พระราชปุจฉาที่ ๓๘

(ไม่พบพระราชปุจฉามีแต่คำถวายวิสัชนา)

ว่าด้วยสัตว คือ นก ไก่ เป็ด ห่านตัวเมียมิได้สัมผัศตัวผู้มีฟองไข่ ฟักไม่เปนตัวด้วยเหตุอะไร ถ้าฆ่าฟองไข่นั้นจะเปนปาณาติบาตฤๅไม่

แก้พระราชปุจฉาที่ ๓๘

๏ อาตมภาพ สมเด็จพระสังฆราช พระพนรัต พระพิมลธรรม พระพุทธโฆษา พระวิเชียรมุนี พระญาณไตรโลก พระญาณรักขิต พระญาณสมโพธิ พระสดำ ๙ รูปพร้อมกัน ขอพระราชทานถวายพระพรด้วยข้อพระราชปุจฉาว่า ธรรมดาสัตวตัวเมียมีนกสาลิกา โนรี เป็ดไก่ แลห่านเปนอาทิ ปราศจากตัวผู้สัมผัศ แลกำหนัดราคะแล้วก็เกิดฟองเมื่อเกิดฟองแล้วมารดาฟักตามประเวณี ก็ไม่เกิดเปนตัวนั้นด้วยเหตุอันใดอันหนึ่ง จะได้ชื่อว่าปฏิสนธิวิญญาณฤๅหามิได้ เมื่อฟองฟักไม่เกิดเปนตัวดังนี้ มีบุคคลต้มทุบต่อยฆ่าเสีย จะเปนปาณาติบาตฤๅหามิได้ ขออาราธนาพระคุณวิสัชนา ให้ต้องด้วยพระพุทธฎีกา พระอรรถกถาบาฬี จะได้เปนคติสืบไปนั้น อาตมภาพทั้งปวง ค้นพระอรรถกถาบาฬีพบในคัมภีร์พระอรรถกถาพระวินัยแลสารสังคหะว่า “คพฺภํ ปน อคณฺหณกอิตฺถิโย นาม นตฺถิ อุตุสมเย กิร สพฺพิตฺถิโย คพฺภํ คณฺหนฺติ” เนื้อความว่า ธรรมดาสัตรีมนุษย์ติรัจฉานทั้งปวงก็ดี ที่จะไม่มีครรภ์นั้นหามิได้ ย่อมมีครรภ์ทั่วทุกตัวสัตรี ครั้นมีฤดูแล้วถึงพบบุรุษก็ดี มิพบบุรุษก็ดี สัตวก็มาปฏิสนธิ แต่ทว่าครรภ์ตั้งได้เกิดเปนก็มี ตั้งไม่ติตตายตกไปก็มี มีครรภ์ตั้งมิได้นั้นด้วยเหตุ ๒ ประการ คือวาโยธาตุพัดเสียให้แห้งประการ ๑ หนอนกินเสียประการ ๑ ทั้งนี้ด้วยอานุภาพกรรมคือปาณาติบาต กินฟองนก ฟองไก่ แลโกหก กรรมแห่งสัตวที่มาปฏิสนธิกับทั้งมารดา อนึ่งสัตวจะปฏิสนธินอกอัชฌาจารมี ๙ ประการ คือปฏิสนธิด้วยกายสังสัคคะ ๑ คือปฏิสนธิด้วยถือเอาท่อนผ้า ๑ ปฏิสนธิด้วยกินซึ่งอสุจิ ๑ ปฏิสนธิด้วยนาภีปรามาศ ๑ เพ่งเล็งดูซึ่งบุรุษด้วยราคจิตร ๑ ปฏิสนธิได้ฟังเสียงแห่งบุรุษด้วยจิตรกำหนัด ๑ ได้กลิ่นบุรุษด้วยราคจิตร ๑ แลเป็ดไก่นกบางจำพวกมิได้สัมผัศด้วยบุรุษ ได้ยินแต่เสียงนกอื่นเปนบุรุษอันมีชาติต่างๆ ก็ดี ได้กลิ่นได้เห็นได้สัมผัศด้วยกายภายนอกก็ดี ตระกัติยินดีด้วยราคจิตรแล้วสัตวก็มาปฏิสนธิในครรภมารดา ถ้าสัตวอันเปนสัตรีอันหาชาติบุรุษมิได้ ดังนางนกยาง ได้ยินแต่เสียงฟ้าก็มีครรภบังเกิดเปนตัว ถ้าสัตวอันเปนชาติมีบุรุษดังเป็ดไก่แลนกอันอื่นๆ ทั้งปวง เว้นเสียแต่นกยาง ถ้ามีฤดูแลเกิดกำหนัดตระกัติยินดีด้วยราคจิตรเต็มกองแล้ว สัตว์ก็มาปฏิสนธิอยู่ แต่ทว่ามิได้บังเกิดเปนตัว ย่อมเปื่อยเน่าสูญไปโดยมาก เพราะเหตุว่านางนกนั้นมิได้สัมผัศด้วยบุรุษตามประเวณี จิตรนั้นตระกัติยินดีน้อย ไม่เหมือนสัมผัศด้วยบุรุษๆ จิตรนั้นตระกัติยินดีมากเปนกำลัง ธาตุรูปอันเกิดแต่จิตรแต่ฤดูนั้นบริสุทธิ น้อยมากกว่ากันตามราคจิตรอันอ่อนอันกล้า ที่อ่อนนั้นรูปธรรมมิได้บริสุทธิ สัตวนั้นจึงมิได้เกิดเปนตัว เหตุทั้งนี้อาไศรยแก่กรรมแห่งสัตวทั้งสองคือมารดาแลบุตรนั้น จึงให้วิบัติต่างๆ ปฏิสนธินั้นจึงเสื่อมสูญมิได้จำเริญดังสัตวตัวอื่น เปรียบอุปมาดุจหนึ่งว่าพืชเข้ากล้า ถ้าเนื้อนาได้ถากไถเปนเปือกตมบริสุทธิดีมีฝนอันบริบูรณ์ เข้ากล้านั้นก็มีต้นแลผลบริบูรณ์งาม ถ้าเนื้อนามิได้ถากไถ มีเปือกตมมิได้บริบูรณ์แลรกชัฎ ฟ้าฝนก็มิได้บริบูรณ์ พืชเข้ากล้าซึ่งหว่านลงในเนื้อนานั้น งอกขึ้นเปนต้น แต่ทว่าหาผลมิได้ มักลีบม้านเน่าไปมิได้บริบูรณ์ฉันใดก็ดี สัตว์มาปฏิสนธิในครรภมารดาอันปราศจากอัชฌาจารนั้น มิได้บริบูรณ์ด้วยเหตุต่างๆ จึงมิได้บังเกิดเปนตัวเปื่อยเน่าสูญไป มีอุปไมยดุจเข้ากล้านั้น อนึ่งสัตวอันปฏิสนธิด้วยทวิชชาติเปนฟองดังนี้ ก็เกิดด้วยปฏิสนธิวิญญาณจิตร เมื่อยังมิเน่าเปื่อย ถ้าทุบต่อยเสียก็เปนปาณาติบาต ถ้าสัตวนั้นจุติสูญไปแล้ว จึงไม่เปนปาณาติบาต อาตมภาพทั้งปวง พิจารณาตามอรรถกถาบาฬี ในคัมภีร์ต่างๆ ฉลองพระเดชพระคุณได้เนื้อความแต่เพียงนี้ ขอถวายพระพร ๚

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ