พระราชปุจฉาที่ ๒๔

ข้อ ๑ ว่าด้วยบุคคลรับพระไตรสรณคมน์แลศีล ๑๐ บวชเปนสามเณรจะกำหนดเอาวาจาภาษาเปนประมาณฤๅ ๆ จะกำหนดเอาศรัทธาเจตนาเปนประมาณ ข้างไหนจะดีกว่ากัน

ข้อ ๒ ว่าด้วยสมเด็จพระพุทธเจ้าตรัสเทศนาโปรดสัตว กำหนดเอาอักขระเปนประมาณ ฤๅกำหนดเอาจิตรศรัทธาเปนประมาณ

----------------------------

ครั้นหลวงอนุชิตพิทักษ์ หลวงวิเชียรปรีชา นำเอาคำวิสัชนาพระราชาคณะขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณา จึงมีพระราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาทตรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม สั่งให้หลวงอนุชิตพิทักษ์ หลวงวิเชียรปรีชา ไปถามพระราชาคณะทั้งปวงว่า บุคคลจะบรรพชาบวชเปนสามเณรรักษาศีล ๑๐ ประการนั้น ถ้าว่าพระไตรสรณคมน์มิชัดโดยภาษา เอา ระ เปน ละ เอา ฉะ เปน สะ ว่ามิเปนสามเณรแลมิเปนพระไตรสรณคมน์ศีล ๑๐ ถ้าผู้นั้นมีศรัทธาแท้มั่นคง ตั้งใจรักษาพระไตรสรณคมน์แลศีล ๑๐ ประการ ปรนิบัติยั่งยืนมิได้ขาดเศร้าหมอง ดีกว่าผู้รับพระไตรสรณคมน์ชัดมิได้ผิดเพี้ยนอักขระแต่เปนผู้มิได้มีศรัทธาปรนิบัตินั้นอิก แลจะว่าพระไตรสรณคมน์ศีล ๑๐ ประการของผู้มีศรัทธาแท้ตั้งใจปรนิบัติมั่นคงบริสุทธิ์นั้น มิเปนพระไตรสรณคมน์แลศีล ๑๐ ประการ ด้วยมาตรว่าวาจาภาษามิชัดดอกฤๅ สมเด็จพระพุทธเจ้าโปรดสัตวทั้งปวงให้พ้นจากทุกข์นั้น เอาอักขระพยัญชนะเปนประมาณดอก หาเอาจิตรเจตนาวัตรปรนิบัติศรัทธาเปนประมาณไม่ฤๅประการใด ให้พระราชาคณะทั้งปวงวิสัชนามาให้แจ้งเถิด

แก้พระราชปุจฉาที่ ๒๔

อาตมาภาพ สมเด็จพระสังฆราช พระราชาคณะ ทั้งปวงปฤกษาพร้อมกัน ขอพระราชทานถวายพระพรวิสัชนาในข้อพระราชปุจฉา

แก้ข้อ ๑

อาตมาภาพทั้งปวง พิจารณาตามบาฬีอรรถกถาพระวินัยนั้นว่าภิกขุผู้จะให้บรรพชาแก่กุลบุตรพึงให้ว่าพระไตรสรณคมน์ให้บริบูรณ์ถูกต้องทั้งอาจารย์แลศิษย์จงบริสุทธิ์ทั้งสองฝ่ายดังนี้ จึงเปนบรรพชาสามเณรทรงพระไตรสรณคมน์แลศีล ๑๐ บริบูรณ์ ถึงว่าผู้จะบวชมีศรัทธาอุตสาหะมากสักเท่าใดก็ดี ถ้าว่าอักขระพระไตรสรณคมน์มิชัดไม่ถูกบริบูรณ์แล้วบรรพชานั้นไม่ขึ้น เหตุว่าไม่ต้องด้วยพุทธฎีกาพุทธานุญาต อันพระเจ้าบัญญัติสิกขาบทในพระวินัยนั้น จะบัญญัติแต่ด้วยจิตรสิ่งเดียวหามิได้ เฉพาะให้พร้อมด้วยกายวาจาจิตร ซึ่งผู้ว่าอักขระไม่ชัดไม่ถูกนั้นบริบูรณ์แต่กายกับจิตร ขาดวาจา ซึ่งว่าอักษรไม่ชัดไม่ถูกจึงบรรพชาไม่ขึ้น ไม่เปนไตรสรณคมน์ศีล ๑๐ ไม่เปนสามเณร ซึ่งผู้มีศรัทธาอุสาหะมาก แต่ว่าอักขระอักษรไม่ถูกนั้น ดีแต่ฝ่ายปรนิบัติ ฝ่ายผู้หาศรัทธามิได้มีแต่เจตนาจะบวชแลว่าอักขระถูกถ้วนนั้น ดีด้วยได้บรรพชาเปนสามเณร ซึ่งไม่ปรนิบัติศรัทธาหาอานิสงส์มิได้ อันจะว่าผู้ใดดีกว่ากันนั้นยังมิได้พบพระบาฬี

แก้ข้อ ๒

อนึ่งสมเด็จพระพุทธเจ้าโปรดสัตวตรัสพระธรรมเทศนาในพระไตรปิฎกทั้ง ๓ เอาวาศนาศีลศรัทธาสติวิริยสมาธิปัญญาแห่งสัตวเปนประมาณ สัตวจึงได้มรรคผล แต่ในพระวินัยปิฎกนี้ สมเด็จพระมหากรุณาตรัสด้วยกิจบรรพชาอุปสมบทเปนพุทธประเวณี เฉพาะกำหนดอักขระบทพยัญชนะสิถิลธนิตให้ถูกเปนประมาณ บรรพชาอุปสมบทจึงขึ้น เพราะเหตุเพศบรรพชา ทรงผ้ากาสาวพัตรเปนธงไชยพระอรหัตเปนญาติในพระสาสนา จึงตรัสบัญญัติมั่นคงไว้ในพระไตรสรณคมน์ดังนี้ ถ้ากุลบุตรผู้ใดควรพระเจ้าจะโปรดได้จะได้บวชในพระสาสนาอยู่แล้ว ผู้นั้นก็พอเพียงฝึกสอนจำจะกล่าวถูกต้องอักขระอักษรได้ ถ้าผู้นั้นไม่ควรจะได้บวชแล้วก็ฝึกสอนว่ากล่าวไม่ได้ ตกอยู่ในอภัพพบุคคลไม่ได้บรรพชาเปนสามเณร อันพระเจ้าจะโปรดสัตวนี้ แต่ตามวาสนาบารมีแห่งสัตว ถ้าสัตวหาวาสนาบารมีที่จะบวชในพระสาสนามิได้ ใช่จะขาดบุญญานิสงส์ศีลทานมรรคผลหามิได้ ถึงมีเพศเปนฆราวาศอยู่ก็ดี ก็ได้บุญญานิสงส์ศีลทานมรรคผลตามวาสนาบารมีของบุคคลผู้นั้น ซึ่งได้สร้างสมอบรมมาแต่ก่อน ขอถวายพระพร ๚

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ