พระราชปุจฉาที่ ๒๑

ว่าด้วยเรื่องสึกภิกษุลาวเสียแล้วบวชใหม่ ปฤกษาว่ามีบรรพชาโทษเพราะอักขระวิบัตินั้น มีพระพุทธบัญญัติว่าอักขระภาษาอื่นผิดเพี้ยนไม่เปนบรรพชาอุปสมบท ฤๅมีพระพุทธบัญญัติไว้ว่าเหตุที่จะเปนบรรพชาอุปสมบทได้กี่ประการ ไม่เปนบรรพชาอุปสมบทกี่ประการ

----------------------------

ศุภมัสดุจุลศักราช ๑๑๔๘ อัสสสังอัจฉรนักษัตรอัฐศกอาสาธมาศศุกรปักษ์ ทศมีดฤถีพุฒวารปริเฉทกาลกำหนด สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว เสด็จออกณพระที่นั่งท้องพระโรงราชวินิจฉัยจักรพรรดิพิมาน มีพระราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาทดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม สั่งให้หลวงศรีวิเชียรปรีชา หลวงเมธาธิบดี ไปเผดียงถามพระราชาคณะผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวงว่า กิจบรรพชาเปนสามเณร แลกิจอุปสมบทเปนภิกษุนี้เปนข้อใหญ่อายุพระสาสนา ย่อมมีในประเทศราชธานีต่างๆ คือเมืองเหนือ เมืองมอญ เมืองลาว เมืองพม่า ว่าอักขระตามภาษาผิดเพี้ยนกันกับสยามภาษา เปนต้นว่า “พุทธํ สรณํ” อุปัชฌยาจารย์แต่ก่อนในเมืองต่างๆ ก็บวชสงฆ์บวชสามเณรสืบๆ มานับด้วยร้อยพันหมื่นแสนเปนอันมาก ก็ถือว่าบาฬีอักขระถูกมิได้วิปลาศเปนบรรพชาอุปสมบทอยู่ แลพระผู้เปนเจ้าทั้งปวงมาชุมนุมพร้อมกันชำระพระสาสนาบวชภิกษุลาวครั้งนี้ ว่าอักษร ระ เปน ละ ละ เปน ระ เปนวิปลาศมิเปนบรรพชาอุปสมบท ให้สึกเสียบวชใหม่นั้น มีพระพุทธบัญญัติตัดลงเปนแท้ว่า อักขระในประเทศภาษาอื่น ผิดเพี้ยนมิต้องอักขระในสยามภาษา ไม่เปนบรรพชาอุปสมบท ฤๅมีพระพุทธบัญญัติไว้ว่า เหตุที่จะเปนบรรพชาอุปสมบทได้นั้น มีกี่ประการ ที่จะมิเปนบรรพชาอุปสมบทได้นั้นมีกี่ประการ ขอพระคุณเจ้าทั้งปวงค้นหาพระบาฬีตัดสินลงให้ขาด จะได้เปนคติเยี่ยงอย่างสืบไปในพระสาสนา ขอให้พระคุณทั้งปวงวิสัชนามาจงแจ้ง

แก้พระราชปุจฉาที่ ๒๑

อาตมาภาพสมเด็จพระสังฆราช พระพนรัต พระพิมลธรรม พระพุฒาจารย์ พระพุทธโฆษา พระธรรมโฆษา พระอุบาฬี ๗ รูป ปฤกษาพร้อมกันค้นดูพระบาฬี ถวายวิสัชนาในกิจบรรพชาเปนสามเณร แลกิจอุปสมบทเปนภิกขุ เปนข้อใหญ่อายุพระสาสนานั้น อาตมาภาพทั้งปวงค้นดูพระบาฬีในคัมภีร์พระวินัยว่า “วคฺคิ จ ภิกฺขเว ฯ ล ฯ โอสาธิโตติ” เนื้อความว่ากุลบุตรจะบรรพชาอุปสมบทในพระสาสนา ที่ห้ามนั้นบุคคล ๑๑ จำพวก คือกะเทย ๑ ลักเพศเปนสามเณรภิกษุเอาเอง ๑ ภิกขุถือลัทธิเดียรถีว่าประเสริฐกว่าพระสาสนา ๑ สัตว์เดียรฉาน ๑ ปิตุฆาฏ ๑ มาตุฆาต ๑ อรหันตฆาฏ ๑ ภิกขุนีทูสก ๑ สังฆเภท ๑ โลหิตุบาท ๑ อุภโตพยัญ ชนก ๑ บุทคล ๑๑ จำพวกนี้ ห้ามบรรพชาอุปสมบทเปนอันขาดทีเดียว ยังบุคคล ๒ จำพวก คือคนมีอายุมิได้ครบ ๒๐ ปี ๑ ภิกษุเปนปาราชิก ๑ คน ๒ จำพวกนี้ ห้ามแต่อุปสมบทเปนภิกษุ มิได้ห้ามบรรพชาเปนสามเณร อนึ่งบุคคล ๒๓ จำพวก คือ คนมือด้วน ๑ เท้าด้วน ๑ ด้วนทั้งมือทั้งเท้า ๑ หูด้วน ๑ จมูกด้วน ๑ ด้วนทั้งหูทั้งจมูก ๑ นิ้วมือด้วน ๑ แม่มือเท้าด้วน ๑ เอ็นใหญ่ขาด ๑ คนมีนิ้วมือติดกัน ๑ เปนค่อม ๑ คอพอก ๑ เตี้ย ๑ คนเขานาบแขนนาบอก ๑ คนเขาเฆี่ยนหลังลายยังไม่หายแผลสด ๑ คนเขาสักประจานไว้ ๑ คนตีนทู่ ๑ เปนโรคลามก ๑ บุรุษโทษมีสูงนักเปนต้น ๑ ตาบอดข้างเดียว ๑ เปนง่อย ๑ เปนกลาก ๑ มีกายตายไปจำระ ๑ คนเดินมิได้ ๑ คนชราทุพลภาพ ๑ คนตาบอต ๒ ข้าง ๑ คนเปนใบ้ ๑ คนหูหนวกมิได้ยินศัพท์ ๑ คนทั้งบอดทั้งใบ้ ๑ คนทั้งบอดทั้งหนวก ๑ คนทั้งใบ้ทั้งหนวก ๑ คนทั้งบอดทั้งหนวกทั้งใบ้ ๑ แลคนเหล่านี้เปนบรรพชาโทษ ถ้าอุปัชฌาย์ กรรมกาจา สงฆ์ ให้บรรพชาอุปสมบทแก่คนเหล่านี้ กุลบุตรก็เปนบรรพชาอุปสมบทคยู่ แต่อุปัชฌาย์ กรรมวาจา สงฆ์ ต้องอาบัติ แลซึ่งกุลบุตรในประเทศเมืองลาว เมืองมอญ เมืองพม่า เมืองเขมร จะบรรพชาอุปสมบทตามภาษานอกกว่าภาษาไทยนั้น พระพุทธเจ้าอนุญาตให้สวดกรรมกาจาตามพระบาฬีมคธภาษาอย่างเดียว อันท่านผู้เปนนักปราชญ์ในประเทศต่างๆ แต่ก่อนรู้บาฬีมคธภาษา แลอักขระมคธภาษาแน่ จะได้สวดให้ผิดอักขระนั้นหามิได้ บรรพชาอุปสมบทนั้นก็บริบูรณ์หาสงไสยมิได้ แลนานมากุลบุตรมิได้รู้พระบาฬีแท้ ผู้บวชผู้สวดว่าให้ผิดอักขระอักษรไป บรรพชาอุปสมบทนั้นมิได้บริบูรณ์ จึงให้สึกเสียบวชให้บริบูรณ์ อาตมาภาพทั้งปวงจะสงไสยติเตียนท่านผู้รู้แท้ แต่ก่อนนั้นหามิได้ สงไสยติเตียนกุลบุตร แต่ในทุกวันนี้เห็นกุลบุตรรู้น้อยนัก ว่าอักขระอักษรเปนทุรุตกล่าวผิดดังพระบาฬี “ทุรตฺตํ กโรตีติ เอตฺถ ปน อยํ วินิจฺฉโย โย หิ อฺสมึ อกฺขเร วตฺตพฺเพ อฺํ วทติ อยํ ทุรุตฺตํ กโรติ นาม” ผู้สวดกรรมวาจานั้น อักขระตัวอื่นสวดออกว่าอักขระตัวอื่นไป ผู้สวดนั้นชื่อสวดผิดเปนอนุสสาวนวิบัติไม่เปนอุปสมบทเลย อาตมาภาพทั้งปวงกลัวจะสวดผิดดังนี้ จึงให้สึกเสียบวชใหม่ ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด ขอถวายพระพร ๚

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ