรมปราศอำนายไร้ ฤทธิ์ร้าราวี ฯ
๏ “สงครามเป็นเครื่องค้า ของกษัตร์”
เหตุว่าขัติโยปบัติ บ่มไว้
ใฝ่ศึกฝึกหัดจัด เจนจบ
แรงมากมักอยากได้ ช่องแว้งแรงลอง ฯ
๏ มุ่งร้ายหมายไล่ล้าง ทางสงบ
แขงต่อแขงแรงกทบ กแทกกทั้น
กล่าวเทียบก็เปรียบปรบ สองหัตถ์
ใครจะขวางทางกั้น สกัดห้ามความกหาย ฯ
๏ สงครามความเสื่อมล้วน เร็วสลาย
เป็นเหตุเศรษฐกิจกจาย กจัดถ้วน
เพราะโลภยุโหรปกลาย เป็นกร่อน
เสร็จศึกนึกจักอ้วน อกโอ้โมหันธ์ ฯ
โคลง ๒ หลายด้าวคราวโหดห้วน โดยที่เดินทางด้วน
ไม่รู้หลบหลีก ไฉนเลย ฯ  

ร่าย ออสเตรียราชาธิราช ประกาศศึกเซอร์เบีย รัสเซียราชาธิราช ประกาศระดมพลพลัน เยอรมันราชาธิราช ประกาศศึกรัสเซีย เยียให้เกิดเป็นเหตุ ฝรั่งเศษประกาศยุทธ ฉุดอังกฤษเข้าไป ในที่สุดสงคราม ลามสิบแปดประเทศ เหตุอุตลุดสุดก้ำ โอบเอิบเติบยิ่งล้ำ กว่าครั้งคราวใด ฯ

โคลง ๒ หลายประเทศเภทพ้อง เหลือจะเลี่ยงเบี่ยงต้อง
ติดท้ายปลายแห ฯ  
โคลง ๔ เราไทยในขณะเข้า ข่ายสง ครามแฮ
ใช่เมื่อปัจจนึกลา แหลกร้าว
หฤทัยใช่จำนง อามิศ
ใส่ว่าใครได้ด้าว เพ่มพื้นไผทไทย ฯ
๏ ส่งทัพสู่ทวีปโน้น แนวสมร
ข้ามมหาสาคร ปราศคร้าม
คำนึงนเรศร อยุธเยศ
ใฝ่ยุทธญี่ปุ่นข้าม ทัพท้องทเลจีน ฯ
๏ ทัพไทยไปสู่ด้าว แดนฟรังก์
ในเมื่อการยุทธ์ยัง ยุ่งยื้อ
กฉับกเฉงเร่งสู่สัง เวียนรบ
นับว่ามีมือมื้อ เมื่อได้ชัยเฉลิม ฯ

ร่าย สิ้นรัชกาลที่หก พระปกเกล้าครองกรุง ผดุงอาณาประชาชน พระกมลน้อมนำไป ในทางประชาธิปัตย์ แบบกษัตรรัฐธรรมนูญ หวังเพิ่มภูลผาสุก ปลุกเสรีที่ควร ทรงสอบสวนลักษณะ ระบอบแบบปฏิบัติ จัดกรรมการองคมนตรี ใช้วิธีรัดกุม การประชุมปฤกษา ตามแบบปาลิเม็นต์ ให้เห็นเป็นตัวอย่าง เครื่องสว่างเคร่าไว้ เพื่อประโยชน์โปรดให้ แก่ด้าวคราวควร ฯ

๏ ตรัศให้สืบหลายสาย กฎหมายรัฐธรรมนูญ อันเป็นมูลนิติธรรม ประจำหลายพหิเทศ จำแนกเลศหลายแบบ มีเยี่ยงแยบนานา ที่ปฤกษาหลายนาย ถวายความเห็นต่างกัน ปฤษณาอันยอกย้อน พอเกิดการแซกซ้อน เมื่อร้อยห้าสิบปีเอย ฯ

โคลง ๒ สมเด็จพระปกเกล้า ทรงสละตำแหน่งเจ้า
ภพพื้นไทยพรา ฯ  

เก้าปี

โคลง ๔ เก้าปีพระปกเกล้า ครองดิน
สละราชย์อาศนนรินทร์ เลื่อนคล้อย
สังวัจฉร์รัตนโกสิน ทรศก
เมื่อมินาคมร้อย กับห้าสิบสาม ฯ

ร่าย ปางเมื่อพระราชา อานันทมหิดล ชนมายุยังเยาว์ เนาทวีปตกทิศ โรงเรียนสวิตเซอร์แลนด์ คณะผู้แทนพระองค์ ทรงราชานุภาวะ พระองค์เจ้าอาทิตย์ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม สำเร็จราชการไผท ในพระนามยุวเจ้า เค้ากษัตรรัฐธรรมนูญ หลวงพิบูลสงคราม “ผู้นำ” สยามคาบนี้ มีมหัปผลชี้ ช่องให้เห็นหลาย หนแล ฯ

โคลง ๔ สงครามลามโลกสร้าน คราสอง
เบียดบีบทุกทวีปหมอง หม่นม้าน
ทุกที่ธรณีนอง โลหิต
คนมิรู้กี่ล้าน รบร้าราวี ฯ
๏ จินตนาอาฆาตครั้ง สงคราม โน้นนา
เป็นเรื่องเนื่องนานหนาม เหน็บซึ้ง
เวรก่อต่อเวรตาม เวรตอบ
ปราชิดคิดเคียดขึ้ง ขุ่นแค้นแสนเข็ญ ฯ
๏ ฝ่ายชนะชนะแล้วก็ แล้วกัน
ไป่คิดอนาคตอัน อาจร้าย
อลักเอลื่อเชื่อสันติสัญ ญาสงบ
อึกอักหลักอุ้ยอ้าย อัดอั้นจนมุม ฯ
๏ สงครามความจาบจ้วง จงใจ โจรแฮ
เป็นสิ่งยิ่งกำไร หลั่งล้น
อุสาหะกรรมใด ดีเด่น
ดังอุสาหกรรมปล้น เปรื่องกล้าปรากรม ฯ
๏ แฉกฉีกอีกครั้งใหญ่ ยุโหรป แหลกแล
ฮิตเล่อร์เผยอปีกโฉบ เฉิบคว้า
มุสโซลินิโอบ แนวเอิบ
กชั้นชิดอังกฤษกล้า เกาะน้อยลอยชล ฯ
๏ สองสหายผายอิทธิ์เอื้อม อัฟริกา
จวนจะจวบอาสยา ย่านใกล้
จงจิตปิดมรคา อังกฤษ
สู่ทเลด่านใต้ แห่งด้าวอินเดีย ฯ
๏ ได้ทีญี่ปุ่นเข้า สู่สง ครามแฮ
ดวจดั่งมังกรลง ไล่เคี้ยว
อังกฤษจะปลิดปลง อำนาจ แล้วเนอ
ยู. เอ็ส. คงเข็ดเขี้ยว ครั่นคร้ามครามครัน ฯ
๏ สงครามลามลุกเข้า เขตสยาม
สังเกตเหตุการยาม ยุทธจ้อง
ทางผ่านพิจารณ์ตาม แผนที่
ภูมิประเทศไทยต้อง ที่ตั้งสังเวียน ฯ

เก้าปี

โคลง ๔ เก้าปี “ดีหนึ่ง” ได้ ครองดิน
ญี่ปุ่นเข้าเมืองมลิน มากไล้
คั่งคับทัพทางสินธุ์ ทางบก
ยึดแหล่งแห่งเราได้ ดั่งแคว้นแดนเขา ฯ

ร่าย ประเทศไทยใจสทก ตกกระไดพลอยโจน โอนหฤทัยไปตาม ประกาศสงครามโฆษณา ว่าอเมริกาอังกฤษ เป็นอมิตรของไทย แต่ไชมมหาราษฐ์ ไม่ประกาศสงคราม ตอบสยามสักคำ ทำไม่รู้ไม่ชี้ การที่เป็นเช่นนี้ ชักโน้มนำใจ ไฉนเนอ ฯ

โคลง ๔ รัสเซียจีนจรดเอื้อม อารมณ์ ร่วมแฮ
อังกฤษอเมริกาสม คบเค้า
คือจัตุสดมภ์กลม เกลียวจิต
มากทรัพย์มากคนเข้า เข่นค้ำรำบาญ ฯ
๏ ฝ่ายเราเข้าเขตสร้าน ใจเสียว
ยุโหรปเยอรมันเดียว เด่นข้าง
อาสยาญี่ปุ่นเกลียว ตึงหย่อน ไฉนนา
ใครจะเป็นใครบ้าง เมื่อสิ้นสงคราม ฯ

ร่าย ใคร่ครวญส่วนปัจจุบัน อันบุคคลควรคนึง ต่อไปถึงภายน่า ว่าที่สุดยุทธแม้ ญี่ปุ่นแพ้สงคราม สยามจะผันฉันใด ใครสามารถก่อกู้ ใครรู้ลู่ทางบ้าง ไทยจะเท้งเคว้งคว้าง ไขว่คว้าหาหน ไหนเอย ฯ

วันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๗

----------------------------

โคลง ๔ พิทยาลงกรณแกล้ง เกลาความ
สามท่อนกลอนสามกรุง กล่าวเกื้อ
ลูกหลานอ่านเล่นตาม ใจรัก เถิดรา
สังเขปเลปนเนื้อ เรื่องรู้ตูแถลง ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ