Error message

Warning: ini_set(): A session is active. You cannot change the session module's ini settings at this time in drupal_environment_initialize() (line 697 of /home/www/virtual/vajirayana.org/htdocs/includes/bootstrap.inc).

คำพากย์ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖

ตอน ศึกพญาทูษณ์พญาขร

๑๖

๏ พญาขรขึ้นทรงรถมณี กงกำล้ำดี
แก้วสีสลับลงยา  
๏ พญาทูษณ์ขึ้นทรงอาชา รูปโอ่โอฬาร์
ผูกเครื่องรุ่งเรืองอำไพ  
๏ พรั่งพร้อมพหลพลไกร โห่ร้องก้องไพร
สนั่นทั่วพสุธาธาร  
๏ ได้ฤกษ์เลิกเหล่าพลมาร คลาจากราชฐาน
ไปยังที่ฝั่งวารี ฯ  

ตอน ทศกัณฐ์ลักนางสีดา

รถทศกัณฐ์

๏ งามราชรถทรงอสุรา งามแอกโอฬาร์
งามราชธวัชกวัดไกว  
๏ งามทรงกงกำอำไพ งามเอี่ยมอุไร
งามแก้วประดับวับแวว  
๏ งามพลทุกกองถ่องแถว งามยืดยืนแนว
งามศัสตราวุธยุทธยง  
๏ พร้อมเสร็จสมเด็จพรหมพงศ์ ให้เคลื่อนรถทรง
ตรงสู่ประเทศอารัณย์ ฯ  

ตอน เผาลงกา

รถอินทรชิต

๏ งามทรงองค์ยุพราชา ทรงรถรัตนา
สง่าดังจอมเทวัญ  
๏ ทรงเครื่องเรืองเลิศเฉิดฉัน อาภรณ์พรายพรรณ
ศรเป็นอาวุธยุทธยง  
๏ งามอักษะกุมารชาญณรงค์ รถล้ำกำกง
งามเลิศดังองค์ทินกร  
๏ ทรงเครื่องรจนาวราภรณ์ กุมหอกฤทธิรอน
ดูดังพระกาลชาญชัย  
๏ งามพร้อมพหลพลไกร ทิวธวัชกวัดไกว
อาวุธคทาถ้วนตน  
๏ ได้ฤกษ์เลิกเหล่าพยุหพล กำยำคำรน
รีบออกไปยังอุทยาน ฯ  

ตอน นางลอย

พระรามครวญ

๏ โอ้ว่าเจ้าดวงนัยนา เสียแรงตามมา
จนถึงแทบฝั่งสาคร  
๏ รักใคร่ในตัวบังอร สู้ฝ่าดงดอน
มาแสนลำบากยากใจ  
๏ หมายมุ่งรณรงค์ชิงชัย ปราบยักษ์จัญไร
ให้สิ้นทั้งวงศ์อสุรี  
๏ ยังมิทันได้ต่อตี เจ้าดวงชีวี
ก็มามอดม้วยมรณา  
๏ ขอบคุณกระแสคงคา พาศพเจ้ามา
พบภัสดายาใจ  
๏ นี่หากว่าอยู่กลางไพร แม้อยู่เวียงไชย
จะจัดให้มีการงาน  
๏ จนใจแล้วเจ้าเยาวมาลย์ อยู่ถิ่นกันดาร
ท่ามกลางระหว่างมรรคา  
๏ โขดเขาต่างเมรุรจนา ปวงหมู่พฤกษา
แทนฉัตรและธงเรืองรอง  
๏ เสียงพี่ร่ำรักนวลละออง แทนเสียงปี่กลอง
สนั่นประโคมโฉมยง  
๏ ว่าพลางทางพระหริวงศ์ กับลักษมณ์ฤทธิรงค์
ก็ทรงสะอื้นโศกา ฯ  

ตอน พระรามข้ามลงกา

๑๑

๏ งามองค์พระทรงครุฑ เจ้าอยุธยาภา
ทรงรัตนวรา ภรณิศร์พิสิฐสรรค์
๏ ทรงบ่าวายุบุตร ฤทธิรุทรดังไฟกัลป์
ลอยล่องเหนือฟองอรร ณพะลิ่วเหมือนทิวลม
๏ งามองค์พระลักษมัณ ผู้มหันต์มโหดม
ศักดิเลิศประเสริฐสม วรเกียรติพระจักริน
๏ ทรงพาหะองคต กปิยศโยธิน
พาข้ามกระแสสิน ธุประหนึ่งพระพายผัน
๏ พิเภษณาสูร บริบูรณภักดีครัน
พร้อมสี่เสนีขยัน ก็อุเทศกระบวนจร
๏ สุครีวะราชา คุมทัพหน้าพวกพานร
แห่องค์พระทรงศร เสด็จข้ามนทีศรี
๏ ท่านท้าวชมพูพาน คุมทวยหาญคณะหมี
แห่หลังสะพรั่งดี ดุจพลพระเทวินทร
๏ เดินทัพขยับพล ณถนนข้ามวาริน
บัดใจสมใจจิน ตนามุ่งถึงกรุงมาร ฯ

ตอน สุครีพหักฉัตร

๑๖

๏ ถึงจอมผาล้ำอำไพ พระตรีภูวไนย
ก็เพ่งดูกรุงลงกา  
๏ อยู่ยอดตรีกูฏภูผา ใหญ่เยี่ยมมหิมา
พารากำแหงแรงรงค์  
๏ พร้อมด้วยกำแพงแวงวง ป้อมขันยรรยง
ทั้งคูก็ลึกเหลือใจ  
๏ พิศดูปราการทวารชัย มั่นคงจงใจ
จะรับศัตรูสู้หาญ  
๏ ยากที่จะหักเมืองมาร จำต้องคิดการ
ให้ล่อออกต่อกลางแปลง  
๏ ขุนยักษ์อาจองทะนงแรง กำยำกำแหง
คงออกมาสู้สมหมาย  
๏ ตรัสถามพิเภษณ์พระสหาย อันกิจทั้งหลาย
ตัวท่านย่อมรู้อยู่ดี  
๏ ที่บนปราการธานี วัตถุเศวตสี
เหมือนเมฆซึ่งบังทินกร  
๏ โตใหญ่อยู่ในอัมพร สลับสลอน
นั้นคือวัตถุอันใด  
๏ ภายใต้ก้อนขาวลงไป นั้นคืออะไร
เป็นก้อนอันเขียวนิลปน  
๏ อีกซึ่งสีแสงแดงระคน แวววับสลับสน
ธิแสงระยับจับตะวัน  
๏ โชติช่วงดังดวงดาวนั้น คือสิ่งใดกัน
สหายจงแจ้งจริงใจ ฯ  

ตอน องคตสื่อสาร

พระรามปรึกษาการศึก

๑๖

๏ ปางนั้นพระจักรี ผู้ทรงศรีอยุธยา
ประทับณพลับพลา ณท่ามกลางพลากร
๏ ทั้งท้าวพิเภษณ์พงศ์ พรหมฤทธิ์อดิศร
สุครีพขุนวานร และพญาชมพูพาน
๏ ยุวะราชองคต ยศไกรผู้ใจหาญ
กำแหงหนุมาน อีกทั้งนิลนนท์แขง
๏ อีกทั้งสิบแปดมง กุฎกบี่ที่เริงแรง
ต่างรอจะขอแย่ง ยุทธสู้ศัตรูสลาย
๏ จึงองค์พระจักรรัตน์ ธดำรัสอภิปราย
ดูราพิเภษณ์สหาย จงแจ้งจริงทุกสิ่งอัน
๏ บัดนี้ก็อยู่หน้า กรุงลงกาอันแขงขัน
จะประจญประจัญพลัน หรือจะคิดอุบายไฉน
๏ จะยกพลเข้าหาญหัก เอากรุงยักษ์ด้วยฉับไว
หรือใช้อุบายใด จึงจะสมซึ่งจินดา ฯ

ราชสาส์น

๑๑

๏ สาส์นองค์พระทรงครุฑ เจ้าอยุธยาศรี
นามาภิไธยมี ว่ารามาธิบดินทร์
๏ หน่อท้าวทศรถ บันฦๅยศทั่วปัถพิน
ฦๅนามทั้งสามดิน และฦๅฤทธิ์ทั้งโลกัย
๏ ทรงธรรมเป็นล้ำลบ ในพิภพทั้งแดนไตร
ทรงฤทธิ์วิชิตไช ยะมล้างริปูสยอน
๏ เธอทรงพระเมตตา แด่พญายี่สิบกร
ใช้กูผู้วานร มาสื่อสารแด่กุมภัณฑ์
๏ ด้วยว่าพญายักษ์ บ่ได้รักษ์ซึ่งคลองธรรม์
โยโสและโมหันธ์ จิตเหี้ยมอหังการ
๏ เที่ยวกวนรังแกปวง เทวดามหาศาล
ฤๅษีสิทธาจารย์ บ่ได้มีจะเกรงใจ
๏ ข่มเหงคะเนงร้าย ทั้งหญิงชายในแดนไตร
ฆ่าฟันตะบันไป บมิหย่อนเที่ยวรอนรณ
๏ เทวัญทุกชั้นฟ้า และสิทธาอีกหลายตน
อีกทั้งนิกรชน ก็เกรงกลัวอยู่ทั่วกัน
๏ พร้อมไปณไวกูณฐ์ และกราบทูลพระทรงสุบรรณ
เชิญพระเสด็จผัน อวตารมาผลาญยักษ์
๏ ล้างหมู่อสูรพาล ผู้ทำการอันอัปลักษณ์
บำราบและปราบยักษ์ ให้หมดมารผู้ผลาญบุณย์
๏ ฝ่ายองค์พระนารายณ์ ทรงมุ่งหมายเพื่อการุญ
แด่ปวงนิกรสุน ทรเทพและชนสรรพ์
๏ จึงเสด็จจากไวกูณฐ์ สู่ประยูรจักรพรรดิ์
ทรงนามว่ารามจันทร์ บันฦๅฤทธิทั้งโลกา
๏ อันองค์พระลักษมี มหิษีก็ตามมา
บังเกิดเป็นสีดา เพื่อคู่พระบารมี
๏ ท้าวราพณ์สิใจโหด ทั้งชั่วโฉดไม่มีดี
ลอบลักพระลักษมี มานิเวศวังใน
๏ ความผิดนั้นเหลือล้น มิรู้ตนว่าจัญไร
อาจองทะนงใจ จะคิดคู่เป็นชู้นาง
๏ เหมือนเด็กจะเล่นไฟ ก็ลามไหม้ทั้งสรรพางค์
ตัวท่านไม่เห็นลาง สังหรณ์บ้างหรือฉันใด
๏ องค์พระหริราช เสด็จยาตรพลไกร
มาถึงลงกาได้ ด้วยอำนาจพระบารมี
๏ พักพยุหเสนา อยู่ที่หน้าบุรีศรี
วานรและหมู่หมี ล้วนฉกาจฉกรรจ์หาญ
๏ แม้โหมเข้าโจมตี อันบุรีคงแหลกลาญ
มิทันจะต้านทาน ก็จะยับระยำไป
๏ แต่ทรงพระเมตตา แด่ราชาและกรุงไกร
จึงมีดำรัสใช้ ให้ตัวเรามาเจรจา
๏ แม้ท่านนั้นเกรงเดช จงก้มเกศแทบบาทา
ระยอบซึ่งกายา และอ่อนน้อมแต่โดยดี
๏ จัดบุษบกมาศ ให้เป็นอาสน์พระลักษมี
แล้วเชิญเหนือเกศี ไปกระทั่งพลับพลาชัย
๏ พระจะไม่ทรงโกรธ จะยกโทษด้วยทันใด
อีกพระจะโปรดให้ ท่านอยู่ยังณลงกา
๏ เป็นเมืองประเทศราช เป็นข้าบาทแห่งราชา
ส่งราชบรรณา ต้นไม้เงินและทองถวาย
๏ แต่แม้จะแขงขัน โทษกุมภัณฑ์จะถึงตาย
สมเด็จพระนารายณ์ จะไม่ไว้ซึ่งชีวา
๏ จะโปรดให้หาญหัก จับขุนยักษ์ผู้พาลา
ลงพระราชอาชญา ให้เป็นเยี่ยงแก่คนพาล
๏ ค่ายคูและกำแพง บ่ทนแรงกบี่หาญ
ยกบุกเข้ารุกราญ ก็จะได้ในพริบตา
๏ ดูราพญายักษ์ หริรักษ์กรุณา
จงเกรงพระอาญา อย่าโยโสและโอหัง
๏ จะคิดเอาฤทธิต่อ ฤจะพอกำลังขลัง
จงนอบระยอบยัง ยุคลบาทพระจักรี ฯ

ตอน นาคบาศ

รถอินทรชิต

๑๖

๏ งามอินทรชิตฤทธิรณ ทรงรถถกล
อยู่กลางระหว่างพลมาร  
๏ รถสุวรรณคันเอกแลลาน กอปรแก้วแกมกาญจน์
กนกผจงเลขา  
๏ งามกงดังวงสุริยา งอนงามอร่ามตา
เหมือนแขนดรุณนารี  
๏ ราชธวัชพื้นแดงแสงสี มีลายราชสีห์
ผงาดประกาศฤทธา  
๏ งามพลอสุรศักดิ์ยักษา กุมถนัดศัสตรา
อาวุธพร้อมผลาญณรงค์  
๏ ได้ฤกษบรมพรหมพงศ์ ให้เคลื่อนทัพตรง
ไปแทบทวารด้านอุดร ฯ  

รถพระรามพระลักษมณ์

๏ งามพระหริวงศ์ทรงธรรม์ ทรงรถสุพรรณ
ที่นลประดิษฐพิทยา  
๏ งามพระหริราชอนุชา ทรงรถรัตนา
ซึ่งนลกบี่จำลอง  
๏ งามรถสะพรั่งทั้งสอง งามกงวงทอง
ดังวงรวิศศิธร  
๏ งามทั้งบัลลังก์ทั้งงอน ดูดังหงส์ร่อน
ธวัชประโลมโพยมหน  
๏ งามกองกบี่รี้พล ร่าเริงฤทธิรณ
คอยรุกศัตรูจู่ตี  
๏ งามฤกษ์ศุภวารดิถี เคลื่อนพลโยธี
ไปยังสมรภูมิชัย ฯ  

พิเภษณ์ครวญ

๏ โอ้ว่าพระปิ่นโลกา กับองค์อนุชา
มาม้วยด้วยมือศัตรูพาล  
๏ มันใช้อุบายสามานย์ ล้างพระอวตาร
ผู้ทรงมหิทธิเกรียงไกร  
๏ เพราะเหตุอ้ายหลานจัญไร ลวงพระภูวไนย
จึงทรงพะวงหลงกล  
๏ องค์พระนารายณ์วายชนม์ ข้าพลอยอับจน
มิรู้จะพึ่งผู้ใด  
๏ พญาราพณ์จะเหลิงระเริงใจ เห็นตนมีชัย
จะเที่ยวรังแกโลกา  
๏ โอ้ว่าอาภัพหนักหนา ไม่ม้วยชีวา
ไปตามเสด็จเจ้านาย  
๏ อยู่ไปจะมีแต่อาย ผู้คนทั้งหลาย
ที่ไหนจะดูหน้าเรา  
๏ ครวญพลางทางนบซบเซา โศกห่อนบรรเทา
สะอึกสะอื้นอาดูร ฯ  

ตอน พรหมาสตร์

รถอินทรชิต

๏ งามราชรถทรงอสุรา อุไรลงยา
ลายเทพประนมนาคินทร์  
๏ งามแอกเอี่ยมโอ่โกมิน งามกงกระวิน
งามเพลาทับทิมพริ้มพราย  
๏ ราชสีห์สองพันเผ่นผาย เทียมรถพรรณราย
โลทันก็ขับจรลี  
๏ ครั้นได้ฤกษ์งามยามดี เลิกทศโยธี
ออกจากนครลงกา ฯ  

รถพระลักษมณ์

๏ งามราชรถทรงภูมี จำรัสรัตนมณี
ผสมอุไรเบญจรงค์  
๏ งามเพริศเลิศล้ำกำกง สุวรรณบรรจง
ประกับแก้วเก้าพราวพราย  
๏ งามเทพพาชีเผ่นผาย มาตุลีเฉิดฉาย
ขึ้นขับละลิ่วปลิวไป  
๏ ได้ฤกษ์เลิกเหล่าพลไกร รีบรุดเร็วไป
ที่ในสนามยุทธนา ฯ  

พิธีกุมภนิยา

๏ สมเด็จพระตรีภูวไนย สถิตพลับพลาชัย
ท่ามกลางพระยาวานร  
๏ ดังดาวล้อมดวงจันทร จำรัสอัมพร
ภูธรจึงมีบัญชา  
๏ ดูกรพิเภษณ์โหรา ลูกเจ้าลงกา
กล่าวว่าจะยกโยธี  
๏ ไปยังอยุธยาธานี ช่วงชิงบุรี
และผลาญพวกเราบรรลัย  
๏ จริงจังดังว่าฤๅไฉน เราคิดแคลงใจ
จงตรวจให้แจ้งกิจจา ฯ  

รถพระลักษมณ์

๏ งามราชรถทรงทรงธรรม์ ประภัสร์แพรวพรรณ
ด้วยเพชรและพลอยอำไพ  
๏ กงกำแก้วผลึกผ่องใส เทียมอาชาไนย
ละลิ่วประหนึ่งยานยนต์  
๏ งามยามพิศหมู่พยุหพล กำยำคำรณ
เขม้นจะราญอสุรา  
๏ ได้ฤกษ์เลิกสุรแสนยา เคลื่อนขบวนไคลคลา
ยกทัพจากพลับพลาชัย ฯ  

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ