สงครามพม่า

ค่ายบางกุ้ง

ร่าย แถลงณรงค์ทรงศักดิ์ รบปฏิปักษ์ภายนอก อันตะคอกจักข่ม บ่มกรรมเวรแก่กัน เมื่อจอมขัณฑ์มรัมมเขต ตระหนักเหตุว่าไทย ไอศวรรย์ฟื้นขึ้นใหม่ ใช่การใหญ่แต่เตือน ให้มาเยือนดูที จึ่งมีราชโองการ ให้ทวยหาญเหล่าหลาย เจ้าเมืองทวายแม่ทัพ ยกมาสดับข่าวคราว สาวถึงตัวผู้เติบ กำเริบต่อม่านเจ้า ทัพพม่าจึ่งเข้า สู่แคว้นแดนเรา อีกแล ฯ

โคลง ๔ ไทยธนกล่นกลั่นกล้า ราวี
พระมหามนตรี เกียรติ์ฟุ้ง
ทัพน่าประดาตี ทัพพม่า
ม่านพ่ายค่ายบางกุ้ง กลับลี้หนีสลาย ฯ

(ปีกุญนพศก ๒๓๑๐)

สวรรคโลก

ร่าย ปีหนูสู่ปีขาล ว่างราชการศึกพม่า กว่ายุทธ์ม่านจักมี เจ้าพระยาสุรสีห์พิศณวาธิราช ทรงอำนาจปราศเปลือง ครองเมืองพิศณุโลก โชคกำลังมลังเมลือง ม่าน ณ เมืองเชียงใหม่ ใคร่จะมาลองโบย โดยคำสั่งอังวะ จึ่งโปมะยุง่วน ด่วนทัพมาราวี เจ้าพญาสีห์ออกสู้ ม่านบ่ทานท่านผู้ ฤทธิ์ร้ายแรงรณ ฯ

โคลง ๔ ธนบดินทร์ยินข่าวข้า ศึกเหนือ
เสด็จทัพหลวงทางเรือ เร่งเต้า
แต่ว่าพระยาเสือ ทำเสร็จ
รบบ่ร้อนถึงเจ้า ทัพไท้ไป่ทัน ฯ

(ปีขาลโทศก ๒๓๑๓)

เชียงใหม่ครั้งแรก

ร่าย นฤบดีมีดำริห์ ว่าพม่าริศึกใหม่ ไตร่ตรองความตามการณ์ ม่านเหิมหาญเหตุว่า มีแนวน่าเชียงใหม่ ไต่ทางทัพได้ดี จึงภูมีดำรัศ ให้จัดพหลโยธี เจ้าพญาสุรสีห์ทัพน่า ร่าเริงใจไทยปวง เสด็จทัพหลวงบ่มิช้า เดียรดาษพลกาจกล้า สู่ด้าวเชียงอินทร์ ฯ

โคลง ๔ ค่ายพม่าทัพน่าเจ้า พญาสีห์
ตีฉฉานม่านหนี มุดหน้า
สมเด็จนฤบดี ทรงเดช
ดำรัศล้อมทัพข้า ศึกไว้ในเวียง ฯ
๏ คืนเดียวตีไป่ได้ โดยพลัน
ตรัศว่าไม่ทำมัน เที่ยวนี้
ไทยกลับม่านขยับขยัน ขยายติด ตามแฮ
กลับแตกแหลกป่นปี้ ไปต้านทานไทย ฯ

(ปีขาลต่อกับเถาะ ๒๓๑๓-๒๓๑๔)

เมืองพิชัยสองครั้ง

ร่าย ปีเถาะม่านอยู่โยง ปีมโรงม่านมุ โปสุพลาแม่ทัพ กลับใคร่ลองฤทธิ์ไทย เมืองพิชัยตั้งรับ บอกขอทัพพิศณุโลก ว่าม่านชโงกมาเยือน เตือนประยุทธ์รุทร์ร้า ฝ่ายพิชัยไม่กล้า ออกง้างกลางแปลง ฯ

โคลง ๔ พญาสีห์มีจิตปลื้ม เปรมมาน
ยกพยูห์จู่ทยาน ยุทธ์แก้
ศัตรูบ่อยู่ทาน แรงท่าน
ถูกปตักดักแด้ เดชด้วนซวนโซม ฯ

(ปีมโรง ๒๓๑๕)

ร่าย โปสุพลาไม่เข็ด หมายบำเหน็จความชอบ ลอบเข้ามาปีมเส็ง ฝ่ายไทยเล็งรู้ที ดักตีตายก่ายกอง รบขนาดสองแนวโกรก พลพิศณุโลกเหิมหาญ พลพิชัยชาญเชิงยุทธ รุดเข้ารบเข้ารุก บุกสบั้นหั่นห้ำ ยิงแย่งแทงถีบซ้ำ ขับข้าศึกกเจิง กจายแฮ ฯ

โคลง ๔ ทัพเหนือในคาบนั้น แขงนัก
พญาพิชัยดาบหัก เดชห้าว
เจ้าพญาสุรสีห์ศักดิ์ สุรสิทธิ์
โปสุพลาก้าว กลับหน้าหาหลัง ฯ

(ปีมเส็ง ๒๓๑๖)

เชียงใหม่ครั้งหลัง

ร่าย โปสุพลานายใหญ่ อยู่เชียงใหม่อักอ่วน โปมยุง่วนนายรอง ไม่ปรองดองใจกัน ฝ่ายจอมขัณฑ์สยามเขต ตรัสทราบเลศอังวะ ว่าเตรียมระรานเรา เราพึงเอาเปรียบก่อน ผ่อนกำลังมันลง ภูวนัยทรงดำรัศ ให้จัดเตรียมโยธี รีบไปตีเชียงใหม่ ไม่ให้ไต่ทางทัพ ขยับลงมาอีกได้ โปรดให้สองภาดา เจ้าพระยาจักรี เจ้าพญาสุรสีห์เรืองฤทธิ์ ไปประชิดเชียงอินทร์ ฯ

๏ ส่วนจอมนรินทร์ปิ่นรัฐ โปรดให้จัดทัพหลวง ทุกกระทรวงเตรียมเสร็จ เสด็จยาตราพลากร เดชขจรจบหล้า อาจจะล่มข่มข้า ศึกซ้ำทำสนอง ฯ

๏ ไตร่ตรองคลองรณรงค์ ทรงระแวงวิถี พระเจดีย์สามองค์ คงจะเป็นทางหนึ่ง ซึ่งพม่าเดินทัพ เพื่อบังคับสองด้าน ต้องเตรียมด้านไว้ก่อน ผ่อนกำลังคอยรับ จุ่งสองทัพพี่น้อง เพ่งพหลพลจ้อง จวบด้าวเชียงอินทร์ ก่อนเทอญ ฯ

โคลง ๔ ทัพหลวงประทับยั้ง ยังขนอง
ทัพน่าเจ้าพญาสอง พี่น้อง
รุกรบตลบลอง แรงม่าน
ถับถโถมโจมจ้อง จู่เข้าเอาชัย ฯ
๏ ทัพพม่ามาจักรั้ง ลำปาง
แต่สดับศัพท์หมาง หมดแกล้ว
ข่าวด่วนที่สวนทาง ไปบอก
ไทยยึดลำปางแล้ว ฤกษ์ม้วยมาเมียง ฯ
๏ สุพลาล่าลี้รีบ เร็วกลับ
กรุงกษัตร์ตรัศให้ทัพ เถิบเต้า
ทัพน่าประดาขับ ตามติด
ตีค่ายลำพูนเข้า ก่อนไท้เสด็จถึง ฯ

ร่าย จอมโยธีทัพน่า โบยพม่าแหลกหนี ท่านตามตีต่อติด จนประชิดเชียงใหม่ ตั้งค่ายใหญ่ค่ายราม รวมสามสิบสี่ค่าย ร่ายปีกกาหากัน สรรพาวุธยุทธยง พม่าตั้งวงค่ายรับ ทัพพี่น้องสององค์ ดูมั่นคงคึกคัก ฯ

๏ ฝ่ายทรงศักดิ์จอมธน ยินยุบลด้านขนอง ว่ากองทัพพม่า ฆ่าฟันเม็งผู้ขบถ มอญกระถดถอยมา สู่อาณาเขตสยาม ม่านติดตามเข้ามา ทางยาตราโยธี ด้านเจดีย์สามองค์ ปิ่นณรงค์จอมสยาม เห็นจริงตามตรึกไว้ ทำให้ห่วงด้านหลัง แต่กำลังได้เปรียบ จวนจักเหยียบเชียงใหม่ จำฝักใฝ่บ่ายเบี่ยง เสี่ยงวาศนาบารมี จึ่งภูบดียาตรา ตั้งพลับพลาที่ใกล้ คอยสดับทัพไท้ พี่น้องสององค์ ฯ

โคลง ๒ หนักฤทัยท่านแท้ กาลกระชั้นมั่นแม้
ว่าช้าเสียเชิง ศึกนอ ฯ  
๏ จวนแจแน่นักไสร้ จึ่งท่านใช้ม้าใช้
วิ่งย้อนสื่อข่าว ถวายแฮ ฯ  
โคลง ๔ พลพ่าห์พาข่าวห้อ ไปถวาย
เจ้าพระยาเชษฐ์ชาย เชิดกล้า
ตีม่านประหารภาย ตวันออก
แตกกระจายพ่ายว้า วุ่นทิ้งสิงคลี ฯ
๏ อีกคนพลพ่าห์เข้า ข่าวถวาย
เจ้าพระยากนิษฐ์นาย ทัพแกล้ว
ตีม่านอีกด้านวาย ลงวอด
ทุกหมู่อยู่มือแล้ว มอดล้มซมซาน ฯ
๏ ตบพระเพลาท่านปลื้ม เปรมหทัย
พี่กับน้องสองใน คาบนี้
ใครดีกว่ากันใคร จักตัด สินเวย
น้องฤพี่กูผี้ ว่ารู้ฤๅถาม ฯ

ร่าย โปสุพลาอักอ่วน โปมยุง่วนอึดอัด เห็นถนัดแน่แท้ ว่าจักแพ้ไพรี คิดหนีเอาตัวรอด ให้ปลอดภัยไว้ก่อน ผ่อนชีวิตยืดไว้ นึกฉนี้จึ่งได้ เลี่ยงลี้หนีไป ฯ

โคลง ๔ สมถวิลปิ่นราชย์ไท้ จอมธรา
เสด็จพยุหยาตรา เหยียบพื้น
ยั้งยับประทับธา นีใหม่ น้อยนอ
ห่วงวิปักษ์จักฟื้น ศึกด้านทวารหลัง ฯ
๏ ผจงจัดนวรัฐให้ คืนดี
เจ้าพระยาจักรี อยู่ยั้ง
อาณาประชาชี ชวนชัก
ห้าแห่งแหล่งนครตั้ง ใหม่หม้าสามคี ฯ
๏ ลำพูนแพร่น่านทั้ง ลำปาง
เชียงใหม่ไทยภาคกลาง ย่านใต้
กอเหล่าเผ่าพงษ์พาง โลหิต เดียวแฮ
ท่านจัดรวมรัฐได้ ดั่งนี้ดีเหลือ ฯ

(ปีมเมีย ฉศก ๒๓๑๗)

ค่ายบางแก้ว

ร่าย มอญเอาใจออกหาก จากพม่าสามานย์ จึ่งภูบาลมรัมมะ มีพระราชบัญชา ให้โยธามาปราบ ฝ่ายมอญหลาบฤทธิ์พม่า จึ่งล่าสู่แดนสยาม ม่านติดตามเข้ามา ไทยธราธิบดินทร์ ตรัศทราบรบิลไพรี มาวิถีเมืองตาก ไม่ผิดจากทรงคิด อนึ่งอมิตรคงมี ด้านเจดีย์สามองค์ ท้าวธจึงทรงดำรัศ ให้ไปขัดตาทัพ รับไว้ทั้งสองทาง พลางเสด็จคืนนคร ข่าวดัสกรคอยสดับ ฯ

๏ ทัพไทยรับรบม่าน ทางด่านแม่ละเมา เอาชัยได้โดยสดวก แต่พวกรับไพรี ด้านเจดีย์สามองค์ รณรงค์ลงพลั้งพลาด พญายมราชนำยุทธ์ (เป็นบุตรจักรีแขก) ถูกตีแตกต้องล่า หนีจากท่าดินแดง แขวงเมืองกาญจนบุรี เมื่อนฤบดีทราบศัพท์ จึ่งจัดทัพไปดัก เจ้ารามลักษณ์ทัพนุ้ย พระองค์เจ้าจุ้ยทัพเขื่อง ให้เนื่องกันออกไป อนึ่งภูวนัยโองการ เรียกทวยหาญฝ่ายเหนือ ให้เร่งเรือลงมา สั่งนาวารีบรุด ไม่ให้หยุดขึ้นบ้าน เร่งสู่ด้านสงคราม หนุนเนื่องตามกันไป ครั้นภูวนัยสั่งเสร็จ จึงเสด็จคุมทัพหลวง รวมพลปวงเก้าพัน ล้วนยงยันยืนยุทธ์ ศัสตราวุธพร้อมสรรพ ฯ

๏ ฝ่ายกองทัพปฏิปักษ์ ประจักษ์กำลังทัพไทย ลองชิงชัยไม่ชนะ หย่อนวิริยะอ่อนแอ้ว ติดข่ายค่ายบางแก้ว จิตท้อรอปรา ชัยแฮ ฯ

โคลง ๔ กรุงกษัตร์ตรัศทราบเค้า เศิกขาม
สั่งทัพขยับคุกค่าม รอบข้าง
พลม่านพลุกพล่านตาม ท้องถิ่น
ไทยเที่ยวตีที่กว้าง ไล่เข้าเล้าขัง ฯ
๏ ตรัสว่าพม่าขัดแค้น อาหาร
หิวระโหยโรยลาญ เรื่องเศร้า
หวนไห้ใคร่ขอทาน สักอิ่ม
เราจึ่งค่อยเอาข้าว ล่อให้มันมา ฯ
๏ ตรัศสั่งตั้งค่ายล้อม ไพรี
เจ้าพระยาจักรี กลับแล้ว
ตรัศมอบกอบการตี ต่อติด
ม่านพ่ายค่ายบางแก้ว นอบน้อมยอมตน ฯ

(ปีมเมีย ฉศก ๒๓๑๗)

ศึกอแซหวุ่นกี้

ร่าย ปางพระเจ้ามังระ อังวะบดีมีเดช ตรัสทราบเหตุเมืองไทย กรุงธนไอศวรรย์รัฐ เจ้าตากกษัตร์เกรียงไกร จึ่งจอมไผทมรัมมะ ร้อนอุระรุ่มเร้า เกรงจะก่อต่อเค้า เครื่องร้อนในภาย น่านา ฯ

๏ ขณะนั้นมอญกำเริบ ตั้งตนเอิบอิศระ องค์อังวะเดือดแด สั่งอแซหวุ่นกี้ จงขยี้มวญเม็ง ตามตาเต็งโทษทัณฑ์ สมที่มันกลอกกลับ จึงแม่ทัพผู้เถ้า รับสั่งเจ้าอังวะ ไปเมาะตะมะปราบมอญ ดังภูธรปรารถนา ให้โยธาติดตาม เม็งซึ่งขามฤทธิ์ม่าน พล่านเข้ามาแดนไทย ฯ

๏ ฝ่ายภูวนัยจอมธน จัดพหลหลายทัพ ออกต่อรับรบศึก ครั่นครื้นคึกคักคลุก ม่านถูกรุกหลายด้าน จนเมื่อม้านฤทธิ์แล้ว ติดข่ายค่ายบางแก้ว ถูกเค้นเป็นเชลย ฯ

โคลง ๔ เหลือตายแตกพ่ายลี้ ฤาแล หลังเลย
แจ้งแก่แม่ทัพอแซ หวุ่นกี้
ข่าวคราวกล่าวตามกระแส การศึก
ถูกแถกแหลกป่นปี้ ป่วนปิ้มปลายปราณ ฯ
๏ แม่ทัพสดับข่าวแพ้ ไพรี
ทูลพะม่าภูมี มนัสข้น
เหตุผลยุบลที ฆะข่าว
ราวเรื่องแต่เบื้องต้น ตราบท้ายรายงาน ฯ
๏ ตรัศสั่งแม่ทัพเถ้า ตีไทย
สูอย่าลดละใน รัฐนั้น
กูเห็นจะเป็นภัย ภายน่า
จำจะบุกรุกรั้น รบเร้าเอาชัย ฯ
กลอน ๘ ปางอแซหวุ่นกี้มีเดชะ รับรับสั่งมังระนราไศรย
นึกเป็นห่วงท่วงทีจะตีไทย ซึ่งเกรียงไกรกว่าเก่าตามเค้าการ
หากจะใช้กองโจรเที่ยวโผนเผ่น ก็ไม่เห็นหนักแน่นเป็นแก่นสาร
ไทยมิใช่อยุธยาคราบุราณ รัชกาลเอกทัศฉัตรธำรง
ทั้งแม่ทัพนายกองก็คล่องแคล่ว ไม่ดักแด้วเหลวลุ่ยดังผุยผง
รู้ท่วงทีเอาเปรียบรู้เหยียบตรง แหล่งซึ่งม่งหมายว่าจะราวี
ถ้าใช้ยุทธวิธีสิบปีแล้ว เห็นจะแคล้วคลาศหมายหลายวิถี
อันเยี่ยงแยบแบบลบองสองร้อยปี พระเจ้าหงษาวดีบุเรงนอง
จัดกำลังตั้งมั่นด้านพายัพ แล้วเดินทัพทางใต้ได้คล่องคล่อง
วิถีนี้วิธีหนึ่งอันพึงลอง เห็นจะต้องตามหลักตระหนักนัย
จึ่งสั่งโปสุพลาว่าให้ด่วน ไปกับโปมยุง่วนตีเชียงใหม่
ทั้งสองโปพร้อมกันรีบครรไล จะชิงชัยแก้ชื่อให้ลือชา ฯ
๏ ปางพระจอมธนบุรีมีดำรัศ ให้เร่งจัดกองทัพรับพม่า
ทั้งทัพน่าทัพขนองสองภาดา เจ้าพระยาสุรสีห์โยธีนำ
เจ้าพระยาจักรีโยธีหนุน สองเจ้าคุณร่วมกำลังหวังขยำ
แต่สองโปหนีไปไม่ให้ทำ เห็นไม่จำเป็นว่าจะฆ่าตัว ฯ
โคลง ๒ ปางอแซหวุ่นกี้ ไป่ทราบสองโปลี้
รีบเต้ามาตาม ฯ  
๏ พลหลามสามหมื่นห้า พรรคพหลกล่นกล้า
ยกเข้าทางเมือง ตากแฮ ฯ  
๏ จับเชลยสืบให้ ทราบเรื่องเมืองเหนือได้
ดั่งเค้าคำถาม ฯ  
๏ พระยาเสืออยู่ยั้ง พิศณุโลกฤาตั้ง
อยู่แคว้นแดนใด ฯ  
๏ เชลยกลัวตัวสั่นเทิ้ม หวั่นอกเหื่อตกเยิ้ม
ตอบถ้อยคำถาม ฯ  
๏ พญาเสือไม่อยู่ถ้ำ ไปจะบั่นหั่นห้ำ
ศึกเบื้องเมืองเชียง ใหม่นา ฯ  
๏ แม่ทัพพม่าว่าคร้าน ที่จะไปปล้นบ้าน
ซึ่งเจ้าของไป อื่นเอย ฯ  
๏ ทนงฤทธิ์คิดเช่นนี้ จึ่งอแซหวุ่นกี้
ยับยั้งยังสุโข ทัยแฮ ฯ  

ร่าย ฝ่ายเจ้าพญาจักรี เจ้าพญาสุรสีห์เรืองเดช ทราบเหตุการด้านขนอง สองจึงปฤกษากัน พลันเลิกทัพกลับใต้ ไม่อาจวางใจได้ จักต้องครองทาง ไว้แฮ ฯ

โคลง ๔ ปฤกษาว่าคาบนี้ คับขัน
เราบ่แรงโรมรัน ชล่าได้
เห็นพ้องจะป้องกัน พิศณุโลก
คอยเมื่อทัพกรุงใกล้ จึ่งกล้ากลางแปลง ฯ
กลอน ๘ ปางอแซหวุ่นกี้โยธีม่าน ดำเนินผ่านพหลหมายหลายวิถี
เข้าตั้งค่ายรายไว้ใกล้ธานี เจ้าพระยาสุรสีห์ออกลองรบ
แต่ม่านมากนักหนากล้าไม่ไหว เข้ารุกไล่โอบอ้อมล้อมตลบ
ถ้าขืนสู้กลางแปลงแรงกระทบ เห็นจะพบความแพ้แน่ฉนี้
จึ่งถอยเข้าหาเมืองเป็นเครื่องกั้น ค่ายประตูคูคั่นทุกน่าที่
แต่พี่น้องสององค์ทรงฤทธี ออกต่อตีนอกเมืองเนือง ๆ ไป
รบบางคราวม่านพ่ายเข้าค่ายหนี แต่บางทีไทยแพ้แปรไม่ไหว
ต้องล่าทัพกลับเมืองเคืองหทัย ผลัดมีชัยผลัดแพ้แก่ศัตรู ฯ
๏ ฝ่ายอแซหวุ่นกี้สีห์พม่า เห็นน้ำใจไทยกล้าหนักหนาอยู่
น้อยกว่าเราหลายส่วนควรคุดคู้ แต่ต่อสู้สามารถปราศย่อท้อ
ใครเป็นแม่ทัพใหญ่ใคร่รู้จัก มีตระหนักข่าวมาว่าหนุ่มก้อ
จำจะบอกหย่ารบนัดพบพอ ที่จะขอเห็นหน้าเสนานี ฯ
โคลง ๒ โดยหทัยนัยฉนี้ จึ่งอแซหวุ่นกี้
สั่งให้ไปขอ ฯ  
๏ หย่ารบวันหนึ่งด้วย ใคร่พบแม่ทัพสร้วย
เพื่อรู้จักตัว กันนอ ฯ
โคลง ๔ วันนัดจัดพยุหเยื้อง โยธี
เจ้าพระยาจักรี ขี่ม้า
กั้นสัประทนสี แดงเด่น
เสวตร์ดุรงค์หย่งหน้า ย่างน้อยลอยสนาม ฯ
๏ อแซหวุ่นกี้เฒ่า จอมทัพ
แสะสง่าพาหนขับ ขี่เต้า
กั้นร่มระย้ายับ ยองยาบ
แผ่อาตม์ยาตร์ย่างเข้า ขอบข้างทางสนาม ฯ
๏ เพ่งภักตร์ชักม้านิ่ง คนึงเมิล ท่านนา
บุญจะนำจำเริญ เลิศหล้า
ปราโมทย์โอษฐ์สรรเสริญ ศุภลักษณ์
ไพเราะเหมาะหมดหม้า ใหม่ถ้อยทางแถลง ฯ
อแซหวุ่นกี้ว่า อ้าท่านสราญสริรแผ้ว พรรลึก
เจ้าพระยากษัตรศึก ศักดิ์เจ้า
ใครเล่าจะเดานึก ความหนุ่ม
ต้านกับตูผู้เฒ่า เท่าผู้ทุรชัย ฯ
๏ ท่านเอยเผยเดชได้ ดลฉัตร เฉิดเทอญ
ส่อตระศักศักดิ์กษัตร สืบเชื้อ
ทนุล้อมถนอมรัฐ ถนิมโลก
เปล่งประคุณบุญเกื้อ เกียรติ์ซร้องฉลองเฉลิม ฯ

ร่าย สุดสรรเสริญเยิรยุ สดุดิพจน์หมดกระแส จึ่งอแซหวุ่นกี้ ชี้สั่งให้นำของ อานม้าทองคำฉาย กับอีกหลายสิ่งอัน เป็นของขวัญให้แก่ แม่ทัพไทยฤทธี เจ้าพระยาจักรีรับไว้ ส่งเครื่องตอบแทนให้ เสร็จแล้วกลับคืน เมืองนา ฯ

๏ เจ้าพระยาจักรี เจ้าพญาสุรสีห์ทั้งสอง ทราบทำนองศึกเติบ ปราศความเคลิบเคลิ้มใจ รีบบอกไปทูลความ แด่สยามภูมินทร์ ตามรบิลแห่งศึก พลางตรึกตรองถ่องแท้ คงจะมีทีแก้ เมื่อไท้เสด็จถึง ฯ

กลอน ๘ ปางพระจอมธนบุรีวีรราช ทราบขนาดสงครามความแขงขึง
แน่ตระหนักหฤทัยนัยคนึง ถ้วนทุกสิ่งตรัศสั่งบ่รั้งรอ
เป็นห่วงทางหลายเส้นเช่นวิถี พระเจดีย์สามองค์ตรงประต่อ
จึงทรงแบ่งทัพย่อยไปคอยพอ ที่จะรอรบม่านในด้านนั้น
ทอนกำลังลงไปมิใช่เล่น แต่จำเป็นขัดทัพทางคับขัน
ดำริห์รอบกรอบศึกสำนึกอัน ตรายชั้นชิงชัยมิใช่น้อย
พม่ามาเพียงไหนไปเพียงนั้น ต้องโรมรันตีต่อไม่ท้อถอย
เหล่าริปูจู่กล้ามาทยอย ศึกบ่อยๆบากบั่นผจัญรับ
กลศึกตรึกตรองทำนองยุทธ จำจะรุดรีบไปเร่งไล่ขับ
จึงภูมีดำรัศสั่งจัดทัพ ทรงบังคับแสนยาพลากร
หมื่นสองพันพร้อมสรรพเป็นทัพหลวง ทุกถบวงห้าวหาญชาญสมร
เดือนยี่แรมสิบเอ็ดเสด็จจร ถึงนครสวรรค์ทรงบัญชา
ให้แบ่งพลสามพันตั้งมั่นไว้ รวังรไวกีดกางขวางพม่า
มิให้ตัดทางเสบียงลำเลียงมา ณ โยธาทัพหลวงช่วงณรงค์
ด้วยทรงทราบปัญหาว่าครานี้ สำคัญที่อาหารการขนส่ง
ม่านมิได้เชียงใหม่ดังใจจง ฉนั้นคงอักอ่วนส่วนเสบียง
ข้างฝ่ายพิศณุโลกโชคลำบาก ถ้าอดอยากการยุทธ์ก็สุดเสี่ยง
ม่านมาอ้อมล้อมขวางทางลำเลียง เห็นแท้เที่ยงว่าร้ายหลายประการ
ถ้าไทยตัดลำเลียงพะม่าได้ ม่านก็ต้องปราชัยไปทุกด้าน
ฝ่ายเราอยู่ที่มั่นถ้ากันดาร ทางอาหารขัดข้องก็ต้องแพ้
ใครจะอดก่อนใครในครั้งนี้ ปัญหามีกวดขันฉนั้นแน่
สิ้นเสบียงเลี้ยงเลือดต้องเดือดแด ยังมีแต่สริรร่างจะร้างปราณ ฯ
๏ กลศึกตรึกตรองเห็นถ่องแท้ จึงทรงแก้กันข่ายอุบายม่าน
จัดสำเร็จเสด็จต่อบ่รอนาน ถึงทวารชลมารคคือปากพิง
อันมีคลองเชื่อมสองนทีให้ ไปมาได้สดวกดีเป็นที่ยิ่ง
ตำแหน่งน้ำสำคัญอันต้องชิง เป็นที่สิงทัพหลวงส่งช่วงพล
โปรดให้ตั้งห้าค่ายรายแม่น้ำ ทั้งให้ทำลายทางสร้างถนน
รักษาฝั่งนทีวิถีชล เพื่อให้ขนส่งง่ายถ่ายเสบียง
พิศณุโลกโชคร้ายคงหายอด ทรหดต่อสู้ไม่รู้เลี่ยง
กำหนดการขึ้นลงส่งลำเลียง มิให้เพลี่ยงพล้ำสู้สัตรูพาล ฯ
๏ ฝ่ายแม่ทัพม่านผู้รู้สังเกต สืบทราบเลศทัพหลวงท่วงทีหาญ
ถ้าแม้มัวนิ่งอยู่ดูอาการ คงต้องต้านน่าหลังทั้งสองทาง
จำจะชิงเอาชัยเข้าไว้ก่อน เพื่อให้หย่อนแรงไทยลงไปบ้าง
กลศึกลึกซึ้งคนึงพลาง กำหนดวางคำสั่งประนังรบ ฯ
โคลง ๒ เสือแก่อแซหวุ่นกี้ เบี่ยงอุบายบ่ายฉนี้
บัดฉนั้นพลันทำ ฯ  
๏ หลายแฉกแยกทัพให้ ชิดค่ายข้างฝ่ายใต้
ใฝ่ต้อนตีไทย ฯ  
โคลง ๔ นฤบดินทร์ยินข่าวข้า ศึกแขง
ตั้งค่ายรายเรียงแรง เรี่ยวล้ำ
ท่วงทีบ่มีแคลง ใจท่าน
จักไล่ไทยริมน้ำ ลบล้างทางเสบียง ฯ
๏ ค่าย ๓ ถึง ๑ ต้อง ต่อรณ
ไทยทรหดอดทน ทุกด้าน
กรุงกษัตร์ตรัศให้พล เกณฑ์หัด
ปืนใหญ่ไปยิงต้าน แย่งต้อนบรถลา ฯ
๏ ทรงคาดว่าพม่าต้อง ตีอีก
จึ่งเสด็จนำอณีก น่าสู้
ม่านร้ายอุบายหลีก มาค่ำ
นึกว่าไทยไม่รู้ ไม่รู้ใจไทย ฯ
๏ ปืนใหญ่ไทยกึกก้อง กำเรียง
ยิงกระหน่ำสำเนียง สนั่นฟ้า
พลปืนยั่งยืนเคียง ปืนพ่น เพลิงแฮ
อริบ่อยู่สู้หน้า ส่ายหน้าปราชัย ฯ

ร่าย ตีค่ายไทยไม่แตก กองแยกพม่าล่ากลับ แม่ทัพสดับรายงาน หยั่งเห็นการคาบนี้ จึ่งอแซหวุ่นกี้ เรียกร้องกองหนุน อีกนา ฯ

โคลง ๔ จอมธนยลม่านท้อ ถอยถลา
ทรงคเนเวลา ว่านี้
โอกาศพิฆาตฐา นะทัพ
แห่งอแซหวุ่นกี้ เฒ่าผู้นำพล ฯ
๏ โองการเคลื่อนค่ายเข้า คูชิด
ฟากตวันออกทิศ ที่ใกล้
สามด้านประสานติด กันตลอด
ข่าย ณ เขือเหนือใต้ ต่อป้องปีกกา ฯ
๏ ม่านแย่งแห่งหนึ่งได้ ไทยหนี
เจ้าพระยาสุรสีห์ ออกแก้
รบเองคระเครงตี ตอบต่อ
ม่านพ่ายทิ้งค่ายแพ้ ท่านตั้งดังเดิม ฯ
๏ สองฝ่ายหมายมุ่งเข้า คามคุก
ใครจะบุกไป่บุก บั่นได้
หลายนับผลัดโรมรุก รอนรับ
แต่บ่หั่นกันให้ เลือดแห้งแรงโรย ฯ
๏ มากมายฝ่ายม่านเมื้อ มาหนุน
มุดแมกแหวกคามคุณฑ์ คาดแค้น
ฝ่ายไทยมิใคร่หมุน ตัวรอบ
น้อยนักจักตัดเส้น ศึกได้ไฉนหนอ ฯ
๏ ม่านท่องท้องที่เร้า หลายเฉียง
เที่ยวทลายสายเสบียง บั่นสบั้น
ฝ่ายไทยมิใคร่เพียง พออิ่ม
ปฏิปักษ์หักที่นั้น ที่นี้ตีทาง ฯ
๏ จอมไทยไตรตรึกข้อ คับขัน
หากจะแบ่งแรงยัน ยึดเสี้ยน
ไหนเล่าจะเบาบัน เทาท่วง ทีแฮ
เรามิควรป้วนเปี้ยน ป่วนพว้าพวังหลัง ฯ
๏ ปฤกษาเสนาคผู้ พาหา ท่านเฮย
ขืนอยู่สู้ ณ สถา นะนี้
ลำเลียงเลี่ยงปัจจา มิตรไม่ พ้นเลย
ควรขยับทัพผี้ ว่าช้าปราชัย ฯ
๏ เสนานีพี่น้อง หนักจิต
สิ้นเสบียงเบี่ยงบิด บ่ได้
ยากจักรักษาพิศ ณุโลก
แม้ว่าล่าสู่ใต้ ก็ต้องตามกัน ฯ
๏ ชักช้าชล่าได้ ฉันใด เล่าเอย
เมื่อเสบียงเสี่ยงภัย เพียบแปล้
ทัพหลวงทลายใน แนวรบ
สยามจะเยินเกินแก้ กลับกู้ชูไฉน ฯ
๏ ทัพธนถอยล่าแล้ว ในรา ตรีเฮย
จึงทัพสองเจ้าพญา ยกเต้า
พลเมืองเนื่องกันมา เกือบหมด
ตีผ่านแนวม่านเข้า เขตเบื้องเพ็ชรบูรณ์ ฯ

ร่าย ปางอแซหวุ่นกี้ ศึกเพียงนี้สำเร็จ เดี่ยวเด็จดังปรารถนา จึงยาตราเหยียบเมือง เกิดขุ่นเคืองนัยนา พบแต่ธานีเปล่า เย่าบ่มีผู้คน ปราศพืชผลอาหาร ยุ้งฉางลาญแหลกหมด ความอดอยากมากล้ำ เสบียงทัพกลับยิ่งซ้ำ ลดน้อยถอยลง ฯ

โคลง ๔ เห็นนัยไทยทิ้งเปลือก ธานี
มีแต่แกลบไม่มี เมล็ดข้าว
สักโสดประโยชน์ดี ดูปราศ
คิดยิ่งคิดผิดเค้า เผ็ดแค้นแสนสา ฯ

ร่าย ฝ่ายข้างกรุงอังวะ เจ้ามังระสวรรค์คต ราชโอรสครองราชย์ หวาดขบถบีฑา จึ่งบัญชาเรียกทัพ ให้เร่งกลับจากสยาม ตามดำรัศบัดนี้ จึ่งอแซหวุ่นกี้ รุ่มร้อนอ่อนอก นักเอย ฯ

โคลง ๔ อแซหวุ่นกี้วุ่น วายใจ
ถอยทัพกลับไฉนใน ขณะนี้
ตรึกตรองจะท่องไพร ทางแพรก ใดแฮ
พลั้งพลาดอาจป่นปี้ เปี่ยมแท้ทางมรณ์ ฯ
๏ มากคนไม่มากข้าว พอควร
เสบียงขาดอาจเรรวน ร่ำร้อง
อ่อนแอจะแปรปรวน ปั่นปลุก
กองทัพเดินด้วยท้อง ใช่เท้าเดาจร ฯ
๏ ถอยทัพกลับเที่ยวนี้ ในแดน ไร้นอ
อัตะคัดขัดแคลน คลาศเค้า
บ่ายเบี่ยงเสบียงแสน ลำบาก
คนมากไม่มากข้าว มากข้อเคืองเข็ญ ฯ
๏ จำเป็นเห็นถ่องแท้ ทางการ
แยกทัพเที่ยวรังควาน ถิ่นท้อง
ลาดหากระยาหาร ทุกแห่ง
แผ่กระจายข่ายข้อง ไขว่คว้าหากิน ฯ
๏ หลายแฉกแยกย้ายย่อม ยวนภัย
อาจจะถูกทัพไทย ทุ่มท่าย
สองทางกระจ่างใน แนวคิด
ตายเพราะรบไป่ร้าย เปรียบร้ายตายหัว ฯ
โคลง ๒ ไตรตรึกนึกแน่ฉนี้ จึ่งอแซหวุ่นกี้
แยกย้ายหลายทัพ กลับแฮ ฯ
โคลง ๔ จอมไทยได้ข่าวข้า ศึกถอย
สั่งทัพขับตามรอย ม่านลี้
รีบรัดสกัดคอย ตีขนาบ
ทัพอแซหวุ่นกี้ กจัดซ้ายกจายขวา ฯ

(ปีวอก ๒๓๑๙)

ร่าย ศึกพม่ากับไทย ในครั้งนั้นหลากนัก ไม่ตระหนักแน่แท้ ใครพ่ายเป็นฝ่ายแพ้ กึ่งก้ำกันอยู่ นะเอย ฯ

โคลง ๔ พม่าว่าพะม่าแพ้ แก่ไทย
ไทยว่าไทยปราชัย โชคแปล้
สงครามสนามไหน กาลก่อน หลังฤๅ
ต่างฝ่ายต่างพ่ายแพ้ พูดพ้องคำกัน ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ