ซินแแสหมอดู

ในแผ่นดินขุนหลวงบรมโกษฐ

----------------------------

โคลง ๔ มิ่งมกุฎอยุธเยศเจ้า จตุทิศ
เดชกระเดื่องเรืองฤทธิ์ เลื่องหล้า
บัลลังก์ราชรังสฤษดิ์ สราญรักษ์
ชาวอยุธย์สุดกล้า ศึกใกล้ไป่มี ฯ
๏ ส่ำกุศลผลผริตซร้อง สาธุการ
สมณะพราหมณาจารย์ จิตเอื้อ
ทรงบาตร์พระราชทาน ทุกวี่ วันเอย
ภิกษุสงฆ์ม่งเมื้อ เมื่อเช้าอรุณฉาย ฯ
๏ สมณะสองหนุ่มผู้ เพ็ญสิก ขาแฮ ฯ
พระภิกษุสินภิก ษุด้วง
ในกาละจาริก รับบาตร์
ย่างยาตร์บ่ายบาทจ้วง จดจ้องท้องถนน ฯ
๏ ต่างวัดต่างบ้านต่าง สำนักนิ์ กันนอ
แต่ว่าเคยรู้จัก มักคุ้น
บิณฑบาตร์ปราศอุปสัค เดินร่วม รัถย์แฮ
ดวจดั่งเกลอเสมอหุ้น รับข้าวเขาถวาย ฯ
๏ สองสงฆ์ม่งจิตเต้า ทางเตียน
สู่ราชมณเฑียรเทียร ฆราชเจ้า
ราชภัตต์ผลัดวันเวียน เวนเปลี่ยน
สองภิกขุเพื่อนเข้า รับพร้อมวันกัน ฯ
๏ แถวถนนชนมุ่งเมื้อ มาเนือง
สาวสพราวชาวเมือง มากหน้า
เอียงอายส่ายชำเลือง แลพบ
ภิกขุหนุ่มกลุ้มกล้า กลัดกรึ้งกรึงกมล ฯ
๏ สองฟากมากด้วยเครื่อง ครัวทาน ถวายแฮ
ม้าหลักปักริมทวาร ที่ตั้ง
ภาชน์ใหญ่ใส่อาหาร บิณฑบาตร์
ข้าวไข่ไก่เป็ดทั้ง หมากพร้าวคาวหวาน ฯ
๏ สาวสวยขวยจิตสเทิ้น ใจสทก
หวาดประหวั่นพรั่นอก อัดเอ้อ
มือจับทัพพียก คอยอยู่
พระไม่หยุดสุดเก้อ นิ่งก้มกรมหทัย ฯ
๏ ได้คิดสกิดแม่ให้ นิมนต์ ท่านเทอญ ฯ
สองภิกษุจรดล ดุ่มเต้า
ผ่านไปไป่ยินยล ในย่าน นี้เลย
หน่อยจะไม่มีข้าว บาตร์ได้ไปฉัน ฯ
๏ แม่ว่าอย่าห่วงให้ เป็นกัง วลเลย
เชิญท่าน ๆ ไม่ฟัง ดอกเจ้า
บาตร์เปล่าจะเข้าวัง บิณฑบาตร์
ดูสิท่านสาวเท้า สู่ท้องฉนวนใน ฯ
๏ ฝ่ายสองภิกษุเต้า ตามหน
ไป่หยุดในแนวถนน ที่เมื้อ
มุ่งภักตร์จักจรดล เดินดุ่ม
สงบเสงี่ยมเอี่ยมองค์อเคื้อ ค่อยคล้อยรอยทาง ฯ
๏ ถับถึงวังราชเจ้า จอมปราณ
หยุดนั่งนอกแนวทวาร นิเวศน์ไท้
จวนองค์พระภูบาล จักเสด็จ
สู่แท่นทรงบาตร์ใต้ ร่มกั้งหลังคา ฯ
๏ มีชายนายหนึ่งเต้า ทางตีน
เป็นบุรุษเมืองจีน จิตกล้า
เห็นสมณะทรงศีล สองรูป
จีนชงักพยักหน้า ครู่แล้วเลยไป ฯ
๏ เดินสามสี่ก้าวกลับ เหลียวดู เล่านอ
ตาตะเบ็งเพ่งพบู ดั่งบ้า
ทำหน้าน่าอดสู สรวลร่วน
หันกลับนับสักห้า หกครั้งชังจริง ฯ
๏ หลากจิตบรรพชิตทั้ง สองรูป นักแล
เห็นท่าจีนหน้าตุ฿บ เติบกล้า
กายกระไรไผ่ผอมซูบ ผิวซีด
อากัปป์กิริยาบ้า บิ่นล้ำรำคาญ ฯ
โคลง ๒ ดูจริตผิดแผกแท้ จีนจะเกรงใจแม้
หนึ่งน้อยฤามี ฯ  
๏ เธอพยักกวักเรียกเถ้า ว่าอย่าเพ่อรีบเต้า
จุ่งแก้พิศวง เรารา ฯ  
สองภิกษุถาม หัวเราะเยาะยั่วด้วย อันใด ท่านเอย
เพียรเพ่งเล็งแลอะไร ใคร่รู้
พิศหน้าอาตมาไฉน ขันหนัก
ดูดั่งเห็นเป็นผู้ แผกเค้าเผ่าคน ฯ
โคลง ๒ จีนแก่แกยิ่งซ้ำ หัวเราะดุจเยาะย้ำ
ยั่วเย้าเกาใจ จริงแฮ ฯ  
๏ พิศภักตร์พลางพยักย้าย อ่านท่านดังอ่านป้าย
แผ่นนี้แล้วแผ่น โน้นนา  
๏ ท่านไม่ถือเจ๊กบ้า ไม่ว่าจีนบอถ้า
ว่าบ้าบอจริง ฯ  
๏ สงบอารมณ์ข่มยั้ง ลองซักอีกสักครั้ง
คิดถ้อยคำถาม ฯ  
๏ ขอโทษอย่าโกรธขึ้ง แจ้งเหตุเลศลึกซึ้ง
ที่ให้หัวเราะ นี้เทอญ ฯ  

ร่าย จีนตอบว่าข้าพเจ้า ซินแสเถ้าหมอดู เรียนจากครูเมืองจีน ผู้ประวีณวิทยาศาสตร์ สามารถรู้ล่วงน่า ว่าบุรษสตรี คนใดมีรูปลักษณ์ อันส่อศักดิ์วาศนา ในอนาคตกาล สืบสำนารแต่นี้ ใครจะเป็นเช่นชี้ ทราบได้ในปัจ จุบันแล ฯ

๏ ภิกษุหนึ่งหัวเราะ ว่าเฉพาะตัวอาตมะ มีลักษณะฉันใด วาศนาไฉนบอกบ้าง ตามคดีที่อ้าง ว่าร้ายฤาดี ฯ

ซินแสทำนาย ชายใดไกรลักษณ์พร้อม เพราองค์
ภิกษุองค์ที่ ๑ ศักดิ์กษัตร์ถนัดทรง ส่อชี้
สมบัติขัติยมง คลครอบ ครองแฮ
ชายนั่นคือท่านนี้ แน่ข้าพยากรณ์ ฯ
โคลง ๒ ท่านฟังท่านนั่งอึ้ง จีนตลกกระทกทึ้ง
หลอกล้อฤาไฉน ฯ  

ร่าย พระอีกองค์หนึ่งถาม ว่าตามซินแสกล่าว เป็นข่าวบอกล่วงน่า ไม่ตระหนักว่าสรวลสรร เพราะขบขันตรงไหน ถ้ามีนัยทำนาย จงอธิบายบอกชี้ ว่าเหตุเป็นเลศจี้ จิตให้เห็นขัน ไฉนนอ ฯ

๏ จีนว่าท่านทั้งสอง ครองผ้ากาสาวพัสตร์ จรจากวัดมาวัง บรรลุยังที่นี้ นั่งอยู่คู่เคียงชี้ ช่องให้เห็นขันนักหนา ฯ

ภิกษุองค์ที่ ๒ ถาม เราสองสมณะนี้ ขันนัก ไฉนนา
ท่านว่าองค์หนึ่งลักษณ์ เลิศแท้
จักอุบัติกษัตร์ศักดิ์ สูงส่ง
สู่มไหสูรย์แสร้ ศัพท์ซร้องสรรเสริญ ฯ
๏ ธรรมดาผู้กอบด้วย ลักษณะ
ที่จะเป็นประชาปะ ปิ่นไท้
ใครเลยจะเคยละ เลิงล่อ ล้อแฮ
โหรมิแสร้งใส่ไคล้ เยาะเย้ยเลยเกิน ฯ
๏ ใครเล่าเนาลักษณ์ต้อย ตำรา
ใครเล่าเบาปัญญษ โยคย้าย
ใครเล่าเปล่าราคา เป็นเครื่อง ขันนอ
ใครเล่าเฉาโฉดร้าย ใคร่รู้ตูหรือ ฯ
โคลง ๒ ซินแสตอบท่านให้ ทราบว่าใช่ใส่ไคล้
ยั่วเย้าเร้าเล่น ดอกรา ฯ  
ซินแสทำนาย ท่านเป็นบุรุษต้อง ตามลักษณ์ ล้วนแล
ภิกษองค์ที่ ๒ บุญเด่นเห็นประจักษ์ เจิดกล้า
จักสู่ประภูศักดิ์ สุรกษัตร์
สืบศุภวงษ์ทรงหล้า สฤษดิ์เลี้ยงเวียงสยาม ฯ
๏ เกิดมาข้าพเจ้าไม่ เคยเห็น
สองสหายหลายประเด็น เด่นชี้
ภายน่าว่าจักเป็น ปิ่นกษัตร์
นั่งอยู่คู่กันฉนี้ แน่ล้วนชวนหัว ฯ
โคลง ๒ สองภิกขุทราบข้อ จีนพยากรณ์จ้อ
จักได้เป็นกษัตร์ สองแล ฯ  
๏ พูดมากจีนปากจ้าน เชิงฉลาดปราชญ์ป้าน
อวดอ้างเป็นหมอ ดูแน ฯ  
๏ ท่านว่าอย่าพูดเพ้อ เปิดป่าวกล่าวเก้อเก้อ
ป่องป้อล้อเลียน ฯ  
สองภิกษุว่า สองข้าอายุใกล้ เคียงกัน
ทั้งคู่จะทรงขัณฑ์ ผิดเค้า
เป็นกษัตร์ร่วมรัฐบัล ลังก์ร่วม ไฉนนอ
เห็นจะสัดตวงข้าว แน่น้ำคำทาย ฯ

ร่ายยาว ขณะนั้นนางพนักงาน สมญาราชการว่าจ่าโขลน ตะโกนละลังสั่งขาน ให้บริวารโขลนตะโกนต่อไป ว่าภูวนัยเสด็จลงทรงบาตร์ เชิญพระสงฆ์ยาตรเข้าวัง สังฆการีนิมนต์พระ พระราชาคณะนำแถว เดินแนวสู่ประตูวัง พระภิกษุทั้งสององค์ ผู้ทรงไกรลักษณะ ตามมงคลวาทะแห่งซินแสหมอดู ก็เข้าหมู่กับพระสงฆ์ สู่ฉนวนทรงบาตร์ไท้ ตั้งแต่นั้นมิได้ พบหน้าซินแสอีกเลย ฯ

กลอน ๘ คำซินแสหมอดูตูแถลง กลอนแสดงราวเรื่องแต่เบื้องหลัง
ญาติผู้ใหญ่ผู้เฒ่าเล่าให้ฟัง ตั้งแต่ครั้งข้าพเจ้ายังเยาว์ปี
จะเชื่อหรือไม่ควรนั้นส่วนหนึ่ง แต่ใช่เรื่องอันพึงจะเสียดสี
เป็นอุปาขยานะประวาที ซึ่งบอกเล่าเก่ากี้ร้อยปีปลาย
ขุนนางครั้งพระพุทธยอดฟ้า เล่าสืบ ๆ กันมาในเชื้อสาย
คำซินแสหมอดูเป็นครูทาย แม้เจ้านายรุ่นเก่าก็เล่ากัน

----------------------------

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ