พระราชปุจฉาที่ ๓๓

ข้อ ๑ มีในพระบาฬีว่า พระโพธิสัตวสร้างพระบารมีบำเพ็ญเบญจมหาบริจาค มีให้พระเศียรเปนทานมากกว่าผลมะพร้าวในแผ่นดินเปนต้น เมื่อค้นหาเรื่องในชาดกนิทานไฉนจึงมีน้อยนัก ไม่สมกับเนื้อความที่อุประมาไว้นั้น

ข้อ ๒ ว่าด้วยพระเจ้าอชาตศัตรู กระทำปิตุฆาฏแล้ว ไฉนยังจะได้ตรัสเปนพระปัจเจกโพธิเจ้าอิกเล่า

----------------------------

๏ ศุภมัสดุตยุลศักราช ๑๑๔๘ อัสสสังวัจฉรนักษัตรอัฐศก สาวนมาศกาฬปักขอัฐมีดฤถีครุวารบริเฉทกาลกำหนด พระบาทสมเด็จบรมนารถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว เสด็จออกณพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน มีพระราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาทดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งให้หลวงอนุชิตพิทักษ์ เชิญพระราชปุจฉาออกไปนมัสการเผดียงถามพระราชาคณะทั้งปวงว่า พระบรมโพธิสัตวผู้ปราถนาพระโพธิญาณ มี ๓ ประการ คือปัญญาธิก สัทธาธิก วิริยาธิก โพธิสัตว แลพระปัญญาธิกโพธิสัตวนั้นบำเพ็ญพระบารมีแต่คิดในใจได้ ๗ อสงไขย ออกพระวาจาได้ ๙ อสงไขย บำเพ็ญได้พร้อมทั้งกายวาจาจิตร ๔ อสงไขยกับแสนกัลปเข้ากันเปนถึง ๒๐ อสงไขยกับแสนกัลป ฝ่ายพระสัทธาธิกโพธิสัตวนั้น บำเพ็ญพระบารมีแต่คิดได้ ๑๔ อสงไขย ออกพระววาจาได้ ๑๘ อสงไขย เมื่อบำเพ็ญได้พร้อมทั้งกายวาจาจิตร ๘ อสงไขยกับแสนกัลป ส่วนพระวิริยาธิกโพธิสัตวนั้น แต่คิดอยู่ในจิตรได้ ๒๘ อสงไขย ออกพระวาจาได้ ๓๖ อสงไขย เมื่อพร้อมทั้งกายวาจาจิตรได้ ๑๖ อสงไขยกับแสนกัลป สิริผสมแต่เดิมมาจนสำเร็จพระโพธิญาณก็เปนถึง ๘๐ อสงไขยกับแสนกัลป แลครั้งเมื่อสมเด็จพระพุทธเจ้าแห่งเราเสด็จขึ้นนั่งเหนือพระวิเชียรรัตนบัลลังก์ ภายใต้ควงไม้พระมหาโพธิ พระยามาราธิราชมาผจญ พระองค์ทรงยุทธสงคราม ด้วยทรงพระอธิษฐานตรัสถึงพระบารมี ๓๐ ทัศนั้นมีเนื้อความว่า แต่อาตมาสร้างพระบารมีมาได้ให้เศียรเปนทานมากกว่าผลมพร้าวเปนอาทิในแผ่นดิน ได้ให้จักษุเปนทานมากกว่าดาวในอากาศ ได้ให้เนื้อหทัยเปนทานมากกว่าผลไม้ในแผ่นดิน ได้ให้มังสะในกายเปนทานมากกว่าแผ่นดินอันใหญ่หนาได้สองแสนสี่หมื่นโยชน์ ได้ให้โลหิตเปนทานมากกว่าน้ำในมหาสมุททั้ง ๔ อันฦกได้ ๘ หมื่น ๔ พันโยชน์ ได้ให้บุตรภรรยาเสมอพระชาลีกัณหาแลนางมัทรีเปนทาน ก็มากกว่าบุตรภรรยาของมนุษย์ทั้งปวงในแผ่นดินนี้ เดชะด้วยพระอธิฐานบารมีของพระองค์ พระยามาราธิราชก็พ่ายแพ้ปราไชยมีอยู่ฉนี้ ก็ได้สดับตรับฟังพระธรรมเทศนาว่าจำเดิมแต่พระสุเมธดาบศในต้น ๔ อสงไขย ซึ่งบำเพ็ญเบญจมหาบริจาคได้ตลอดมาจนชาดก ๕๕๐ ชาติ เหมือนหนึ่งพระยาสีวิราชให้พระเนตรเปนทานเปนต้นนั้นก็น้อยนัก ประมาณสัก ๑๐ นิทาน ประมาณสัก ๒๐ นิทาน เห็นพระเนตรแลมังสะ พระโลหิต พระเศียร พระหทัย พระราชบุตรภรรยานั้น ไม่มากกว่าดาวในอากาศแลแผ่นดิน แลผลไม้แลน้ำในมหาสมุท ดุจหนึ่งเนื้อความซึ่งอุประมาพรรณาเปนความสัจบารมีแห่งพระองค์นั้น ถ้าจะนับในชาดก ๕๕๐ ชาติ ว่าได้ให้พระเศียรเปนทานก็ดี ก็จะเปนพระเศียรแต่ ๕๕๐ ถ้าจะว่าได้ให้พระเนตรเปนทานทั้ง ๕๕๐ ชาติ ก็จะเปนพระเนตรแต่ ๑๑๐๐ พระเนตรเห็นไม่พอเห็นไม่สมกันกับดาวในอากาศเปนต้น พระโลหิตทั้ง ๔ มหาสมุทเปนอวสานยังสงไสยนัก อนึ่งได้ฟังว่าพระยาอชาตศัตรูได้ฟังพระธรรมเทศนา พระสามัญผลสูตรแห่งสมเด็จพระพุทธเจ้าจบลง ว่าพระยาอชาตศัตรูจะได้พระโสดาในอาศนะพระที่นั่งฟังพระธรรมเทศนานั้น นี่หากว่าคบหากันกับพระเทวทัตได้ฆ่าพระยาพิมพิสารอันเปนพระราชบิดาเสีย จึงไม่ได้พระโสดาในชาตินั้น ไปเสวยทุกขเวทนาอยู่ในโลหกุมภีนรกช้านานครั้นพ้นจากทุกข์แล้วสืบไปภายน่า ว่ากลับได้ตรัสเปนพระชีวิตวิเสสปัจเจกโพธิข้อนี้ยังสงไสยอยู่ ถ้าดังนั้นเห็นเปนประหนึ่งว่า บุทคลอันปราถนาพระอรหัต ถ้าถึงชาติที่สุดจะได้พระอรหัตอยู่แล้วไม่พอใจอยากจะใคร่ได้เปนพระปัจเจกโพธิต่อไป ฆ่าบิดาเสียไม่ได้พระอรหัตในชาตินั้น ก็จะได้เปนพระปัจเจกโพธิยิ่งขึ้นไป แลซึ่งบุทคลอันเปนปิตุฆาฏเปนมาตุฆาฏนั้น เห็นหาโทษมิได้ เห็นเปนทางผู้จะสร้างกุศลปราถนาปัจเจกภูมิอยู่อิก ถ้าปราถนาปัจเจกภูมิถึงชาติที่สุดแล้ว ไม่พอใจเปนพระปัจเจกโพธิ จะปราถนาเปนพระ ฆ่าบิดาเสียก็จะได้ตรัสเปนพระ เหมือนหนึ่งพระเจ้าอชาตศัตรู จะได้พระอรหัตในชาตินั้นแล้วฆ่าบิดาเสียพลัดไปได้เปนพระปัจเจกโพธิ ฉนั้นฤๅประการใด ถ้าเปนดังนั้นบุทคลที่ปราถนาพุทธภูมิปราถนาปัจเจกภูมิ ปรารถนาอรหัตภูมิก็จะมะนะสิการจำกำหนดไว้เปนวัตรปรนิบัติ ว่าฆ่าบิดาเสียจะได้เปนพุทธภูมิ จะได้เปนปัจเจกภูมิ มั่นคงเหมือนเปนลัทธยาเทศ ผู้ใดจะได้เปนพระ จะได้เปนพระปัจเจกโพธิแล้ว จำฆ่าบิดาเสียหน่อยหนึ่งก่อนจึงจะได้เปน ถ้าได้ฆ่าบิดาแล้วก็เปนทำนายแน่ว่าจะเปนพระ จะเปนพระปัจเจกโพธิมั่นคงไม่มีวิมุติสงไสย จะเปนฉนี้ฤๅประการใด ให้พระราชาคณะวิสัชนามาให้แจ้ง

แก้พระราชปุจฉาที่ ๓๓

๏ อาตมภาพ สมเด็จพระสังฆราช พระพนรัต พระธรรมไตรโลก พระพุฒาจารย์ พระพิมลธรรม พระพุทธโฆษา พระธรรมเจดีย์ พระพรหมมุนี พระญาณโพธิ พระราชกระวี พระธรรมกิติ พระปรากรม พระวินัยรักขิต พระธรรมโคดม พระราชมุนี ๑๕ รูปปฤกษาพร้อมกันขอพระราชทานถวายพระพรวิสัชนาซึ่งข้อพระราชปุจฉาว่า พระบรมโพธิสัตว ๓ ประการ คือพระปัญญาธิก พระสัทธาธิก พระวิริยาธิก โพธิสัตวบำเพ็ญพระบารมี ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย กับแสนกัลป แลคิดในพระไทยออกพระโอษฐได้ แลพร้อมด้วยกายวาจาจิตร กำหนดมาทั้งปวงนั้นก็สมควรด้วยพระราชปุจฉาต้องตามวารพระบารมีอยู่แล้วแล เมื่อสมเด็จพระพุทธเจ้า เสด็จนั่งเหนือพระวิเชียรรัตนบัลลังก์ภายใต้ควงไม้พระมหาโพธิ ทรงยุทธสงครามกำจัดพระยามาราธิราชด้วยพระบารมี ๓๐ ทัศ ตรัสประกาศว่า อาตมาได้ให้เศียรแลเนตรหทัยมังสะโลหิตมากกว่าผลไม้แลดาว แลแผ่นดิน แลน้ำในมหาสมุท ดุจพรรณาแล้วทรงฟังพระธรรมเทศนาในชาดกนิทาน ซึ่งพระองค์ได้บำเพ็ญพระทานบารมีต่างๆ นั้นเห็นน้อย เห็นไม่สมควรกันกับเนื้อความอุประมาแลทรงพระวิมุติสงไสยก็สมควรนักหนา

แก้ข้อ ๑

๏ อาตมภาพทั้งปวงขอพระราชทานถวายพระพรวิสัชนา ตามวารพระบาฬีคัมภีร์พระปฐมว่า “อกฺขีปิ ทิยเต มยา ตารคณาว อากาเส อติเรกตร ฯ ล ฯ ปราชิตาติ” เนื้อความว่าธรรมดาประเภณีพระบรมโพธิสัตวสร้างพระบารมีมาแต่ละอสงไขยกัลป จะนับจะคณนาพระชาตินั้นก็หาบมิได้ จะได้ให้พระเศียร จะได้ให้พระเนตร พระมังสะโลหิต และพระราชบุตรภรรยาทุกพระชาติเนื่องกันไปก็หาบมิได้ แต่ทว่าได้ให้นั้นโดยมาก จะประมาณก็บมิได้ ต่อมีเหตุพระภิกษุสงฆ์สั่งสนทนาสรรเสริญถึงพระบารมีอันใดๆ สงไสยไม่แจ้งแล้วกราบทูลขออาราธนาสมเด็จพระพุทธองค์จึงตรัสพระธรรมเทศนาชาดกนิทาน ซึ่งได้บำเพ็ญพระบารมีสิ่งนั้นๆ ถ้าพระภิกษุสงฆ์ไม่สนทนา หาผู้อาราธนามิได้ไม่มีเหตุ พระองค์ก็มิได้นำเอาชาดกนิทานมาตรัสพระธรรมเทศนาอาไศรยด้วยเปนตันติพระพุทธประเพณีสืบมาดังนั้น ถ้าไม่มีเหตุหาเหตุมิได้ แลจะตั้งพระไทยเทศนาไปแต่แรก พระพุทธองค์เจ้าเสด็จนั่งเหนือพระวิเชียรรัตนบัลลังก์ ก็จะนั่งร่ำรำพันพรรณาแต่บรรดาพระชาติชาดก ซึ่งได้บำเพ็ญเบญมหาบริจาคทานบารมีนั้นไป ตั้งแต่เติมมาให้ตลอดจนชาดก ๕๕๐ ชาติ ก็จะพอจะสมกันกับเนื้อความอุประมาต่อดาวแลแผ่นดินแลน้ำในมหาสมุทเปนต้นนั้น แต่ทว่าจะเกินกว่าพระชนมายุไป พระธรรมก็จะเกินกว่า ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ อนึ่งจะไม่ได้เที่ยวโปรดสัตวตรัสพระธรรมเทศนาอื่นๆ บ้าง พระปรมรรถ พระสูตร พระวินัย พระไตรปิฎก ก็จะค้างหาครบบริบูรณ์ไม่ ผิดด้วยวิไสยพุทธประเวณีสืบๆ มาแต่ก่อน อนึ่งอย่าว่าจะคณนานับพระชาติชาดก ซึ่งบำเพ็ญพระบารมีทั้ง ๔ อสงไขยแสนกัลปนั้นเลย แต่ละแผ่นดินๆ ก็มิอาจนับได้ ต่อมีเหตุมีผู้อาราธนา พระองค์จึงนำเอามาตรัสพระธรรมเทศนานั้นน้อย ที่หาเหตุมิได้ไม่มีผู้อาราธนา พระองค์มิได้นำเอามาตรัสเทศนานั้นยังมากกว่ามากนักหนา อุประมาดุจหนึ่งนกน้อยบินไปในอากาศๆ ซึ่งอยู่ในปีกนกนั้นน้อยนัก อากาศที่ยังเหลืออยู่นอกปีกนกนั้นมากพ้นที่จะพรรณา ถ้ามิดังนั้นเปรียบนัยหนึ่งดุจบ่วงเข็มอันจุ่มลงในมหาสมุท แลน้ำอยู่ในบ่วงเข็มนั้นน้อยนักหนา น้ำซึ่งอยู่นอกบ่วงเข็มนั้นมากกว่ามากพ้นวิไสยนั้นจะมีอุประมาฉันใด พระชาติชาดกซึ่งสมเด็จพระพุทธสัพพัญญูเจ้านำมาตรัสพระธรรมเทศนา แลยังมิได้ตรัสเทศนานั้น ก็มีอุประไมยเหมือนกันกับบ่วงเข็ม แลปีกนกน้อยนั้น

แก้ข้อ ๒

๏ ข้อซึ่งว่าพระยาอชาตศัตรูได้ฟังธรรมเทศนาพระสามัญผลสูตรจบลง ว่าจะได้พระโสดาในพระที่นั่งแล้วไม่ได้อาไศรยด้วยได้ฆ่าบิดา เพราะคบหากับพระเทวทัตพลัดจากพระโสดาอรหัตในชาตินั้น แล้วกลับไปได้พระปัจเจกโพธิอิกเล่า แลทรงพระกรุณาให้เผดียงถามอาตมภาพให้วิสัชนา ด้วยทรงพระอนุเคราะห์แก่บุทคลทั้งปวงเกลือกไม่ทันพิจารณา ก็จะถือเอาว่าเปนวัตรปรนิบัติลัทธยาเทศ พระยากรณ์ทำนายไว้ว่า ถ้าเดิมปราถนาพระโสดา ปราถนาพระอรหัตแล้วไม่พอใจอยากจะใคร่เปนพระจะใคร่เปนพระปัจเจกโพธิ ฆ่าบิดาเสียก็จะได้เปนยิ่งๆ ขึ้นไปเหมือนใจปราถนา จะฆ่าบิดาเสีย กลัวจะเปนบิตุฆาฏโทษใหญ่นั้นสมควรนักหนา อาตมภาพทั้งปวงพิจารณาตามพระบาฬีว่า “เทสนาวสาเน ตีสุ สรเณสุ ปติฏฺหิสฺสติ ยสฺมา เจ สติ สรณํ คโต ฯ ล ฯ ชีวิตวิเสโส ปจฺเจกพุทฺโธ หุตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสตีติ” เนื้อความว่าสมเด็จพระพุทธเจ้าตรัสพระธรรมเทศนา ว่าพระยาอชาตศัตรูได้ฟังพระสามัญผลสูตรจบลง จะได้พระโสดาในพระที่นั่งนั้นพระองค์ตรัสดังนี้ด้วยสรรเสริญพระบวรพุทธสาสนา แลธรรมมานุภาพพระสามัญผลแลปัญญาบารมีแห่งพระยาอชาตศัตรู อันได้ปราถนาพระปัจเจกโพธิภูมิไว้แต่ก่อนนั้น ได้สร้างสมพระบารมีบำเพ็ญมานานประมาณแสนกัลปควรจะได้พระโสดาในพระที่นั่งก็จริง แต่ทว่ามิใช่พุทธเวไนยจึงประมาทไปต้องปิตุฆาฏโทษใหญ่ห้ามมรรคห้ามผล ถ้าเปนพุทธเวไนยเหมือนพระอังคุลิมาล ไหนเลยพระยาอชาตศัตรูจะได้ฆ่าบิดา พระพุทธองค์ก็จะทรงพระมหากรุณามาช่วยชิงโทษโปรดให้พ้นจากปิตุฆาฏ ก็จะได้พระโสดาจริงในขณะนั้น นี่ใช่พุทธเวไนย จึงต้องโทษใหญ่ห้ามมรรค ห้ามผล ไปทนทุกขเวทนาอยู่ในโลหกุมภี สิ้นโทษแล้วสร้างบารมีสืบไป อิกสองอสงไขยแล้วก็จะได้ตรัสเปนพระชีวิตวิเสสปัจเจกโพธิภายน่า สมดุจหนึ่งพระยาอชาตศัตรูปราถนาไว้แต่เดิมนั้น อนึ่งพระยาอชาตศัตรูจะได้เปนพระปัจเจกโพธิ เพราะผลฆ่าพระบิดาเสียนั้นหามิได้ อันฆ่าบิดาเสียนั้นเปนโทษใหญ่อยู่อิก อันซึ่งพระองค์จะได้ตรัสเปนพระปัจเจกโพธินั้น ด้วยผลความชอบของพระองค์ที่ได้สร้างสมอบรมมาด้วยผลศีลผลทานการกุศลบารมีต่างๆ แต่บุพชาติก่อนๆ ในพระสาสนาพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งองค์ใด นอกพระสาสนาก็ดี ในพระสาสนาสมเด็จพระพุทธเจ้าแห่งเราก็ดี มีตั้งอยู่ในพระสรณคมน์แลศีล ๕ ศีล ๘ แลฟังพระสามัญผลสูตร แลปฐมสังคายนาย แลบรรจุพระบรมสาริริกธาตุเปนอาทิ แลกระทำกุศลอื่นๆ เปนอเนกประการต่างๆ แลกุศลเก่าใหม่ทั้งปวงนั้น ครั้นครบบริบูรณ์สองอสงไขยกับแสนกัลปแลพระยาอชาตศัตรูก็ได้ตรัส เปนพระชีวิตวิเสสปัจเจกโพธิเจ้า สมดุจหนึ่งพระไทยปราถนาในอนาคตกาล ขอถวายพระพร ๚

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ