พระราชปุจฉาที่ ๓๐

ว่าด้วยอานิสงส์ซึ่งถวายไตรจีวรนั้น จะได้ไตรจีวรลอยมาต่อเมื่อชาติที่จะได้พระนิพพาน ฤๅจะได้ในชาติที่ยังไม่ได้พระนิพพานบ้าง

----------------------------

๏ ศุภมัสดุตยุลศักราช ๑๑๔๘ อัสสสังวัจฉรนักษัตรอัฐศกสาวนมาศศุกรปักขอัฐมีดฤถีพุฒวารบริเฉทกาลกำหนด พระบาทสมเด็จพระบรมนาถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว เสด็จออกณพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน มีพระราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาท ดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมสั่งให้หลวงวิเชียรปรีชา หลวงเมธาธิบดี เชิญพระราชปุจฉาออกไปนมัสการเผดียงถามพระราชาคณะทั้งปวงว่า บุคคลได้ถวายไตรจีวรนั้น อานิสงส์อันนี้จะได้อิทธิไมยไตรจีวรลอยมาโดยอากาศด้วยริทธิบุญนั้น ต่อชาติที่สุดเมื่อได้พระนิพพานทีเดียวฤๅๆได้ในท่ามกลางชาติ ยังไม่ได้พระนิพพานนั้นบ้างประการใด ให้พระราชาคณะทั้งปวงวิสัชนามาให้แจ้ง

แก้พระราชปุจฉาที่ ๓๐

๏ อาตมภาพ สมเด็จพระสังฆราช พระราชาคณะทั้งปวง ขอพระราชทานถวายพระพรวิสัชนาว่า ซึ่งบุคคลได้ถวายไตรจีวรนั้นมีพระบาฬีว่า “ปุริสานํ อิทฺธิมยปตฺตจีวเรน มตฺถกํ ปปฺโปติ” อธิบายว่า บุคคลได้ถวายไตรจีวรอานิสงส์จะตกแต่งสวรรค์สมบัติ มีวิมานแลผ้าทิพเครื่องประดับเปนต้น ทั้งมนุษย์สมบัติมีคลังผ้าแลต้นกัลปพฤกษ์เปนอาทิ ในชาติทั้งหลายต่างๆ อย่างพระยานนทราชได้ถวายผ้าผืนเดียว แก่พระปัจเจกโพธิแต่ชาติก่อน จึงได้ต้นกัลปพฤกษ์ ๓๒ ต้น แลพระยานนทราชถวายผ้าผืนเดียวยังได้อานิสงส์ถึงเพียงนี้ จะป่วยกล่าวไปไยเล่าถึงบุคคลได้ถวายทั้งไตรจีวรนั้น ก็จะมีอานิสงส์มากจะนับมิได้ อันจะได้ไตรบาตรจีวรลอยมาแต่อากาศ ในระหว่างชาติยังไม่ได้พระนิพพานนั้นมิได้พบพระบาฬีเลย พบแต่ว่าได้เสวยมนุษย์สมบัติสวรรค์สมบัติ มีคลังผ้าแลไม้กัลปพฤกษ์เปนต้นนั้นมา ครั้นปัจฉิมที่สุดชาติจึงได้อิทธิไมยไตรบาตรจีวรอันลอยมาแต่อากาศ เปนเอหิภิกขุแล้วสำเร็จแก่พระอรหัตในชาตินั้นทีเดียว ขอถวายพระพร ๚

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ