ไทยสี่ก๊ก

เจ้าพิศณุโลก

ร่าย เจ้าพระยาพิศณุโลก คนึงโฉลกบ้านเมือง (นามเดิม “เรือง” เลื่องนาม) คิดเห็นตามโอกาศ ว่าวาศนามาดล จึ่งเชิญตนเชิดตั้ง โดดเด่นเป็นใหญ่ครั้ง เมื่อไร้ไอศวรรย์ เดิมแล ฯ

โคลง ๒ ธนบุรินทร์ปิ่นเผ้า ปรารภพิศณุโลกเจ้า
จัดสู้ดูแรง ฯ  
โคลง ๔ เมืองเหนือน่าศึกต้อง กำบัง บรแฮ
ปล่อยแต่โดยลำพัง ไป่ได้
เมาตัวมะมัวลัง เลล่อ ภัยเฮย
จำจะต้องตีให้ นอบน้อมยอมตาม ฯ
๏ ดำรัศจัดทัพพร้อม เพรียงพหล
พระเสด็จจากกรุงธน ถิ่นใต้
มากหมู่พยูห์พล พรรลึก
เจ้าพิศณุโลกให้ ออกสู้ดูแรง ฯ
๏ ไป่ทันจะหั่นห้ำ หาญณรงค์
ปืนริปูจู่จง จวบไท้
ถูกเหมาะเฉพาะชงฆ์ จอมราชย์
ไม่มากแต่หากให้ ท่านต้องคืนนคร ฯ
๏ เจ้าพิศณุโลกปลื้ม ปรีดี
นึกว่าบารมีมี ช่อช้วย
กอบการอภิเศกศรี เสวตรฉัตร
งานเสร็จเจ็ดวันม้วย จึ่งน้องครองเมือง ฯ

(ปีชวดสัมฤทธิ์ศก จ.ศ. ๒๓๑๑)

๏ ชาวพิศณุโลกแพ้ ภายหลัง
เมื่อพระฝางร้างรัง รบรื้อ
แตกพ่ายกจายพัง เกจิงเพิด
ศึกอลัชชีดื้อ เด็จได้ชัยฉวาง ฯ

เจ้าพิมาย

ร่าย เจ้าพิมายเป็นเจ้า เผ่าผ่านเผ้าบรมโกษฐ ไม่ช่วงโชติวาศนา สมญาพระองค์เจ้าแขก แปลกที่แพ้ทุกที ทรงอิสสรียศักดิ์สม กรมหมื่นเทพพิพิธ จิตอาภัพอัประโยชน์ หทัยเป็นโทษแก่เธอ เหตุเผอเรอรวนเร เหหวนหันปั่นป่วน อ่วนอิหลักอิเหลื่อ ไม่เชื่อองค์เธอเอง เกรงพลาดโน่นผิดนั่น ทำใจมั่นไม่เป็น พึ่งความเห็นคนอื่น ดื่นด้วยคำปฤกษา ฉงนนักหนาไหนดี มีแต่ความน่วมเนี่ยม ไม่เสงี่ยมสง่าอ่าศักดิ์ ประจักษ์ว่าจิตผิดเค้า ที่จะควรเป็นเจ้า แผ่นพื้นภูสยาม ฯ

โคลง ๔ สมัยเสมอมีโรคร้าย สำแลง
เศิกศัตรูหลู่แรง รบเร้า
ผิวราชปราศคมแขง ขันคิด
โสตถิ์บ่มีมีเศร้า โศกก้ำกำศรวญ ฯ
๏ เจ้าพิมายใช่ผู้ แขงขยัน
อกอ่อนหย่อนปัญญา ยิ่งล้น
ครองราษฐ์อาจเป็นอัน ตรายรอบ รัฐแล
เหตุเพราะจิตอิดอ้น อัดอั้นตันสมอง ฯ

ร่าย ปางพระเจ้ากรุงธน ตรัสทราบยุบลบอกมา ว่ามองญาแพ้พ่าย จากค่ายโพธิ์สามต้น พ้นภัยมรณ์ตอนหนึ่ง ไปพึ่งเจ้าพิมาย ไท้ธระคายเคืองใจ ว่าเป็นไทยด้วยกัน สำคัญผิดคิดว่า พม่าเป็นมิตรคบ ยอมให้หลบหลีกอยู่ นำศึกสู่ตนเอง ไม่กริ่งเกรงเบื้องน่า ชล่าน้ำจิตผิดหนัก เมื่อประจักษ์เช่นนี้ พึงรีบรี้พลปราบ ให้ราบคาบเด็ดขาด จงพระราชวรินทร์ โยธินทร์เชษฐภาดา กับพระมหามนตรี ยกไปตีด้านหนึ่ง ซึ่งเขาคงออกรบ ตูจักตลบอีกด้าน เจ้าพิมายต่อต้าน จักแพ้ภัยตน ฯ

๏ เจ้าพิมายทราบข่าว ผ่าวหฤทัยไฟลน จัดขุนพลสองทัพ รับปราณึกศึกสท้าน แต่มิอาจต่อต้าน แตกแพ้พังสลาย ฯ

(ปีชวดสัมฤทธิศก ๒๓๑๑)

โคลง ๒ บุญโหดอัประโยชน์แท้ ทำไฉนไป่แก้
กลับให้มีบุญ ได้เลย ฯ  

เจ้านคร

ร่าย เจ้านครศรีธรรมราช เถลิงอำนาจฝ่ายใต้ ได้ทราบว่าเสียกรุง ว่างผู้ผดุงไทยราษฐ์ เกิดขัดขาดขุ่นเคือง ในบ้านเมืองทั่วไป ไหนอันตรายภายนอก ไหนเปิกปอกภายใน ต่างตัวใครตัวมัน บุคคลอันวาศนา สบเวลามาถึง ไป่พึงทิ้งโอกาศ รวมอำนาจในตน เพื่อถกลศักดิ์ไว้ เป็นหลักในปักใต้ แต่งตั้งตนตาม ควรแฮ ฯ

โคลง ๔ ทวยไทยทุกท้องที่ สถลชล
จำจะต้องชุมพล พรักพร้อม
ใครเด่นจะเป็นคน ครองทั่ว
แล้วแต่วาศนาห้อม ห่อให้ไทยเห็น ฯ

ร่าย พระเจ้ากรุงธนบุรี มีพระดำริห์จักเหนี่ยว ให้เป็นเอี่ยวเดียวกัน เพื่อสัมพันธ์พลไทย แต่ทรงชัยระแวงว่า ขอมชล่าเริงอยู่ อาจมาจู่โจมตี จึงมีราชโองการ ให้ยอดทหารชาญชัย พระยาอภัยรณฤทธิ์ พระยาอนุชิตราชา คุมโยธาเกรียงไกร ไปทำการด้านเขมร ฯ

๏ อนึ่ง ภูเบนทร์บัญชา ส่งโยธาทัพหนึ่ง ซึ่งจอมพลสมญา เจ้าพระยาจักรีแขก แยกไปทำปักใต้ ให้ตีศรีธรรมราช เขาพลั้งพลาดไพรี ถูกตีแตกแหลกยับ พวกนายทัพทูลฟ้อง ร้องว่าจักรีแขก แตกสมัคภักดี ไม่มีใจทำศึก ท้าวธตรึกไตรเหตุ ทรงเห็นเลศเหลวไหล ไหนจะทำสำเร็จ จำต้องเสด็จไปเอง เพื่อยำเกรงพระเดช เหตุฉนี้จึ่งไท้ มีพระโองการให้ จัดพร้อมเพรียงพยูห์ ฯ

๏ ศุภฤกษ์เบิกทัพหลวง ทุกกระทรวงแสนยา เสด็จยาตราชลจร เจ้านครศรีธรรมราช เกรงอำนาจภูมี หนีราชภัยไปพลัน ท่านตามทันจับได้ แต่โปรดยกโทษให้ เหตุเกื้อการุญ

(ปีฉลูเอกศก ๒๓๑๒)

เจ้าพระฝาง

กลอนเสภา ครานี้จะกล่าวบทถึง เถรหนึ่งฐานะเจ้าพระฝาง
ไม่ใช่พระไม่ใช่เจ้าเข้าระวาง ตัวอย่างผิดแลกแปลกกฎเกณฑ์
เคยเป็นบรรพชิตจิตเลื่อมใส เด็กผู้ใหญ่ศรัทธาขรัวตาเถร
ครั้นโชคมาชตาโยนก็โอนเอน เป็นเถนทุราจารพาลเสเพล
คราวกรุงยุ่งยับอับวาศนา อยุธยาธิปตัยก็ไขว้เขว
สังฆราชเมืองสวางค์ต่างทำเล สมคเนน่าที่เป็นผีบุญ
ครองไตรยสีแดงแผลงนักหนา สถาปนาตนเผ่นขึ้นเป็นขุน
สาวกฉกฉวยร่ำรวยทุน เจ้าประคุณพระฝางวางตำรา
จัดวงไพบูลย์ภูลโภค ใช้โฉลกอำนาจวาศนา
ฉาว ๆ ป่าวประโยชน์โฆษณา จูงใจไพร่ฟ้าประชากร
อ้างเหตุบ้านเมืองเคืองเข็ญ เป็นทางวาจาอุทาหรณ์
พูดอะไรพูดได้ไม่อาวรณ์ ราษฎรโง่เง่าเหมือนเต่าปลา
ห่มจีวรสบงเหมือนทรงศีล แต่ป่ายปีนไปปราศสาสนา
ฆ่ามนุษย์รบพุ่งมุ่งจินดา อทินนาทายีไม่มีอาย
เสพย์สตรีมีรศไม่หมดรัก เยื้องยักแยบอย่างทางฉิบหาย
เป็นพระปลอมเจ้าปลอมจอมอุบาย อันผายแผ่ตนเพื่อผลพาล
โฆษณาจูงใจได้ทุกสิ่ง เหล่าหญิงยอมกายถวายท่าน
พวกถูกปล้นไม่ชอบระบอบการ แต่ทัดทานไม่ไหวจำใจยอม
ผูกขาดค้าขายถ่ายทรัพย์สูญ ไปเข้าวงไพบูลย์โดยลม่อม
ปวงราษฎร์ปราศฤทธิ์ต้องอิดออม อำนาจย่อมอยู่ในมือผู้ถือปืน
เทศน์ให้คนสมัคทาง รักชาติ รักจนขาดลมหายใจอย่าใฝ่ฝืน
บ้านเมืองคับขันต้องยันยืน ชีวิตยื่นให้ชาติปราศกีดกาง
เข้าเงินเรี่ยไรไม่รู้เบื่อ ต้องเชื่อ ผู้นำ ทำต่างต่าง
ไม่ให้ทำไม่ทำอย่าอำพราง ทุกอย่างไว้ใจในผู้นำ
จะนำไปทางไหนไม่ต้องบอก แซกซอกไม่หยุดมุดให้หนำ
แม้ลำบากยากแค้นแสนระกำ ก็ต้องทำ เพื่อชาติ ปราศจำนรรจ์
ฉันเป็นผู้นำชาติอาจนำให้ ทั้งชาติได้ประจักษ์ศักดิ์สุขสันต์
ฉันนี่แหละเป็นผู้รู้เท่าทัน เพราะเหตุว่าชาตินั้นคือฉันเอง
ท่านรักชาติแม้จะม้วยต้องช่วยชาติ ไม่บังอาจพูดโป้งทำโฉงเฉง
ฉันคือชาติ ๆ คือฉันหันตามเพลง จงยำเยงจอมโยธีผู้มีปืน ฯ
กลอน ๘ เจ้าพระฝางวางกายเป็นนายใหญ่ ไม่มีใครเทียมทัดจะขัดขืน
กองทัพเถนเจนยุทธไม่หยุดยืน อำนาจฟื้นฟูระบอบปราศขอบคัน
ได้ท่วงทีตีพิศณุโลก ประสบโชคเฉิดฉายที่หมายมั่น
กำเริบจิตติดใจชัยอนันต์ จะเลื่อนคั่นยศศักดิ์หนักขึ้นไป
เมื่อทราบว่ากรุงธนพหลแกล้ว ไปตีพิศณุโลกแล้วก็ไม่ได้
ต้องถอยทัพกลับล่าปราชัย ขรัวเถนใคร่ลองผจญธนบุรี
จึงจัดกองตระเวรเที่ยวเพ่นพ่าน ณ แดนด่านแถวถลชลวิถี
แตลงตลบรบสู้จะดูดี ถ้าได้ทีนั่งแท่นเจ้าแผ่นดิน ฯ

ฝ่ายธนบุรี

สยามวิเชียรฉันท์ ณ เมื่อนรินทะปิ่นนิกร

สดับยุบล ณ ธนบุรี

พระฝางกำเริบกระเถิบวิถี

อุบายจะคิดประชิดนคร ฯ

๏ อลัชชีหรือจะถืออำนาจ

มิคิดคระแลงแสยงสยอน

ผิมาณรงค์ก็คงจะมรณ์

ประหนึ่งแมลงบ่แหยงขยาด ฯ

๏ พระภูวนัยหทัยะหมาย

จะโจมประยุทธ์บ่หยุดพิฆาต

พระฝางไฉนจะไม่พินาศ

ละเลิงณรงค์ก็คงละลาย ฯ

ร่าย ตรัศสั่งส่วนทัพบก ให้ยกไปสองกอง สองแม่ทัพองอาจ พญายมราชบุญมา พญาพิชัยราชาอีกหนึ่ง ซึ่งโปรดให้คุมพล คนละห้าพันชาย สองนายเตรียมพร้อมสรรพ ฯ

๏ ส่วนอีกทัพทางชล จำนวนพลหมื่นสอง จัดเป็นกองทัพหลวง ทุกถบวงพรักพร้อม เกณฑ์หัดจัดฝึกซ้อม ท่าเบื้องบาทบงสุ์ ฯ

มาลินีฉันท์ พยุหหนทาง บกแลน้ำวาง
ขบวนทัพ ฯ  
๏ สมุหนิกรซ้อนซับ ฤทธิเริงรับ
บ่หลีกรณ ฯ  
๏ ประดุจอมรเหิรหน ทุกประเภทพล
ประภาพภูล ฯ  
๏ สมุทิตพลไพบูลย์ จึ่งนเรสูร
เสด็จจร ฯ  
กลอน ๗ ครานั้นเถนะเจ้าพระฝาง ทราบทางทัพธนเกลื่อนกล่นหลาย
กำลังหลั่งหลากดูมากมาย ยืดยาวข่าวร้ายตายหละตู
ทำมาก็มากถึงเพียงนี้ ร้ายดีทำนองจะต้องสู้
วาศนามากน้อยก็คอยดู หดหู่ไม่ได้ในครั้งนี้ ฯ
๏ เรียกนายโยธาเข้ามาสั่ง หลวงโกษา (ยัง) เจ้าน่าที่
ที่พิศณุโลกธานี เมืองสวางคบุรีหน้าที่ตู ฯ
๏ สยามบดีตีพิศณุโลก ทรงโชงกเงาเงื้อมเอื้อมก่อนตรู่
คืนเดียวเข้าได้เชิดชัยชู รู้ถึงพระฝางอ้างว้างใจ
ทัพธนทางบกยกไปถึง จึ่งตีเมืองสวางค์จากทางใต้
พระฝางใจลีบรีบหนีไป เลื่องชื่อลือชัยในครั้งนั้น ฯ

(ปีขาลโทศก ๒๓๑๓)

โคลง ๒ บุญท่านตระหง่านฟ้า สมถวิลปิ่นหล้า
โอบอ้วมรวมสยาม ได้เอย ฯ
โคลง ๔ อยุธยาเยินยับแล้ว รังไฉน เล่านอ
แม้กจัดกจายไทย ทั่วหล้า
จักกอบจะก่อไอ ศวรสฤษดิ์ ได้ฤา
หากว่าแฉกแยกห้า ย่อมห้ามความเจริญ ฯ
๏ ก๊กหนึ่งปราบสี่ได้ ดังหมาย
เป็นเอี่ยวเดียวดุจกาย หนึ่งกร้าว
อาจสู้ริปูภาย นอกโน่น โน้นนา
เอกฉัตรตัดเรื่องร้าว เรื่องร้ายมลายขวัญ ฯ
๏ จอมธนถกลเกียรติ์กล้า การีย์
รวมสยามยามมี โรคร้าย
ศึกมาจะยายี ยับย่อย ไปเอย
มวญอมิตรฤทธิ์หม้าย มุ่งรื้อฤาสม ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ